ไม่ได้มีแค่เพียงนักเตะที่จะสร้างประวัติศาสตร์บันทึกความทรงจำ”รองเท้าสตั๊ด”เองก็มีเรื่องราวในตัวของมันเอง

ไม่ว่าคุณจะตั้งใจและหรือเผลอคลิกเข้ามา เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของรองเท้าสตั๊ด ผมคงต้องแนะนำให้คุณกลับตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้ยังทัน เพราะเราจะไม่ย้อนความยาวไปถึงเรื่องวัสดุที่ใช้ผลิตรองเท้าในช่วงยุคปี 50s ,รองเท้าสตั๊ดที่ผลิตด้วยคาร์บอน ไฟเบอร์คู่แรก,หรือแม้แต่คนแรกที่กล้าฉีกไปทำรองเท้าสีอื่นนอกจากดำเป็นครั้งแรกอะไรทำนองนั้น

เพราะนี่จะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม,เอกลักษณ์,และสไตล์ ที่ถูกรื้อขึ้นมาจากก้นลึกในความทรงจำเรื่องฟุตบอลของคุณอีกครั้ง…

จากการที่ตัวผมเองเป็นเด็กช่างสังเกตและเติบโตมากับการใช้เวลาว่างเพื่อดูฟุตบอล เอกลักษณ์และความเท่ของของนักเตะในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ทรงผม ลีลาในสนาม และยิ่งโดยเฉพาะเรื่องที่หลายคนมองข้ามอย่างรองเท้าที่พวกเขาสวมใส่

คือผมจำได้เสมอว่านักเตะคนไหนใส่ยี่ห้ออะไร รุ่นไหนหรือว่าสีอะไรในแต่ละช่วงเวลา ถึงขนาดที่ว่าตอนเด็กๆยังแอบนึกในใจว่าอยากให้มีแข่งตอบคำถามที่โรงเรียนเกี่ยวกับรองเท้าฟุตบอล เผื่อผมจะได้โชว์ความอัจฉริยะที่เหนือกว่าชาวบ้านกับเขาได้บ้าง เพราะถ้าหากจะให้ไปแข่งเรื่องเรียนกับเขาแล้วละก็..แทบบอกว่าลืมไปได้เลย

แต่ถ้าให้บอกว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ดซัดบอลจากแถวสองด้วย อดิดาส พรีเดเตอร์ , ดิดิเย่ ดร็อกบาดับฝันอาร์เซน่อลซ้ำแล้วซ้ำเหล่าด้วย ไนกี้ เมอร์คิวเรียล,โรนัลดินโญ่โชว์คลาสเหนือมนุษย์ด้วย ไนกี้ เทมโป้,เวย์น รูนี่ย์หาช่องยิงด้วย ไนกี้ T90,หรือลิโอเนล เมสซี่ ฉีกแนวรับเป็นชิ้นๆด้วย อดิดาส F50 อันนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย

น่าทึ่งที่รองเท้าบางคู่กลับเหมือนเกิดมาเพื่อนักเตะคนใดคนหนึ่งหรือเพื่อการทำประตูที่อยู่ในความทรงจำ ยกตัวอย่างซีเนดีน ซีดานกับลูกยิงวอลเล่เวิลด์คลาสกลางอากาศ ด้วยรองเท้าคู่บุญอย่างพรีเดเตอร์สีดำแดง ในแชมเปี้ยนส์ ลีกนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2002 กับเลอเวอร์คูเซ่น เรียกได้ว่าพาสาวกแบรนด์สามขีดคลั่งไปตามๆกันมาแล้ว หรือแม้แต่พูม่า คิงส์ของดิเอโก้ มาราโดน่า ในจังหวะที่เขาเลี้ยงบอลฝ่าแนวรับทัพสิงโตคำรามที่เม็กซิโก เมื่อปี 86 จนถูกจดจำและยกให้เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

