มาตรฐานฉันดี…เปลี่ยนสีเสื้อไม่เป็นผลลงเป็นยิง 12 แข้งที่เล่นให้ 2 ทีมดังจากเมืองมิลาน

เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน ถือเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลานที่ต่างขับเคี่ยวเพื่อการคว้าสคูเด็ตโต้มาตั้งแต่อดีต แม้ในปัจจุบันทีมพวกเขาจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ทั้งสองทีมก็ยังถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีอยู่เสมอ

แม้ 2 ทีมจะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกัน แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักเตะหลายคนที่เคยลงเล่นให้ทั้งสองทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากสำหรับทีมฟุตบอลที่เป็นคู่ปรับกันทีมอื่นๆ และนี่ก็คือ 12 นักเตะ ที่เคยรับใช้ทั้ง ‘รอสโซเนรี่’ และ ‘เนรัซซูรี่’ มาแล้ว

พาทริค วิเอร่า (เอซี มิลาน 1995-1996, อินเตอร์ มิลาน 2006-2010)

วิเอร่าเซ็นสัญญากับเอซี มิลานในปี 1995 แต่เขาก็ได้อยู่กับรอสโซเนรี่แค่เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับอาร์เซนอล ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาเล่นให้กับทัพงูใหญ่ในปี 2006 พร้อมกับคว้าแชมป์เซเรีย อา ไป 4 สมัยด้วยกัน

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ (เอซี มิลาน 1996-1997, อินเตอร์ มิลาน 2004-2005)

มิดฟิลด์พันธุ์ดุชาวดัตช์ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในปี 1996 หลังจากที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับอาหยักซ์ได้สำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานที่ดีออกมาได้เลย เช่นเดียวกับตอนที่ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2004 ที่ดาวิดส์มีอายุเข้าสู่เลข 3 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ทัพเนรัซซูรี่คว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากองกลางเจจ้าของฉายา ‘พิตบูลล์’ จะไม่ประสบความสำเร็จในอิตาลีเลย เพราะเขาทำผลงานได้ดีมากกับยูเวนตุส และช่วยให้ทัพม้าลายคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 3 สมัย ในช่วงปี 1997-2004

โรนัลโด้ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2002, เอซี มิลาน 2007-2008)

โรนัลโด้ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 1997 ด้วยค่าตัวสถิติโลก พร้อมกับถล่มประตูมากมายจนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ 1 สมัย ก่อนที่ในอีก 10 ปีถัดมา ‘เอล ฟิโนมินอล’ จะย้ายกลับมาอยู่ที่ซาน ซิโร่ เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อสีแดงดำแทน แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย และอาการบาดเจ็บที่ถามหาบ่อยๆ ก็ทำให้เจ้าโล้นทองคำไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับตอนสวมเสื้อสีน้ำเงินดำเลย

ตาริโบ เวสต์ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2000, เอซี มิลาน 2000)

อดีตปราการหลังทีมชาติไนจีเรียย้ายมาเล่นกับทัพงูใหญ่ในปี 1997 และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ในปี 1998 แต่หลังจากนั้นบทบาทเจ้าตัวก็ค่อยๆ น้อยลง จนถูกปล่อยให้เอซี มิลาน ยืมไปในช่วงหน้าหนาวปี 2000 ก่อนจะย้ายออกจากอิตาลีไปเล่นกับดาร์บี้ในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวในตลาดซื้อขายครั้งถัดมา และอำลาทีมเป็นการถาวรในปี 2001

อันเดรีย ปีร์โล่ (อินเตอร์ มิลาน 1998-2001, เอซี มิลาน 2001-2011)

หนึ่งในนักเตะที่ย้ายโดยตรงระหว่างทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลาน ในตอนที่เป็นดาวรุ่ง ปีร์โล่ยังลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพงูใหญ่ได้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอซี มิลาน ในปี 2001 และที่นี่เองที่เขาเปลี่ยนมายืนในตำแหน่งตัวทำเกมหน้าแผงหลัง หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘เรจิสต้า’ พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ปีร์โล่คว้าแชมป์กับเอซี มิลาน ได้รวมกันถึง 9 รายการ ตลอดช่วงเวลา 10 ปี ที่ลงเล่นให้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสหลังหมดสัญญากับทัพปีศาจแดงดำ

คริสเตียน วิเอรี่ (อินเตอร์ มิลาน 1999-2005, เอซี มิลาน 2005-2006)

วิเอรี่ถือเป็นดาวยิงจอมพเนจรของจริง เขาไม่เคยอยู่กับทีมใดได้เกิน 1 ฤดูกาล เว้นแต่กับอินเตอร์ มิลาน ที่ ‘โบโบ้’ ลงเล่นให้ถึง 6 ฤดูกาล พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ในฤดูกาลสุดท้ายที่ลงเล่นด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นกับเอซี มิลาน ในฤดูกาลถัดมา

