เริ่มต้นได้ดีแล้วปลายล่ะ!! 10 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีก ของครึ่งฤดูกาลแรก

อันดับ 1 : เอเดน อาซาร์ (เชลซี)

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาซาร์มักจะทำผลงานได้ดีหลังเชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีม ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของปีกทีมชาติเบลเยี่ยมจะสัมพันธ์กับฟอร์มการเล่นของสโมสร ซึ่งเชลซีมักจะเป็นสโมสรที่มักจะประสบความสำเร็จในช่วงแรกของกุนซือคนใหม่ ก่อนจะค่อยๆ ทำผลงานดรอปลง เนื่องจากการขาดความสดใหม่ในทีม ฉะนั้นแล้วงานหลักของซาร์รี่คือการทำให้เชลซีทำผลงานให้ดีเข้าไว้ เพราะนั้นจะส่งผลให้อาซาร์มีผลงานที่ดีตามไปด้วย

ดูเหมือนว่าซาร์รี่เองก็มีแผนในการรับมือกับเรื่องนี้ เขาพยายามทำให้อาซาร์มีความสุข และนั่นก็พอจะช่วยยับยั้งไม่ให้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมย้ายไปเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นสโมสรในฝันของเขาได้ อดีตกุนซือของนาโปลีวางให้อาซาร์อยู่ใกล้พื้นที่สุดท้ายโดยไม่ต้องลงมาช่วยเกมรับมากนัก และยังพยายามให้อดีตดาวเตะลีลล์หุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กุนซือจอมสูบบุหรี่ยังออกมายกย่องยอดแข้งวัย 27 ปี รายนี้ว่า สามารถทำประตูได้ถึง 35 ลูก ในฤดูกาลนี้

และแผนของซาร์รี่ก็กำลังเป็นไปได้สวยเลยทีเดียว อาซาร์ขึ้นเป็นดาวซัลโว่ร่วมของลีกด้วยการทำไป 7 ประตู ทั้งที่ลงเล่นไปเพียง 667 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยการได้ง้างเท้ายิงทุกๆ 24 นาที  รวมถึงยังมีสถิติการได้จับบอลในกรอบเขตโทษมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย บางทีอาซาร์อาจจะกลายเป็นดรีส เมอร์เทนส์ คนใหม่ สำหรับซาร์รี่ก็ได้

อันดับ 2 : อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หลายคนจะมองว่าฟอร์มการเล่นอันโดเด่นของแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นเพราะเกมรุกของพวกเขา ทัพเรือใบสีฟ้ามีนักเตะแนวรุกหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงพีค พวกเขามีการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ และสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

แต่ในตอนนี้ หากจะถามว่าใครโดดเด่นที่สุดในทัพเรือใบสีฟ้า เราก็ขอเลือกลาปอร์ต เพราะเจ้าตัวได้ลงเล่นครบทุกนาทีในลีกฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่เป๊ป มักจะหมุนเวียนผู้เล่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะเซนเตอร์แบ็คที่มีตัวเลือกชั้นดีมากมาย แต่ลาปอร์ตกลับเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนเดียวที่ได้ลงเล่นครบทุกเกม และทุกนาทีในลีกซีซั่นนี้ รวมไปถึงในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ในฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ยังมีจุดอ่อนในแนวรับอยู่ ลูกทีมของกวาร์ดิโอล่ามักจะเจอปัญหายามที่เจอกับทีมที่มีเล่นเกมสวนกลับได้ดีและมีเกมรุกเฉียบขาด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ซึ่งต้องขอบคุณความเยือกเย็นของลาปอร์ต นับตั้งแต่ปราการหลังชาวฝรั่งเศสย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกให้เดอะ ซิติเซ่น ไปแล้ว 19  เกม และจาก 19 เกมที่กองหลังวัย 24 ปีลงสนามเป็นตัวจริง ทีมสามารถคว้าชัยได้ถึง 17 เกม เสมออีก 2 เกม และช่วยให้ทีมเสียประตูแค่ 8 ลูกเท่านั้น

อันดับ 3 : ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้)

มีทฤษฎีของแฟนบอลบางกลุ่มระบุว่า ยิ่งซิลบามีอายุมากขึ้น เขาก็ยิ่งเก่งขึ้น และมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้จะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้อดีตกองกลางบาเลนเซียได้รับคำสรรเสริญมากขึ้น นักฟุตบอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะพึ่งพาความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายเพื่อให้ตัวเองทำผลงานได้ดี แต่ซิลบานั้นต่างออกไป เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้ว การควบคุมบอลสำคัญที่สุด  และเขาเน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง

ซิลบาจะมีอายุครบ 33 ปี ในเดือนมกราคมนี้ แต่นี่อาจจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพ เพราะเขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่วิ่งไปทั่วทั้งสนาม หรือใช้ความเร็วเพื่อพาบอลผ่านแนวรับ มิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ใช้เพียงการควบคุมบอลและความสร้างสรรค์ในการเล่น เพื่อควบคุมจังหวะของเกม และควบคุมการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้

แม้รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยนักเตะที่มีความเร็วและมีทักษะการผ่านคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม แต่ซิลบาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองของแฟนบอล การเล่นของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันล้นเหลือ ในฤดูกาลก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนมีปัญหาในเรื่องของครอบครัวจนทำให้เขาพลาดการลงสนามไปหลายเกม ทำให้ฤดูกาลนี้ ซิลบาตั้งเป้าจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม และถ้าเจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พ่วงด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลนี้ มันก็คงจะเป็นการจบฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดสำหรับตัวซิลบา และแฟนบอลของเขา

อันดับ 4 : โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)

การมาของอลิสซอนช่วยกระดับการเล่นเกมรับของลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เวอร์ กิล ฟาน ไดจ์ค ก็ยังตงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำในแผงหลังให้กับทีมได้ดีเช่นเคย แต่หากคุณได้ดูลิเวอร์พูลลงเล่นทุกเกม คุณจะเห็นว่านักเตะเกมรับที่ทำผลงานได้ดีอีกคนของหงส์แดงคือ โจ โกเมซ และเราก็มองว่าเขาคือกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดให้กับทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ในตอนนี้

โกเมซเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชนของชาร์ลตัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่แอนฟิลด์เมื่อปี 2015 ก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงตอนไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษ U-21 จนต้องพักรักษาตัวเป็นปี อย่างไรก็ตาม ปราการหลังดาวรุ่งรายนี้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงพักฟื้น เพื่อหวังจะกลับมาสู่ทีมในฐานะนักเตะที่ดีกว่าเดิม

และคุณก็คงจะรู้แล้วว่ากองหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษพัฒนาขึ้นมาขนาดไหน เรามักจะได้ยินเสียงยกย่องชื่นชมของแฟนบอลที่แอนฟิลด์อยู่บ่อยๆ ในยามที่โกเมซออกวิ่งด้วยความเร็วเพื่อไปเข้าสไลด์ปะทะแนวรุกคู่แข่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ดาวรุ่งวัย 21 ปี ได้เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าสเกาเซอร์แล้ว

อันดับ 5 : อเล็กซองเดร์ ลากาเซตต์ (อาร์เซนอล)

ลากาเซตต์อาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ต้องกังวลเรื่องอนาคตตัวเองกับอาร์เซนอล แม้ทีมจะปล่อยอเล็กซิส ซานเชส ออกไปในเดือนมกราคม แต่ก็มีการนำเข้านักเตะอย่างเฮนริค มคิทาร์ยาน และปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง เข้ามา และนั่นก็ทำให้ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก นอกจากนี้ การได้รับบาดเจ็บริเวณหัวเข่าในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ในทีมของเขาแย่ลงไปอีก

แต่ในยุคของอูไน เอเมรี่ มันต่างไป อดีตหัวหอกของลียงไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่ดูมีความสุขภายใต้การทำทีมของกุนซือชาวสแปนิช แต่ลากาเซตต์เป็นคนที่แสดงให้เราเห็นว่ามีความสุขมากขึ้นชัดเจนที่สุด ในลีกฤดูกาลนี้ เจ้าตัวทำไปแล้ว 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ที่สำคัญคือกองหน้ารายนี้เล่นเข้าขากับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างโอบาเมยองได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรก ทุกคนเป็นกังวลว่าทั้งสองคนจะเล่นร่วมกันได้ไหม แต่ประเด็นนี้ก็ตกลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัว และตลอดเวลา 438 นาทีที่ทั้งสองคนลงสนามพร้อมกัน ทั้งคู่ก็ทำประตูให้ทัพปืนใหญ่ได้ถึง 8 ลูกเลยทีเดียว