จากที่ผ่านมาสังเกตได้เลยว่า บรรดาทัวร์นาเม้นเมเจอร์ใหญ่ๆจะช่วยจุดประกายของความโดดเด่นของอุปกรณ์ฟุตบอลอย่างรองเท้าสตั๊ดได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงหลายปีให้หลัง อดิดาสและไนกี้คือสองแบรนด์ชั้นนำที่มักงัดกลยุทธ์ชั้นยอดออกมาเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ,การตลาดอันแข็งแกร่ง,และที่สำคัญวัสดุและดีไซน์เพื่อชักจูงลูกค้า

หากจำกันได้ สีส้มและสีเงินเรียกได้ว่าเป็นสองสียอดนิยม จนกลายเป็นเทรนด์ในช่วงฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ อันเดรส อิเนียสต้าส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายเป็นประตูชัยในเกมนัดชิงชนะเลิศ ด้วยรองเท้าสตั๊ดของไนกี้ในเฉดสีดังกล่าว เช่นเดียวกันกับนักเตะฝั่งเนเธอร์แลนด์อย่าง ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ทที่พยายามสอดมาบล็อคลูกยิง ก็ใส่รองเท้าคู่เดียวกันกับอิเนสต้า

ก่อนฟุตบอลโลก 2014 จะเปิดฉาก ไนกี้ฉีกกฎรองเท้าสตั๊ดแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอรองเท้าที่มีลักษณะเหมือนถุงเท้าออกมารัดขอเท้า ช่วยอัพความเก๋ไก๋ให้บรรดาแข้งดังเพิ่มไปอีกหลายเท่า และยิ่งมาพร้อมกับสีสันอันฉูดฉาดแล้ว การเนรมิตรองเท้าที่มีหน้าตาแปลกใหม่นี้ช่วยเพิ่มสีสันให้ทัวร์นาเม้นฟุตบอลในช่วงนั้นได้ไม่น้อย ภาพมาริโอ เกิร์ทเซ่ยืดขาออกไปซัดบอลผ่านมือเซร์จิโอ โรเมโร่ ด้วยไนกี้ มาจิสต้าสีเหลืองแดงหุ้มข้อได้เรียกเสียงเฮลั่น คา มารากานัง สเตเดียม ในนัดชิงชนะเลิศฟุตโลกที่ บราซิลมาแล้ว

แน่นอนในช่วงเว้น 4 ปี… ความนิยม , เทรนด์และแฟชั่นก็ย่อมเปลี่ยนไป สีสันสุดจี๊ดจ๊าดแบบนั้นไม่ดึงดูดสายต่ออีกต่อไปแล้วในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย หากแต่กับเป็นความสดใสใหม่ในแบบความเรียบๆเดิมๆอย่างสีขาวที่ดูสะอาดตา โดยเฉพาะสองตัวชูโรงของทางฝั่งไนกี้อย่าง ไนกี้ เมอร์คิวเรียล ซุปเปอร์ฟลาย 360 “Just Do It” และ ไนกี้ เทมโป้ 2018 ดูยังไงมันก็ช่างเข้ากันอย่างลงตัวกับชุดแข่งของทีมชาติอังกฤษเหลือเกิน

ไหนๆก็พูดถึงทีมชาติอังกฤษแล้ว มันคงจะดูละเลยเกินไปหากเราจะไม่พูดถึง หนึ่งในรองเท้าสตั๊ดที่ติดตาแฟนบอลมากที่สุดคู่หนึ่ง อย่าง อดิดาส พรีเดเตอร์สีขาวคู่ใจของเดวิด เบ็คแฮม ที่ครั้งหนึ่งเคยพาลูกทีมของ สเวน โกรัน อีริคสัน ตีตั๋วไปฟุตบอลโลกปี 2002 ตาหน้าต่อตาแฟนบอลในโอลด์ แทรฟฟอร์ดมาแล้ว