คลาเรนซ์ เซดรอฟ (อินเตอร์ มิลาน 2000-2002, เอซี มิลาน 2002-2012)

เซดรอฟเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ย้ายผ่าเมืองมิลานโดยตรง เขาอาจจะไม่ได้มีผลงานโดดเด่นนักตอนรับใช้เนรัซซูรี่ แต่หลังจากย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในดีลการแลกตัวระหว่างเขากับฟรานเชสโก้ โคโค่ มิดฟิลด์เชื้อสายซูรินาเมรายนี้ก็สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ของโลก และกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ช่วยให้ปีศาจแดงดำกวาดแชมป์เซเรีย อา และแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างละ 2 สมัย ด้วยกัน

เฮอร์นาน เครสโป (อินเตอร์ มิลาน 2002-2003/2006-2009, เอซี มิลาน 2004-2005)

เครสโปย้ายมาอยู่กับทัพเนรัซซูรี่ในฐานะตัวแทนของโรนัลเมื่อปี 2002 แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนตอนที่เล่นกับลาซิโอ้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเชลซี อย่างไรก็ตาม กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่อังกฤษได้ จนต้องย้ายกลับมาเล่นกับเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในปี 2004 และมาอยู่กับทัพงูใหญ่อีกครั้งในปี 2006-2008 ด้วยสัญญายืมตัวเช่นเคย และในที่สุด เครสโปก็ได้กลับมาอยู่กับอินเตอร์ มิลานเป็นการถาวรในปี 2008

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (อินเตอร์ มิลาน 2006-2009, เอซี มิลาน 2010-2012)

อิบราฮิโมวิชเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นให้กับทั้งสองทีมของเมืองมิลาน (จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเขาประสบความเร็จให้กับทุกทีมที่ลงเล่นนั่นแหละ) พระเจ้าวงการลูกหนังพังประตูถล่มทลายให้กับทั้งสองทีม และกวาดแชมป์เซเรีย อา ได้ 4 สมัย จากการลงเล่นให้ทั้งสองทีมรวมกัน 5 ฤดูกาล

มาริโอ บาโลเตลลี่ (อินเตอร์ มิลาน 2007-2010, เอซี มิลาน 2013-2014/2015-2016)

หัวหอกจอมเกรียนรายนี้สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของอินเตอร์ มิลาน แต่ด้วยนิสัยของเจ้าตัวก็ทำให้บาโลเตลลี่ยังไปไม่สุดทางในวงการฟุตบอลเสียที บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับทัพงูใหญ่เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสมัยหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยไป ก็ทำให้เขากลับมาลงเล่นในอิตาลีอีกครั้งกับเอซี มิลาน โดยดาวยิงผิวสีรายนี้เล่นให้กับทัพปีศาจแดงดำ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปลิเวอร์พูล แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับทีม ก็ทำให้นักเตะเจ้าปัญหารายนี้ถูกส่งมาให้รอสโซเนรี่ยืมตัวอีกครั้งในปี 2015 ส่วนปัจจุบัน บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับนีซในฝรั่งเศส

ซัลลีย์ มุนตารี่ (อินเตอร์ มิลาน 2008-2012, เอซี มิลาน 2012-2015)

มิดฟิลด์ทีมชาติกาน่ารายนี้มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลตอนที่ลงเล่นกับทัพงูใหญ่ เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา กับโคปา อิตาเลีย อย่างละ 2 สมัย และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แต่เมื่อจบฤดูกาล 2009/10 ที่เนรัซซูรี่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ มุนตารี่ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีม จนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับซันเดอร์แลนด์ในหน้าหนาวปี 2011และเอซี มิลาน ในปี 2012 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับปีศาจแดงดำเป็นการถาวรในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของอดีตกองกลางปอร์ทสมัธกับเอซี มิลาน นั้นก็ไม่มีอะไรน่าจัดจำนัก เพราะเขาไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย

โรแบร์โต้ บัจโจ้ (เอซี มิลาน 1995-97, อินเตอร์ มิลาน 1998-2000)

ตำนานนักฟุตบอลของวงการลูกหนังอย่างอิตาลีเข้าสู่จุดพีคของตัวเองในปี 1993 ในตอนที่เล่นกับยูเวนตุส ซึ่งเขาสามารถคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวกับเอซี มิลาน เพราะเทพบุตรเปียทองคำช่วยให้รอสโซเนรี่คว้าแชมป์ได้ 1 สมัย จากการลงเล่นให้กับทีม 2 ฤดูกาล ส่วนตอนลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน แม้บัจโจ้ทำผลงานได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นก็ทำให้เขาเล่นได้ไม่เหมือนเดิม และกองหน้าทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้ทัพงูใหญ่คว้าแชมป์อะไรได้เลยในช่วงเวลา 2 ฤดูกาลที่ลงสนามให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online