เริ่มต้นได้ดีแล้วปลายล่ะ!! 10 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีก ของครึ่งฤดูกาลแรก

อันดับ 1 : เอเดน อาซาร์ (เชลซี)

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาซาร์มักจะทำผลงานได้ดีหลังเชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีม ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของปีกทีมชาติเบลเยี่ยมจะสัมพันธ์กับฟอร์มการเล่นของสโมสร ซึ่งเชลซีมักจะเป็นสโมสรที่มักจะประสบความสำเร็จในช่วงแรกของกุนซือคนใหม่ ก่อนจะค่อยๆ ทำผลงานดรอปลง เนื่องจากการขาดความสดใหม่ในทีม ฉะนั้นแล้วงานหลักของซาร์รี่คือการทำให้เชลซีทำผลงานให้ดีเข้าไว้ เพราะนั้นจะส่งผลให้อาซาร์มีผลงานที่ดีตามไปด้วย

ดูเหมือนว่าซาร์รี่เองก็มีแผนในการรับมือกับเรื่องนี้ เขาพยายามทำให้อาซาร์มีความสุข และนั่นก็พอจะช่วยยับยั้งไม่ให้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมย้ายไปเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นสโมสรในฝันของเขาได้ อดีตกุนซือของนาโปลีวางให้อาซาร์อยู่ใกล้พื้นที่สุดท้ายโดยไม่ต้องลงมาช่วยเกมรับมากนัก และยังพยายามให้อดีตดาวเตะลีลล์หุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กุนซือจอมสูบบุหรี่ยังออกมายกย่องยอดแข้งวัย 27 ปี รายนี้ว่า สามารถทำประตูได้ถึง 35 ลูก ในฤดูกาลนี้

และแผนของซาร์รี่ก็กำลังเป็นไปได้สวยเลยทีเดียว อาซาร์ขึ้นเป็นดาวซัลโว่ร่วมของลีกด้วยการทำไป 7 ประตู ทั้งที่ลงเล่นไปเพียง 667 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยการได้ง้างเท้ายิงทุกๆ 24 นาที  รวมถึงยังมีสถิติการได้จับบอลในกรอบเขตโทษมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย บางทีอาซาร์อาจจะกลายเป็นดรีส เมอร์เทนส์ คนใหม่ สำหรับซาร์รี่ก็ได้

อันดับ 2 : อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หลายคนจะมองว่าฟอร์มการเล่นอันโดเด่นของแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นเพราะเกมรุกของพวกเขา ทัพเรือใบสีฟ้ามีนักเตะแนวรุกหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงพีค พวกเขามีการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ และสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

แต่ในตอนนี้ หากจะถามว่าใครโดดเด่นที่สุดในทัพเรือใบสีฟ้า เราก็ขอเลือกลาปอร์ต เพราะเจ้าตัวได้ลงเล่นครบทุกนาทีในลีกฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่เป๊ป มักจะหมุนเวียนผู้เล่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะเซนเตอร์แบ็คที่มีตัวเลือกชั้นดีมากมาย แต่ลาปอร์ตกลับเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนเดียวที่ได้ลงเล่นครบทุกเกม และทุกนาทีในลีกซีซั่นนี้ รวมไปถึงในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ในฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ยังมีจุดอ่อนในแนวรับอยู่ ลูกทีมของกวาร์ดิโอล่ามักจะเจอปัญหายามที่เจอกับทีมที่มีเล่นเกมสวนกลับได้ดีและมีเกมรุกเฉียบขาด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ซึ่งต้องขอบคุณความเยือกเย็นของลาปอร์ต นับตั้งแต่ปราการหลังชาวฝรั่งเศสย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกให้เดอะ ซิติเซ่น ไปแล้ว 19  เกม และจาก 19 เกมที่กองหลังวัย 24 ปีลงสนามเป็นตัวจริง ทีมสามารถคว้าชัยได้ถึง 17 เกม เสมออีก 2 เกม และช่วยให้ทีมเสียประตูแค่ 8 ลูกเท่านั้น

อันดับ 3 : ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้)

มีทฤษฎีของแฟนบอลบางกลุ่มระบุว่า ยิ่งซิลบามีอายุมากขึ้น เขาก็ยิ่งเก่งขึ้น และมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้จะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้อดีตกองกลางบาเลนเซียได้รับคำสรรเสริญมากขึ้น นักฟุตบอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะพึ่งพาความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายเพื่อให้ตัวเองทำผลงานได้ดี แต่ซิลบานั้นต่างออกไป เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้ว การควบคุมบอลสำคัญที่สุด  และเขาเน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง

ซิลบาจะมีอายุครบ 33 ปี ในเดือนมกราคมนี้ แต่นี่อาจจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพ เพราะเขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่วิ่งไปทั่วทั้งสนาม หรือใช้ความเร็วเพื่อพาบอลผ่านแนวรับ มิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ใช้เพียงการควบคุมบอลและความสร้างสรรค์ในการเล่น เพื่อควบคุมจังหวะของเกม และควบคุมการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้

แม้รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยนักเตะที่มีความเร็วและมีทักษะการผ่านคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม แต่ซิลบาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองของแฟนบอล การเล่นของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันล้นเหลือ ในฤดูกาลก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนมีปัญหาในเรื่องของครอบครัวจนทำให้เขาพลาดการลงสนามไปหลายเกม ทำให้ฤดูกาลนี้ ซิลบาตั้งเป้าจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม และถ้าเจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พ่วงด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลนี้ มันก็คงจะเป็นการจบฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดสำหรับตัวซิลบา และแฟนบอลของเขา

อันดับ 4 : โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)

การมาของอลิสซอนช่วยกระดับการเล่นเกมรับของลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เวอร์ กิล ฟาน ไดจ์ค ก็ยังตงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำในแผงหลังให้กับทีมได้ดีเช่นเคย แต่หากคุณได้ดูลิเวอร์พูลลงเล่นทุกเกม คุณจะเห็นว่านักเตะเกมรับที่ทำผลงานได้ดีอีกคนของหงส์แดงคือ โจ โกเมซ และเราก็มองว่าเขาคือกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดให้กับทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ในตอนนี้

โกเมซเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชนของชาร์ลตัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่แอนฟิลด์เมื่อปี 2015 ก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงตอนไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษ U-21 จนต้องพักรักษาตัวเป็นปี อย่างไรก็ตาม ปราการหลังดาวรุ่งรายนี้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงพักฟื้น เพื่อหวังจะกลับมาสู่ทีมในฐานะนักเตะที่ดีกว่าเดิม

และคุณก็คงจะรู้แล้วว่ากองหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษพัฒนาขึ้นมาขนาดไหน เรามักจะได้ยินเสียงยกย่องชื่นชมของแฟนบอลที่แอนฟิลด์อยู่บ่อยๆ ในยามที่โกเมซออกวิ่งด้วยความเร็วเพื่อไปเข้าสไลด์ปะทะแนวรุกคู่แข่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ดาวรุ่งวัย 21 ปี ได้เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าสเกาเซอร์แล้ว

อันดับ 5 : อเล็กซองเดร์ ลากาเซตต์ (อาร์เซนอล)

ลากาเซตต์อาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ต้องกังวลเรื่องอนาคตตัวเองกับอาร์เซนอล แม้ทีมจะปล่อยอเล็กซิส ซานเชส ออกไปในเดือนมกราคม แต่ก็มีการนำเข้านักเตะอย่างเฮนริค มคิทาร์ยาน และปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง เข้ามา และนั่นก็ทำให้ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก นอกจากนี้ การได้รับบาดเจ็บริเวณหัวเข่าในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ในทีมของเขาแย่ลงไปอีก

แต่ในยุคของอูไน เอเมรี่ มันต่างไป อดีตหัวหอกของลียงไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่ดูมีความสุขภายใต้การทำทีมของกุนซือชาวสแปนิช แต่ลากาเซตต์เป็นคนที่แสดงให้เราเห็นว่ามีความสุขมากขึ้นชัดเจนที่สุด ในลีกฤดูกาลนี้ เจ้าตัวทำไปแล้ว 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ที่สำคัญคือกองหน้ารายนี้เล่นเข้าขากับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างโอบาเมยองได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรก ทุกคนเป็นกังวลว่าทั้งสองคนจะเล่นร่วมกันได้ไหม แต่ประเด็นนี้ก็ตกลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัว และตลอดเวลา 438 นาทีที่ทั้งสองคนลงสนามพร้อมกัน ทั้งคู่ก็ทำประตูให้ทัพปืนใหญ่ได้ถึง 8 ลูกเลยทีเดียว

อันดับ 6 : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

ไรอัน เฟรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของบอร์นมัธ นำมาปั้น และรีดศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดี จนช่วยให้เดอะ เชอร์รี่ส์ ทำผลงานติดลมบนอยู่ในตอนนี้

สำหรับเฟรเซอร์ เส้นทางนักฟุตบอลของเขานั้นไม่ได้สวยงามนัก ครั้งหนึ่งเขาเคยออกมายอมรับว่า ไม่ได้สนใจสภาพร่างกายตัวเองเลย นับตั้งแต่สามารถเข้าไปเล่นกับทีมชุดแรกของบอร์นมัธได้ จนเอ็ดดี้ ฮาว ต้องออกมาบอกว่า เขาจะไม่ได้ลงเล่นให้สโมสรอีก จนกว่าตัวปีกชาวสก็อตติชจะกลับมาดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

แต่ในตอนนี้เฟรเซอร์เป็นผู้ใหญ่แล้ว และเจ้าตัวก็ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และเริ่มแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของความเป็นนักเตะที่สามารถชี้ขาดเกมได้ ซึ่งเราไม่เคยเห็นจากตัวเขามาก่อนเลย เราคิดว่าปีกทีมชาติสก็อตแลนด์รายนี้ ควรจะดูเอเดน อาซาร์ เป็นแบบอย่างไว้ เพราะพวกเขามีลักษณะการเล่นที่คล้ายกันมาก และอาจจะมากกว่าที่เราคิดไว้ บางทีฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของเฟรเซอร์ก็เป็นได้

อันดับ 7 : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมลิเวอร์พูลที่ยิงประตูตรงกรอบ, สร้างสรรค์โอกาสให้ทีม และเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้มากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกแล้วในฤดูกาลนี้ แม้ปัจจุบันปีกทีมชาติอียิปต์จะยังห่างไกลจากฟอร์มการเล่นในฤดูกาลที่แล้วของตัวเองพอสมควร แต่ตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ทำประตูให้หงส์แดงได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2  หากนับเฉพาะนักเตะที่ยังคงลงเล่นให้กับทีมอยู่

คุณไม่ต้องใช้เวลานานนักหรอกหากจะดูซาลาห์สร้างความแตกต่างในเกม การเล่นด้วยความมั่นใจสูงสุดทำให้นักฟุตบอลสามารถเล่นไปตามสัญชาตญาณตัวเองได้ แต่บางทีผลงานที่ยอดเยี่ยมนั้นก็ทำให้นักเตะขาดความรอบคอบมากขึ้น และตอนนี้ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อนก็คงต้องคิดอะไรให้มากขึ้นว่าจะทำอะไรในแต่ละจังหวะ เพราะตอนนี้ฟอร์มเขายังไม่ได้อยู่ในจุดพีค แถมยังถูกบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกจ้องที่จะรุมกินโต๊ะอยู่ตลอด

แม้จะยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ซาลาห์เองก็ยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ เจ้าตัวเป็นนักเตะ 1 ใน 6 คน ที่สามารถทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง (5 ประตู 3 แอสซิสต์) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ฉะนั้นแล้ว หากปีกวัย 26 ปี กลับมาท็อปฟอร์มได้เมื่อไร บรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกคงได้ปวดหัวหนักแน่

อันดับ 8 : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

นี่คือนักเตะที่ถูกมองว่ามีพัฒนาการมากที่สุดของลีกผู้ดีช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดเฮอร์ตี้เคยถูกปล่อยตัวไปอยู่กับฮิเบอร์เนี่ยนและบิวรี่ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทัพหมาป่าในช่วงที่ทีมตกไปลีก วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดในยุคที่นูโน่เข้ามากุมบังเหียนวูล์ฟส และพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งผลงานของแบ็คขวาจอมบุกรายนี้ก็ยอดเยี่ยมจนแฟนบอลของทีมต้องออกมาแต่เพลงเชียร์ให้กับเขาเลยทีเดียว

วูล์ฟสออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว แม้พวกเขาเพิ่งจะเสียท่าให้กับไบร์ทตัน และวัตฟอร์ด ใน 2 นัดล่าสุด แต่โดเฮอร์ตี้ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ สำหรับวูล์ฟแฮมป์ตัน มีนักเตะเพียงคนเดียวในทีมที่ยิงบอลเข้ากรอบได้มากกว่า และยิงประตูได้มากกว่าแบ็คขวาชาวไอร์แลนด์รายนี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้น ที่สร้างสรรค์โอกาสการทำประตูให้ทีมได้มากกว่าเขา

ในตอนแรก ทุกคนอาจจะแปลกใจที่วูล์ฟสพยายามลงทุนเพื่อดึงนักเตะในตำแหน่งกองหน้าและกองกลางมาร่วมทีม ขณะที่ผู้เล่นเกมรับกับเลือกใช้นักเตะที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในลีกรองอย่างโดเฮอร์ตี้เป็นตัวหลัก แต่มาถึงตอนนี้ แฟนบอลคงจะเลิกสงสัยแล้วว่าทำไม นูโน่ กุนซือของทีมถึงตัดสินใจแบบนั้น

อันดับ 9 : เซร์จิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเห็นอเกวโร่ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอจากระบบการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ เพราะหลายๆ คนมองว่าใครก็ตามที่มาเล่นเป็นกองหน้าให้เรือใบสีฟ้า ย่อมทำประตูได้มากมายและประสบความสำเร็จในอาชีพแน่นอน ฉะนั้นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ‘เอล กุน’ จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในตอนนี้ เขาถือเป็นนักเตะที่มีโอกาสจบสกอร์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำประตูไปแล้ว 6 ลูก แม้อัตราความแม่นยำในการยิงเข้ากรอบกับค่าเฉลี่ยในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของเจ้าตัวจะน้อยกว่าแฮร์รี่ เคน ก็ตาม