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ทั้งเบคแฮมและซีดาน คือสองนักเตะที่เป็นผู้ชูโรงให้กับยุคของ รองเท้าสตั๊ดอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ทั้งซุปเปอร์สตาร์คือผู้ที่เขียนความทรงจำไว้บนสตั๊ดที่เรียกว่า “อดิดาส พรีเดเตอร์” ซึ่งครั้งหนึ่งทั้งสองคนได้เคยรังสรรค์ความยิ่งใหญ่ในโลกลูกหนังเอาไว้ให้แฟนบอลได้พูดถึง และไม่ว่าพรีเดเตอร์จะออกตามมาอีกกี่ตัวก็ตาม คู่ที่ยังคลาสสิคและยังเป็นที่ต้องการมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้นตัวที่เราได้กล่าวถึง

ซีเนดีน ซีดานชิบลูกจุดโทษเช็ดคานฟุตบอลโลกนัดชิงเข้าไปด้วยรองเท้าคู่นี้,ชาบี เออร์นานเดซจ่ายบอลอย่างอัจฉิรยะเป็นร้อยเป็นพันลูกด้วยรองเท้าคู่นี้ ,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มอบแชมป์พรีเมียร์ ลีกครั้งสุดท้ายให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันด้วยรองเท้าคู่นี้ ,สตีเว่น เจอร์ราร์ด สวมใส่มันร่วมทุกร่วมสุขกับหงส์แดงมาอย่างยาวนาน ก่อนเปลี่ยนไปใช้ อดิดาส ไนโตรชาร์จในช่วงหลัง คู่ที่ซึ่งเขาใส่แล้วลื่นนั่นแหละ แต่อย่าไปโทษสตั๊ดเลย เพราะอัมโบรของจอห์น เทอร์รี่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากพิษน้ำฝนที่มอสโกเช่นกัน

จริงๆแล้วรองเท้าก็คือเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำตัวใจสั่งของเรา พรีเดเตอร์ไม่ได้ผิด มันแค่เป็นรองเท้าที่เดวิด เบ็คแฮมเลือกที่จะใส่ในเกมที่เขาแอบยกเท้าขึ้นมาเตะดิเอโก้ ซิเมโอเน่จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนามที่เซนต์ เอเตียน หรือแม้แต่เวย์น รูนี่ย์ที่จงใจย้ำไปที่หน้าขาของริคาร์โด้ คาวัลโญ่ ที่สนามเกลเซนเคอเชน สเตเดียม ด้วยไนกี้คู่บุญของเขา ทั้งหมดนี่มันก็แค่ฟุตบอลสไตล์ผู้ดีน่ะ ไม่เกี่ยวหรอกว่าคุณจะใส่รองเท้าอะไร…

คุณต้องเห็นด้วยกับผมแน่ หากผมบอกว่าเรามักจะเห็นโพสต์ในโซเชี่ยล มีเดีย ย้อนระลึกถึงสตั๊ดไนกี้ R9 ของ”เจ้าโล้นทองคำ” โรนัลโด้ที่ใช้สวมลงแข่นขันฟุตบอลโลกปี 1998 อยู่เสมอ ผมไม่เถียงนะว่ามันคือรองเท้าระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องจริงๆ แต่ก็ยังมีอีกหลายคู่หลายตัวที่ถูกมองข้าม และไม่ถูกพูดถึงเท่าที่ควรทั้งๆที่บางคู่นั้นเรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

ยกตัวอย่าง ไนกี้ CTR360s ที่ถูกเนรมิตออกมาให้ได้สัมผัสและจับจองกันในช่วงใกล้ๆบอลโลกปี 2010 มันให้ความรู้สึกที่เล็กกระชับกว้ารองเท้าทั่วไป อีกทั้งยังช่วยดึงพรสวรรค์การคอนโทรลเกมของบรรดามิดฟิลด์ออกมาได้ดีอีกด้วย