อันดับ 6 : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

ไรอัน เฟรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของบอร์นมัธ นำมาปั้น และรีดศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดี จนช่วยให้เดอะ เชอร์รี่ส์ ทำผลงานติดลมบนอยู่ในตอนนี้

สำหรับเฟรเซอร์ เส้นทางนักฟุตบอลของเขานั้นไม่ได้สวยงามนัก ครั้งหนึ่งเขาเคยออกมายอมรับว่า ไม่ได้สนใจสภาพร่างกายตัวเองเลย นับตั้งแต่สามารถเข้าไปเล่นกับทีมชุดแรกของบอร์นมัธได้ จนเอ็ดดี้ ฮาว ต้องออกมาบอกว่า เขาจะไม่ได้ลงเล่นให้สโมสรอีก จนกว่าตัวปีกชาวสก็อตติชจะกลับมาดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

แต่ในตอนนี้เฟรเซอร์เป็นผู้ใหญ่แล้ว และเจ้าตัวก็ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และเริ่มแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของความเป็นนักเตะที่สามารถชี้ขาดเกมได้ ซึ่งเราไม่เคยเห็นจากตัวเขามาก่อนเลย เราคิดว่าปีกทีมชาติสก็อตแลนด์รายนี้ ควรจะดูเอเดน อาซาร์ เป็นแบบอย่างไว้ เพราะพวกเขามีลักษณะการเล่นที่คล้ายกันมาก และอาจจะมากกว่าที่เราคิดไว้ บางทีฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของเฟรเซอร์ก็เป็นได้

อันดับ 7 : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมลิเวอร์พูลที่ยิงประตูตรงกรอบ, สร้างสรรค์โอกาสให้ทีม และเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้มากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกแล้วในฤดูกาลนี้ แม้ปัจจุบันปีกทีมชาติอียิปต์จะยังห่างไกลจากฟอร์มการเล่นในฤดูกาลที่แล้วของตัวเองพอสมควร แต่ตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ทำประตูให้หงส์แดงได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2  หากนับเฉพาะนักเตะที่ยังคงลงเล่นให้กับทีมอยู่

คุณไม่ต้องใช้เวลานานนักหรอกหากจะดูซาลาห์สร้างความแตกต่างในเกม การเล่นด้วยความมั่นใจสูงสุดทำให้นักฟุตบอลสามารถเล่นไปตามสัญชาตญาณตัวเองได้ แต่บางทีผลงานที่ยอดเยี่ยมนั้นก็ทำให้นักเตะขาดความรอบคอบมากขึ้น และตอนนี้ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อนก็คงต้องคิดอะไรให้มากขึ้นว่าจะทำอะไรในแต่ละจังหวะ เพราะตอนนี้ฟอร์มเขายังไม่ได้อยู่ในจุดพีค แถมยังถูกบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกจ้องที่จะรุมกินโต๊ะอยู่ตลอด

แม้จะยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ซาลาห์เองก็ยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ เจ้าตัวเป็นนักเตะ 1 ใน 6 คน ที่สามารถทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง (5 ประตู 3 แอสซิสต์) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ฉะนั้นแล้ว หากปีกวัย 26 ปี กลับมาท็อปฟอร์มได้เมื่อไร บรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกคงได้ปวดหัวหนักแน่

อันดับ 8 : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

นี่คือนักเตะที่ถูกมองว่ามีพัฒนาการมากที่สุดของลีกผู้ดีช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดเฮอร์ตี้เคยถูกปล่อยตัวไปอยู่กับฮิเบอร์เนี่ยนและบิวรี่ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทัพหมาป่าในช่วงที่ทีมตกไปลีก วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดในยุคที่นูโน่เข้ามากุมบังเหียนวูล์ฟส และพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งผลงานของแบ็คขวาจอมบุกรายนี้ก็ยอดเยี่ยมจนแฟนบอลของทีมต้องออกมาแต่เพลงเชียร์ให้กับเขาเลยทีเดียว

วูล์ฟสออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว แม้พวกเขาเพิ่งจะเสียท่าให้กับไบร์ทตัน และวัตฟอร์ด ใน 2 นัดล่าสุด แต่โดเฮอร์ตี้ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ สำหรับวูล์ฟแฮมป์ตัน มีนักเตะเพียงคนเดียวในทีมที่ยิงบอลเข้ากรอบได้มากกว่า และยิงประตูได้มากกว่าแบ็คขวาชาวไอร์แลนด์รายนี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้น ที่สร้างสรรค์โอกาสการทำประตูให้ทีมได้มากกว่าเขา