แต่ต้องยอมรับว่า ตอนนี้อเกวโร่จะไม่ใช่ตัวจบสกอร์หลักของแมนฯ ซิตี้ เพราะหน้าที่นั้นน่าจะเป็นของราฮีม สเตอร์ลิ่ง มากกว่า ด้วยวัย 20 ปลายๆ ทำให้ศูนย์หน้าเลือดฟ้าขาวต้องปรับบทบาทในการเล่น เพื่อให้ตัวเองสามารถเล่นในระบบที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วางไว้ได้

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ถูกถอยลงมายืนต่ำกว่าเดิม โดยมีหน้าที่หลักคือการดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง และสร้างพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ เจ้าตัวยังต้องตัดสินใจเอาเองว่าจังหวะไหนควรจะเล่นอย่างเห็นแก่ตัว หรือจังหวะนั้นควรจะออกบอลให้เพื่อน และเขาก็ต้องทำมันให้ถูกจังหวะและเวลา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ไม่เชื่อคุณก็ลองดูกาเบรียล เฆซุส ในฤดูกาลนี้สิ ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลเล่นไม่ออก และเพิ่งทำประตูในฤดูกาลนี้ได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กับอเกวโร่แล้ว บทบาทนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย

อันดับ 10 : มาร์กอส อลอนโซ่ (เชลซี)

ในตอนนี้เราก็พอจะเห็นแล้วว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือเป็นคนที่เหมาะสมแล้วในการเข้ามาทำงานกับเชลซีแทน อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งระบบการเล่นของกุนซือสายควันรายนี้ก็อาจจะทำให้อลอนโซ่พบกับความลำบากอยู่บ้าง จากการเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นมาเป็นฟูลแบ็คในระบบแบ็คโฟร์ แทนที่การเล่นเป็นวิงแบ็คในระบบหลังสาม

สำหรับอลอนโซ่แล้ว เขายังคงรับหน้าที่การดูแลเกมรับทางฝั่งซ้ายเหมือนเคย รวมถึงคอยเติมรุกในโอกาสที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันก็น่ากังวลเหมือนกันว่าแบ็คซ้ายทีมชาติสเปนอาจจะทำผลงานติดขัด เนื่องจากต้องเล่นเกมรับมากขึ้นในระบบแบ็คโฟร์ และบางทีเจ้าตัวอาจจะถูกแทนที่จากการนำเข้านักเตะใหม่ของซาร์รี่ได้

แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากังวลก็ไม่เกิดขึ้น เพราะอลอนโซ่ยังคงทำผลงานได้ดีแม้ต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต้องเล่นเกมรับมากขึ้น ขณะที่เกมรุกเขาก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม มีเพียงแค่อาซาร์กับโมราต้าเท่านั้นที่มีโอกาสลองยิงประตูมากกว่าอดีตดาวเตะของฟิออเรนติน่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเราตกยกเครดิตให้เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ยังคงให้อิสระในการเติมเกมรุกแก่แบ็คซ้ายชาวสแปนิชรายนี้เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

10 เจ้าพ่อนักสังหารลูกนิ่งความแม่นยำถึง90%จาก 5 ลีกดังในโลกใบนี้

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยุโรปได้สร้างนักเตะที่เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะมามากมาย ทั้งเดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จูนินโญ่ หรือ โรแบร์โต้ คาร์ลอส และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันซักที ก็คือใครกันคือจอมสังหารลูกนิ่งที่ดีที่สุดในยุโรป?

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับหน้าที่จัดการกับลูกตั้งเตะมักจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กับ 13 ประตูจากลูกฟรีคิก ซึ่งมากกว่าใครใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ตั้งแต่ปี 2015 แต่ขณะเดียวกันซุปตาร์จากบาร์เซโลน่าก็ใช้โอกาสไปมากถึง 134 ครั้งเลยทีเดียว

แล้วผู้เล่นคนไหนล่ะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015  FFT ขอเชิญทุกท่านอ่านต่อได้เลย

1.เอนิส บาร์ดี้ (เลบานเต้)

ยิงฟรีคิก: 25 • เป็นประตู: 6 • โอกาสสำเร็จ: 24%

หลายคนน่าจะค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นชื่อของ บาร์ดี้ เป็นจอมสังหารลูกนิ่งอันดับหนึ่งจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2015 โดยปีกชาวมาซิโดเนีย ทำประตูจากลูกฟรีคิกไป 6 ลูกจาก 25 ครั้งที่เขารับหน้าที่นี้ แม้ว่าเขาพึ่งจะย้ายมาร่วมทีมค้างคาวน้อยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนี่เอง

2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

ยิงฟรีคิก: 23 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 22%

จอมสังหารลูกนิ่งที่แม่นยำที่สุดในยุโรปอันดับสอง และก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แข้งแชมป์โลก อองตวน กรีซมันน์ คนนี้นี่เอง เขาทำประตูจากลูกฟรีคิก 5 ลูกจาก 23 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกยิงที่เขาทำได้ตอนอยู่เลกาเนสด้วย

3.เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 40 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 20%

มือสังหารลูกนิ่งประจำทีมม้าลาย โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 เปาโล ดีบาล่ายิงประตูจากลูกฟรีคิก 8 ประตูเท่ากับ ปานิช เพื่อนร่วมทีมของเขา และตามหลังแค่เมสซี่เท่านั้น ซึ่งดาวเตะอาร์เจนไตน์มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีมากๆเลย

4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

ยิงฟรีคิก: 26 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 19%

แม้โอกาสการยิงลูกนิ่งของเขาจะน้อยลงนับตั้งแต่ย้ายจากลิเวอร์พูลมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 146 ล้านปอนด์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ก็ยังนักเตะที่ทำผลงานได้ดี ยามที่ทีมไม่มีเมสซี่อยู่ในสนาม โดยเขาทำไป 5 ประตูจากลูกฟรีคิกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเขาพึ่งอายุ 26 เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสที่จะยิงเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้

5. marvin plattenhardt

ยิงฟรีคิก: 35 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

ในอดีตมีแบ็คซ้ายมากมายที่พิสูจน์ว่าลูกตั้งเตะคือสิ่งพวกเขาทำได้ดีไม่ต่างจากการเล่นเกมรับเ และ แพลตเทนฮาร์ดท์ก็ทำได้ไม่ต่างกัน โดยกองหลังจากทีมหญิงชรายิงประตูจากลูกนิ่งไป 5 ประตูจากการเล่น 35 ครั้ง

6. นาบีล เฟคีร์ (ลียง)

ยิงฟรีคิก: 36 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

หนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของลียงในฤดูกาลที่แล้ว เฟคีร์เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นรอบด้านและโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งการเตะลูกหนึ่งของเขาก็อันตรายไม่ต่างลูกโอเพ่นเพลย์ปกติเลย

7. มิราเล็ม ปานิช (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 59 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 14%

มีเพียงแค่เมสซี่เท่านั้นที่ยิงประตูจากลูกฟรีคิกมากกว่าเขา นับตั้งแต่สิงหาคมปี 2015 โดยแข้งชาวบอสเนียได้ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับม้าลายในปี 2016 และมีค่าความแม่นยำในการทำประตูจากลูกตั้งเตะถึง 14 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

8.เฟเดริโก้ วิเวียนี (สปาล)

ยิงฟรีคิก: 38 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 13%

แม้จะไม่ได้เป็นกองกลางตัวรุกทั่วไป แต่ดาวเตะหน้าใหม่ของสปาลอย่าง เฟเดริโก้ วิเวียนี ก็พิสูจน์ว่าลูกนิ่งของเขาอันตรายเพียงใด โดยยิงได้ 5 ลูก จากความพยายาม 38 ครั้งในเซเรีย อา ทั้งในสมัยที่อยู่เวโรน่า, โบโลญญ่า และ สปาลในตอนนี้ด้วย

9. เนย์มาร์ (เปแอชเช)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

เนย์มาร์พยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลก เหนือลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ได้ แต่อัตราความแม่นยำจากลูกนิ่ง 11 เปอร์เซนต์ก็ไม่ได้ช่วยให้ดาวเตะแซมบ้าก้าวขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้

10. ซิโมเน่ แวร์ดี้ (นาโปลี)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

ซิโมเน่ แวร์ดี้ อาจจะยังไม่ยิงประตูจากลูกนิ่งเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนาโปลีในซัมเมอร์นี้ แต่ดาวเตะทีมชาติอิตาลีก็ทำได้ดีพอสมควรกับการยิงประตูแบบนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเขายังเคยยิงฟรีคิกด้วยเท้าที่ต่างกันและก็เป็นประตูทั้งสองลูกในเกมเดียวอีกด้วย!

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

กองหน้าผู้อาภัพ : แม้จะยิงเยอะแค่ไหนแต่ก็ไม่วายต้องโดนวิจารณ์อยู่ดี

ว่ากันว่าตำแหน่งการเล่นที่สำคัญที่สุดในการเล่นฟุตบอลก็คือกองหน้า เพราะหากผู้เล่นในตำแหน่งนี้ไร้คุณภาพ ก็ยากที่ทีมจะทำสกอร์ได้ และนั่นก็ส่งผลให้การคว้าชัยชนะเป็นไปได้ยากมาก

ฉะนั้นแล้วแฟนบอลหลายคนจึงมักจะตั้งความหวังไว้กับกองหน้าของทีมรัก หากพวกเขาทำผลงานได้ดี ก็จะได้รับการยกย่องสรรเสริญถึงความยอดเยี่ยม แต่หากวันใดผู้เล่นศูนย์หน้าปืนฝืด หรือเล่นได้ไม่ดี พวกเขาก็จะโดนวิจารณ์หนักกว่าคนอื่นๆ

ทว่ากับดาวยิงบางคน แม้พวกเขาจะมีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่วายถูกแฟนบอลทั้งของทีมตัวเองและคู่แข่งวิจารณ์อยู่เสมอ และนี่ก็คือ 9 ศูนย์หน้าที่มีสถิติการทำประตูยอดเยี่ยม แต่ก็ยังโดนแฟนบอลโจมตีอยู่ตลอด

โรเมลู ลูกากู

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 381

ประตู : 176

ประตูในฤดูกาลนี้ : 4

ลูกากูมีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมให้หลายๆ ทีมที่ลงเล่น มีเพียงตอนเล่นให้เชลซีเท่านั้นที่เจ้าตัวทำประตูไม่ได้เลย แต่นั่นก็เป็นเพราะเข้าแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนาม เขาถือเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการหาวิธีส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูมากที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะช่วงเวลา 4 ฤดูกาลกับเอฟเวอร์ตัน ที่เจ้าตัวทำประตูให้ทีมไปถึง 87 ลูกจากทุกรายการ

ด้วยสัญชาติญาณความเป็นกองหน้าและสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงกองหน้าร่างยักษ์รายนี้มาร่วมทีม และเจ้าตัวก็ทำประตูได้ถึง 27 ลูก ในฤดูกาลแรกกับทัพปีศาจแดง ซึ่งถือว่าดีทีเดียวกับดาวยิงที่ถูกวิจารณ์ว่าขาดความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ลูกากูก็มักจะโดนวิจารณ์อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่เขามีการจับบอลแรกที่ย่ำแย่ และการเคลื่อนที่เพื่อหาตำแหน่งก็ทำได้ไม่ดี ต่างกับดาวยิงคนก่อนๆ ของพลพรรคเรด เดวิลส์ เป็นอย่างมาก

สำหรับหัวหอกวัย 25 ปี รายนี้ ไม่มีใครสงสัยในความสามารถด้านการพังตาข่ายอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าตัวต้องมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ รวมถึงประสานงานกับตัวสนับสนุนเกมรุกอย่างมาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และอเล็กซิส ซานเชส ให้ดีกว่านี้ หากกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมทำได้ เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลต่อตัวเขาก็คงจะหายไปเอง

โอลิวิเยร์ ชิรูด์

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 491

ประตู : 201

ประตูในฤดูกาลนี้ : 0

ชิรูด์ทำประตูในพรีเมียร์ลีกให้กับอาร์เซนอลได้ถึง 73 ลูก จากการเล่น 5 ฤดูกาลครึ่ง แต่สถิตินี้ก็ยังไม่พอที่จะให้เขาได้รับคำชื่นชมจากแฟนบอลหลายๆ คน

เชลซีคว้าตัวหัวหอกหน้าหล่อมาในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็เพิ่งทำประตูได้เพียง 3 ลูกเท่านั้น ในการเล่นกับสิงโตน้ำเงินคราม แม้ดูเหมือนว่าดาวเตะเลือดน้ำหอมจะไม่ใช่ดาวยิงที่ดีพอกับทีมระดับลุ้นแชมป์ แต่ในความเป็นจริงเขาถือเป็นกองหน้าที่ดีทีเดียว ถึงขนาดที่เอเดน อาซาร์ เพื่อนร่วมทีมต้องออกมาบอกว่า ชิรูด์คือกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในโลก

บาส ดอสท์

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 372

ประตู : 196

ประตูในฤดูกาลนี้ : 2

บาส ดอสท์ มีสถิติการพังประตูที่น่าเหลือเชื่อมากๆ กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน เขาทำไป 27 ประตู จากการลงเล่น 30 เกม ในลีกโปรตุเกสเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนฤดูกาลก่อนหน้าเขาทำไปถึง 34 ประตู จาก 31 เกม อย่างไรก็ตาม ดาวยิงชาวดัตช์กลับไม่ได้การยอมรับนัก เพราะเขาทำผลงานได้ไม่ดีเมื่อขยับไปเล่นในลีกที่ใหญ่ขึ้น

ดอสท์ถูกแฟนบอลบุนเดสลีก้ามองว่าเป็นพวกที่ทำผลงานได้ดีแค่ฤดูกาลเดียว หลังจากเจ้าตัวทำไป 16 ประตู จากการลงเล่นเพียง 21 เกม ในบุนเดสลีก้าฤดูกาล 2014/15 ก่อนจะทำผลงานแย่ลงเรื่อยๆ จนกลับมาสร้างชื่อได้อีกครั้งที่โปรตุเกส ทว่ามันก็ไม่สามารถลบคำปรามาสต่อตัวเขาที่เกิดขึ้นในลีกสูงสุดของเยอรมันได้อยู่ดี

ลูก้า โทนี่

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 658

ประตู : 306

หากมองจากสถิติการถล่มตาข่ายแล้ว โทนี่ก็สมควรจะได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมากทีเดียว ทว่ามันตรงกันข้ามเลยต่างหาก เขามักจะถูกกล่าวโจมตีอยู่เสมอๆ จากสไตล์การเล่นที่รอบอลป้อนมาให้อย่างเดียว

ดาวยิงหุ่นเสาโทรเลขรายนี้มีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมให้กับหลายทีมที่ลงเล่นให้ แต่ผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือการยิงคนเดียว 22 ประตู จากการเล่นครบทั้ง 38 นัด ในเซเรีย อา ฤดูกาล 2014/15 จนคว้าดาวซัลโวได้สำเร็จ พร้อมทั้งช่วยให้ต้นสังกัดอย่างเวโรน่ารอดตกชั้นได้ ทั้งที่ตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุถึง 37 ปีแล้ว แต่ในฤดูกาลต่อมา โทนี่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมอยู่รอดในเซเรีย อา ได้ ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในฤดูกาลดังกล่าว

ดีเอโก้ คอสต้า

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 431

ประตู : 174

ประตูในฤดูกาลนี้ : 3

ดีเอโก้ คอสต้า นั้นถือเป็นเครื่องจักรถล่มประตูอย่างแท้จริง เขาทำประตูให้เชลซีไป 59 ลูก จากการลงเล่น 120 เกม นอกจากนี้เขายังทำประตูได้มากมายตอนเล่นกับแอตฯ มาดริด รอบแรก

ย่างไรก็ตาม คอสต้ามักจะถูกวิจารณ์อย่างหนักเสมอ แต่ไม่ใช่เรื่องของฝีเท้าหรอก แต่ดาวยิงทีมชาติสเปนมักจะโดนวิจารณ์ในเรื่องของลุกตุกติก เขาถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่มีกลเม็ดในการเล่นนอกเกมมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอล และเรื่องดังกล่าวก็กลบรัศมีความเป็นยอดดาวยิงของกองหน้าจากทัพตราหมีไปจนหมดสิ้น

เมาโร อิคาร์ดี้

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 225

ประตู : 124

ประตูในฤดูกาลนี้ : 6

เมาโร อิคาร์ดี้ มีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดการลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน แต่เขาก็ไม่สามารถหนีพ้นเสียงวิจารณ์ที่มีต่อตัวเองได้เลย

ครั้งหนึ่ง โรแบร์โต้ มันชินี่ อดีตเฮดโค้ชของอิคาร์ดี้ที่อินเตอร์ มิลาน เคยออกมาวิจารณ์ดาวยิงเลือดฟ้าขาวตอนที่พลาดโอกาสทองในการทำประตูว่า “ผมอายุ 50 ปีแล้วนะ แต่ผมก็สามารถยิงประตูจากจังหวะนั้นได้”

นอกจากเรื่องของฟุตบอลแล้ว อิคาร์ดี้ยังเคยทำเรื่องฉาวด้วยการถูกกล่าวหาว่าไปแย่งแฟนของมักซี่ โลเปซ อดีตเพื่อนร่วมทีมสมัยอยู่ซามพ์โดเรีย และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวถูกวิจารณ์อย่างหนักมาจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอิคาร์ดี้ถือเป็นหนึ่งในตำนานของทัพงูใหญ่ เขาทำประตูในเซเรีย อา แซงหน้าคริสเตียน วิเอรี่ ไปแล้ว นอกจากนี้ยังเพิ่งโขกประตูชัยช่วยให้เนรัซซูรี่เอาชนะเกมดาร์บี้แมตช์เมืองมิลานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และตอนนี้หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ก็เป็นเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย

คาริม เบนเซม่า

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 593

ประตู : 279

ประตูในฤดูกาลนี้ : 6

เบนเซม่าถูกวิจารณ์อยู่ตลอดว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะสวมเสื้อเบอร์ 9 ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุโรปอย่างเรอัล มาดริด อย่างไรก็ตามดาวยิงเลือดน้ำหอมก็ไม่เคยสนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น และเจ้าตัวก็ทำประตูให้ราชันชุดขาวไปถึง 198 ลูกแล้ว

นี่เป็นฤดูกาลแรกที่เรอัล มาดริด ไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในทีม ซึ่งเบนเซม่าเองก็หวังว่า การที่ตัวเองพ้นจากร่มเงาของดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย จะทำให้ทุกคนเห็นฝีเท้าของเขามากขึ้น และในฤดูกาลนี้ อดีตดาวยิงของลียงก็ทำประตูไปแล้ว 6 ลูก แต่นั้นก็ยังไม่พอต่อความต้องการของมาดริดริสต้าอยู่ดี ทำให้กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคงตกเป็นเป้าวิจารณ์ของแฟนบอลต่อไป

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 289

ประตู : 105

ประตูในฤดูกาลนี้ : 4

สเตอร์ริดจ์ถือเป็นหนึ่งในดาวยิงมากพรสวรรค์ แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะตกเป็นเพียงตัวสำรองในทีมลิเวอร์พูลก็ตาม

หากฟิตสมบูรณ์ ดาวยิงจอมเซิ้งก็ถือเป็นกองหน้าที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ สถิติการทำประตู 67 ประตู จาก 143 นัดกับทัพหงส์แดงช่วยการันตีเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าแฟนบอลบางกลุ่มก็มองว่าเขายังไม่ดีพอ

แฟนบอลบางคนของหงส์แดงมองว่าสเตอร์ริดจ์ขาดอารมณ์ร่วมกับทีม และดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจอะไรเลยเวลาที่ทีม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้แฟนบอลบางกลุ่มวิจารณ์เจ้าตัวอย่างหนัก แม้ปัจจุบันสเตอร์ริดจ์จะกลับมาทำผลงานได้ดี พร้อมจะเป็นตัวทีเด็ดคอยพลิกเกมให้กับทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ อยู่ที่ม้านั่งสำรองก็ตาม

เวย์น รูนีย์

จำนวนเกมที่ลงสนามในระดับสโมสร : 694

ประตู : 293

ประตูในฤดูกาลนี้ : 12

การเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของแมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงทีมชาติอังกฤษ ก็ไม่ได้ทำให้คุณหลีกหนีจากเสียงวิจารณ์ได้หรอก เพราะในช่วงท้ายของการลงเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด รูนีย์ถือเป็นหัวข้อหลักในการโยงของแฟนบอลปีศาจแดง ว่าเขายังคู่ควรจะสวมเสื้อหมายเลข 10 ของสโมสรต่อไปหรือไม่

ที่สุดแล้ว รูนีย์ก็ต้องย้ายออกไปเล่นให้กับเอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 2017/18 และทำประตูได้ 11 ลูกตลอดฤดูกาล ก่อนจะย้ายมาระเบิดฟอร์มกับดีซี ยูไนเต็ด ที่เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

รวบรวมผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกทั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน

รวบรวมผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกทั้งอดีตและณ.ปัจจุบัน มาดูกันว่าผู้รักษาประตูคนใดบ้างที่ประสบความสำเร็จในลีคและประสบความสำเร็จกับทีมใดบ้าง

1. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

Peter Schmeichel
อาจจะดูแปลกไปเล็กน้อยที่จริงๆ แล้ว ชไมเคิ่ลค้าแข้งอยู่กับปีศาจแดงแค่ 8 ปีเท่านั้น แต่เราเกือบรู้สึกว่าเขาอยู่กับทีมมานานกว่านั้น ทั้งร่างกายที่สูงใหญ่และบุคลิกดุดัน ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นเสาหลักยุคแรกๆของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ชไมเคิ่ลช่วยป้องกันลูกยิงจากกองหน้าคู่แข่งมากมาย แน่นอนว่าการจากไปของเขา ทิ้งช่องโหว่ให้ทีมมหาศาล และปีศาจแดงต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในการหาตัวแทนที่เหมาะสมมาร่วมทีมได้ ครั้งหนึ่ง ไรอัน กิ๊กส์ เพื่อนร่วมทีมของยักษ์เดนส์เคยกล่าวไว้ว่า “บางครั้ง ผู้รักษาประตูจะช่วยให้คุณชนะในเกมได้ และชไมเคิ่ลก็ช่วยให้ทีมคว้าชัยได้มากกว่าผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ที่ผมเคยเจอมาซะอีก”

2. ปีเตอร์ เช็ก

Petr Cech

ฟอร์มเหนียวหนึบของเช็กตกลงไปเยอะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงเวลาที่พีคๆ ของเช็ก เขาทำได้ใกล้เคียงกับปีเตอร์ ชไมเคิ่ลเลย แม้จะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่ร่างกายที่สูงใหญ่เช็กมีไม่ต่างจากนายทวารชาวเดนส์ และกลายเป็นนายทวารที่เชลซีขาดไม่ได้จริงๆ

โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เขามาเฝ้าเสาในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เช็กเป็นผู้เล่นคนสำคัญของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่โชว์ฟอร์มช่วยให้สิงห์บลูคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 3  จาก 5 ครั้งที่ทีมทำได้ (เขาได้เหรียญแชมป์ในฤดูกาล 2014-15 ก็จริง แต่ติโบต์ กูร์ตัวส์เป็นมือหนึ่งในปีนั้น)

ในปัจจุบัน นายทวารที่ดีต้องใช้เท้าได้ดีด้วย และนายทวารแบบเช็กดูจะเป็นผู้เล่นตกยุคไปแล้ว แต่ความยอดเยี่ยมที่เขาได้สร้างไว้ยังคงอยู่

3. เดวิด ซีแมน

David Seaman

แม้เจ้าตัวจะไม่มีลูกเซฟมหัศจรรย์เหมือนคนอื่นๆในลิสต์นี้ แต่ถ้าพูดถึงความแน่นอน ฉายา “เซฟแฮนด์” ที่ซีแมนได้มา ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด และซีแมนคือหนึ่งในผู้เล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยมของนับแต่อาร์เซน เวนเกอร์เข้ามาคุมทีมปืนใหญ่

จุดเด่นของซีแมนคือความนิ่งและความแน่นอน มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม (ลูกเซฟในเกมเอฟเอ คัพกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดี) การสั่งการเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษของเขาก็อาจทำให้คุณต้องทำตามแบบไม่ต้องตั้งคำถามอะไรเลย

4. ดาบิด เด เกอา

David de Gea

ถ้าคุณคิดว่าช่วงเวลาที่สดใสในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เลือนหายตั้งแต่เฟอร์กี้ลาทีมไป ลองนึกถึงปีศาจแดงที่ไม่มีนายทวารที่ชื่อดาบิด เด เกอา ดูสิ ว่าจะแย่กว่านี้แค่ไหน  นับตั้งแต่ย้ายมาจากสเปนในปี 2011 เขาต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวเองมีดีแค่ไหน และ ณ ตอนนี้เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก

อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง เอริค สตีล ได้เล่าว่าเกมที่เฟอร์กี้พลาดคุมทีมมี 2 เกม นัดแรกคือต้องไปงานแต่งของลูกชาย และนัดที่สองคือต้องไปดูฟอร์มการเล่นของเด เกอา ขณะที่ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตเพื่อนร่วมทีมก็กล่าวชื่นชมเขาว่า “เด เกอาเป็นคนเหนือมนุษย์ บางทีเขาอาจจะรับลูกกระสุนได้เลยล่ะ”

5. เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์

Edwin Van der Sar

ฟาน เดอร์ ซาร์ควรจะติดอยู่ลิสต์นี้อย่างไม่ต้องสงสัย และในปี 2009 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ออกมายอมรับว่าปีศาจแดงควรคว้าตัวนายทวารชาวดัชต์มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 1999 เพื่อแทนที่ชไมเคิลตั้งนานแล้ว แต่ของจริงย่อมไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะเขาก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ชไมเคิ่ลคือนายทวารคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีกมากกว่าฟาน เดอร์ ซาร์ ซึ่งอดีตลูกหม้ออาหยักซ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปถึง 4 สมัย รวมถึงเซฟจุดโทษให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปไปครองในปี 2008 ด้วย แต่ก็อย่าลืมช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในสีเสื้อฟูแล่ม เขาถือเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในถิ่นคราเวน คอร์เทจหลังจากที่ทีมเจ้าสัวเลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 2001 ด้วย

6.เชย์ กิฟเว่น

Shay Given

ครั้งหนึ่งแฟนบอลต่างเคยถกเถียงเกี่ยวกับกิฟเว่นว่า เขาเป็นนายทวารที่ถูกมองข้ามหรือเป็นคนที่ถูกยกย่องเกินจริง ซึ่งเป็นการถกเถียงที่เดือดดาลมากๆ แต่ปัจจุบันทุกคนคงเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่าเขายอดเยี่ยมเพียงใด

นายทวารชาวไอริชได้ใช้เวลาค้าแข้งกับนิวคาสเซิลมาอย่างยาวนาน ก่อนจะย้ายตามกลิ่นเงินจากแมนฯ ซิตี้ ในเวลาต่อมา ช่วงที่เขาอยู่ในเซนต์ เจมส์ ปาร์ค แม้จะต้องแย่งตำแหน่งกับสตีฟ ฮาร์เปอร์ ที่มีหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ยังไงซะเขาก็สามารถก้าวขึ้นไปเป็นมือหนึ่งในสโมสรอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน

7.แบรด ฟรีเดล

Brad Friedel

แม้ฟรีเดลจะประสบปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ ทั้งกับซันเดอร์แลนด์และนิวคาสเซิล แต่ในที่สุดเขาก็ได้ค้าแข้งที่อังกฤษสมใจอยากกับลิเวอร์พูลในปี 1997

ทว่าเขาก็ไม่สามารถฉายแววเด่นในถิ่นแอนฟิลด์ได้ ก่อนจะย้ายไปแบล็คเบิร์นในปี 2000 และกลายเป็นหนึ่งในนายประตูที่ทีมไว้ใจได้มากที่สุดในประเทศนี้ นั่นอาจเป็นเพราะด้วยวัย 30 ปี ทำให้เขามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมากพอแล้ว เขามีจุดเด่นที่การเล่นลูกกลางอากาศ จนทำให้แนวรับในทีมอุ่นใจยามมีเขาเฝ้าหน้าปากประตูอยู่

นอกจากนี้ ฟรีเดลยังเป็นหนึ่งในห้านายทวารที่ทำประตูได้ในพรีเมียร์ด้วย (ถ้าคุณจำอีก 4 คนได้จะดีมากๆ เลย)

8. เดวิด เจมส์

David James

มีนายทวารคนไหนที่ลงเล่นมานานบ้างมั้ย? นี่อาจจะเป็นคำชมที่ดูจิกกัดไปหน่อย แต่คุณคงจะไม่เข้าใจหรอกว่าการลงเล่น 572 นัด จาก 5 สโมสร (และรับใช้ทีมชาติอังกฤษกว่า 53 นัด) นั้นยากแค่ไหน แต่ชายที่ชื่อว่า เดวิด เจมส์ เคยทำมันมาแล้ว และทำได้ดีมากๆ ด้วย

อดีตนายทวารวัตฟอร์ต มาฉายแววกับลิเวอร์พูลในช่วงแรกของการค้าแข้ง โดยตอนนั้นเจมส์มีอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น แม้ต่อมาเขาจะย้ายไปเล่นให้กับทีมที่เกมรับสุดห่วยอย่างเวสต์แฮม และ แมนฯ ซิตี้ แต่กระนั้น เจมส์ก็ยังทำผลงานได้ดีไม่มีตก รวมถึงช่วยให้ทีมพอร์ทสมัธคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในช่วงบั้นปลายอาชีพของเขาด้วย

9. โจ ฮาร์ท

Joe Hart

เป็นเรื่องง่ายที่ฮาร์ทจะถูกลืมหลังจากสร้างความผิดพลาดในทีมชาติและถูกเป๊บ กวาร์ดิโอล่า เขี่ยออกจากซิตี้ แต่ครั้งหนึ่งฮาร์ทก็เคยเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน หลังไปโชว์ฟอร์มเด่นกับเบอร์มิ่งแฮม ก่อนจะกลายเป็นมือหนึ่งของเรือใบสีฟ้า ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมทั้งความแข็งแกร่งในลูกอากาศ ฮาร์ทมีสิ่งที่นายทวารที่ดีทุกคนควรจะมี

แม้การย้ายไปเล่นให้เวสต์แฮมแบบยืมตัวอาจจะไม่เวิร์คเท่าไหร่ แต่การย้ายมาเล่นในถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ แบบถาวร ดูจะเหมาะกับเขามากๆ แม้จะไม่ได้กลับไปอยู่ในจุดที่เคยอยู่ แต่ว่าตอนนี้ฮาร์ทก็เข้าใกล้ฟอร์มที่เคยเป็นอีกครั้งแล้ว

10. เนวิลล์ เซาธอลล์

Neville Southall

บิ็กเนฟมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ก่อนจะมาเป็นผู้เล่นในยุคพรีเมียร์ลีก แม้กระทั่งในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง เซาธอลล์ก็ยังเป็นนายทวารที่สุดยอดเช่นเคย

ปฏิกิริยาอาจจะไม่รวดเร็วเท่าปี 80 แต่หน้าที่ของเขานั้นยากกว่าเดิมเยอะ เนื่องจากเอฟเวอร์ตันอยู่ในยุคที่ย่ำแย่และหนีตกชั้นมาหลายปีแล้ว แต่ผู้รักษาประตูชาวเวลส์ก็เก็บคลีนชีทได้ 5 นัด รวมไปถึงนัดชิงเอฟเอ คัพ กับ แมนฯ ยูไนเต็ดด้วย และในปี 1994 เขาก็ช่วยให้ท็อฟฟี่ไม่เสียประตูนานถึง 735 นาทีเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

มีพรสวรรค์สูงแต่อารมณ์มีสูงกว่า 10นักเตะพรสวรรค์พังเพราะนิสัยหัวร้อนง่ายของตัวเอง

“คนที่ประสบความสำเร็จก็เพราะว่าพวกเขาทำงานหนัก โชคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จ” – ดิเอโก้ มาราโดน่า

“คุณจะต้องสู้เพื่อคว้าความฝันของคุณ คุณจะต้องทุ่มเททั้งชีวิตและทำงานอย่างหนักเพื่อมัน” – ลิโอเนล เมสซี่

“ความสำเร็จไม่ใช่อุบัติเหตุ มันมาจากการทำงานหนัก, ความขยัน, ใฝ่เรียนรู้ศึกษา, ทุ่มเทกับมัน และที่สำคัญที่สุด รักในสิ่งที่คุณทำอยู่” – เปเล่

นี่คือคำพูดที่ออกจากปากของนักเตะในระดับที่ถูกยกว่าเป็นนักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลในโลกฟุตบอล ซึ่งสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันคือการจะเป็นสุดยอดนักเตะได้คุณจะต้องทำงานให้หนัก

ซึ่งเหล่านักเตะที่เราจะพูดถึงเหล่านี้ก็เรียกได้ว่า’น่าเสียดาย’ เพราะพวกเขามีพรสวรรค์อยู่ในตัวสูงมาก แต่พวกเขากลับไปไม่ถึงระดับสุดยอด หรืออาจจะรักษาฟอร์มที่สุดยอดไว้ไม่ได้นานนัก เพราะพฤติกรรมและทัศนคติที่แย่

อาเดรียโน่

พระเจ้าได้มอบสิ่งที่จะทำให้อาเดรียโน่กลายเป็นสุดยอดนักเตะมาทุกอย่างทั้ง ส่วนสูง, ร่างกายที่แข็งแกร่ง, การเลี้ยงและควบคุมบอล และ เท้าซ้ายที่ทรงพลังจนยิงควายให้ล้มยังทำได้

 

การเล่นของเขาได้ฉายแววออกมาจนไปเตะตา อินเตอร์มิลาน ทีมระดับท็อปของฟุตบอลอิตาลีในขณะนั้น ฤดูกาล 2004/05 คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของอาเดรียโน่และด้วยพรสวรรค์ของเขา ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาจะขึ้นมาเป็นนักเตะสำคัญของทีมชาติบราซิลในยุคต่อไป

แต่แล้วการตายของ อัลมีร์ พ่อผู้เป็นแรงบันดาลใจของอาเดรียโน่ในช่วงท้ายปี 2004 ทำให้กราฟชีวิตของหัวหอกบราซิลเริ่มที่จะดิ่งลงไป เจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่าการสูญเสียพ่อไปทำให้เขาใช้แอลกอฮอ “พ่อของผมสนับสนุนผมมาลอด ท่านชอบดูผมในสนามแข่ง”

“เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว ผมเริ่มใช้แอลกอฮอบรรเทาปัญหาทุกอย่าง ตอนนั้นผมดื่มหนักมากและไม่ออกไปไหนเลย”

อินเตอร์ยังคงไม่ยอมแพ้ในตัวอาเดรียโน่ แต่หลังจากที่ส่งยืมตัวไปสองครั้งและน้ำหนักตัวและปัญหาทางด้านวินัยที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ อาเดรียโน่ตัดสินใจฉีกสัญญาของตัวเองในปี 2009 และเลิกเล่นฟุตบอลไปพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะกลับมาเซ็นสัญญากับสโมสรดั้งเดิมของเขาอย่าง ฟลาเมนโก้ และหลังจากนั้นก็ย้ายไปที่ โรม่า, โครินเธียนส์ และ ไมอามี่ ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าทุกทีมจะมีปัญหาในการร่วมงานกับกองหน้ารายนี้อยู่ทุกทีม

อเดล ทารับต์

“เขามีความสามารถระดับเดียวกับ ดิ คานิโอ และเมื่อตอนที่เขามาที่นี่เขาถูกยกว่าจะเป็นซีดานคนต่อไป”

นี่คือข้อความที่ แฮร์รี่ เรดแนปป์ พูดถึง อเดล ทารัปต์ ที่เคยร่วมงานด้วยกันมาถึง 6 ปี จาก 10 ปีในชีวิตค้าแข้งของทารับต์ โดยเริ่มแรกกับสเปอส์และต่อมากุนซือชาวอังกฤษก็ดึงตัวทารับต์ไปที่ ควีนส์ พาร์ก เรนเจอร์ส

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของเรดแนปป์ก็ได้เปลี่ยนไป เราคาดเดาจากสิ่งที่เขาพูดออกมาในภายหลังว่า “เขาไม่ได้บาดเจ็บ แต่เขาไม่ฟิต น่าเสียดายที่เขาไม่ฟิตพอที่จะเล่นฟุตบอล ผมไม่สามารถปกป้องคนที่ไม่อยากวิ่งและฝึกซ้อมและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

ไม่มีใครสงสัยในความสามารถของทารับต์ เขามีทักษะการเลี้ยงบอลที่สุดยอด รวมถึงมีเท้าซ้ายที่เคยสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนชิพจากลูกยิงไกลสุดสวยแต่เขาก็พังทลายอย่างสิ้นเชิงจากนิสัยของตัวเอง

ทารับต์ถูกปล่อยตัวไปที่เบนฟิก้าหลังจากออกจากคิวพีอาร์ และในตอนนี้เขาก็เล่นอยู่ในทีมสำรองโดยไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นทีมชุดใหญ่ได้

ริคาร์โด กวาเรสม่า

ในขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัยหนุ่มกำลังสร้างชื่อขึ้นมากับแมนฯยูไนเต็ด ก็ได้มีปีกพรสวรรค์สูงชาวโปรตุเกสอีกคนที่ได้ยกระดับจาก สปอร์ติ้งลิสบอน ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า เขามีทักษะที่เหลือร้ายทั้ง ราโบน่า และ ไตรเวล่า (ลูกไซด์ก้อย) ทุกคนในโลกต่างก็ตื่นเต้นกับเด็กหนุ่มวัย 18 ปีคนนี้

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นที่งั้นๆรวมถึงการไม่ลงรอยกับ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ทำให้กวาเรสม่ายื่นคำร้องขอย้ายทีม และเขาก็กลับมาที่โปรตุเกสไปอยู่กับปอร์โต้ ฟอร์มของกวาเรสม่ากลับมาดีขึ้นแต่ด้วยสไตล์การเล่นที่เห็นแก่ตัวก็ทำให้เพื่อนร่วมทีมวิจารณ์เขาบ่อยครั้งในสนาม

สิ่งเดิมๆยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเมื่อเขาเซ็นสัญญากับ อินเตอร์มิลาน และทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่พอใจ “เขามีพรสวรรค์แต่ความสนุกที่ผมเห็นในการเล่นของอิบราฮิโมวิชที่มีให้ทีม ผมไม่เห็นในตัวของกวาเรสม่าเลย เขาต้องเรียนรู้สิ่งนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่ได้เล่น” หลังจากนั้นกวาเรสม่าก็ถูกโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดแย่ของเซเรียอาในปี 2008 หรืออีกชื่อหนึ่งคือรางวัล ‘ขยะทองคำ’

ปัจจุบันปีกชาวโปรตุเกสพเนจรไปหลายๆทีมในยุโรป กับ เชลซี, อัลอาห์ลี ก่อนจะมาจบที่ตุรกีกับทีม เบซิกตัส เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าเสียดายเพราะครั้งหนึ่งเขาถูกยกว่าจะมาเป็นทายาทของ หลุยส์ ฟิโก้

อันโตนิโอ คาสซาโน่

จะมีใครที่มีสไตล์การเล่นแบบอิตาเลียนดั้งเดิมแท้ๆ คนๆนั้นต้องเป็น อันโตนิโอ คาสซาโน่ หัวหอกอิตาลีมีสไตล์การเล่นในสนามที่เพลิดเพลินตาแต่อารมณ์ของเขาทำให้เขาไม่สามารถยกระดับขึ้นไปไกลกว่าเดิมได้

คาสซาโน่ฉายแววเก่งตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งกับบารี่ทำให้เขาได้ฉายาว่า Il Gioiello di Bari Vecchia (อัญมนีแห่งบารี่อันเก่าแก่) และโรม่าก็ทุ่มเงิน 30 ล้านยูโรดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แต่แล้วการหักกับตำนานของสโมสรอย่าง ฟรานเชสโก ต็อตติ และ ผู้จัดการทีมอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ หลายครั้ง ได้ทำให้ชาวอิตาลีได้เกิดคำศัพท์ใหม่ขึ้นมา ‘Cassanata’ ซึ่งอธิบายถึงอารมณ์ของเขา – ซึ่งกลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักข่าวเพื่อใช้อธิบายการกระทำที่ส่งผลเสียต่อสปิริตทีม

คาสซาโน่ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ที่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวของเขานั้นสนใจอย่างอื่นมากกว่าฟุตบอล และนี่คือสิ่งที่เขาเขียนไว้ในชีวประวัติของตนเอง “ที่มาดริด ผมมีเพื่อนเป็นบริกรโรงแรม งานของเขาคือเอาขนมปังอบสามสี่ชิ้นมาให้ผมหลังจากมีเซ็กส์เสร็จแล้ว เขาเอาขนมปังอบมาให้แลกกับผมเอาผู้หญิงให้เขา เขาได้หญิงและผมก็ได้ขนมปังอบ เซ็กส์และอาหารช่างเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบ”

ไม่แปลกใจที่นักเตะพรสวรรค์สูงคนนี้จะตกต่ำลงเรื่อยๆ เขาย้ายกลับมาอิตาลี่ที่ ซามพ์โดเรีย, เอซีมิลาน และกลับไปที่ซามพ์โดเรียอีกครั้ง นับว่าเป็นการกลับมาสุดย่ำแย่ของนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของอิตาลีในยุคทอง

แอนเดอร์สัน

“ผมสามารถเป็นนักเตะที่ดีได้ ถ้าผมอยากเป็น” ในตอนที่แอนเดอร์สันพูดประโยคออกมาในปี 2011 เขากำลังดิ้นรนชีวิตค้าแข้งอยู่กับ แมนฯยูไนเต็ด

เขาคือแข้งชาวบราซิลที่ย้ายมาร่วมทีมแมนฯยูโดยพกดีกรีติดตัวมาหลายอย่าง ทั้งรางวัลโกลเดนบอลในฟุตบอลโลก ยู-17 และ รางวัลโกลเดนบอยดาวรุ่งยอดเยี่ยมในปี 2008

“เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็มีบางเวลาที่เขายืนอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย” นี่คือคำอธิบายการเล่นของแอนเดอร์สันในฟุตบอลโลก ยู-17 ซึ่งเป็นคำเตือนถึงแมนฯยูไนเต็ด แต่พวกเขาก็ไม่สนใจและดึงตัวแอนเดอร์สันมาร่วมทีม อีกทั้ง พอล สโคลส์ ยังเคยยกว่าเขาจะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมกว่า เชสก์ ฟาเบรกาส

ทุกคนแม้กระทั่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ก็ได้ถูกล่อลวงโดยพรสวรรค์ของแข้งชาวบราซิลคนนี้เสียแล้วจนสุดท้ายก็ถูกเปิดโปง มีข่าวหลุดออกมาจาก ริโอ เฟอร์ดินาน และ เวส บราวน์ ว่าเขาเคยทำตัวไม่ฉลาดโดยการหนีออกจากห้องแต่งตัว และสุดท้ายหลังจากค้าแข้งอยู่ 8 ฤดูกาล 181 เกมกับปีศาจแดงเขาเคยยิงประตูให้ทีมไปแค่ 9 ประตูเท่านั้น

ปัจจุบันเขาได้กลายเป็นนักเตะซีเนียร์และยังคงมีฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิมกับสโมสร อินเตอร์นาซิอองนาล ในบราซิล

โจวานี่ ดอส ซานโตส

โจวานี่ ดอส ซานโตส ย้ายออกจากบ้านเกิด เม็กซิโก ไปร่วมอคาเดมี่ ลามาเซีย ของ บาร์เซโลน่า ด้วยวัยเพียงแค่ 11 ปี เขาเติบโตขึ้นมาเคียงข้างกับ ลิโอเนล เมสซี่ และมีสไตล์การเล่นแบบเม็กซิกันที่คล้ายคลึงกับ โรนัลดินโญ่ ทำให้เขาเป็นที่จับตามองว่าจะกลายมาเป็นนักเตะระดับโลก

ดอส ซานโตส ย้ายออกมาจากบาร์เซโลน่าโดยที่เขาทำแฮทริกได้ในเกมสุดท้าย แต่ด้วยอารมณ์ที่อยากจะลงเล่นสม่ำเสมอก็ทำให้เขาเลือกย้ายมาอยู่กับสเปอส์ อย่างไรก็ตามความรักในแสงสีและปาร์ตี้ก็เป็นขวากหนามในเส้นทางค้าแข้งของเขา แฮร์รี่ เรดแนปป์ เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเขาเลือกขับรถผ่านไนท์คลับได้ดีเหมือนที่เขาผ่านบอล เขาก็คงไม่มีอะไรน่าห่วง”

“เขามีความสามารถและทักษะที่น่าทึ่งอยู่ในตัว ทันใดนั้นเขาก็มาสายในเช้าวันจันทร์พร้อมกับท้องใส้ที่ปั่นป่วน เขาคงจะอยู่ที่บาร์เซโลน่า ปาร์ตี้ที่ไหนซักแห่งที่นั่น”

การถูกปล่อยยืมตัวไปหลายๆครั้งทั้ง อิปสวิชทาวน์, การาตาซาราย และ ราซิ่ง สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่เขาย้ายออกมาถาวรกับทีม มัลญอร์ก้า ในปี 2012 เขาพยายามชุบตัวเองให้ขึ้นมาอีกครั้งในลาลิกากับ มัลญอร์ก้า และ บียาเรอัล และสุดท้ายเขาก็เลือกย้ายกลับไปประเทศที่ใกล้กับบ้านเกิดกับ แอลเอกาแล็กซี่

รอยสตัน เดรนเธ่

ชีวิตค้าแข้งของ เดรนเธ่ ควรจะเอามาเป็นเรื่องเล่าเพื่อเตือนเหล่านักเตะดาวรุ่งชาวดัตช์ถึงการเลือกสวมรองเท้าที่ใหญ่เกินตัว หลังจากออกจาก เรอัลมาดริด เขาเลือกย้ายมาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน แต่ปัจจุบันนักเตะที่ครั้งหนึ่งเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดตอนที่อยู่กับเฟเยนูร์ด กำลังค้าแข้งอยู่กับทีม บานิยาส ในอาบูดาบี

รอยสตัน เดรนเธ่

ชีวิตค้าแข้งของ เดรนเธ่ ควรจะเอามาเป็นเรื่องเล่าเพื่อเตือนเหล่านักเตะดาวรุ่งชาวดัตช์ถึงการเลือกสวมรองเท้าที่ใหญ่เกินตัว หลังจากออกจาก เรอัลมาดริด เขาเลือกย้ายมาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน แต่ปัจจุบันนักเตะที่ครั้งหนึ่งเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดตอนที่อยู่กับเฟเยนูร์ด กำลังค้าแข้งอยู่กับทีม บานิยาส ในอาบูดาบี

ในตอนที่เชลซีจ่ายเงิน 22.5 ล้านยูโรเพื่อดึงตัว มูตู ไปร่วมทีมก็ได้มีหลายคนที่ต้องแปลกใจที่เห็นดีลนี้เกิดขึ้น แต่คนที่ตามฟุตบอลอิตาลีไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ พวกเขาได้เห็นฟอร์มอันสุดยอดของมูตูมาแล้วกับปาร์ม่า อีกทั้งยังมีการเลี้ยงบอลยอดเยี่ยม และการจ่ายบอลที่เฉียบคม ก็ทำให้เขาถูกยกไปเทียบกับเพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานชาวโรมาเนียอย่าง จอร์จี้ ฮาจี้

แต่แล้วมูตูก็ถูกเชลซีลงโทษเนื่องจากเสพสารเสพติดอย่างโคเคน และนั่นทำให้เป็นคดีความในศาลมายาวนานและจบลงด้วยแข้งชาวโรมาเนียจะต้องจ่ายเงิน 14 ล้านยูโรเพราะสร้างความเสียหายให้กับเชลซี

มูตูย้ายออกมาพยายามที่จะชุบชีวิตตัวเองอีกครั้งที่ ยูเวนตุส และ ฟิออเรนติน่า แต่ ลาวิโอล่า ก็ต้องหัวปั่นอีกครั้งเพราะมูตูถูกแบนหนึ่งปีเนื่องจากไม่ผ่านการตรวจโด๊ป

ทีมม่วงมหากาฬปล่อยตัวเขาออกมาทำให้มูตูไปร่วมทีม เชเซน่า และ อาฌักซีโย ก่อนเขาจะกลับไปเล่นในสโมสรที่โรมาเนียบ้านเกิดและประกาศแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมา

อดัม จอห์นสัน

เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในตอนที่จอห์นสันย้ายออกจาก มิดเดิลส์โบโร่ห์ ไปร่วมทีม แมนฯซิตี้ ในปี 2010 เพราะมีสโมสรในประเทศหลายทีมที่สนใจในตัวเขา จอห์นสันถูกยกเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลในวงการฟุตบอลอังกฤษ เขามีเท้าซ้ายที่ยอดเยี่ยมซึ่งทำให้เขาได้ติดทีมสิงโตคำราม 12 ครั้งในเวลาต่อมา

มีข่าวลือออกมาว่าไลฟ์สไตล์ที่ชอบปาร์ตี้ก็ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาเริ่มถดถอยลงเรื่อยๆและก็ทำให้ โรแบร์โต มานชินี่ ไม่ปลื้ม จอห์นสันตัดสินใจย้ายกลับไปที่สโมสรถิ่นเกิดอย่างซันเดอร์แลนด์

และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้เขาไม่สามารถกลับมาลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพได้อีกครั้ง จอห์นสันถูกตัดสินคดีว่าพรากผู้เยาว์แฟนบอลที่มีอายุแค่ 15ปี ทำให้เขาต้องติดคุก 6 ปี

ในระหว่างที่ไต่สวน จอห์นสันได้โทษความโง่ และ ความหยิ่งยะโสของตนเอง “คุณถูกยกย่อง ผู้คนตะโกนชื่อของคุณ นั่นเป็นอะไรที่ดีที่สุดในโลก และทำให้คุณได้อะไรหลายๆอย่างมาโดยง่าย”

มาริโอ บาโลเตลลี่

นักข่าวชาวอิตาลีเคยอธิบายถึงเส้นทางอาชีพของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ไว้ว่า “เรื่องแปลกเกี่ยวกับบาโลเตลลี่คือเมื่อเขาย้ายเข้ามาจะมีการเปิดแชมเปญฉลอง และเช่นเดียวกันตอนที่เขาจากไป”

หัวหอกชาวอิตาลีรายนี้มีพรสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเคยผ่านผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่, โรแบร์โต มานชินี่ และ เซซาร์ ปรันเดลลี่ มาแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสามารถควบคุมเขาได้

สตีเวน เจอร์ราร์ด ถึงกับเคยบอกว่า บาโลเตลลี่ เป็นนักเตะที่ ‘ใช้พรสวรรค์ไปอย่างสูญเปล่าอย่างน่าใจหาย’ โดยเน้นถึงการที่บาโลเตลลี่เล่นในสีเสื้อของอิตาลีอย่างภาคภูมิใจและมุ่งมั่น แต่กลับเหยาะแหยะในเสื้อของลิเวอร์พูล นั่นหมายถึงถ้าเขาตั้งใจเขาก็ทำได้แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ อักทั้งยังเล่าว่าบาโลเตลลี่บอกกับ เบรนแดน รอดเจอร์ส ว่าเขาจะไม่ประกบตัวในการตั้งรับลูกเตะมุมเพราะเขาทำไม่เป็น

นิสัยนอกสนามของบาโลเตลลี่เป็นที่เลื่องลือกัน ถึงแม้สโมสรจะพยายามบอกว่าเขามี ‘พฤติกรรมที่ดี’ แต่บาโลเตลลี่ก็จะพยายามสร้างประเด็นในโซเชียลมีเดียด้วยคอมเม้นของเขาอยู่บ่อยๆ

บาโลเตลลี่ถูกอธิบายจาก มูรินโญ่ ว่าเป็น ‘คนที่ไม่สามารถควบคุมได้’ อีกทั้ง เยอร์เกน คล็อปป์ ก็อนุญาติให้เขาออกจากลิเวอร์พูลทันทีที่เข้ามาคุมทีม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

มาตรฐานฉันดี…เปลี่ยนสีเสื้อไม่เป็นผลลงเป็นยิง 12 แข้งที่เล่นให้ 2 ทีมดังจากเมืองมิลาน

เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน ถือเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลานที่ต่างขับเคี่ยวเพื่อการคว้าสคูเด็ตโต้มาตั้งแต่อดีต แม้ในปัจจุบันทีมพวกเขาจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ทั้งสองทีมก็ยังถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีอยู่เสมอ

แม้ 2 ทีมจะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกัน แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักเตะหลายคนที่เคยลงเล่นให้ทั้งสองทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากสำหรับทีมฟุตบอลที่เป็นคู่ปรับกันทีมอื่นๆ และนี่ก็คือ 12 นักเตะ ที่เคยรับใช้ทั้ง ‘รอสโซเนรี่’ และ ‘เนรัซซูรี่’ มาแล้ว

พาทริค วิเอร่า (เอซี มิลาน 1995-1996, อินเตอร์ มิลาน 2006-2010)

วิเอร่าเซ็นสัญญากับเอซี มิลานในปี 1995 แต่เขาก็ได้อยู่กับรอสโซเนรี่แค่เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับอาร์เซนอล ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาเล่นให้กับทัพงูใหญ่ในปี 2006 พร้อมกับคว้าแชมป์เซเรีย อา ไป 4 สมัยด้วยกัน

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ (เอซี มิลาน 1996-1997, อินเตอร์ มิลาน 2004-2005)

มิดฟิลด์พันธุ์ดุชาวดัตช์ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในปี 1996 หลังจากที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับอาหยักซ์ได้สำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานที่ดีออกมาได้เลย เช่นเดียวกับตอนที่ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2004 ที่ดาวิดส์มีอายุเข้าสู่เลข 3 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ทัพเนรัซซูรี่คว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากองกลางเจจ้าของฉายา ‘พิตบูลล์’ จะไม่ประสบความสำเร็จในอิตาลีเลย เพราะเขาทำผลงานได้ดีมากกับยูเวนตุส และช่วยให้ทัพม้าลายคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 3 สมัย ในช่วงปี 1997-2004

โรนัลโด้ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2002, เอซี มิลาน 2007-2008)

โรนัลโด้ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 1997 ด้วยค่าตัวสถิติโลก พร้อมกับถล่มประตูมากมายจนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ 1 สมัย ก่อนที่ในอีก 10 ปีถัดมา ‘เอล ฟิโนมินอล’ จะย้ายกลับมาอยู่ที่ซาน ซิโร่ เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อสีแดงดำแทน แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย และอาการบาดเจ็บที่ถามหาบ่อยๆ ก็ทำให้เจ้าโล้นทองคำไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับตอนสวมเสื้อสีน้ำเงินดำเลย

ตาริโบ เวสต์ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2000, เอซี มิลาน 2000)

อดีตปราการหลังทีมชาติไนจีเรียย้ายมาเล่นกับทัพงูใหญ่ในปี 1997 และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ในปี 1998 แต่หลังจากนั้นบทบาทเจ้าตัวก็ค่อยๆ น้อยลง จนถูกปล่อยให้เอซี มิลาน ยืมไปในช่วงหน้าหนาวปี 2000 ก่อนจะย้ายออกจากอิตาลีไปเล่นกับดาร์บี้ในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวในตลาดซื้อขายครั้งถัดมา และอำลาทีมเป็นการถาวรในปี 2001

อันเดรีย ปีร์โล่ (อินเตอร์ มิลาน 1998-2001, เอซี มิลาน 2001-2011)

หนึ่งในนักเตะที่ย้ายโดยตรงระหว่างทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลาน ในตอนที่เป็นดาวรุ่ง ปีร์โล่ยังลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพงูใหญ่ได้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอซี มิลาน ในปี 2001 และที่นี่เองที่เขาเปลี่ยนมายืนในตำแหน่งตัวทำเกมหน้าแผงหลัง หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘เรจิสต้า’ พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ปีร์โล่คว้าแชมป์กับเอซี มิลาน ได้รวมกันถึง 9 รายการ ตลอดช่วงเวลา 10 ปี ที่ลงเล่นให้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสหลังหมดสัญญากับทัพปีศาจแดงดำ

คริสเตียน วิเอรี่ (อินเตอร์ มิลาน 1999-2005, เอซี มิลาน 2005-2006)

วิเอรี่ถือเป็นดาวยิงจอมพเนจรของจริง เขาไม่เคยอยู่กับทีมใดได้เกิน 1 ฤดูกาล เว้นแต่กับอินเตอร์ มิลาน ที่ ‘โบโบ้’ ลงเล่นให้ถึง 6 ฤดูกาล พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ในฤดูกาลสุดท้ายที่ลงเล่นด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นกับเอซี มิลาน ในฤดูกาลถัดมา

คลาเรนซ์ เซดรอฟ (อินเตอร์ มิลาน 2000-2002, เอซี มิลาน 2002-2012)

เซดรอฟเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ย้ายผ่าเมืองมิลานโดยตรง เขาอาจจะไม่ได้มีผลงานโดดเด่นนักตอนรับใช้เนรัซซูรี่ แต่หลังจากย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในดีลการแลกตัวระหว่างเขากับฟรานเชสโก้ โคโค่ มิดฟิลด์เชื้อสายซูรินาเมรายนี้ก็สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ของโลก และกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ช่วยให้ปีศาจแดงดำกวาดแชมป์เซเรีย อา และแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างละ 2 สมัย ด้วยกัน

เฮอร์นาน เครสโป (อินเตอร์ มิลาน 2002-2003/2006-2009, เอซี มิลาน 2004-2005)

เครสโปย้ายมาอยู่กับทัพเนรัซซูรี่ในฐานะตัวแทนของโรนัลเมื่อปี 2002 แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนตอนที่เล่นกับลาซิโอ้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเชลซี อย่างไรก็ตาม กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่อังกฤษได้ จนต้องย้ายกลับมาเล่นกับเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในปี 2004 และมาอยู่กับทัพงูใหญ่อีกครั้งในปี 2006-2008 ด้วยสัญญายืมตัวเช่นเคย และในที่สุด เครสโปก็ได้กลับมาอยู่กับอินเตอร์ มิลานเป็นการถาวรในปี 2008

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (อินเตอร์ มิลาน 2006-2009, เอซี มิลาน 2010-2012)

อิบราฮิโมวิชเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นให้กับทั้งสองทีมของเมืองมิลาน (จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเขาประสบความเร็จให้กับทุกทีมที่ลงเล่นนั่นแหละ) พระเจ้าวงการลูกหนังพังประตูถล่มทลายให้กับทั้งสองทีม และกวาดแชมป์เซเรีย อา ได้ 4 สมัย จากการลงเล่นให้ทั้งสองทีมรวมกัน 5 ฤดูกาล

มาริโอ บาโลเตลลี่ (อินเตอร์ มิลาน 2007-2010, เอซี มิลาน 2013-2014/2015-2016)

หัวหอกจอมเกรียนรายนี้สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของอินเตอร์ มิลาน แต่ด้วยนิสัยของเจ้าตัวก็ทำให้บาโลเตลลี่ยังไปไม่สุดทางในวงการฟุตบอลเสียที บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับทัพงูใหญ่เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสมัยหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยไป ก็ทำให้เขากลับมาลงเล่นในอิตาลีอีกครั้งกับเอซี มิลาน โดยดาวยิงผิวสีรายนี้เล่นให้กับทัพปีศาจแดงดำ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปลิเวอร์พูล แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับทีม ก็ทำให้นักเตะเจ้าปัญหารายนี้ถูกส่งมาให้รอสโซเนรี่ยืมตัวอีกครั้งในปี 2015 ส่วนปัจจุบัน บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับนีซในฝรั่งเศส

ซัลลีย์ มุนตารี่ (อินเตอร์ มิลาน 2008-2012, เอซี มิลาน 2012-2015)

มิดฟิลด์ทีมชาติกาน่ารายนี้มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลตอนที่ลงเล่นกับทัพงูใหญ่ เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา กับโคปา อิตาเลีย อย่างละ 2 สมัย และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แต่เมื่อจบฤดูกาล 2009/10 ที่เนรัซซูรี่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ มุนตารี่ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีม จนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับซันเดอร์แลนด์ในหน้าหนาวปี 2011และเอซี มิลาน ในปี 2012 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับปีศาจแดงดำเป็นการถาวรในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของอดีตกองกลางปอร์ทสมัธกับเอซี มิลาน นั้นก็ไม่มีอะไรน่าจัดจำนัก เพราะเขาไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย

โรแบร์โต้ บัจโจ้ (เอซี มิลาน 1995-97, อินเตอร์ มิลาน 1998-2000)

ตำนานนักฟุตบอลของวงการลูกหนังอย่างอิตาลีเข้าสู่จุดพีคของตัวเองในปี 1993 ในตอนที่เล่นกับยูเวนตุส ซึ่งเขาสามารถคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวกับเอซี มิลาน เพราะเทพบุตรเปียทองคำช่วยให้รอสโซเนรี่คว้าแชมป์ได้ 1 สมัย จากการลงเล่นให้กับทีม 2 ฤดูกาล ส่วนตอนลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน แม้บัจโจ้ทำผลงานได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นก็ทำให้เขาเล่นได้ไม่เหมือนเดิม และกองหน้าทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้ทัพงูใหญ่คว้าแชมป์อะไรได้เลยในช่วงเวลา 2 ฤดูกาลที่ลงสนามให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

 

10 แข้งซุปตาร์ที่ เรอัล มาดริด ซื้อมาแล้วดับเป็นดาวค้างฟ้า(ไม่เจ็บก็ฟอร์มตก)

มัตเตโอ โควาซิช (ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ปี 2015, ค่าตัว 29 ล้านยูโร )

Mateo Kovacic

บางทีอาซาร์อาจจะได้ฟังคำเตือนจากปากของเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างมัตเตโอ โควาซิช ในเรื่องการย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แล้ว โควาซิชย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ทำให้เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ต้องกลายเป็นเพียงตัวสำรองของทัพสิงห์บลูส์

โควาซิชย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปอยู่กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 29 ล้านยูโร โดยในช่วงแรก กองกลางชาวโครแอตได้ลงสนามให้กับเรอัล มาดริด ในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ อยู่บ้าง แม้จะต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต่างไปอยู่ตลอด แต่เมื่อซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีม แผงกลางตัวจริงของโลส บลังโกส ก็ถูกลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และคาเซมิโร่ยึดไปอย่างถาวร และนั่นก็มิดฟิลด์วัย 24 ปี แทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลย และกับทีมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน โควาซิชเป็นได้เพียงตัวเลือกรองของโมดริช, อิวาน ราคิติช และมิลาน บาเดลจ์

อดีตกองกลางของงูใหญ่รายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด 37 เกมจาก 3 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้จะย้ายมาเล่นกับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว

ไมเคิล โอเว่น (ย้ายจากลิเวอร์พูล ปี 2004, ค่าตัว 12 ล้านยูโร บวกกับอันโตนิโอ นูเญส)

Michael Owen

โอเว่นถือเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล เขาพังประตูได้ 16-19 ลูกในลีก ตลอด 6 จาก 7 ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับทีมทั้งซีซั่น แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าแชมป์ลีกได้แม้แต่หนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2004 ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ หากเทียบกับฝีเท้าของ ‘เบบี้โกล’ ในตอนนั้น

ในวัย 24 ปี โอเว่นทำประตูไปแล้ว 142 ลูก ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร จาก 7 ฤดูกาลที่ลงเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่การย้ายมาเล่นที่สเปนก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริด จนแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค เจ้าตัวทำประตูได้เพียง 64 ลูกเท่านั้น

ในตอนอยู่ที่แอนฟิลด์ โอเว่นมีเอมิล เฮสกีย์. มิลาน บารอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เป็นคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่เมื่อย้ายมาเล่นในเมืองหลวงของสเปน เจ้าตัวต้องแย่งชิงตำแหน่งกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่างราอูล กอนซาเลซ และโรนัลโด้ เจ้าเบบี้โกลอาจจะทำผลงานได้ไม่เลว หากมองจากการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทัพราชันชุดขาวทุกรายการเพียง 26 นัด แต่ทำประตูได้ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2002 ได้อยู่กับทัพโลส บลังโกส แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 ราชันชุดขาวก็ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวโรบินโญ่มา และโอเว่นก็ต้องหลีกทางด้วยการย้ายไปนิวคาสเซิล

นิโคลาส์ อเนลก้า (ย้ายจากอาร์เซนอล ปี 1999, ค่าตัว 35 ล้านยูโร)

Nicolas Anelka

ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจร อเนลก้าก็เคยอยู่กับเรอัล มาดริด มาก่อน โดยเจ้าตัวเซ็นสัญญากับโลส บลังโกส ในปี 1999 หลังจากมี 2 ฤดูกาลก่อนหน้าที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล ดาวยิงเฟรนซ์แมนรายนี้รวดเร็วและทรงพลัง แต่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ควบคุมยากคนหนึ่ง อเนลก้าทำประตูในเกมเอล กลาซิโก้ ที่ต้นสังกัดของตัวเองเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้ 3-0 รวมถึงการทำประตูในเกมรอบตัดเชือกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองนัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของดาวยิงจอมพเนจรรายนี้กับเรอัล มาดริด ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ดีนัก อเนลก้ามีปัญหากับบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือของราชันชุดขาวในตอนนั้น และเจ้าตัวก็โดนโทษแบนจากทีมไป 45 วัน และภายหลังบรรดานักเตะของเรอัล มาดริด ก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยชอบกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสนัก เพราะอเนลก้าพยายามมาแทนที่ของราอูล กอนซาเลซ

หลังจากลงเล่นให้กับทีมดังจากเมืองหลวงของสเปนแค่ปีเดียว (และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้) อเนลก้าก็ย้ายกลับไปอยู่กับเปแอสเช สโมสรแรกที่จะตัวลงเล่นเป็นนักเตะอาชีพ และที่นั่นอดีตดาวยิงของอาร์เซนอลก็มีปัญหาทะเลากับหลุยส์ แฟร์นองเดซ กุนซือของเปแอสเชในตอนนั้น และเมื่อออกจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส อเนลก้าก็ไปลงเล่นให้กับสโมสรอีก 9 แห่ง และตลอด 15 ปี ในเส้นทางนักฟุตบอล อเนลก้าก็ผ่านการค้าแข้งกับทีมถึง 12 ทีม

อันโตนิโอ คาสซาโน่ (ย้ายจากโรม่า ปี 2006, ค่าตัว 5 ล้านยูโร)

Antonio Cassano

นับตั้งแต่ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด คาสซาโน่ก็ได้ลงสนามให้เรอัล มาดริด เพียง 29 เกม และทำประตูได้แค่ 4 ลูก ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลียังเคยโดนโทษแบนจากสโมสรในข้อหาไม่ให้ความเคารพต่อฟาบิโอ คาเปลโล่  กุนซือของทีม ณ ขณะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เขาออกมาประกาศว่าอยากย้ายกับไปอยู่กับโรม่า ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ ‘ปีเตอร์แพน’ พลาดการย้ายกลับไปที่เมืองหลวงของอิตาลี และต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยสัญญายืมตัวแทน

ดูเหมือนว่าการไปเรอัล มาดริด ของคาสซาโน่ จะไม่ทำให้ใครมีความสุขเลย อ่อ แต่อาจจะยกเว้นพนักงานโรงแรมไว้คนหนึ่งนัก เพราะดูเหมือนเขาจะได้ทิปจากดาวยิงรายนี้มากพอควร

“ที่มาดริด ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นบริกรในโรงแรม” คาสซาโน่อธิบายในหนังสือชีวประวัติของเขาที่มีชื่อว่า Telling Everything “เขามีหน้าที่นำขนมอบต่างๆ มาให้ผมสัก 3-4 ชิ้น หลังผมเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์ เขาจะเอาขนมมาให้ผม และผมก็เอาผู้หญิงให้เขาไป มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เขาได้ผู้หญิงไป ส่วนผมได้ขนมมา มันเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

ดานิโล่ (ย้ายจากปอร์โต้ ปี 2015, ค่าตัว 31.5 ล้านยูโร)

Danilo

ฟูลแบ็คชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจากปอร์โต้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่ดีพอจะเบียดดานี่ คาร์วาฮาล เป็นตัวจริงได้เลย หากแบ็คขวาทีมชาติสเปนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดานิโล่เองก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่แย่นักในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อเขาเองสามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทีมได้ 2 สมัย

ดานิโล่ได้ออกมาเผยว่า เขาไม่สามารถจัดการให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวากับเรอัล มาดริด ได้  แต่ก็ยอมรับด้วยว่าคิดถึงช่วงเวลาในเมืองหลวงของสเปน “ผมมี 2 ปีที่มหัศจรรย์ แลละคว้าชัยชนะในรายการสำคัญๆ ได้ และผู้คนที่นั่นก็ดูแลผมได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตคุณต้องก้าวต่อไป” แบ็คขวาวัย 27 ปี อธิบาย

ในปี 2017 ดานิโล่ย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเป็นตัวสำรองของไคล์ วอล์คเกอร์ กับเบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

ดีดี้ (ย้ายจากโบตาโฟโก ปี 1959)

Didi

แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้ายมือ

ดีดี้เป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1958 โดยเขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1959 ดาวเตะรายนี้มีพร้อมทั้งความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมการเล่นในแผงกลางของทีมได้ และทุกๆ อย่างในทีมที่เจ้าตัวเล่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ที่เรอัล มาดริด พวกเขามีนักเตะอย่างอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ อยู่แล้ว ซึ่งตำนานดาวยิงของราชันชุดขาวก็ไม่พอใจนักที่ดีดี้เข้ามาในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแฟนบอล และยังถูกมองเป็นตัวแทนของเขาอีกด้วย นอกจากนี้ทัพราชันชุดขาวยังมีนักเตะอย่างเฟเรนช์ ปุสกัส และเรย์มงด์ โกปา อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ดีดี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นที่รวดเร็วในลีกสเปนได้ และทีมๆ นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีดิ สเตฟาโน่ เป็นศูนย์กลาง สาเหตุทั้งหมดทำให้ดีดี้ถูกปล่อยตัวให้บาเลนเซียยืม ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับโบตาโฟโกเมื่อจบฤดูกาล

ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดจะทำให้ดีดี้เกลียดฟุตบอลที่สเปนพอสมควร เขาออกมาอธิบายว่า “ความฉลาดของคน และความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราสามารถแบ่งแยกตัวเองออกจากการเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงดูความสามารถของนักฟุตบอลจากเรื่องสรีระทางกายเพียงเรื่องเดียวล่ะ” ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลอธิบาย

ดูเหมือนว่าดีดี้นี่แหละที่เป็นผู้ชนะในศึกระหว่างเขากับดิ สเตฟาโน่ เพราะดาวเตะรายนี้สามารถพาบราซิลคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 1962 ส่วน ดิ สเตฟาโน่ เหรอ ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกในปี 1954 และ 1958 ทว่าในปี 1962 ตำนานกองหน้าของเรอัล มาดริด โอนสัญชาติมาเล่นให้สเปน และช่วยให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี เพราะตัวเองดันมาได้รับบาดเจ็บจนต้องชวดการลงเล่นไป และเรื่องนี้ก็คงทำให้ดีดี้สะใจอยู่บ้าง

โจนาธาน วูดเกต (ย้ายจากนิวคาสเซิล ปี 2004, ค่าตัว 20 ล้านยูโร)

Jonathan Woodgate

วูดเกตเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวในตอนเริ่มต้นอาชีพนักเตะ เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 เขาลงเล่นให้กับลีดส์ และเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับริโอ เฟอร์ดินานด์ และลูคัส ราเดเบ้ เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2003 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานในเกมสโมสรยุโรปได้ดีมาก  จนทำให้เรอัล มาดริด มารับตัวไปอยู่ที่สเปนในฤดูกาลถัดมา

แม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่วูดเกตก็ถือเป็นนักเตะจอมเจ็บคนหนึ่ง เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด แค่เพียง 9 เกมเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลแรกกับราชันชุดขาว เกมแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในเสื้อสีขาวคือเกมที่เจอกับแอธเลติก บิลเบา ในเดือนกันยายน 2005 ซึ่งปรากฏว่าเกมนั้นเจ้าตัวส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูก และยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกด้วย

วูดเกตถูกปล่อยยืมตัวให้มิดเดิลสโบรช์ในปี 2006 ก่อนจะถูกขายขาดด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ในปีถัดมา นอกจากนี้ วูดเกตได้รับการโหวตจากผู้อ่านมาร์ก้า สื่อเจ้าดังของสเปนในปี 2007 ให้เป็นการซื้อตัวนักฟุตบอลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบศตวรรษอีกด้วย

กาก้า (ย้ายจากเอซี มิลาน ปี 2009, ค่าตัว 67 ล้านยูโร)

Kaka

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินจำนวน 67 ล้านยูโร ให้กับเอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลาดังกล่าว เพื่อดึงตัวกาก้าให้มาอยู่ที่เบร์นาบิว ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีคของตัวเอง และยังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก, รางวัลนักเตะแห่งปี รวมถึงบัลลงดอร์มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เทพบุตรลูกหนังรายนี้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และเขาก็มีโอกาสลงสนามน้อยมาก จนไม่สามารถช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นอกจากนี้กาก้ายังเคยบาดเจ็บยาวถึง 8 เดือน ในปี 2010 ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวไม่เคยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย และการมาของเมซุต โอซิล ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

กาก้านั่นเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นเหมือนต้นแบบให้กับหลายๆ คนที่เอซี มิลาน แต่กับเรอัล มาดริด เขาเป็นเพียงนักเตะชื่อดังอีกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของทีม และต้องเผชิญกับความยากลำบากในการโน้มน้าวให้โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโลส บลังโกส ในเวลานั้น เชื่อว่าตัวเองฟิตสมบูรณ์พอจะลงสนามได้ ที่สุดแล้วดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ต้องย้ายกลับไปเอซี มิลาน ในปี 2013 ทำไป 29 ประตู จากการลงเล่นไป 120 เกม และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับ โคปา เดล เรย์ อย่างละสมัย อย่างไรก็ตาม กองกลางตัวรุกรายนี้ไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่แฟนบอลของเรอัล มาดริด คาดหวังไว้ได้เลย

อักเน่ ซิมอนส์สัน (ย้ายจากออกริเต้ ปี 1960)

Agne Simonsson

ตำนานกองหน้าของทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลกปี 1958 รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ถูกดิ สเตฟาโน่ บดบังรัศมี ซิมอนส์สันย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1960 โดยเจ้าตัวรับบทศูนย์หน้า ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีอายุมากขึ้น (34 ปีในตอนนั้น) ถูกขยับไปเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ดิ สเตฟาโน่ก็ยังมองตัวเองเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดด้วย และเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจแผนการเล่นเลย เขาชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า และมันก็ไปทับกับตำแหน่งของซิมอนส์สัน ที่สุดแล้วดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ได้โอกาสลงเล่นให้เรอัล มาดริด เพียง 3 เกม ก่อนจะถูกปล่อยให้เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งาน และในปี 1963 ซิมอนสส์สันก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมแรกในอาชีพนักฟุตบอลอย่างออกริเต้

วอลเตอร์ ซามูเอล (ย้ายจากโรม่า ปี 2004, ค่าตัว 25 ล้านยูโร)

Walter Samuel

ตลอดอาชีพการค้าแข้งในอาร์เจนติน่าและอิตาลี ซามูเอลถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะ วอลล์ (The Wall)’ จากสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งผ่านเขาได้ยากมาก เหมือนกับถูกกำแพงขวางอยู่

แต่ในฤดูกาล 2004/05 ที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ที่สเปน ซามูเอลทำผลงานได้ไม่ดีเสียเลย และพลพรรคโลส บลังโกส ก็จบเพียงอันดับสองในลา ลีก้า ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาพลาดท่าตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว ซามูเอลก็ย้ายกลับมาเล่นที่อิตาลีทันที โดยเขาลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และปราการหลังเลือดฟ้าขาวรายนี้ก็เรียกฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง เจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกับมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสุดแกร่งอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริค วิเอร่า และติอาโก้ ม็อตต้า รวมไปถึงการขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คชั้นยอดอย่างฮาเวียร์ ซาเน็ตติ และคริสเตียน คิวู แม้ตอนเล่นกับเรอัล มาดริด ‘เดอะ วอลล์’ จะได้เล่นร่วมกับมิเชล ซัลกาโด้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่พวกเขาก็เติมเกิมสูงราวกับเล่นเป็นปีก ขณะที่มิดฟิลด์ที่คอยเก็บกวาดแนวรุกคู่แข่งอยู่หน้าเขาก็คือโธมัส กราเวอเซ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซามูเอลถึงฟอร์มตกระหว่างการรับใช้ราชันชุดขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

เชื้อสายอาเซียนก็ดังได้ 5 นักเตะชื่อดังที่คุณไม่รู้

ในโลกของฟุตบอล ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีนักฟุตบอลผลัดถิ่นบางคนที่ได้ออกไปสร้างชื่อเสียงเป็นนักเตะระดับสูงให้กับสโมสรและทีมชาติในยุโรป นักเตะเหล่านี้มีเชื้อสายอาเซียนไหลเวียนอยู่ในตัวแต่ในขณะนี้ พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในระดับสูงให้กับประเทศที่พวกเขาไปอาศัยและได้สัญชาติ

1. รัดย่า เนียงโกลัน (เบลเยียม, อินโดนีเซีย)

เนียงโกลัน เกิดจากมารดาชาวเบลเยียม และบิดาชาวอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นลูกครึ่งที่หาได้ยากแต่นั่นก็ไม่ได้หยุดให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลก

เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในระดับชุดใหญ่กับทีม เปียเซนซา ในเซเรียบี ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม กายารี่ และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมหมาป่ากรุงโรมเห็นแววในตัวเขาและดึงตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นนักเตะระดับสูงมาตั้งแต่นั้น

เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักฟุตบอลที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก, สูบบุหรี่จัด และ มักจะปาร์ตี้ตลอดทั้งคืน จึงทำให้เขามีปัญหากับทีมชาติและเผยว่าไม่มีความสุขในถิ่นกรุงโรม และก็เป็นทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่ดึงตัวกองกลาง พันธ์ดุสายติสท์คนนี้ไปคุมแดนกลางเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เนียงโกลันพึ่งจะสร้างชื่อขึ้นมา เขาตกเป็นเป้าหมายของฟุตบอลทีมชาติอินโดนีเซียแต่เขาก้ตัดสินใจที่จะเลือกเล่นให้กับเบลเยี่ยมแทน

3. โยฮัน กาบาย (ฝรั่งเศส, เวียดนาม)

นักเตะดีกรีแชมปืลีกเอิง 3 สมัยและเคยเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางชาวฝรั่งเศสที่ฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่หลายๆคนก็ต้องประหลาดที่ได้รู้ว่าเขามีสายเลือดเวียดนามที่สืบทอดมาจากยายของเขา

กาบายเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมลีลล์ และในปี 2011 เขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมโดยการคว้าแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วยให้กับทีมได้ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล และมีฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกที่ดีมากๆจนได้ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปเล่นฟุตบอลยูโร 2012

ในปี 2014 กาบายย้ายกลับไปฝรั่งเศสเพื่อร่วมทีมเปแอชเช แต่ก็กลับมาที่อังกฤษอีกครั้งกับทีมคริสตัล พาเลซในปีต่อมา หลังค้าแข้งอยู่ 3 ปีกับทีมนกอินทรีย์ เขาก็ย้ายไปร่วมทีม อัลนาส ในลีก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

4. อัลฟงส์ อาเรโอล่า (ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์)

ในตอนที่ฝรั่งเศสได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อัลฟงส์ อาเรโอล่า ได้สร้างสถิติไว้โดยการเป็นนักเตะคนแรกใน 36 ปีที่ได้ฟุตบอลโลกโดยที่ยังไม่ได้โอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติเลยซักเกม

อาเรโอล่า เป็นผู้รักษาประตูที่ดีคนหนึ่งโดยเขาโดดเด่นเรื่องการเซฟและการออกบอลอย่างแม่นยำ แต่มีเรื่องที่คนส่วนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา นั่นก็คือทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นชาวฟิลิปปินส์และเขาสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์ได้

ในปี 2011 เขาถูกเชิญจากทีมชาติฟิลิปปินส์โดยผู้จัดการทีมอย่าง แดน พาลามี่ แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมตราไก่

5. ไนเจล เดอ ยอง (เนเธอร์แลนด์, ซูรินาม, อินโดนีเซีย)

เดอ ยอง มีบิดาเป็นชาวซูรินาม และ มีมารดาเป็นลูกครึ่งชาว ดัตช์-อินโดนีเซีย เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมเมืองเกิดอย่าง อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์เช่นเดียวกัน

เขาผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่ๆในยุโรปมาแล้วทั้ง อาหยักซ์, แมนฯซิตี้, เอซีมิลาน และ กาลาตาซาราย และได้แชมป์มาแล้วทั้ง เอเรดีวีซี, พรีมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ

เดอยองเป็นส่วนสำคัญในทีมอัศวินสีส้มที่จบด้วยการเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และ จบอันดับสามในปี 2014 ปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ อัล-อาลี ในลีกกาตาร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

อคาเดมี่ผู้สร้างนักเตะสุดเข้ม กับ 10 นักเตะทีมผ่านมือ’เกงค์’มา

เกงค์ ได้สร้างทั้งนักเตะระดับโลกและนักเตะฝีเท้าดีขึ้นมามากมาย ทั้งนักเตะที่ขึ้นมาจากอคาเดมี่และนักเตะที่ย้ายเข้ามาและใช้เกงค์เป็นบันไดพัฒนาตัวเองก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น และนี่คือรายชื่อนักเตะที่ได้บอกว่าเกงค์เป็นอีกทีมที่มักจะผลิตนักเตะพรสวรรค์ขึ้นมาและทำให้เราคิดว่านี่คือเซาธ์แฮมป์ตันแห่งเบลเยี่ยม

1.เควิน เดอบรอยน์ 2008-2012

เขาคือนักเตะที่เรานึกถึงเป็นคนแรกเมื่อนึกถึงนักเตะเยาวชนของเกงค์ จอมทัพชาวเบลเยี่ยมจากทีมไปก่อนที่จะกลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในยุโรป

เชลซีคว้าตัวเดอบรอยน์ในวัยละอ่อนไปด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโรในปี 2012 และให้สัญญาเกงค์ยืมตัวกลับทันทีเพื่อเล่นในฤดูกาลที่เหลือก่อน หลังจากล้มเหลว (อ้างอิงจาก โชเซ่ มูรินโญ่) ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ เดอบรอยน์ย้ายไปซบโวล์ฟบวร์กในปี 2014 และกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 55 ล้านยูโรในปี 2015 ส่วนเรื่องราวหลังจากนี้คือประวัติศาสตร์

2. ธิโบต์ คูร์ตัวส์ 2009-2011

เชลซีคอนเนคชั่นดำเนินต่อไปด้วยคูร์ตัวส์ ผู้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกงค์เป็นแชมป์ในฤดูกาล 2010/11 คูร์ตัวส์ได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีและก็ทำให้เชลซีซื้อเขามาด้วยเงิน 9 ล้านยูโรหลังจบฤดูกาล

เขาถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับ แอตฯมาดริด 3 ฤดูกาลซึ่งที่นั่นก็ทำให้เขามีโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องและกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้ในปี 2014

หลังทำผลงานได้ดีสม่ำเสมอและเล่นได้อย่างสุดยอดในฟุตบอลโลกก็ทำให้เขาย้ายไปร่วมทีมเรอัลมาดริดในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

จาก เกงค์ สู่ กาแลคติกอส ภายใน 7 ปี ‘ยอดเยี่ยม’

3. วิลเฟรด เอ็นดีดี้ 2015-2017

ปัจจุบันเอ็นดีดี้มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในตำแหน่งของกองกลางตัวรับที่ดีคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งครั้งหนึ่งเขาผ่านการเล่นให้กับเกงค์มาแล้ว

กองกลางชาวไนจีเรียโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้เลสเตอร์หอบเงิน 17 ล้านยูโรเพื่อล่าลายเซ็นของเขา

กองกลางวัย 21 ปีกำลังฉายแววนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมรังหมาป่าในปี 2017 และได้รับการยกย่องว่าเป็นกองกลางห้องเครื่องที่เข้าบอลได้หนักแน่นและแม่นยำคนหนึ่ง

เอ้นดีดี้ ยังมีอายุน้อยและพัฒนาได้อีกไกล พร้อมกับยังมีข่าวเชื่อมโยงเขากับทีมท็อป 6 อีกด้วย

4. ลีออน ไบลีย์ 2015/2017

ชื่อเสียงของ ไบลีย์ ได้พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะผลงานในสนามของเขากับเลเวอร์คูเซนในฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากที่เขาไปชุบตัวอยู่ที่เบลเยี่ยมสองปี ปีกชาวจาไมก้าก็ได้มีข่าวโยงกับทีมในยุโรปและเขาก็มาลงเอยกับเลเวอร์คูเซนในบุนเดสลิกา

สื่อจากอังกฤษหวังจะให้ไบลีย์นั้นเลือกรับใช้ทีมชาติอังกฤษในซัมเมอร์ที่แล้ว เนื่องจากปู่ย่าของเขาทั้งสองคนได้สัญชาติเป็นพลเมืองของอังกฤษ แต่ผลงานโดดเด่นของเขายังไม่เพียงพอให้ถูกเรียกติดทีมชาติสิงโตคำราม แต่โอกาสก็ยังเปิดกว้างเพราะเขาก็ยังไม่ได้เล่นให้กับทีมชาติจาไมก้าชุดใหญ่เช่นกัน

5. คาลิดู คูลาบาลี่ 2012-2014

สองฤดูกาลกับเกงค์ได้มอบสภาพแวดล้อมอันเหมาะเจาะให้กับคูลิบาลี่ในการโชว์ของพรสวรรค์ที่เขามีอยู่ในตัว

นาโปลีนั้นเห็นฟอร์มเขามาเกินพอจนทำให้นำเงิน 6 ล้านยูโรซื้อตัวกองหลังชาวเซเนกัลไปสู่ถิ่นเนเปิ้ลส์ในปี 2014

ปัจจุบัน กองหลังวัย 27 ปีได้ผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังชั้นแนวหน้าของยุโรปและกลายเป็นที่หมายตาของทีมระดับท็อปในพรีเมียร์ลีก

ปัจจุบัน 6 ล้านที่นาโปลีซื้อเขามาคงจะซื้อแม้แต่ขาขวาของเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ…

6. เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช

กองกลางชาวเซอร์เบียร์ย้ายออกจากทีมในลีกบ้านเกิดไปร่วมทีมเกงค์ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 1 ล้านยูโรและฉายแววออกมาทำให้ ลาซิโอ ได้ซื้อเขาไปร่วมทีมในปีต่อมาด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร

ซาวิชเคยมีข่าวกับทั้งแมนฯยูและลิเวอร์พูล แต่เห็น เอซีมิลาน ที่มีข่าวว่าอยากได้ตัวของซาวิชอย่างจริงจังแต่ก็ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อลาซิโอได้ออกมาปักป้ายค่าตัวของซาวิชนั้นอยู่ที่ 120 ล้านยูโร

และนี่คือรางวัล honourable mentions ที่ปัจจุบันพวกเขาอาจจะไม่ได้มีฟอร์มที่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังเป็นนักเตะชั้นดีที่เคยผ่านการค้าแข้งกับเกงค์มา

คริสเตียน เบนเทเก้ 2006-2007

ในช่วงที่เบนเทเก้เป็นนักเตะเยาวชนเขาเติบโตมากับทีมสตองดาร์ด ลีแอช ก่อนจะย้ายไปที่ เกงค์ และกลับไปเซ็นสัญญาอาชีพกับสตองดาร์ด ลีแอชอีกครั้ง และในปี 2011 เกงค์ก็ใช้เงิน 1 ล้านยูโรซื้อตัวเขาไปร่วมทีมก่อนที่ปี 2012 เจ้าตัวจะย้ายไปร่วมทีม แอสตัน วิลล่า และสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกจนกระทั่งลิเวอร์พูลซื้อเขาไปร่วมทีมก่อนจะล้มเหลวและย้ายไปเล่นให้คริสตัล พาเลซมาจนถึงปัจจุบัน

ดิว็อค โอริกิ 2001-2010

โอริกิอยู่กับเกงค์มาตั้งแต่ 6 ขวบจนกระทั่งเขาถูกลีลล์จากลีกเอิงซื้อไปปั้นต่อตอนที่อายุ 15 ปี และทำให้ลิเวอร์พูลซื้อเขามาร่วมทีมในปี 2014 แต่ปัจจุบันฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั้นออกทะเลไปไกลจนทำให้หลุดวงโคจรจากทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลไปแล้ว

สตีเวน เดฟูร์ 2004-2006

เดฟูร์ย้ายมาร่วมทีมเกงค์ในตอนที่เป็นเยาวชนก่อนที่จะถูกขายไปแจ้งเกิดกับสตองดาร์ด ลีแอชก่อนที่เจ้าตัวจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ ปอร์โต้, อันเดอร์เลช และ เบิร์นลีย์ ในเวลาต่อมา

ยานนิค คาร์ราสโค่ 2005-2010

คาร์ราสโค่อยู่ในทีมเยาวชนของเกงค์จนกระทั่งในปี 2010 เขาถูกซื้อไปปั้นต่อที่โมนาโก ก่อนแอตฯมาดริดจะซื้อตัวแนวรุกชาวเบลเยี่ยมไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโรในปี 2015 และถูกขายไปให้กับต้าเหลียน ยี่ฟ่างในไชนีส ซูเปอร์ลีกด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

วันเดอร์คิดจากเกม FM 2012 ใครเจ๋งจริงใครหลอกเจ้า

ฟุตบอล เมเนเจอร์ หรือเอฟเอม เป็นเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และคอบอลหลายๆ คนก็ไม่พลาดที่จะมีเกมนี้ไว้ในครอบครอง จากการที่เกมมีฐานข้อมูลที่สมจริงมากที่สุด และมีรายละเอียดหลายๆ อย่าง ที่เกมฟุตบอลอย่าง PES หรือฟีฟ่าไม่มี

หนึ่งในสิ่งที่บรรดาคอเกมเอฟเอมชอบมากที่สุดคือการปั้นดาวรุ่งขึ้นมา และเกมนี้ก็มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นดาวรุ่งที่สมจริงมาก นักเตะหลายๆ คน ที่มีค่าพลังฝีเท้าในเกมสูงตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ก็มักจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อย่างเช่น เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชส แต่บางคน พวกเขาก็เก่งได้แค่ในเกม ส่วนชีวิตนักฟุตบอลจริงๆ ของพวกเขานั้น ต้องเรียกได้ว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย เช่น เฟรดดี้ อาดู, แจ็ค รอดเวลล์

ในวันนี้ ทางโฟร์โฟร์ทู จะขอพาทุกท่านไปตามหา 11 นักเตะที่เป็นวันเดอร์คิดในเกม FM 2012 ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ในปัจจุบัน

ผู้รักษาประตู : หลุยส์ กิลเญร์เม่

สโมสรในขณะนั้น : โบตาโฟโก

ในเกม FM 2012 หลุยส์ กิลเญร์เม่ มีค่าตัวแค่เพียง 5 แสนปอนด์เท่านั้น และเขาก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้นมาอยู่นระดับเดียวกับดาบิด เด เกอา และธิโบต์ กูร์ตัวส์ เลยทีเดียว

แต่ชีวิตจริงไม่สวยหรูขนาดนั้น กิลเญร์เม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติแค่เพียงชุด U-17 เท่านั้น และปัจจุบันในวัย 26 ปี เขาก็เป็นเพียงผู้รักษาประตูของทีมอเมริกา สโมสรฟุตบอลในลีกรองรัฐริโอ เด จาเนโร่ ของบราซิลเท่านั้น

แบ็คซ้าย : แจ็ค โรบินสัน

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

โรบินสันมีดีกรีเป็นถึงผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่ แต่เขาก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกเลย ท้ายที่สุด เจ้าตัวจึงเลือกย้ายไปเล่นให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในเกม FM 2012 นั้น โรบินสันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกได้เลย และเขาก็มีค่าพลังด้านศักยภาพ (PA) อยู่ในระดับเดียวกับลีโอเนล เมสซี่ เลยทีเดียว

แต่ในชีวิตจริง แทนที่เขาจะได้ลงดวลกับพวกปีกระดับท็อปคลาสในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับกลายเป็นการดวลกับตัวรุกในระดับลีกรองของอังกฤษเท่านั้น

เซนเตอร์แบ็ค : คีเรียกอส ปาปาดูโปลอส

สโมสรในขณะนั้น : ชาลเก้ 04

หากเป็นโลกในเกม ปาปาดุโปลอสอาจจะมีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ และถูกสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด หรือเรอัล มาดริด ไล่แย่งลายเซ็นอยู่ แต่ตอนนี้ กองหลังชาวกรีกก็เป็นแค่เพียงเซนเตอร์แบ็คทั่วๆ ไป ที่ลงเล่นอยู่ในบุนเดสลีก้า 2 กับฮัมบูร์ก

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ แต่มันก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี หากเราเทียบกับค่าพลังในเกมของเขา ที่ควรจะก้าวมาเป็นกองหลังระดับโลกในปัจจุบัน

เซนเตอร์แบ็ค : เคิร์ท ซูม่า

สโมสรในขณะนั้น : แซงต์-เอเตียน

ในปัจจุบัน นี่คือฤดูกาลที่ 4 บนเวทีพรีเมียร์ลีกของซูม่าแล้ว กองหลังผิวสีรายนี้เริ่มต้นลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษกับเชลซี และเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามพอสมควรในฤดูกาลแรก ซึ่งทีมสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ ก่อนที่ปีต่อมา ปราการหลังเลือดน้ำหอมจะบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซึ่งมันทำให้พัฒนาการของเจ้าตัวหยุดชะงักลง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ยด้วย และนั่นก็ทำให้เขาต้องออกมาหาโอกาสลงเล่น ด้วยการย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญาเช่าในปัจจุบัน

ซูม่าถือเป็นกองหลังดาวรุ่งที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และมีเทคนิคที่ดีมากในเกม FM 2012 และด้วยอายุเพียง 23 ปี และถ้าเจ้าตัวทำผลงานกับท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้ดีในฤดูกาลนี้ ก็อาจจะทำให้เขากลับสู่เส้นทางการเป็นยอดกองหลังแบบที่ควรจะเป็นก็ได้

แบ็คขวา : ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

ในตอนเริ่มเกม เวอร์ซัลจ์โกมีค่าตัวแค่เพียง 1 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่เขาก็ถือเป็นดาวรุ่งที่น่านำมาปั้นมากที่สุดในเกมคนหนึ่ง

และในปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่าเวอร์ซัลจ์โกนั้นเป็นของจริง เขาเป็นแบ็คขวาของทีมชาติโครเอเชียชุดคว้ารองแชมป์โลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนในปัจจุบันเจ้าตัวกำลังลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งแบ็คขวาวัย 26 ปี ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาไม่ได้เก่งแค่ในเกม

สโมสรในขณะนั้น : ลีลล์

อาซาร์ถือเป็นหนึ่งในวันเดอร์คิดของเกม FM 2012 ที่สามารถทำผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้จริงๆ

ฟอร์มการเล่นที่อาซาร์แสดงให้เห็นกับเชลซีและทีมชาติเบลเยี่ยม ทำให้เราบอกได้เลยว่าเขาเป็น 1 ใน 5 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และปีกพ่อมดชาวเบลเจี้ยนรายนี้ก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ ไม่น่าว่าอนาคต เขาอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกเช่นเดียวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นได้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : มัตเตโอ โควาซิช

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

โควาซิชเป็นผลผลิตจากทีมเยาวชนของซาเกร็บ และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก อีกหนึ่งวันเดอร์คิดของภาคนี้มาก่อน ส่วนปัจจุบัน เจ้าตัวก็ลงเล่นร่วมกับวันเดอร์คิดอีกคนของภาคนี้อย่าง เอเดน อาซาร์ ที่เชลซี

โควาซิชก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางฝีเท้าดีของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน โควาซิชมีเส้นทางการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ 1 สมัย และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 3 สมัย ทั้งที่มีอายุเพียง 24 ปี เท่านั้น และเจ้าตัวก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จอีกมากพอสมควร รวมถึงยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แบบที่ลูก้า โมดริช รุ่นพี่ร่วมชาติทำไว้ในตอนนี้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : อันเดรีย เบร์โตลัชชี่

สโมสรในขณะนั้น : เลชเช่ (ยืมตัวมาจากโรม่า)

ในเกม FM 2012 เบร์โตลัชชี่มีคุณสมบัติดีพร้อมครบทุกด้าน และเขาก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางระดับเวิลด์คลาส

และในปี 2015 กองกลางรายนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่ในลีกอย่างเอซี มิลาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่น่าประทับใจให้กับทัพปีศาจแดงดำเลย จนในปัจจุบัน เบร์โตลัชชี่ก็ถูกรอสโซเนรี่ปล่อยตัวไปอยู่กับเจนัวด้วยสัญญายืมตัว และแววความเป็นยอดมิดฟิลด์แบบในเกมก็ไม่หลงเหลืออยู่เลยในตัวดาวเตะวัย 27 ปี

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

ในตัวเกม สเตอร์ลิ่งก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ เขามีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วอันเหลือเชื่อ สามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องราวในชีวิตจริงเลย

สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ให้กับแมนฯ ซิตี้ ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้เจ้าตัวจะยังมีจุดอ่อนในเรื่องของจังหวะชี้เป็นชี้ตายอยู่บ้าง แต่ 18 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าปีกวัย 23 ปี ยอดเยี่ยมแค่ไหน

กองหน้า : เอ็มเบย์ เนียง

สโมสรในขณะนั้น : ก็อง

นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดใน FM 2012 เพราะเจ้าตัวแทบจะการันตี 20 ประตูต่อฤดูกาลให้กับทีมได้เลย

แต่ในชีวิตจริง ผลงานของเนียงดูจะตรงข้ามกับผลงานในเกมอย่างสิ้นเชิง กองหน้าทีมชาติเซเนกัลเพิ่งจะทำประตูในลีกไปได้เพียง 14 ลูก จากเกมลีก 80 เกมหลังสุด ที่ลงเล่นให้กับแรนส์, โตริโน่, วัตฟอร์ด, เจนัว และเอซี มิลาน

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกของเนียง ก็ยังพอทำให้เราเห็นว่า เขายังมีแววที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นศูนย์หน้าชั้นดีในอนาคตได้ แม้มันจะยากก็ตามที

กองหน้า : คาร์ลอส เฟียร์โร่

สโมสรในขณะนั้น : กัวดาลาฮาร่า

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่คอเกม FM 2012 เกือบทุกคนต้องเซ็นสัญญาทันทีที่เริ่มเกม เขาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในเกม เฟียร์โร่รวดเร็ว ไปกับบอลได้ดี มีสัมผัสบอลแรกที่ยอดเยี่ยม หาตำแหน่งได้ดี และจบสกอร์ได้เฉียบขาด

แต่ในความเป็นจริง ดาวยิงรายนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองเป็นในเกมเลย ปัจจุบันเขาเป็นเพียงดาวเตะตัวยืมของโมเรเลีย สโมสรในเม็กซิโก บ้านเกิดของเฟียร์โร่ และเจ้าตัวก็ไม่เคยออกไปเล่นฟุตบอลนอกบ้านเกิดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online