ผู้เล่นอย่าง อิเนสต้า ,เชสก์ ฟาเบรกาส และแจ็ค วิลเชียร์ ก็ไม่ได้พลาดแฟชั่นนี้ พวกเขาเลือก ซีทีอาร์ 360 ขึ้นมาเป็นอาวุธเคียงกาย อีกทั้งเทคโนโลยีแห่งการคอนโทรลบอลของไนกี้นี้ยังถูก “ซิฟิเว่ ชาบาลาล่า” นำไปซัดเป็นประตูเปิดในฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้อีกด้วย หากจำกันได้ก็ที่เหล่านักเตะแห่งแดนซาฟารี มาฉลองประตูด้วยท่าเต้นท้องถิ่นนั้นแหละ

รองเท้าถูกแบ่งออกเป็นสองครึ่ง ข้างหน้าสีหนึ่งและข้างหลังอีกสีหนึ่ง พร้อมด้วยจุดขายของมันอย่างแผ่นสัมผัสพิเศษตรงข้างเท้าด้านใน ที่ยอดเพลเมเกอร์ของยุโรปพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือความลับแห่งคิลเลอร์ พาสของพวกเขา

ไนกี้นำไปขนาดนี้ แบรนด์อื่นก็ไม่ได้อยู่นิ่ง โดยเฉพาะพูม่าติดจรวดมาแรงในปีฟุตบอลโลก 2014 เมื่อพวกเขาจัดการให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ,อองตวน กรีซมันน์ ,ยาย่า ตูเร่ สวมสตั๊ดดีไซน์โฉบเฉี่ยวสีแดงเชอร์รี่ที่เท้าขวาและสีฟ้าสดที่เท้าซ้าย ต้องยอมรับว่ามันสร้างความฮือฮาได้มากจริงๆ กับรองเท้าสตั๊ดหนึ่งข้างละสีแบบนี้

ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะได้แรงบันดาลใจมาจาก เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ ฟูลแบ็คจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่เคยสวมใส่รองเท้าข้างละสีแบบนี้มาแล้วหลายปีเพราะความชื่นชอบ ไม่ใช่เพราะสปอนเซอร์บังคับแต่อย่างใด

“ผมขอเป็นอิสระดีกว่าขายตัวเองให้สปอนเซอร์” – อัสซู-เอก็อตโต้ กล่าว

“พูดกันตามตรงนะ ในฐานะนักเตะแอฟริกา การมีสปอนเซอร์มันไม่ได้ยั่วยวนใจอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนยุโรป แน่นอนมันดีกว่า เพราะธุรกิจนั้นดำเนินการกันที่นั่น ผมซื้อรองเท้าสตั๊ด 30 แค่ยูโรเท่านั้น ถือว่าเหมาะสมนะสำหรับรองเท้าที่ใส่สบายคู่หนึ่ง คุณสามารถหาซื้อได้ในอีเบย์ ซึ่งไม่แพงเลย การจะตามแฟชั่นมันใช้เงินเยอะ แต่ผมคิดว่าคุณจะโดดเด่นกว่านะหากยึดความวินเทจเอาไว้”

พูม่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่จารึกประวัติศาสต์สำคัญไว้ในโลกลูกหนัง เปเล่คว้าแชมป์โลกกับมัน..มาราโดน่าก็เช่นกัน สำหรับโยฮาน ครัฟฟ์แม้จะไม่ได้มีถ้วยใบใหญ่นี้ติดมือ แต่เขาก็ได้สร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นในโลกฟุตบอลอย่างการสร้างลีลาในสนามที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจากรองเท้าของพูม่า อย่าง “โยฮาน ครัฟฟ์ เทิร์น” … ยูเซบิโอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ของแบรนด์จากเยอรมันรายนี้ เมื่อเจ้าตัวถล่มประตูอย่างถล่มทลายให้กับเบนฟิก้าและทีมชาติโปรตุเกส แม้ว่าอดิดาสและไนกี้จะยึดครองเป็นมหาอำนาจยิ่งใหญ่ในสงครามรองเท้าสตั๊ดไปแล้ว แต่พูม่าเป็นก็ยังเปี่ยมไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจดจำ และนี่คือหนึ่งเหตุผลที่ชาวแมนเชสเตอร์ จดจำวันที่ 13 พฤษภาคมได้อย่างขึ้นใจ