ในตอนแรก ทุกคนอาจจะแปลกใจที่วูล์ฟสพยายามลงทุนเพื่อดึงนักเตะในตำแหน่งกองหน้าและกองกลางมาร่วมทีม ขณะที่ผู้เล่นเกมรับกับเลือกใช้นักเตะที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในลีกรองอย่างโดเฮอร์ตี้เป็นตัวหลัก แต่มาถึงตอนนี้ แฟนบอลคงจะเลิกสงสัยแล้วว่าทำไม นูโน่ กุนซือของทีมถึงตัดสินใจแบบนั้น

อันดับ 9 : เซร์จิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเห็นอเกวโร่ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอจากระบบการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ เพราะหลายๆ คนมองว่าใครก็ตามที่มาเล่นเป็นกองหน้าให้เรือใบสีฟ้า ย่อมทำประตูได้มากมายและประสบความสำเร็จในอาชีพแน่นอน ฉะนั้นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ‘เอล กุน’ จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในตอนนี้ เขาถือเป็นนักเตะที่มีโอกาสจบสกอร์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำประตูไปแล้ว 6 ลูก แม้อัตราความแม่นยำในการยิงเข้ากรอบกับค่าเฉลี่ยในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของเจ้าตัวจะน้อยกว่าแฮร์รี่ เคน ก็ตาม

แต่ต้องยอมรับว่า ตอนนี้อเกวโร่จะไม่ใช่ตัวจบสกอร์หลักของแมนฯ ซิตี้ เพราะหน้าที่นั้นน่าจะเป็นของราฮีม สเตอร์ลิ่ง มากกว่า ด้วยวัย 20 ปลายๆ ทำให้ศูนย์หน้าเลือดฟ้าขาวต้องปรับบทบาทในการเล่น เพื่อให้ตัวเองสามารถเล่นในระบบที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วางไว้ได้

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ถูกถอยลงมายืนต่ำกว่าเดิม โดยมีหน้าที่หลักคือการดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง และสร้างพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ เจ้าตัวยังต้องตัดสินใจเอาเองว่าจังหวะไหนควรจะเล่นอย่างเห็นแก่ตัว หรือจังหวะนั้นควรจะออกบอลให้เพื่อน และเขาก็ต้องทำมันให้ถูกจังหวะและเวลา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ไม่เชื่อคุณก็ลองดูกาเบรียล เฆซุส ในฤดูกาลนี้สิ ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลเล่นไม่ออก และเพิ่งทำประตูในฤดูกาลนี้ได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กับอเกวโร่แล้ว บทบาทนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย

อันดับ 10 : มาร์กอส อลอนโซ่ (เชลซี)

ในตอนนี้เราก็พอจะเห็นแล้วว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือเป็นคนที่เหมาะสมแล้วในการเข้ามาทำงานกับเชลซีแทน อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งระบบการเล่นของกุนซือสายควันรายนี้ก็อาจจะทำให้อลอนโซ่พบกับความลำบากอยู่บ้าง จากการเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นมาเป็นฟูลแบ็คในระบบแบ็คโฟร์ แทนที่การเล่นเป็นวิงแบ็คในระบบหลังสาม

สำหรับอลอนโซ่แล้ว เขายังคงรับหน้าที่การดูแลเกมรับทางฝั่งซ้ายเหมือนเคย รวมถึงคอยเติมรุกในโอกาสที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันก็น่ากังวลเหมือนกันว่าแบ็คซ้ายทีมชาติสเปนอาจจะทำผลงานติดขัด เนื่องจากต้องเล่นเกมรับมากขึ้นในระบบแบ็คโฟร์ และบางทีเจ้าตัวอาจจะถูกแทนที่จากการนำเข้านักเตะใหม่ของซาร์รี่ได้

แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากังวลก็ไม่เกิดขึ้น เพราะอลอนโซ่ยังคงทำผลงานได้ดีแม้ต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต้องเล่นเกมรับมากขึ้น ขณะที่เกมรุกเขาก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม มีเพียงแค่อาซาร์กับโมราต้าเท่านั้นที่มีโอกาสลองยิงประตูมากกว่าอดีตดาวเตะของฟิออเรนติน่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเราตกยกเครดิตให้เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ยังคงให้อิสระในการเติมเกมรุกแก่แบ็คซ้ายชาวสแปนิชรายนี้เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online