10 แข้งซุปตาร์ที่ เรอัล มาดริด ซื้อมาแล้วดับเป็นดาวค้างฟ้า(ไม่เจ็บก็ฟอร์มตก)

มัตเตโอ โควาซิช (ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ปี 2015, ค่าตัว 29 ล้านยูโร )

Mateo Kovacic

บางทีอาซาร์อาจจะได้ฟังคำเตือนจากปากของเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างมัตเตโอ โควาซิช ในเรื่องการย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แล้ว โควาซิชย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ทำให้เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ต้องกลายเป็นเพียงตัวสำรองของทัพสิงห์บลูส์

โควาซิชย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปอยู่กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 29 ล้านยูโร โดยในช่วงแรก กองกลางชาวโครแอตได้ลงสนามให้กับเรอัล มาดริด ในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ อยู่บ้าง แม้จะต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต่างไปอยู่ตลอด แต่เมื่อซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีม แผงกลางตัวจริงของโลส บลังโกส ก็ถูกลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และคาเซมิโร่ยึดไปอย่างถาวร และนั่นก็มิดฟิลด์วัย 24 ปี แทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลย และกับทีมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน โควาซิชเป็นได้เพียงตัวเลือกรองของโมดริช, อิวาน ราคิติช และมิลาน บาเดลจ์

อดีตกองกลางของงูใหญ่รายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด 37 เกมจาก 3 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้จะย้ายมาเล่นกับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว

ไมเคิล โอเว่น (ย้ายจากลิเวอร์พูล ปี 2004, ค่าตัว 12 ล้านยูโร บวกกับอันโตนิโอ นูเญส)

Michael Owen

โอเว่นถือเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล เขาพังประตูได้ 16-19 ลูกในลีก ตลอด 6 จาก 7 ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับทีมทั้งซีซั่น แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าแชมป์ลีกได้แม้แต่หนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2004 ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ หากเทียบกับฝีเท้าของ ‘เบบี้โกล’ ในตอนนั้น

ในวัย 24 ปี โอเว่นทำประตูไปแล้ว 142 ลูก ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร จาก 7 ฤดูกาลที่ลงเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่การย้ายมาเล่นที่สเปนก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริด จนแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค เจ้าตัวทำประตูได้เพียง 64 ลูกเท่านั้น

ในตอนอยู่ที่แอนฟิลด์ โอเว่นมีเอมิล เฮสกีย์. มิลาน บารอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เป็นคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่เมื่อย้ายมาเล่นในเมืองหลวงของสเปน เจ้าตัวต้องแย่งชิงตำแหน่งกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่างราอูล กอนซาเลซ และโรนัลโด้ เจ้าเบบี้โกลอาจจะทำผลงานได้ไม่เลว หากมองจากการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทัพราชันชุดขาวทุกรายการเพียง 26 นัด แต่ทำประตูได้ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2002 ได้อยู่กับทัพโลส บลังโกส แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 ราชันชุดขาวก็ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวโรบินโญ่มา และโอเว่นก็ต้องหลีกทางด้วยการย้ายไปนิวคาสเซิล

นิโคลาส์ อเนลก้า (ย้ายจากอาร์เซนอล ปี 1999, ค่าตัว 35 ล้านยูโร)

Nicolas Anelka

ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจร อเนลก้าก็เคยอยู่กับเรอัล มาดริด มาก่อน โดยเจ้าตัวเซ็นสัญญากับโลส บลังโกส ในปี 1999 หลังจากมี 2 ฤดูกาลก่อนหน้าที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล ดาวยิงเฟรนซ์แมนรายนี้รวดเร็วและทรงพลัง แต่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ควบคุมยากคนหนึ่ง อเนลก้าทำประตูในเกมเอล กลาซิโก้ ที่ต้นสังกัดของตัวเองเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้ 3-0 รวมถึงการทำประตูในเกมรอบตัดเชือกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองนัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของดาวยิงจอมพเนจรรายนี้กับเรอัล มาดริด ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ดีนัก อเนลก้ามีปัญหากับบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือของราชันชุดขาวในตอนนั้น และเจ้าตัวก็โดนโทษแบนจากทีมไป 45 วัน และภายหลังบรรดานักเตะของเรอัล มาดริด ก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยชอบกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสนัก เพราะอเนลก้าพยายามมาแทนที่ของราอูล กอนซาเลซ

หลังจากลงเล่นให้กับทีมดังจากเมืองหลวงของสเปนแค่ปีเดียว (และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้) อเนลก้าก็ย้ายกลับไปอยู่กับเปแอสเช สโมสรแรกที่จะตัวลงเล่นเป็นนักเตะอาชีพ และที่นั่นอดีตดาวยิงของอาร์เซนอลก็มีปัญหาทะเลากับหลุยส์ แฟร์นองเดซ กุนซือของเปแอสเชในตอนนั้น และเมื่อออกจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส อเนลก้าก็ไปลงเล่นให้กับสโมสรอีก 9 แห่ง และตลอด 15 ปี ในเส้นทางนักฟุตบอล อเนลก้าก็ผ่านการค้าแข้งกับทีมถึง 12 ทีม

อันโตนิโอ คาสซาโน่ (ย้ายจากโรม่า ปี 2006, ค่าตัว 5 ล้านยูโร)

Antonio Cassano

นับตั้งแต่ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด คาสซาโน่ก็ได้ลงสนามให้เรอัล มาดริด เพียง 29 เกม และทำประตูได้แค่ 4 ลูก ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลียังเคยโดนโทษแบนจากสโมสรในข้อหาไม่ให้ความเคารพต่อฟาบิโอ คาเปลโล่  กุนซือของทีม ณ ขณะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เขาออกมาประกาศว่าอยากย้ายกับไปอยู่กับโรม่า ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ ‘ปีเตอร์แพน’ พลาดการย้ายกลับไปที่เมืองหลวงของอิตาลี และต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยสัญญายืมตัวแทน

ดูเหมือนว่าการไปเรอัล มาดริด ของคาสซาโน่ จะไม่ทำให้ใครมีความสุขเลย อ่อ แต่อาจจะยกเว้นพนักงานโรงแรมไว้คนหนึ่งนัก เพราะดูเหมือนเขาจะได้ทิปจากดาวยิงรายนี้มากพอควร

“ที่มาดริด ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นบริกรในโรงแรม” คาสซาโน่อธิบายในหนังสือชีวประวัติของเขาที่มีชื่อว่า Telling Everything “เขามีหน้าที่นำขนมอบต่างๆ มาให้ผมสัก 3-4 ชิ้น หลังผมเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์ เขาจะเอาขนมมาให้ผม และผมก็เอาผู้หญิงให้เขาไป มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เขาได้ผู้หญิงไป ส่วนผมได้ขนมมา มันเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

ดานิโล่ (ย้ายจากปอร์โต้ ปี 2015, ค่าตัว 31.5 ล้านยูโร)

Danilo

ฟูลแบ็คชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจากปอร์โต้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่ดีพอจะเบียดดานี่ คาร์วาฮาล เป็นตัวจริงได้เลย หากแบ็คขวาทีมชาติสเปนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดานิโล่เองก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่แย่นักในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อเขาเองสามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทีมได้ 2 สมัย

ดานิโล่ได้ออกมาเผยว่า เขาไม่สามารถจัดการให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวากับเรอัล มาดริด ได้  แต่ก็ยอมรับด้วยว่าคิดถึงช่วงเวลาในเมืองหลวงของสเปน “ผมมี 2 ปีที่มหัศจรรย์ แลละคว้าชัยชนะในรายการสำคัญๆ ได้ และผู้คนที่นั่นก็ดูแลผมได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตคุณต้องก้าวต่อไป” แบ็คขวาวัย 27 ปี อธิบาย

ในปี 2017 ดานิโล่ย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเป็นตัวสำรองของไคล์ วอล์คเกอร์ กับเบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

ดีดี้ (ย้ายจากโบตาโฟโก ปี 1959)

Didi

แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้ายมือ

ดีดี้เป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1958 โดยเขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1959 ดาวเตะรายนี้มีพร้อมทั้งความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมการเล่นในแผงกลางของทีมได้ และทุกๆ อย่างในทีมที่เจ้าตัวเล่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ที่เรอัล มาดริด พวกเขามีนักเตะอย่างอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ อยู่แล้ว ซึ่งตำนานดาวยิงของราชันชุดขาวก็ไม่พอใจนักที่ดีดี้เข้ามาในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแฟนบอล และยังถูกมองเป็นตัวแทนของเขาอีกด้วย นอกจากนี้ทัพราชันชุดขาวยังมีนักเตะอย่างเฟเรนช์ ปุสกัส และเรย์มงด์ โกปา อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ดีดี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นที่รวดเร็วในลีกสเปนได้ และทีมๆ นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีดิ สเตฟาโน่ เป็นศูนย์กลาง สาเหตุทั้งหมดทำให้ดีดี้ถูกปล่อยตัวให้บาเลนเซียยืม ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับโบตาโฟโกเมื่อจบฤดูกาล

ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดจะทำให้ดีดี้เกลียดฟุตบอลที่สเปนพอสมควร เขาออกมาอธิบายว่า “ความฉลาดของคน และความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราสามารถแบ่งแยกตัวเองออกจากการเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงดูความสามารถของนักฟุตบอลจากเรื่องสรีระทางกายเพียงเรื่องเดียวล่ะ” ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลอธิบาย

ดูเหมือนว่าดีดี้นี่แหละที่เป็นผู้ชนะในศึกระหว่างเขากับดิ สเตฟาโน่ เพราะดาวเตะรายนี้สามารถพาบราซิลคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 1962 ส่วน ดิ สเตฟาโน่ เหรอ ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกในปี 1954 และ 1958 ทว่าในปี 1962 ตำนานกองหน้าของเรอัล มาดริด โอนสัญชาติมาเล่นให้สเปน และช่วยให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี เพราะตัวเองดันมาได้รับบาดเจ็บจนต้องชวดการลงเล่นไป และเรื่องนี้ก็คงทำให้ดีดี้สะใจอยู่บ้าง

โจนาธาน วูดเกต (ย้ายจากนิวคาสเซิล ปี 2004, ค่าตัว 20 ล้านยูโร)

Jonathan Woodgate

วูดเกตเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวในตอนเริ่มต้นอาชีพนักเตะ เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 เขาลงเล่นให้กับลีดส์ และเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับริโอ เฟอร์ดินานด์ และลูคัส ราเดเบ้ เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2003 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานในเกมสโมสรยุโรปได้ดีมาก  จนทำให้เรอัล มาดริด มารับตัวไปอยู่ที่สเปนในฤดูกาลถัดมา

แม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่วูดเกตก็ถือเป็นนักเตะจอมเจ็บคนหนึ่ง เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด แค่เพียง 9 เกมเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลแรกกับราชันชุดขาว เกมแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในเสื้อสีขาวคือเกมที่เจอกับแอธเลติก บิลเบา ในเดือนกันยายน 2005 ซึ่งปรากฏว่าเกมนั้นเจ้าตัวส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูก และยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกด้วย

วูดเกตถูกปล่อยยืมตัวให้มิดเดิลสโบรช์ในปี 2006 ก่อนจะถูกขายขาดด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ในปีถัดมา นอกจากนี้ วูดเกตได้รับการโหวตจากผู้อ่านมาร์ก้า สื่อเจ้าดังของสเปนในปี 2007 ให้เป็นการซื้อตัวนักฟุตบอลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบศตวรรษอีกด้วย

กาก้า (ย้ายจากเอซี มิลาน ปี 2009, ค่าตัว 67 ล้านยูโร)

Kaka

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินจำนวน 67 ล้านยูโร ให้กับเอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลาดังกล่าว เพื่อดึงตัวกาก้าให้มาอยู่ที่เบร์นาบิว ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีคของตัวเอง และยังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก, รางวัลนักเตะแห่งปี รวมถึงบัลลงดอร์มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เทพบุตรลูกหนังรายนี้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และเขาก็มีโอกาสลงสนามน้อยมาก จนไม่สามารถช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นอกจากนี้กาก้ายังเคยบาดเจ็บยาวถึง 8 เดือน ในปี 2010 ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวไม่เคยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย และการมาของเมซุต โอซิล ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

กาก้านั่นเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นเหมือนต้นแบบให้กับหลายๆ คนที่เอซี มิลาน แต่กับเรอัล มาดริด เขาเป็นเพียงนักเตะชื่อดังอีกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของทีม และต้องเผชิญกับความยากลำบากในการโน้มน้าวให้โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโลส บลังโกส ในเวลานั้น เชื่อว่าตัวเองฟิตสมบูรณ์พอจะลงสนามได้ ที่สุดแล้วดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ต้องย้ายกลับไปเอซี มิลาน ในปี 2013 ทำไป 29 ประตู จากการลงเล่นไป 120 เกม และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับ โคปา เดล เรย์ อย่างละสมัย อย่างไรก็ตาม กองกลางตัวรุกรายนี้ไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่แฟนบอลของเรอัล มาดริด คาดหวังไว้ได้เลย

อักเน่ ซิมอนส์สัน (ย้ายจากออกริเต้ ปี 1960)

Agne Simonsson

ตำนานกองหน้าของทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลกปี 1958 รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ถูกดิ สเตฟาโน่ บดบังรัศมี ซิมอนส์สันย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1960 โดยเจ้าตัวรับบทศูนย์หน้า ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีอายุมากขึ้น (34 ปีในตอนนั้น) ถูกขยับไปเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ดิ สเตฟาโน่ก็ยังมองตัวเองเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดด้วย และเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจแผนการเล่นเลย เขาชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า และมันก็ไปทับกับตำแหน่งของซิมอนส์สัน ที่สุดแล้วดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ได้โอกาสลงเล่นให้เรอัล มาดริด เพียง 3 เกม ก่อนจะถูกปล่อยให้เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งาน และในปี 1963 ซิมอนสส์สันก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมแรกในอาชีพนักฟุตบอลอย่างออกริเต้

วอลเตอร์ ซามูเอล (ย้ายจากโรม่า ปี 2004, ค่าตัว 25 ล้านยูโร)

Walter Samuel

ตลอดอาชีพการค้าแข้งในอาร์เจนติน่าและอิตาลี ซามูเอลถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะ วอลล์ (The Wall)’ จากสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งผ่านเขาได้ยากมาก เหมือนกับถูกกำแพงขวางอยู่

แต่ในฤดูกาล 2004/05 ที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ที่สเปน ซามูเอลทำผลงานได้ไม่ดีเสียเลย และพลพรรคโลส บลังโกส ก็จบเพียงอันดับสองในลา ลีก้า ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาพลาดท่าตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว ซามูเอลก็ย้ายกลับมาเล่นที่อิตาลีทันที โดยเขาลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และปราการหลังเลือดฟ้าขาวรายนี้ก็เรียกฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง เจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกับมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสุดแกร่งอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริค วิเอร่า และติอาโก้ ม็อตต้า รวมไปถึงการขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คชั้นยอดอย่างฮาเวียร์ ซาเน็ตติ และคริสเตียน คิวู แม้ตอนเล่นกับเรอัล มาดริด ‘เดอะ วอลล์’ จะได้เล่นร่วมกับมิเชล ซัลกาโด้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่พวกเขาก็เติมเกิมสูงราวกับเล่นเป็นปีก ขณะที่มิดฟิลด์ที่คอยเก็บกวาดแนวรุกคู่แข่งอยู่หน้าเขาก็คือโธมัส กราเวอเซ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซามูเอลถึงฟอร์มตกระหว่างการรับใช้ราชันชุดขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online