คงต้องดักอายุกันสักหน่อย หากจะหาใครสักคนที่รู้ว่า มาร์โก้ ฟาน บาสเท่นสวมรองเท้าอะไรในวันที่เจ้าตัวสตั๊นสหภาพ โซเวียตด้วยลูกวอลเล่ในยูโรปี 88..

คำตอบคือ..แบรนด์ “เดียร์โดร่า”

ในยุคก่อนหน้านี้ต้องบอกเลยว่าแบรนด์จากอิตาลีรายนี้ นั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก นักเตะอย่างจอร์จ เวอาห์,ซิโก้,รอย คีน,แกร์รี่ เนวิลล์,และฟิล เนวิลล์ ต่างลงไปโชว์ความแข็งแกร่งของพวกเขาด้วยสตั๊ดจาก “เดียร์โดร่า” ส่วนไฮไลท์คงอยู่ที่ “ฟรานเซสโก้ ต็อตติ” กับรองเท้า”เดียร์โดร่า” สีทองคู่เด่นเมื่อปี 2006 ที่ช่วยส่งให้เขาทำเควสใหญ่ อย่างการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกลับแดนมะกะโรนีได้สำเร็จ

ดูแล้วสีทองน่าจะเป็นสีที่นำมาแต่งเติมเป็นความลงตัวให้รองเท้าได้ยากที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะยื่นรองเท้าสีทองให้ใครใส่ก็ได้ ไนกี้ เทมโป้สีขาวทองที่โรนัลดินโญ่ใช้สวมใส่ลากเลื้อยโชว์ลีลาแซมบ้าดูจะเหมาะกับเขามากกว่านักฟุตบอลคนไหนก็ตามในโลกทั้งอดีตหรือแม้ยันปัจจุบัน

สำหรับสตาร์ที่ขึ้นชื่อว่าฝีเท้านั้นเก่งเกินมนุษย์โลกอย่างลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นที่สนใจไม่น้อยกับอาวุธข้างกายที่เขาเลือกสรรค์มาเพิ่มศักยภาพและความอันตรายให้กับตัวเอง ดาวเตะจากทัพต่างดาวใส่รองเท้าอดิดาสของตัวเขาเองมาเป็นเวลาหลายปี เริ่มจากคู่แรกที่มาด้วยสีขาวทองอันเตะตา และกล้าพูดเลยว่าเมสซี่นั้นเก็บมาแทบจะทุกสีแล้วนับตั้งแต่นั้นมา

ในอีกฝั่งหนึ่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ได้ทำให้ไนกี้ที่มากับแบรนด์ดังอย่าง CR7 โด่งดังเป็นพลุแตกในด้านของรองเท้าจอมถล่มประตู นอกจากนี้ก็ยังมีเนย์มาร์ที่เป็นอีกหนึ่งนักเตะไม่กี่คนที่ได้รับเกียรติสวมสตั๊ดที่ถูกสร้างขึ้นมาให้พวกเขาโดยเฉพาะ

แต่หากจะให้พูดถึงความผูกพันธ์ที่มีต่อรองเท้า เห็นจะไม่มีใครเกินหน้าเกินตา โทนี่ โครส ห้องเครื่องคราบคุณชายจากเรอัล มาดริด ที่ไม่ได้หลงไหลกับความแปลกใหม่เหมือนคนอื่น หัวใจของโครสมีเจ้าของและไม่มีที่ว่างให้อย่างอื่นอีกแล้ว หลังอดิดาสปล่อย ตัว 11โปร สีขาวฟ้าออกมาให้มิดฟิลด์เมืองเบียร์โดยเฉพาะเมื่อปี 2013 กลายเป็นรองเท้าคู่บุญที่ช่วยให้เจ้าตัวประดับเกียรติยศตัวเองด้วยแชมป์ฟุตบอลโลกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 3 สมัย และโครสก็ยังคงใส่ตัว 11 โปรนี้อยู่ ไม่เปลี่ยนตั้งแต่สมัยอยู่บาเยิร์น มิวนิคยันปัจจุบัน ลองนับดูสิว่ากี่ปีแล้ว..?

“รองเท้าสตั๊ดของผมคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อผมก้าวเท้าลงสนาม” โครส กล่าว

“ผมถือเคล็ดเล็กน้อย ที่ต้องลงเล่นด้วยรองเท้าสีขาวเท่านั้นน่ะ แต่เศษดิ้นเล็กๆมาเลอะมันก็กวนใจผมมากแล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงดูแลความสะอาดของรองเท้าด้วยตัวเอง”

“เมื่อผมก้มหน้ามองลงที่พื้น หลายคนมักคิดว่าผมทำของมีค่าหายหรือเปล่า แต่แท้จริงแล้ว ผมแค่อยากเห็นรองเท้าที่ขาวสะอาดของตัวเอง เพราะไม่งั้นผมจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อไม่ได้มอง”

ยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่มักจะถนอมรองเท้าของพวกเขาหลังผ่านเหตุการณ์สำคัญ อาทิเช่นการทำประตูชัยในฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ ใช่แล้วเรากำลังพูดถึงไนกี้ มาร์จิสต้าของมาริโอ เกิร์ทเซ่ จากฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล อดีตแข้งจากบาเยิร์น มิวนิคไม่ได้สวมมันอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา

ทว่าเกิร์ทเซ่กลับเลือกที่จะเปิดประมูลข้างซ้ายของรองเท้าคู่นี้ ข้างที่เขาใช้ยิงสวนตัวโรเมโร่ เพื่อสมทบทุนบริจาคให้แก่การกุศล เบ็ดเสร็จเป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านยูโร

“ผมไม่เคยซักมันเลย “เกิร์ทเซ่ กล่าวเมื่อปี 2014

“มันยังคงอยู่ในสภาพเดิมกับเมื่อตอนที่ผมเอามันออกมาจากสนามที่ริโอเด๊ะเลย หญ้ายังติดอยู่เลย ผมไม่เคยสวมมันหลังจบเกมนัดชิง และเก็บไว้อย่างปลอดภัยในบ้านของผมเอง”

ในแง่ความสำคัญเรื่องเครื่องแต่งกายของนักเตะ รองเท้าสตั๊ดแน่นอนจะต้องมาเป็นอันดับ 1 เพราะมันมีผลต่อฟอร์มการเล่นโดยตรง รองเท้านี้เชปหรือรูปทรงที่ผลิตออกมาเหมาะกับเท้าคนนั้นคนนี้ไม่เหมือนกัน มันคือสิ่งที่อยู่คู่กับความทรงจำของพวกเรามาโดยตลอดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนอยากมีสตั๊ดคู่ใจสักคู่ด้วยกันทั้งนั้น บางคนรักตัวที่ใส่อยู่ไม่อยากเปลี่ยน บางคนสะสม มันต้องมีเหตุผลแน่ๆว่าทำไมนักฟุตบอลเลิกเล่นถึงต้องบอกว่าแขวนสตั๊ด หรือเคยเห็นใครประกาศแขวนเสื้อ กางเกง ถุงเท้าหรือสนับแข้งหรือเปล่าละ?

แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมาก รองเท้าออกคอลเลคชั่นใหม่มาให้เป็นเจ้าของกันอยู่ตลอด แต่ก็ยังมีสตาร์นักฟุตบอลดังๆบางคนเริ่มหาโอกาสในการหวนหลับไปใส่สตั๊ดรุ่นเก่าในวันวาน อย่างเช่นรูนี่ย์เองที่เคยสวมเจ้า T90 ลงมาซ้อมและลงเล่นกับเอฟเวอร์ตันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่มิชี่ บัตชูอายี่ก็ย้อนยุคใส่เจ้าตัว อดิดาส F50 สีเขียวดำ ลงมายิงประตูท้ายเกมดับอาแจ็กซ์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก

น่าเสียดายเหลือเกินที่เราไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มากนัก เนื่องจากใครๆก็อยากอัพเดทเทรนด์ให้ทันกับกระแส เราอยู่ในยุคที่ฟุตบอลอาศัยความโดดเด่นในเรื่องของภาพลักษณ์ไม่แพ้ประสิทธิภาพในสนาม อาดิดาส โคปา มุนไดอัลสีดำมันตกยุคแล้ว ทุกคนก้าวสู่ยุคใหม่ แต่ถ้าจะให้พูดตามตรงอย่างน้อยถ้าผมเห็นเซ็นเตอร์แบ็คแชมเปี้ยนส์ ชิพ สักคนยอมใส่มัน มันก็คงทำให้ผมยิ้มได้เหมือนกันนะ…

แล้วคุณละ? มีสตั๊ดตัวไหนในความทรงจำกันบ้าง?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง :

อ่านรายละเอียดต่อ :

คาสิโนออนไลน์ จีคลับ ถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา genting royal1688 holiday-palace
ท่านจะได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์
หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวมค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน goldenslot รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลก ท่านสามารถลุ้นได้กำไรหลายเท่าของเงินที่เดิมพัน คือการทายว่าลูกบอลจะกลิ้งไปตกที่หลุมได้ หรือทายง่ายๆ
ว่าจะออกเลขคู่หรือเลขคี่และการเดิมพันง่ายๆ อีกหลายแบบ ทำให้ รูเล็ตออนไลน์ ใน Gclub royal เป็นที่นิยมไม่แพ้เกมส์อื่นเลยทีเดียว สล็อตจีคลับ สล็อตมือถือ
ไฮโลออนไลน์ เป็นเกมส์ทายลูกเต๋า3 ลูก ที่บ้านเราคุ้นเคย ท่านสามารถวางเดิมพันที่เลขได้เลย ท่านจะได้รางวัลที่สูงมาก
แต่หากท่านอยากเดิมพันอย่างง่าย ได้ชัวร์ๆ ก็สามารถทาย แค่แต้มรวมออกมา สูงหรือต่ำ ก็ได้ เป็นเกมส์ที่นิยมมากอีกเกมส์หนึ่งเช่นเดียวกัน gclub
กำถั่วออนไลน์ อีกเกมส์ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน คือ ทางดิลเลอร์จะทำการคัดเมล็ดถั่วออกจากถ้วยที่คว่ำอยู่ เรื่อยๆ โดยให้ทายจำนวนถั่วที่เหลืออยู่ในกอง สามรถเล่นเดิมพันได้หลากหลายเช่นกัน จีคลับ
น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ ใน gclub royal เป็นเกมส์ที่วัยรุ่นนิยมเล่นกันมาก รูปแบบเกมส์จะคล้ายกับไฮโล แต่เปลี่ยนจากแต้มลูกเต๋า เป็นรูปภาพสัตว์ต่างๆ การเดิมพันทุกอย่างคล้างไฮโลเลย ปั่นสล็อตบา คา ร่า บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย Gclub royal มีการเล่นที่ท่านคุ้นเคย คือคล้ายป๊อก9 แต่มีกติกาที่รวบรัดกว่า
จึงพิ่มความตื่นเต้นยิ่งขึ้นรวมทั้งยังมีให้เลือกเล่นหลายโต๊ะ เกมส์ไพ่อย่าง บาคาร่าจีคลับ บาคาร่าgoldenslot บาคา

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือ