เตรียมเปลื่ยนเสื้อได้เลย..ดีลประจำเดือนมกราคมในพรีเมียร์ลีกที่มีโอกาสเป็นไปได้สูง

การคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดนักเตะนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนดูโง่เขลาได้ง่ายๆ แต่ยังไง พวกเราก็ยังต้องการจะทำมันอยู่ดี และในเดือนนี้ ก็เป็นเดือนที่สามารถเกิดการเจรจาซื้อขายนักเตะได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว นักเตะที่ย้ายจะเป็นพวกที่มักจะได้แต่วอร์มร่างกายอยู่ข้างสนาม และไม่ค่อยได้ลงเล่น

แต่บางที ตลาดรอบนี้อาจเป็นการนำเข้านักเตะสักคนตามที่แฟนบอลต้องการ ยกตัวอย่างก็แฟนของสเปอร์สไง ตอนนี้พวกคุณก็ลองไปอ้อนวอน ดาเนี่ยล เลวี่ ดีๆ แล้วกัน

แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ (เชลซี ไป ฟูแล่ม)

Danny Drinkwater

เดือนมกราคม เป็นเวลาที่คุณได้ลองดูขุมกำลังของแต่ละทีมในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในบรรดาทีมท็อป 6 และมันก็อาจทำให้คุณได้นึกถึงนักเตะบางคน ที่คุณอาจจะลืมไปแล้วว่าพวกเขาได้อยู่ในทีมใหญ่เหล่านี้ และดริ๊งค์วอเตอร์เอง ก็เป็นหนึ่งในนักเตะประเภทที่เรากำลังกล่าวถึง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มิดฟิลด์เลือดผู้ดีรายนี้ออกมายืนยันว่า เขายังไม่ได้เร่งร้อนจะออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ในวัย 28 ปี อดีตกองกลางเลสเตอร์รายนี้กลับแทบไม่ได้ลงสนามเลย และนั่นก็ทำให้เรามองว่า ดริ๊งค์วอเตอร์มีโอกาสจะย้ายทีมในหน้าหนาวนี้

แต่ด้วยค่าเหนื่อยที่สูงถึง 100,000 ปอนด์/สัปดาห์ ก็ทำให้ทางออกที่ดีที่สุดของดริ๊งค์วอเตอร์ตอนนี้ คือการถูกปล่อยยืม และการที่เคลาดิโอ รานิเอรี่ เคยดึงฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาจากอดีตเด็กปั้นแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ ก็ทำให้มีโอกาสสูงทีเดียว ที่กองกลางรายนี้จะย้ายไปช่วยกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ในการพาฟูแล่มหนีตกชั้นฤดูกาลนี้

มิชี่ บาตชัวยี่ (เชลซี ไป คริสตัล พาเลซ)

Michy Batshuayi

รอย ฮอดจ์สัน เพิ่งจะออกมายอมรับว่า ดีลการยืมตัวโดมินิค โซลันกี้ จากลิเวอร์พูลนั้นล่มลงไปแล้ว และนั่นก็ทำให้ทัพดิ อีเกิลส์ ยังต้องมองหากองหน้ารายใหม่ต่อไป

ในตอนนี้ บาตชัวยี่นั้นทำผลงานได้ไม่ดีนัก ในการย้ายไปเล่นกับบาเลนเซียแบบยืมตัว เขาทำประตูได้เพียงลูกเดียวจาก 14 เกมในลา ลีก้า และได้ลงเป็นตัวจริงแค่ 4 เกมเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ บาตชัวยี่ก็เคยเป็นเป้าหมายของคริสตัล พาเลซ มาก่อน แต่สุดท้ายก็เป็นเชลซีที่คว้าตัวเขาไปได้ในปี 2016 และตอนนี้ พวกเขาก็กลับมาให้ความสนใจในตัวกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมอีกครั้ง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหากองหน้าของทีม อย่างไรก็ตาม ทัพปราสาทเรือนแก้วก็อาจพลาดคว้าตัวเขาอีกครั้ง เพราะเวสต์แฮมเองก็ให้ความสนใจอดีตกองหน้าของมาร์กเซยเช่นกัน

มิเกล อัลมิร่อน (แอตแลนต้า ยูไนเต็ด ไป นิวคาสเซิล)

Almiron Newcastle

สถานการณ์ในดีลนี้ของนิวคาสเซิลนั้นขึ้นอยู่กับว่า ไมค์ แอชลีย์ นั้นเต็มใจที่จะขายสโมสรหรือเปล่า เพราะนักเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดในเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ อย่างอัลมิร่อน นั้นเป็นนักเตะแอตแลนต้า ยูไนเต็ด ซึ่งมีเจ้าของชื่อว่าอาเธอร์ แบลงค์ และเขาคนนี้ก็เป็นคนที่ต้องการซื้อสโมสรจากไทน์ไซด์ต่อจากแอชลีย์

หากอัลมิร่อนได้ย้ายทีม มันคงจะเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเขาจะเป็นนักเตะคนแรกที่แจ้งเกิดจากเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ แล้วได้ย้ายมาเล่นในลีกท็อป 5 ของยุโรป นับตั้งแต่ที่คลินท์ เดมพ์ซีย์ ย้ายมาเล่นกับฟูแล่ม เมื่อปี 2007 นอกจากนี้มันยังเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ นั่นไม่ใช่ลีกที่อ่อนด้อยอีกต่อไป เพราะมีข่าวว่า มิดฟิลด์ทีมชาติปารากวัยจะย้ายมาเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ด้วยค่าตัวระดับสถิติสโมสร

แจร์รอด โบเวน (ฮัลล์ ไป สเปอร์ส)

Jarrod Bowen

มีนักเตะดาวรุ่งในลีกแชมเปี้ยนชิพอย่างน้อย 5 คน ที่มีฝีเท้าดีพอจะย้ายมาเล่นให้กับทีมท็อป 6 ของพรีเมียร์ลีกได้ แต่โบเวนอาจจะเป็นคนแรกที่ได้ย้ายทีม เพราะมีข่าวออกมาว่า สเปอร์สเตรียมทุ่มเงิน 22 ล้านปอนด์ ให้กับฮัลล์เพื่อคว้าปีกดาวรุ่งรายนี้ หากว่าพวกเขาสามารถลดการจ่ายค่าเหนื่อย จากการปล่อยตัววินเซนต์ ยานส์เซ่น, จอร์จส-เกวิน เอ็นคูดู และเฟอร์นานโด ญอเรนเต้ ไปได้

สเปอร์สนั้นถือเป็นสโมสรที่สมบูรณ์แบบของโบเวน ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้เล่นชั้นยอด และเขาจะได้ทำงานกับกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นดาวรุ่งที่มาจากการซื้อ หรือที่มีอยู่แล้วในทีม ตอนนี้สเปอร์สกำลังต้องการผู้เล่นที่มีโควตาโฮมโกรนเข้ามาเพิ่ม โดยเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทัพไก่เดือยทองเกือบจะคว้าแจ็ค กรีลิช มาได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม โปเช็ตติโน่ก็เคยออกมากล่าวถึงการคว้าดาวรุ่งจากลีกรอง เมื่อเดือนกันยายนว่า “บางทีคุณก็ต้องมีโชคนะ ในการจะเสี่ยงกับนักเตะแบบนี้”

แต่ด้วยค่าตัวแค่นี้ เราก็มองว่าโบเวนในวัย 22 ปี นั้นคุ้มค่าต่อการเสี่ยงของคุณนะ โปเช็ตติโน่

นาธาเนี่ยล ไคลน์ (ลิเวอร์พูล ไป บอร์นมัธ)

Nathaniel Clyne

ในตลาดซื้อขายรอบนี้ ถ้าเอ็ดดี้ ฮาว อยากจะยกระดับผู้เล่นตำแหน่งไหนในทีมสักตำแหน่งล่ะก็ มันต้องเป็นแบ็คขวาแน่ แม้สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเก็บคัลลัม วิลสัน ไว้กับทีมต่อไปให้ได้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของอดัม สมิธ และไซม่อน ฟรานซิส ก็ทำให้พวกเขามีตัวเลือกตำแหน่งแบ็คขวาน้อยมาก

ซึ่งไคลน์นั้นน่าจะเป็นตัวแทนที่เพอร์เฟ็คเลยทีเดียว มันชัดเจนว่าตอนนี้เขาเป็นตัวเลือกรองของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ที่แอนฟิลด์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้นไปอีกนานด้วย แม้ว่าฟูลแบ็ควัย 27 ปี จะมีส่วนร่วมกับทีมใน 4 จาก 5 เกมล่าสุด แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการเปลี่ยนลงไปเล่นในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวคงต้องมองหาปลายทางใหม่สักที ซึ่งทัพเดอะ เชอร์รี่ส์ ก็ดูจะเป็นสโมสรที่เหมาะสมมากๆ เลยทีเดียว

แกรี่ เคฮิลล์ (เชลซี ไป อาร์เซนอล)

Gary Cahill

มีนักเตะพรีเมียร์ลีกไม่กี่คนหรอก ที่ความสำคัญในทีมนั้นถูกลดลงไปมากในช่วงปีที่ผ่านมา เคฮิลล์ได้ลงสนามในลีกถึง 37 เกม ในฤดูกาล 2016/17 ที่ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ และในฤดูกาลต่อมาก็ได้ลงเล่นมากกว่า 27 เกม แต่ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ กองหลังทีมชาติอังกฤษได้ลงเล่นในลีกไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น และการกลับมาคืนฟอร์มของดาวิด ลุยซ์ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นตัวสำรอง

เคฮิลล์เพิ่งจะอายุครบ 33 ในเดือนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็ยังถือเป็นกองหลังฝีเท้าดีอยู่ และอาร์เซนอลเองก็กำลังมองหาเซนเตอร์แบ็คตัวใหม่อยู่ หลังจากชโกดราน มุสตาฟี่ มักจะก่อความผิดพลาดอยู่เรื่อยๆ ประเด็นก็คือ เชลซีจะยอมปล่อยให้เคฮิลล์ไปอยู่กับคู่แข่งแย่ง 4 อันดับแรกหรือเปล่า แต่บางที พวกเขาก็อาจจะทำก็ได้ เพื่อเป็นการแสดงการให้เกียรตินักเตะที่รับใช้ทีมมานาน แบบที่ยอมให้ปีเตอร์ เช็ค ไปเล่นกับทัพปืนใหญ่

นีล มูเปย์ (เบรนท์ฟอร์ด ไป ฮัดเดอร์สฟิลด์)

Neal Maupay

มูเปย์เป็นหนึ่งในแข้งที่ทำผลงานได้เซอร์ไพรส์ที่สุดในแชมเปี้ยนชิพซีซั่นนี้ ด้วยวัย 22 ปี ดาวยิงลูกครึ่งฝรั่งเศส-อาร์เจนติน่านั้นสามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าเป็นศูนย์หน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งในลีกรองของอังกฤษ และการที่เบรนท์ฟอร์ด ต้นสังกัดของเขา ดูจะไม่มีโอกาสเลื่อนชั้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ ก็ทำให้อดีตเด็กปั้นของนีซเริ่มหาโอกาสย้ายไปเล่นให้กับทีมในลีกสูงสุดของอังกฤษแล้ว

และตอนนี้ ก็ไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ลีกที่ต้องการตัวจบสกอร์ไปมากกว่าฮัดเดอร์สฟิลด์ เอาเป็นว่าดาวเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมในปี 2018 ก็คือโจ ลอลเลย์ ซึ่งเจ้าตัวย้ายไปน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ดูเหมือนว่าทัพเดอะ เทอร์เรียส์ จะประสบปัญหาเรื่องการทำประตูอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทีมของเดวิด ว้ากเนอร์ ยังมีอัตราการเปลี่ยนโอกาสยิงเป็นประตูน้อยที่สุดในลีก (5.2%) และดาวซัลโวของทีมในฤดูกาลนี้ก็คือมาธิอัส ยอร์เกนเซ่น ซึ่งเป็นเซนเตอร์แบ็คที่ตลอดการเป็นนักฟุตบอลนั้นทำประตูไม่ถึง 20 ลูกด้วยซ้ำ

แทมมี่ อับราฮัม (เชลซี ไป วูล์ฟสฯ)

Tammy Abraham

วูล์ฟแฮมป์ตันกำลังมองหากองหน้าตัวใหม่ เพื่อเข้ามาแย่งตำแหน่งกับราอูล ฆิเมเนซ และเชลซีก็คงจะยินดีที่จะปล่อยให้อับราฮัมไปเล่นกับทัพหมาป่า เพราะพวกเขาก็หวังว่าหัวหอกดาวรุ่งจะสามารถช่วยตัดแต้มทีมคู่แข่งในพื้นที่ท็อป 4 ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม มันอาจจะทำให้แอสตัน วิลล่า ทีมที่ยืมกองหน้าทีมชาติอังกฤษมาใช้งานอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่พอใจนัก

อย่างไรก็ตาม วูล์ฟสฯ ก็กังวลว่า อับราฮัมอาจจะไม่สามารถทำประตูได้ถล่มทลายเหมือนตอนเล่นอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ แต่การทำไป 16 ประตู จาก 20 เกม ในลีกเบอร์สองของอังกฤษ และการติดทีมสิงโตคำรามชุดใหญ่ไปแล้ว 2 เกม ด้วยวัยเพียง 21 ปี ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่า ดาวรุ่งของเชลซีรายนี้นั้นไม่ธรรมดา

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ามีกฎระบุว่า นักเตะสามารถลงทะเบียนเล่นกับทีมได้ 3 ทีม/ฤดูกาล แต่พวกเขาก็อนุญาตในนักเตะลงเล่นได้แค่ 2 ทีมเท่านั้น (พิจารณาจากเกมที่เป็นทางการเท่านั้น) ซึ่งอับราฮัมเองก็เคยลงเล่นให้กับเชลซี U-23 และแอสตัน วิลล่า ไปแล้ว และนี่ก็อาจจะทำให้หัวหอกดาวรุ่งรายนี้ไม่สามารถลงเล่นให้กับทัพหมาป่าได้ แม้จะย้ายมาอยู่กับทีมได้ก็ตาม

บราฮิม ดิอาส (แมนฯ ซิตี้ ไป เรอัล มาดริด)

Brahim Diaz

บรรดาสโมสรระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกมีปัญหาในเรื่องนี้อยู่เสมอ พวกเขามีสถานการะเงินที่ยอดเยี่ยม และนั่นก็ทำให้สโมสรเหล่านี้สามารถดูดดาวรุ่งระดับหัวกะทิมาจากในประเทศและต่างประเทศได้ เพื่อให้นักเตะเหล่านี้มีโควตาโฮมโกรน แต่ด้วยความกดดันในการแข่งขันที่สูงลิบ ก็ทำให้พวกเขาตัดสินใจทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังมาเล่น แทนที่จะนำบรรดาดาวรุ่งชั้นยอดจากอคาเดมี่ตัวเองมาลงเล่น

ที่เชลซี คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย กำลังพยายามผลักดันให้ตัวเองได้ย้ายไปบาเยิร์น มิวนิค ที่แมนฯ ซิตี้ เจดอน ซานโช่ ได้ย้ายไปเล่นกับดอร์ทมุนด์ในซีซั่นที่แล้ว และบราฮิม ดิอาส ก็กำลังจะออกจากทีมเป็นรายต่อไป โดยเขาอาจจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามในลีกให้ทีมเพียง 49 นาทีเท่านั้น และโอกาสส่วนใหญ่ของเจ้าตัวก็เกิดในบอลถ้วย และจากสาเหตุทั้งหมด มันก็ไม่น่าแปลกเลยที่มิดฟิลด์วัย 19 ปี รายนี้ จะต้องการอำลาทีม

อาเดรียน ซิลวา (เลสเตอร์ ไป สปอร์ติ้ง ลิสบอน)

Adrien Silva
เรื่องราวตอนที่ซิลวาย้ายมาเล่นกันเลสเตอร์ในเดือนสิงหาคม 2017 คงจะถูกพูดถึงไปอีกหลายสิบปีแน่ มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสย้ายมาที่คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ ทั้งสองฝ่ายเจรจากันลงตัวเรียบร้อย แต่เอกสารการลงทะเบียนนักเตะของทีมที่ต้องส่งให้ฟีฟ่านั้นไปถึงช้ากว่าเส้นตาย 14 วินาที และนั่นก็ทำให้กองกลางรายนี้ทำได้เพียงแต่ซ้อมและนั่งดูเพื่อนลงเล่นเป็นเวลาถึง 5 เดือน
แต่เมื่อซิลวาพร้อมที่จะลงสนามได้ ผู้จัดการทีมที่เซ็นสัญญาเขามาอย่างเคร็ก เช็คสเปียร์ ก็ไม่ได้อยู่กับทีมแล้ว และเจ้าตัวก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับโคลด ปูเอล กุนซือคนปัจจุบันได้เลย นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเลสเตอร์ มิดฟิลด์วัย 29 ปี ได้ลงเล่นในลีกให้ทีมเพียง 850 นาทีเท่านั้น และในฤดูกาลนี้ ซิลวาก็ได้ลงเล่นไปเพียง 88 นาที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนgclubที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท Gclub online คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ของเรา เพิ่มความสะดวกในการเล่นเกมส์
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว golden slot พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับ สล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน ท่านสามารถเล่น Gclub ผ่านเว็บไซต์ ได้โดยตรงโดยไม่ต้อง ดาวน์โหลด gclub ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ท่านได้สนุกกับบริการ คาสิโนออนไลน์ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม gclub ผ่านเว็บ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ท่านสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ก็สามารถสนุกไปกับบริการหลากหลายอาทิเช่น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต สล็อต และอื่นๆอีกมากมายได้ทันที ท่านสามารถสมัครเปิดบัญชีกับเราได้ตลอด 24 ชม. เพียงท่านทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ ท่านก็จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษมากมายทันทีที่สมัคร สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของเรา Gclub899 คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง จีคลับ

เด็กสร้างดาวรุ่งของลิเวอร์พลูใครน่าจะมีลุ้นเข้าตา เจอร์เก้น คล็อปป์ ในปี2019 บ้างไปชมกัน

ในช่วงปีหลังๆ ลิเวอร์พูล ได้เปลี่ยนโครงสร้างในทีมครั้งใหญ่เพื่อทำให้แน่ใจว่าเส้นทางของนักเตะจากอคาเดมี่ สู่ทีมชุดใหญ่ จะราบรื่นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังจ้าง เยอร์เกน คล็อปป์ เข้ามาในปี 2015 ก็ทำให้เดอะเรดส์ได้ผู้จัดการทีมที่เหมาะสมกับปรัชญาของทีมเข้ามา

พวกเขาคัดจำนวนเด็กออกจากเคิร์กบีไป 15% ในปี 2015 เพื่อเน้นคุณภาพอยู่เหนือปริมาณ และเล็งที่การค่อยๆให้ดาวรุ่งได้ซึมซับมาตรฐานที่พวกเขาตั้งไว้ว่า ดาวรุ่งระดับท็อปจะได้เงินที่ 40,000 ปอนด์ต่อปี ในปีแรก โดยเริ่มที่เด็กจบใหม่ในรุ่น 2016

ความอดทนของพวกเขาจะได้รับรางวัลตอบแทนกลับคืนแน่นอน หากพูดถึงทางทฤษฏี ลิเวอร์พูล ใช้เงินจำนวน 50 ล้านปอนด์ ที่ใช้พัฒนาปรับปรุงสนามซ้อมของอคาเดมี่ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมชุดเยาวชนให้อยู่ร่วมในศูนย์ซ้อมเดียวกัน เนื่องจาก คล็อปป์ เคยเผยว่า “พวกเราอยากจะเห็นสเกาเซอร์หนุ่มทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่”

การดำเนินงานเริ่มต้นในปี 2018 ตามแผนคาดการณ์ว่าจะเสร็จในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งจะตรงกับไทม์ไลน์ที่เหล่าดาวรุ่งทั้งหลายน่าจะทะลุขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ได้พอดิบพอดี

ถึงแม้ คล็อปป์ จะมีชื่อเสียงในฐานะผู้จัดการทีมที่กระหายในการให้โอกาสกับดาวรุ่งในทุกๆโอกาส แต่กุนซือชาวเยอรมันก็ไม่ได้ดันเด็กอคาเดมี่มาเลยนับตั้งแต่ แฮร์รี วิลสัน ได้ลงเล่นครั้งแรกให้กับสโมสรในช่วงเริ่มต้นปี 2017 ทั้งนี้ 11 นักเตะที่ได้รับโอกาสประเดิมสนามจาก คล็อปป์ มีเพียงแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่กลายมาเป็นนักเตะตัวหลักในทีมชุดใหญ่ มี 4 คนที่ออกจากทีมไปแล้ว ส่วนอีก 6 คนก็เริ่มต้นปี 2018/19 ด้วยการออกไปเล่นให้ทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัว

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายยังคงอยู่เพื่อก้าวตาม อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยการได้โลดแล่นอยู่ในสนามต่อหน้าเดอะค็อปในทุกสัปดาห์ แต่จะมีนักเตะคนไหนที่มีโอกาสอันดีในการขึ้นมาเป็นตัวหลักภายใต้การคุมทีมของ คล็อปป์ ในปี 2019 บ้างล่ะ?

ไรอัน บรูว์สเตอร์ (18 ปี, กองหน้า)

Rhian Brewster

บรูวสเตอร์ ใช้เวลาส่วนมากในปี 2018 ไปกับการฟื้นตัวหลังผ่าคัดเข่าและข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงต้นปีที่แล้ว แต่เขาก็ผ่านการฟื้นตัวของเขามาได้ ที่สนามซ้อมของทีมชุดใหญ่และโชว์ให้เห็นความศรัทธาของ คล็อปป์

นี่คือความเชื่อมั่นของผู้จัดการทีมต่อดาวรุ่งวัย 18 ปีคนนี้ ที่ให้ บรูวสเตอร์ มาฟื้นร่างกายที่ เมลวูด ร่วมกับ อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งนี่คือคาแร็กเตอร์ของ คล็อปป์ ที่ได้รับการยอมรับในห้องแต่งตัว อีกทั้งเขายังปฏิเสธโอกาสที่จะเซ็นสัญญากองหน้าตัวอื่นเข้ามาในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์

บรูวสเตอร์ เป็นนักเตะที่จบสกอร์ได้คมและครบเครื่องคนหนึ่ง อีกทั้งยังขึ้นไปติดทีมชุด U-23 อย่างรวดเร็ว เขามีก้าวสำคัญรออยู่หลังจากที่เขากลับมาสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง

เคอร์ติส โจนส์ (17 ปี, กองกลางตัวรุก)

Curtis Jones

ในขณะที่ยังมีข้อกังขาถึงตำแหน่งระยะยาวของราฟา คามาโช่ เคอร์ติส โจนส์ก็ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาในระดับที่อาจจะเป็นตัวหลักของทีมได้ในอนาคต

“เราเห็นศักยภาพของเขาและอยากช่วยให้เขาพัฒนาให้ดีที่สุดที่เขาสามารถเป็นได้” คล็อปป์ กล่าวกับเว็บไซต์ทางการของสโมสรในระหว่างที่อยู่ในช่วงพรีซีซั่นซึ่ง โจนส์ ได้ลงสนามเป็นตัวจริง “เมื่อใดที่เขาพร้อม เมื่อนั้นอนาคตของเขาจะสดใสแน่นอน”

ผู้จัดการทีมเอ่ยปากมาขนาดนี้แล้ว ตราบใดที่ คล็อปป์ ไม่สนใจที่จะดึงนักเตะใหม่ที่ สูง, เร็ว, เทคนิคดี และ เล่นได้หลายตำแหน่งเข้ามาในทีม โจนส์ก็จะมีโอกาสกลายมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในอนาคต

อดัม เลวิส (19 ปี, แบ็คซ้าย)

Adam Lewis

จากการจากไปของโค้ชในทีมเยาวชนทั้ง สตีเฟน เจอร์ราร์ด และ ไมเคิล บีล ก็เป็น แบร์รี ลูวตัส และ นีล คริทชีย์ ที่ถูกเลื่อนตำแหน่งให้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน และ เลวิส คือนักเตะที่ทะยานขึ้นมาสร้างความประทับใจให้พวกเขา

แบ็คซ้ายดีกรีกัปตันทีมชุด U-18 ก็เหมือนว่าเขาจะได้รับความสนใจจาก คล็อปป์ เช่นกัน โดยเขาได้ขึ้นมาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงท้ายปี 2018

ด้วยการที่ อัลเตอร์โต โมเรโน อาจจะแยกทางกับทีมในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ก็มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ คล็อปป์ อาจจะมองไปถึงการเลื่อนขั้นนักเตะที่มีอยู่แล้วและมีสายเลือดสเกาเซอร์ขึ้นมาเป็นสำรองของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน

เฮอร์บี เคน (20 ปี, กองกลาง)

Herbie Kane

แม้ว่าทั้ง วิลสัน และ เบน วูดเบิร์น ต่างก็ถูกตัดออกจากลิสท์นี้หลังจากได้ประเดิมสนามไปแล้ว เคน คืออีกหนึ่งรายที่ได้ลงสนามในฟุตบอลระดับชุดใหญ่แล้วเช่นกัน

หลังจากก้าวข้ามอาการบาดเจ็บและกลายมาเป็นคีย์แมนของทีมชุด U-23 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เคนก็ได้มีประสบการณ์ได้สัมผัสเกมการแข่งขันระดับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกกับ ดอนแคสเตอร์ โรเวอร์ส

กองกลางที่เก่งรอบด้านคนนี้มีความมั่นใจ, คุณภาพ และที่สำคัญที่สุด ได้พิสูจน์คลาสของตัวเองไปแล้วในลีกวัน ด้วยอายุเพียงแค่ 20 ซึ่งเขาน่าจะทำให้ คล็อปป์ ประทับใจไม่น้อยในช่วงพรีซีซั่น

บ็อบบี้ ดันแคน (17 ปี, กองหน้า)

Bobby Duncan

หลังจากที่ได้กลับจาก แมนฯ ซิตี้ มาสู่ ลิเวอร์พูล ทีมในฝันในช่วงซัมเมอร์ ดันแคน ก็จัดไป 19 ประตูจาก 23 เกมก็เป็นการเพิ่มโอกาสในการตามรอยลูกพี่ลูกน้องของเขาขึ้นสู่ชุดใหญ่อย่าง สตีเฟน เจอร์ราร์ด

ยังคงมีหนทางยาวไกลสำหรับแข้งวัย 17 ปีที่โดดเด่นทางด้านเคลื่อนที่เมื่อไม่มีบอลและสามารถเก็บบอลได้เมื่อทีมต้องการคนนี้ แต่เขาก็ได้ประเดิมสนามให้ทีม U-23 และได้ร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ไปแล้ว

ดันแคน จะต้องแข่งขันกับ บรูวสเตอร์ ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงก่อนบาดเจ็บไป แต่ถ้าเขายังคงผลิตสกอร์ให้ทีมต่อเรื่องแบบนี้ก็เป็นไปได้ยากที่จะเมินเฉยต่อเขา

เนโค วิลเลียมส์ (17 ปี, แบ็คขวา)

Neco Williams

แม้ว่า มาร์ติน โควน์ จะเชื่อว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนล กำลังเล่นตำแหน่งแบ็คขวาที่ไม่ใช่ธรรมชาติของเขา แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ คล็อปป์ ย้ายเขากลับไปเล่นในตำแหน่งกองกลางเร็วๆนี้

และนอกเหนือจากเด็กสร้างของทีม เราก็ไม่เห็นตัวเลือกในตำแหน่งแบ็คขวามากนัก อนาคตของ โจ โกเมซ คือการเป็นเซนเตอร์แบ็คคู่หูของ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ และ นาธาเนียล ไคลน์ ก็ถูกปล่อยยืมไปให้กับ บอร์นมัธ แล้ว

แต่ถ้า คล็อปป์ มองมาที่อคาเดมี่ เขาจะเจอนักเตะที่พร้อมจะขึ้นไปเป็นทางเลือกให้กับทีม แม้ วิลเลียมส์ จะยังคงเด็กมากและต้องเล่นให้สม่ำเสมอยิ่งกว่านี้ แต่เขาก็มีความสมดุลมากพอที่จะก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในอนาคต

เจค เคน (17 ปี, กองกลางตัวรุก)

Jake Cain

เป็นเรื่องธรรมชาติของฟุตบอลเยาวชน นักเตะมีแววสามารถพุ่งขึ้นมาและจางหายไปได้ทุกเมื่อในช่วงที่ฤดูกาลการแข่งขันดำเนินอยู่ และก็เช่นเดียวกันในทีมชุด U-18 ที่จู่ๆก็มักจะมีดาวรุ่งทะลุขึ้นมาฉายแววได้โดดเด่นกว่าคนอื่นในรุ่นอายุเดียวกัน และที่ ลิเวอร์พูล นักเตะคนนั้นคือ เคน

เคน ก้าวขึ้นมาจาก ลิเวอร์พูล ชุด U-16 ในช่วงวัมเมอร์ และทำไป 10 แอสซิสต์ใน 10 เกมของครึ่งฤดูกาลแรกนี้ ไม่ต้องสงสัยว่า คล็อปป์ กำลังจับตามองความคิดสร้างสรรค์ในเกมและความขยันของเขาอยู่

ไค-จาน่า ฮูเวอร์ (16 ปี, กองหลัง)

Ki-Jana Hoever

เช่นเดียวกับ อลิสสัน, ฟาบินโญ่ และ เซอร์ดาน ชาคิรี่ ในทีมชุดใหญ่ ฮูเวอร์ แนวรับดาวรุ่งคนนี้ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาจาก อาหยักซ์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา และกลายเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลอย่างมากในอคาเดมี่

หลังจากได้ประเดิมสนามกับทีม U-18 ในเดือนกันยายน แข้งดัตช์รายนี้ก็ไต่ระดับตัวเองขึ้นมาทุกๆเดือน เขาประเดิมสนามชุด U-19 ในเดือนตุลาคม, ประเดิมสนามกับทีม U-23 ในเดือนพฤศจิกายน และถูกเรียกมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในเดือนธันวาคม

ฮูเวอร์ ยังคงเด็กมากๆ แต่เขากำลังทำงานอย่างหนักในทีมของ คล็อปป์ อยู่ทุกๆวันในขณะนี้ และกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งในตำแหน่งกองหลังที่น่าติดตาม อีกทั้งการที่สามารถเล่นแบ็คขวาได้ ก็เป็นอีกประโยชน์ของเขาที่เราอาจจะได้เห็นเขาลงสนามในเร็วๆนี้

รายส์ วิลเลียมส์ (17 ปี, กองหลัง)

Rhys Williams

ในช่วงนี้ทุกคนจะโฟกัสไปที่ แนท ฟิลิปส์, จอร์จ จอห์นสตัน และ คอเนอร์ มาสเตอร์สัน ในฐานะกองหลังดาวรุ่งที่มีศักยภาพ แต่ วิลเลียมส์ ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยอายุเพียงแค่ 17 ปี แต่ วิลเลียมส์ กลับมีกล้ามเนื้อในระดับเดียวกับนักชุดใหญ่นั่นทำให้เขามีความมนิ่งอย่างมากกับการป้องกันที่ต้องใช้พละกำลังและเด่นในลูกประทะกันกลางอากาศ

นี่คือนักเตะที่ใกล้เคียงกับ ฟาน ไดจ์ มากๆสำหรับเด็กท้องถิ่นจาก เพรสตัน คนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นการเอาไปเปรียบเทียบตอนนี้มันก็จะดูตลกเกินไปหน่อย แต่กองหลังชาวดัตช์จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่ วิลเลียมส์ ควรจะเอาเป็นแบบอย่าง เมื่อได้โอกาสจาก คล็อปป์

พอล แกลตเซล (17 ปี, กองหน้า)

Paul Glatzel

บ็อบบี้ ดันแคน คือดาวซัลโวของหงส์แดงจากทีมทุกรุ่นอายุในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกของปีนี้ และคู่หูในทีมชุด U-18 ของ ดันแคน ก็คือ แกลตเซล คนนี้ ซึ่งฝีเท้าก็ไม่ได้ห่างกันเลย และถ้าให้พูดถึง ถ้าวัดจากความสามารถในหลายๆด้านเขาอาจจะดียิ่งกว่าสียอีก

แกลตเซล ยิงไป 17 จาก 19 เกมในทุกรายการ เขาเป็นกัปตันทีมในชุด U-18 และทำหน้าที่เป็นรองกัปตันต่อจาก เลวิส ใน ยูฟ่า ยูธ ลีก ทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนที่จะถึงวันเกิดครบรอบ 18 ปีของเขาเสียอีก
อิมแพ็คที่เขาสร้างให้ทีมไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่ยังเป็นคุณภาพในการสร้างสรรค์เกม คงไม่นานนักก่อนที่ คล็อปป์ และสตาฟของเขาจะให้โอกาสเด็กรายนี้ขึ้นมาซ้อมในทีมชุดใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนgclubที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท Gclub online คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ของเรา เพิ่มความสะดวกในการเล่นเกมส์
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว golden slot พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับ สล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน ท่านสามารถเล่น Gclub ผ่านเว็บไซต์ ได้โดยตรงโดยไม่ต้อง ดาวน์โหลด gclub ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ท่านได้สนุกกับบริการ คาสิโนออนไลน์ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม gclub ผ่านเว็บ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ท่านสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ก็สามารถสนุกไปกับบริการหลากหลายอาทิเช่น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต สล็อต และอื่นๆอีกมากมายได้ทันที ท่านสามารถสมัครเปิดบัญชีกับเราได้ตลอด 24 ชม. เพียงท่านทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ ท่านก็จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษมากมายทันทีที่สมัคร สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของเรา Gclub899 คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง จีคลับ

 

การลงทุนที่ผิดผลาด กับ10นักเตะที่ซื้อมาแล้วใช้งานได้ไม่คุ้มเอาเสียเลย

โซรัน โทซิช

โทซิช นั้นได้รับการยกย่องว่าจะเป็น ไรอัน กิ๊กส์ คนต่อไปจากการไล่เช็คฟอร์มของเหล่าแฟนบอลปีศาจเเดง ทันทีที่รู้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวดาวเตะชาวเซอร์เบีย ล่วงหน้ามาจาก ปาร์ติซาน เบลเกรด

ปีศาจเเดง เฝ้ารอเวลาอยู่ 6 เดือนจนสุดท้าย โทซิช ได้ย้ายมาอยู่กับทีมจนได้ในปี 2009 อย่างไรก็ตามเท้าซ้ายสุดฉมังที่แฟนบอลรอคอยกลับไม่เคยได้ปล่อยทีเด็ดแบบจริงๆจังเสียที

ปีกชาวเซิร์บ ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ผู้จัดการทีมได้เลยตั้งแต่ช่วงฝึกซ้อม โดยได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก ไปแค่ 2 นัดเท่านั้น และถูกขายให้ ซีเอสเคเอ มอสโก ในปีต่อมา และปัจจุบันย้ายกลับไปอยู่กับ ปาร์ติซาน แล้ว

“ลีกอังกฤษกับเซอร์เบียมันแตกต่างกันเยอะมากๆ พอผมย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ผมก็รู้เลยว่าการเล่นของผมยังไม่ถึงฟุตบอลระดับนั้น … ซึ่งบางครั้งผมก็เผลอคิดว่าบางทีผมน่าจะอยู่และสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงต่อไป” โทซิช ว่าถึงช่วงเวลาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่กลายเป็นตัวประกอบเท่านั้น

จริงๆ แล้วมีนักเตะเซอร์เบียอีกคนอย่าง อเด็ม ลายิช ที่ปีศาจเเดงเซ็นล่วงหน้าพร้อมๆ กับโทซิช อย่างไรก็ตาม ลายิช นั้นไม่ได้ตกระกำลำบากเหมือนรุ่นพี่ร่วมชาติเพราะมีปัญหาเรื่องเวิร์กเพอร์มิต จนไม่ได้ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น

วิลฟรีด ซาฮา

วิลฟรีด ซาฮา คือเจ้าของสถิตินักเตะที่ลากบอลผ่านคู่แข่งได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าปาฎิหาริย์หากย้อนกลับไปดูความจริงที่ว่า เขาเกือบจะเสียคนไปแล้วตอนที่เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ปีศาจเเดง โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เห็นฟอร์ม ซาฮา ในช่วงวัยรุ่นตอนที่เล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ และหลังจากการตามส่องฟอร์มมาอย่างยาวนานสุดท้าย ซาฮา ก็เรียบร้อยโรงเรียนผี โดยมีเงื่อไขว่า ปีศาจเเดง จะต้องส่ง ซาฮา ให้ พาเลซ ใช้งานก่อนเพราะช่วงเวลานั้น ปราสาทเรือนแก้ว ยังมีลุ้นเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาล 2013-14 วันที่แฟนผีรอคอยก็มาถึง ซาฮา เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทีม ทว่าเฟอร์กี้ กลับประกาศวางมือสวนทางกับการมาของเขาเสียอย่างั้น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ ซาฮา ต้องเคว้งคว้างสุดในยุคของ เดวิด มอยส์

ข่าวลือซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องของ ซาฮา และ ลูกสาวของ มอยส์ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากนั้น แม้จะไม่มีการยืนยันว่าจริงหรือไม่แต่ ซาฮา ไม่เคยได้มีอนาคตในยุคของ มอยส์ เลย ซ้ำร้ายกว่านั้นเมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาคุมทีมแทนที่ ซาฮา จะมีอนาคตกลับกลายเป็นว่าเขาถูกขายทิ้งกลับให้ทีมเก่าอย่าง คริสตัล พาเลซ แบบขาดทุนเละเทะเสียอย่างนั้น

2 ปีในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซาฮา ได้ลงเล่นแค่ 4 เกมเท่านั้น … มาถึงตอนนี้ก็คงต้องบอกว่าแฟนผีรอเสียเปล่าจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากการขาย ซาฮา ออกไปเขากลับเทพขึ้นมาราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว

ดิว็อค โอริกิ

การระเบิดฟอร์มให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมในฟุตบอลโลกปี 2014 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของดาวรุ่งโนเนมอย่าง ดิว็อค โอริกิ อย่างแท้จริง

ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมมือไวที่สุดจัดการเซ็นสัญญาคว้า โอริกิ มาร่วมทีมทันทีหลังฟุตบอลโลกที่บราซิลจบลง พร้อมทั้งปล่อยให้ต้นสังกัดเดิมอย่าง ลีลล์ ใช้งานฟรีๆ 1 ฤดูกาล ก่อนย้ายมาอยู่กับ หงส์เเดง อย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2015-16

ชีวิตในถิ่นหงส์เเดงของเขาถือว่ามีความวูบวาบอยู่บ้างแต่ก็เท่านั้น เพราะทั้งในยุคของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส และ เจอร์เก้น คล็อปป์  เขาก็ไม่เคยถูกไว้ใจให้ลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริงเลย ถึงตอนนี้ เขาโดนปล่อยให้ โวล์ฟสบวร์ก ยืมตัว  โดยฟอร์มของ โอริกิ เข้าขั้น “ดีใช้ได้” ทว่าหากไม่มีการซื้อขาดเกิดขึ้นก็น่ากลัวว่าอดีตเพชรเม็ดงามจากฟุตบอลโลกรายนี้ จะสูญเสียพรสวรรค์ไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่

อาร์ด้า ตูราน

การเสียนักเตะอย่าง ชาบี เอร์นันเดซ, เคราร์ด เดโลเฟว และ เปโดร โรดริเกซ ที่เป็นผลผลิตของสโมสรไปพร้อมๆกันในซัมเมอร์ปี 2015 ทำให้ บาร์เซโลน่า จำเป็นต้องเสริมทัพเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน

แม้ช่วงเวลานั้น บาร์เซโลน่า จะโดนแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แต่พวกเขาก็คว้ามิดฟิลด์ผู้พา แอตฯ มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา อย่าง อาร์ด้า ตูราน มาร่วมทีมล่วงหน้า

เหมือนเป็นการปล่อยนักเตะให้เน่าคาสนามซ้อมอย่างไรอย่างนั้น เพราะแม้ว่า ตูราน จะได้ลงสนามบ่อยๆ หลังพ้นโทษแบนและผลงานก็ไม่ไดแย่อะไร แต่มันยังไม่พอสำหรับฐานะเเนวรุกของทีมระดับ บาร์เซโลน่า เรียกได้ว่าช่วงเวลาที่ ตูราน อยู่กับทีมดังจากาตาลันนั้น เป็นช่วงเวลาที่ทีมประสบความสำเร็จน้อยลงอย่างชัดเจน

และถ้าจะถามว่าฟอร์มของ ตูราน ประทับใจบอร์ดบริหารแค่ไหนล่ะก็ การปล่อยให้ อิสตันบูล บาซักเซฮี ยืมตัว “2 ปี” ก็คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว

อเล็กซ์ บิดัล

เคสเดียวกับ อาร์ด้า ตูราน ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นเ บาร์เซโลน่า โดนแบนห้ามซื้อขายแต่ก็รอไม่ได้จนต้องซื้อนักเตะมากองไว้ก่อนเพื่อมา “ซ้อมอย่างเดียว” ตลอด 6 เดือน

บิดัล นั้นเป็นนักเตะฝึกหัดของ บาร์เซโลน่า แต่ออกไปได้ดิบได้ดีกับ เซบีย่า ที่คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก มาถึง 3 สมัย  และการได้กลับถิ่นเก่าบ้านเกิดของเขาในหนนี้ก็เป็นเหมือนความฝันของเขาเลยทีเดียว

“นอกจากตอนที่ลูกสาวผมเกิดแล้ว นี่คือวันที่พิเศษสุดในชีวิตผม ผมผ่านอะไรมามากมายจนมาถึงจุดนี้ และมันเหมือนความฝัน” บิดัล กล่าว

ส่วนเรื่องผลงานของเขานั้นก็ยังคล้ายๆ กับ ตูราน อีกเหมือนเดิม นั่นคือการคาบลูกคาบดอกระหว่างดีกับแย่ เขาอาจจะได้ลงสนามบ้างตามโอกาสสมควร ทว่าหาก บิดัล ดีจริง บาร์ซ่า คงไม่เอา เซร์กี้ โรเเบร์โต้ ถอยมาเล่นแบ็คขวา รวมถึงก็คงไม่ทุ่มเงินคว้า เนลสัน เซเมโด้ จากเบนฟิกามาเสริมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแน่นอน

เนมันย่า วิดิช

จัดว่าเป็นกองหลังระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริงสำหรับ เนมันย่า วิดิช แต่การจบอาชีพค้าแข้งเขามันกลับไม่สวยเท่าที่ควรจะเป็น

วิดิช แตกคอกับ เดวิด มอยส์ กุนซือใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2013-14 ว่ากันว่า มอยส์ สั่งให้ วิดิช ลอกเลียนวิธีการเล่นตามแบบลูกทีมเก่าสมัยคุม เอฟเวอร์ตัน อย่าง ฟิล จาเกียลก้า ในขณะเดียวกัน วิด้า ก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆจึงทำให้เจ้าตัวประกาศเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญา 2 ปี หลังจากสัญญาฉบับเดิมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จะหมดลง

งูใหญ่ จ่ายค่าเหนื่อยระดับนักเตะซูเปอร์สตาร์ให้กับ วิดิช ในวัย 32 ปี อย่างไรก็ตามช่วงเวลาในถิ่น ซาน ซีโร่ เป็นไปอย่างยากลำบาก เขาได้งเล่นให้กับ อินเตอร์ ไปแค่ 28 เกมและทำไป 1 ลูกตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม สิ่งสำคัญคือเขาปรับตัวกับเกมลูกหนังเเดนรองเท้าบู้ตไม่ได้ และสุดท้ายก็ประกาศแขวนสตั๊ดไปแบบไม่มีใครจำ

มิลาน โยวาโนวิช

ย้อนความไปสักหน่อยแฟนบอลของ ลิเวอร์พูล คงจำได้ดีกับทีมงานคุณภาพในยุคปี 2010 ต้นๆ อย่าง อังเดร โวโรนิน, คริสเตียน โพลเซ่น,พอล คอนเชสกี้ และ มิลาน โยวาโนวิช ปีกขาวเซอร์เบีย ที่พวกเขาอุตส่าเซ็นสัญญาล่วงหน้ามาจาก สตองดาร์ด ลีแอช และได้ใช้งานจริงๆในฤดูกาล 2010-11

ปีกจอมอาภัพมาแบบไร้ค่าตัว และมีฟอร์มการเล่นแบบเท่าๆ กับค่าตัวของเขานั่นแหละ … โยวาโนวิช แทบจะไม่สามารถหยิบจับอะไรให้ก่อเกิดประโยชน์ได้เลยตลอดการเล่น 10 นัดทั้งฤดูกาลกับ หงส์เเดง  แต่ก็ยังดีที่เขารู้ตัวไว หลังจบฤดูกาลแรกและฤดูกาลเดียวกับ ลิเวอร์พูล เขาก็ย้ายกลับ เบลเยียม กับสโมสร อันเดอร์เลช ทันที

“ถ้าผมย้ายไปอิตาลี หรือไมก็เยอรมัน ผมคงมีความสุขกว่านี้…ผมมี 15 สโมสรสนใจตัวของผมแต่ผมกลับเลือกลิเวอร์พูล ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจริงๆ” โยวาโนวิช กล่าว

ไม่เป็นไรหรอกมิลาน อย่างน้อยๆ ก็ไม่ใช่นายคนเดียวที่คิดแบบนี้ แฟนบอลของ ลิเวอร์พูล ก็คงมีความเห็นที่ไม่แตกต่างกับเขานัก

อิบราฮิม อเฟลลาย

ถึงกับบ่อน้ำตาแตกในวันที่โบกมือลาและลงสนามเกมสุดท้ายให้กับ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ทีมที่ปลุกปั้นมากับเขาตั้งแต่วัยเด็กก่อนย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แต่หารู้ไม่ว่าเขาจะเสียน้ำตายิ่งกว่านั้นในถิ่น คัมป์ นู

พีเอสวี ตัดสินใจขาย อเฟลลาย หลังจากเริ่มฤดูกาล 2010-11 ได้ไม่นานเพราะเจ้าตัวตัดสินใจว่าจะไม่ต่อสัญญากับทีมออกไปเพื่อเผชิญกับโลกกว้างกับ บาร์เซโลน่า หลังจากตลาดซื้อขายเดือนมกราคมเปิดขึ้น

แม้ อเฟลลาย จะประสบความสำเร็จในแง่ของถ้วยรางวัลกับ บาร์ซ่า ทว่าผลงานส่วนตัวของเขาต้องบอกว่าเหงาหงอยถึงขีดสุด  จนสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นจุดตกอับของดาวรุ่งชาวดัตช์รายนี้อย่างแท้จริง

ปัจจุบัน อเฟลลาย อายุ 31 ปีแล้ว และเขากำลังลงเล่นให้กับทีมสำรองของ สโต๊ค ในฤดูกาลนี้ … อะไรจะขนาดนั้น

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนgclubที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท Gclub online คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ของเรา เพิ่มความสะดวกในการเล่นเกมส์
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว golden slot พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับ สล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน ท่านสามารถเล่น Gclub ผ่านเว็บไซต์ ได้โดยตรงโดยไม่ต้อง ดาวน์โหลด gclub ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ท่านได้สนุกกับบริการ คาสิโนออนไลน์ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม gclub ผ่านเว็บ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ท่านสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ก็สามารถสนุกไปกับบริการหลากหลายอาทิเช่น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต สล็อต และอื่นๆอีกมากมายได้ทันที ท่านสามารถสมัครเปิดบัญชีกับเราได้ตลอด 24 ชม. เพียงท่านทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ ท่านก็จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษมากมายทันทีที่สมัคร สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของเรา Gclub899 คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง จีคลับ

 

ก็ฝึกมาดี…. 10 ศูนย์หน้าที่ใช้งานได้ทั้ง2เท้าจนไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวถนัดข้างไหนกันแน่!!

โดยทั่วไปแล้วนักฟุตบอลที่เล่นได้ทั้งสองเท้าเป็นที่ต้องการตัวในตลาดนักเตะสูง เนื่องจากพวกเขามีการเล่นที่หยืดหยุ่นและเข้ากับระบบการเล่นฟุตบอลในยุคใหม่มากๆ แต่ทักษะการจบสกอร์นั้นทำให้พวกเขามีค่าสูงมากและการพบผู้เล่นที่ยิงประตูได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งสองเท้านั้นเป็นเรื่องยากกว่าที่คิดไว้ซะอีกทางเราอยากจะรวมนักเตะจอมสร้างสรรค์อย่างเช่น ซานติ กาซอร์ล่า เข้ามาอยู่ในลิสต์นี้ด้วย แต่โชคร้าายที่ไม่มีหลักฐานและสถิติมาอ้างอิงดาวเตะเหล่านั้นได้ เราจึงจัดลิสต์นักเตะที่เล่นบอลได้สองเท้านี้ขึ้น โดยอ้างอิงจากสถิติตัวเลขที่เกิดขึ้น

FFT ได้เสาะหาข้อมูลและพบว่ามีนักเตะในลิสต์นี้ยิงได้ถึง 10 ลูกจากเท้าซ้ายและขวา จาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรป นับตั้งแต่ปี 2014-15 เราได้พยายามจัดเรียงลำดับตามความสามารถของพวกเขาให้เท่าเทียมกันที่สุด ซึ่งไม่รวมลูกโหม่งในการยิงประตูด้วย เพื่อหายอดแข้งที่ยิงได้คมกริบทั้งสองเท้าลองอ่านดูแล้วคุณจะเซอร์ไพรส์แน่นอน…

1.อุสมาน เดมเบเล่ (บาร์เซโลน่า)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 27 ลูก

เท้าขวา : 13

เท้าซ้าย : 13

แบ่งเป็นเท้าขวา 50% – เท้าซ้าย 50%

อุสมาน เดมเบเล่พึ่งได้เล่นฟุตบอลระดับอาชีพเต็มๆแค่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น แต่เขาฉายแววเก่งมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับแรนส์แล้ว จากนั้นได้ย้ายมาพัฒนาฝีเท้าต่อกับดอร์ทมุนด์ ก่อนจะย้ายมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัวมหาศาลในซัมเมอร์ที่แล้ว

กองหน้ากึ่งปีกรายนี้เป็นนักเตะที่มีสมดุลที่ยอดเยี่ยมและสามารถเล่นงานคู่แข่งให้หัวหมุนได้ทั้งสองเท้า รวมไปถึงการยิงประตูและแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมด้วยเช่นกัน นับตั้งแต่สร้างชื่อขึ้นมาในฤดูกาล 2015-16 เดมเบเล่ยิงไป 13 ประตูด้วยเท้าขวา และเท้าซ้ายซึ่งเป็นข้างที่เจ้าตัวบอกว่าไม่ถนัดก็ซัดไปเท่ากัน 13 ประตู แถมใช้ข้างนั้นยิงจุดโทษด้วย

ด้วยสถิติในการยิงประตูจากเท้าซ้ายและขวาที่ไม่ได้แตกต่างและห่างชั้นกันเลย ทำให้เดมเบเล่คว้าตำแหน่งนักเตะที่ยิงประตูทั้งสองข้างได้คมกริบที่สุดในยุโรปไปครอง

2. วิสซาม เบน เยดแดร์ (เซบีย่า)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 58 ลูก

เท้าขวา : 29

เท้าซ้าย : 28

แบ่งเป็นเท้าขวา 50.9% – เท้าซ้าย 49.1%

กองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงกับเซบีญ่าในฤดูกาลนี้เลย หลังซัดไป 7 ประตูจาก 13 เกมในลีกฤดูกาลนี้ และมีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากเท้าทั้งสองข้างที่ดีกว่าใครในลีกด้วย

ด้วยทักษะการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมทั้งสองข้างคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขายิงประตูได้มากมายและร่วมประสานงานในแดนหน้าร่วมกับอังเดร ซิลวา จนทำให้เซบีย่ามีลุ้นแย่งแชมป์ลีกกับบาร์เซโลน่าในปีนี้ด้วย

3. เปโดร (เชลซี)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 32 ลูก

เท้าขวา : 17

เท้าซ้าย : 13

แบ่งเป็นเท้าขวา 56.7% – เท้าซ้าย 43.3%

เปโดรเป็นนักเตะที่จบสกอร์ได้ดีทั้งสองเท้ามาตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับบาร์เซโลน่าแล้ว และบทบาทของเขาในยุคที่ซาร์รี่เข้ามากุมบังเหียนทัพเชลซี ทำให้เราเห็นเปโดรลงสนามมากขึ้นอีกครั้งในฤดูกาลนี้

แข้งแดนกระทิงดุยิงไป 26 ประตูจากลงสนามในลีกให้สิงห์บลู 110 นัด และ 6 ลูกล่าสุดที่ทำได้มาจากการลงสนาม15 เกมในฤดูกาลนี้ด้วย

4. อิวาน เปริซิช (อินเตอร์ มิลาน)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 37 ลูก

เท้าขวา : 12

เท้าซ้าย : 17

แบ่งเป็นเท้าขวา 41.1% – เท้าซ้าย 58.6%

สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้างก็คือ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อิวาน เปริซิช ต้องการจะเท้าข้างไหนในการเล่นบอลมากกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณมองดูเขาเล่นให้กับทีมชาติโครเอเชียหรืองูใหญ่ เปริซิชจะเล่นเป็นปีกทางด้านซ้ายที่มักลากตัดเข้าใน ซึ่งต้องใช้เท้าขวาในการจบสกอร์หรือจ่ายเป็นส่วนใหญ่ แต่ตัดสินจากลูกยิงทั้งหมดที่เขาทำได้ก็ชัดเจนว่าปีกชาวโครแอตยิงด้วยเท้าซ้ายมากกว่าเท้าขวาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ลูกกลางอากาศเจ้าตัวก็ทำได้ไม่เลวเลยล่ะ

5. ซน เฮือง มิน (สเปอร์)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 44 ลูก

เท้าขวา : 24

เท้าซ้าย : 18

แบ่งเป็นเท้าขวา 57.1% – เท้าซ้าย 42.9%

หลังจากที่เขายิงไป 4 ประตูให้สเปอร์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ ดูเหมือนว่าดาวเตะแดนโสมขาวค้นพบฟอร์มการทำประตูเหมือนในสมัยที่ค้าแข้งในบุนเดสลีก้าได้ซะที หลังจากที่ทำประตูแต่เลขสองหลักในพรีเมียร์ลีกได้ 2 ฤดูกาลติดแล้ว

ปีที่แล้ว แข้งวัย 26 ปียิงไป 12 ลูกโดยแบ่งเท้าซ้ายและขวาข้างละ 5 ลูก รวมลูกโหม่งอีก 2 ประตู นั่นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าซอนเป็นนักเตะที่มีความสามารถหลากหลายมากเพียงใด

6. เอดิน เซโก้ (โรม่า)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 59 ลูก

เท้าขวา : 29

เท้าซ้าย : 20

แบ่งเป็นเท้าขวา 59.2% – เท้าซ้าย 40.8%

เอดิน เซโก้คือหนึ่งในดาวยิงที่สามารถจบสกอร์ได้ยอดเยี่ยมทั้งสองเท้าของยุโรป รวมไปถึงลูกโหม่งเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

33.9 เปอร์เซนต์คือตัวเลขที่ดาวยิงบอสเนียยิงให้โรม่าด้วยเท้าซ้าย และสถิติที่เขายิงให้ตอนค้าแข้งกับแมนซิตี้ 55 ประตูจากการลงเล่น 112 นัดในลีกก็น่าประทับใจไม่น้อยเลย เราอาจไม่เคยสังเกตุเห็นพรสวรรค์ของเขามาก่อนเลย แต่เชื่อว่าตอนนี้คุณอาจจะมองเซโก้ในมุมที่แตกต่างจากเดิมแน่นอน

7. มาเร็ค ฮัมซิค (นาโปลี)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 32 ลูก

เท้าขวา : 17

เท้าซ้าย : 12

แบ่งเป็นเท้าขวา 58.6% – เท้าซ้าย 41.4%

กัปตันสโมสรนาโปลีคนปัจจุบันคือคนที่สร้างประตูมากมายตลอดเวลา 11 ปีที่ค้าแข้งกับทีม และผลลัพธ์ล่าสุดก็คือ ฮัมซิค ทำสถิติดาวซัลโวสูงสุดของนาโปลีแซงหน้า ดีเอโก้ มาราโดน่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แข้งชาวสโลวักยิงประตูไป 7 ลูกในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยแบ่งเป็นเท้าขวา 3 ลูกและ เท้าซ้ายอีก 4 ลูก นอกเหนือจากการทำประตูแล้ว ฮัมซิคดูจะมีความสุขไม่น้อยกับการหาว่าเท้าข้างไหนแข็งแกร่งกว่ากัน และแฟนบอลอย่างเราก็สนุกทุกครั้งที่ได้เห็นเช่นกัน

8. มิชี่ บัตชูอายี่ (บาเลนเซีย)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 41 ลูก

เท้าขวา : 22

เท้าซ้าย : 14

แบ่งเป็นเท้าขวา 61.1% – เท้าซ้าย 38.9%

สำหรับนักเตะที่ควานหาตำแหน่งตัวจริงในต้นสังกัดอยู่ บัตชูอายี่โชว์ให้เห็นว่าเขาทำประตูด้วยเท้าข้างไม่ถนัดได้ดีไม่แพ้อีกข้างเลย

แข้งทีมชาติเบลเยี่ยมยิงด้วยเท้าซ้ายคิดเป็น 34.1 เปอร์เซนต์จากประตูทั้งหมดที่เขาทำได้ และนี่น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นที่ต้องการตัวพอสมควรในซัมเมอร์นี้

หลังจากที่ยิงไป 7 ประตู จากการลงเล่น 10 นัดในบุนเดสลีก้ากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กองหน้าจากเชลซีดูฟอร์มร้อนแรงในช่วงพรีซีซั่น แต่ว่าตอนนี้เจ้าตัวดูฟอร์มตกไม่น้อยเลยกับการค้าแข้งในสเปน

9. คริสเตียน อีริคเซ่น (สเปอร์)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 35 ลูก

เท้าขวา : 21

เท้าซ้าย : 13

แบ่งเป็นเท้าขวา 61.8% – เท้าซ้าย 38.2%

แม้ว่าปีนี้ อีริคเซ่นจะฟอร์มฝืดในการทำประตู แต่ฤดูกาลที่แล้ว เขากดไป 10 ประตูในพรีเมียร์ลีกและ ยิงด้วยเท้าซ้ายซึ่งเป็นข้างที่เขาไม่ถนัดไปถึง 6 ลูก มากกว่าเท้าขวาที่ถนัดซะอีก

ในฤดูกาล 2016-17 อีริคเซ่นก็ยิงด้วยเท้าซ้ายมากกว่าเท้าขวาเช่นกัน และต้องเวลากว่า 28 เกมเลยถึงจะยิงด้วยเท้าขวาได้ ในเกมที่เอาชนะสวอนซีไป 3-1 และยิงได้อีกครั้งในนัดที่พบกับคริสตัล พาเลซใน 2 สัปดาห์ถัดมา

ดูเหมือนว่ากองกลางจอมสร้างสรรค์จากไก่เดือยทองจะมีเท้าอีกข้างคอยจ่ายบอล ส่วนอีกข้างก็เอาไว้ยิงประตูคู่แข่งสินะ

10. ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า)

ประตูใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาล 2014-15 : 41 ลูก

เท้าขวา : 21

เท้าซ้าย : 10

แบ่งเป็นเท้าขวา 67.7% – เท้าซ้าย 32.3%

ดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียเริ่มแสดงให้เห็นถึงสัญชาติญานดาวยิงหลังจากย้ายมาร่วมทีมนาโปลีในปี 2013 โดยได้ไปเล่นแบบยืมตัวกับอูดิเนเซ่และซามพ์โดเรีย ก่อนจะหาฟอร์มเก่งเจอกับอตาลันต้าในปัจจุบัน

บางครั้งก็ดูไม่ยุติธรรมนักที่จะบอกว่าซาปาต้าไม่ใช่กองหน้าเป้าเพียวๆ หลังเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถจบสกอร์ได้ทั้ง 2 เท้า และแม้ว่านี่จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่การยิงอีก 10 ประตูจากลูกโหม่งก็ช่วยให้เขาเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนgclubที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท Gclub online คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ของเรา เพิ่มความสะดวกในการเล่นเกมส์
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว golden slot พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับ สล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน ท่านสามารถเล่น Gclub ผ่านเว็บไซต์ ได้โดยตรงโดยไม่ต้อง ดาวน์โหลด gclub ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ท่านได้สนุกกับบริการ คาสิโนออนไลน์ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม gclub ผ่านเว็บ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ท่านสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ก็สามารถสนุกไปกับบริการหลากหลายอาทิเช่น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต สล็อต และอื่นๆอีกมากมายได้ทันที ท่านสามารถสมัครเปิดบัญชีกับเราได้ตลอด 24 ชม. เพียงท่านทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ ท่านก็จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษมากมายทันทีที่สมัคร สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของเรา Gclub899 คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง จีคลับ

ไม่ถูกที่..ไม่ถูกเวลาอะไรก็พลาดไปหมด 8นักเตะที่ บาเยิร์น ไม่สามารถทำให้รุ่งได้แต่กับรุ่งที่ทีมอื่น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บาเยิร์น มิวนิค คือจ้าวแห่งฟุตบอลของเยอรมัน พวกเขาสร้างสตาร์ชื่อดังขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลมากมายในทุกยุคทุกสมัยนักเตะระดับไอคอนอย่างเช่น มิเชล บัลลัค, ฟิลิปป์ ลาห์ม และ โลธาร์ มัธเธอุส ต่างก็เคยสวมเสื้อสีแดงที่มีตราของ บาเยิร์น และคว้าเกียรติยศมาสู่สโมสรและตัวนักเตะเองได้อย่างมากมายแต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็มีนักเตะอย่าง เลวานดอฟสกี้ ที่ย้ายเข้ามาด้วยชื่อเสียงที่มีติดตัวอยู่แล้วและ บาเยิร์น ก็เป็นที่ๆทำให้เขาประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเดิม

แต่เมื่อมีผู้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมีคนที่ล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา และวันนี้เราจะมาพูดถึงเหล่านักเตะที่มีชีวิตค้าแข้งติดขัดที่ บาเยิร์น แต่พวกเขาก็พิสูจน์ตัวเองว่ามีพรสวรรค์หลังจากย้ายออกมาจากแคว้นบาวาเรีย จะมีใครบ้างติดตามได้ที่นี่

1. เซอร์ดาน ชาคิรี่

ชาคิรี่ ได้แสดงให้ทั่วยุโรปได้เห็นว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อตอนที่เขาแอสซิสต์สองประตูในเกมที่ บาเซิล พลิกล็อคเอาชนะ แมนฯยู ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2011 ด้วยสกอร์ 2-1 และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ชาคิรี่ ก็ตกลงเซ็นสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 10.4 ล้านปอนด์ และได้ลงประเดิมสนามในเดือนกรกฏาคม

แข้งทีมชาติสวิสค่อนข้างติดขัดกับยักษ์ใหญ่ของเยอรมัน โดยเขาได้ลงสนามเพียงแค่ 52 เกมใน บุนเดสลิกา ตลอดสองปีครึ่งในถิ่น อัลลิอานซ์ อารีน่า ทำให้ ชาคิรี่ ถูกปล่อยยืมตัวออกไปให้ อินเตอร์ มิลาน ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2014/15 ก่อนที่จะย้ายออกมาอย่างถาวรไปร่วมทีม สโต๊ก ซิตี้ หลังจากนั้น ชาคิรี่ ก็ได้เป็นตัวหลักลงสนามอย่างสม่ำเสมอ 84 เกมและยิงไป 15 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ในช่วงปี 2015 ถึง 2018

จนถึงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ชาคิรี่ ไม่สามารถช่วยให้ สโต๊ก อยู่ใน พรีเมียร์ลีก ต่อไปได้ เขาถูกดึงตัวไปที่ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ แข้งวัย 27 ปีคนนี้ก็ยิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 17 เกมที่ลงสนามให้หงส์แดง นั่นรวมถึงสองประตูที่ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะจากศึกแดงเดือดต่อ แมนฯยู ไปได้ 3-1 และก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์ในแผนของ คล็อปป์ ที่เล่นได้ดีทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวรุกและปีก

ชาคิรี่ มีโอกาสที่จะได้หวนกลับไปเผชิญหน้ากับทีมเก่าของเขาอีกครั้งเมื่อ ลิเวอร์พูล และ บาเยิร์น จับฉลากมาเจอกันใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมที่จะเริ่มกลับมาเตะในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019

2.ลูคัส โพโดลสกี้

โพโดลสกี้ ตบเท้าเข้ามาร่วมทีม บาเยิร์น ในปี 2006 โดยพกดีกรีแข้งอายุน้อยที่ยิงระเบิดจนทำให้ยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างก็จับตามองหลังเขายิงไป 51 ประตูจาก 85 เกมให้กับ โคโลญน์ ยิ่งไปกว่านั้น โพโดลสกี้ ยังยิงไป 12 ประตูในสีเสื้อของทีมชาติ เยอรมัน ชุดใหญ่ ซึ่งเป็นโปรไฟล์ที่ค่อนข้างหรูทีเดียวถึงแม้เขาจะเล่นอยู่ในลีกรองเมื่อฤดูกาล 2004/05

แต่ในขณะที่เขายังคงทำประตูลื่นไหลให้กับทัพ อินทรีย์เหล็ก แต่สถานการณ์ในสโมสรของ โพโดลสกี้ ค่อนข้างฝืดเคือง แม้ทีมจะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในปี 2007/08 แต่ โพลดี้ ก็ไม่ได้เป็นตัวหลักให้กับทีมเขาจึงเลือกย้ายกลับไปร่วมทีม โคโลญน์ อีกครั้ง

ในปีแรกกับการย้ายกลับไป โพลดี้ ยังค่อนข้างติดขัด เขายิงได้แค่ 3 ประตู แต่ในอีก 2 ฤดูกาลต่อมาเขาก็กลับมาคืนฟอร์มและยิงไป 32 ประตูซึ่งก็ทำให้เขาได้ย้ายไปร่วมทีม อาร์เซนอล หลังจากนั้น

โพโดลสกี้ คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ร่วมกับทีมปืนใหญ่ได้และหลังจากนั้นเขาก็ไปคว้าแชมป์บอลถ้วยกับ การาตาซาราย ได้ 3 ใบ ก่อนที่จะบอกลาทีมชาติด้วยสถิติ 49 ประตูจาก 130 เกมที่ลงสนาม และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014

3. เมห์ดี้ เบนาเตีย

gclub

เบนาเตีย เล่นได้วิเศษอย่างมากกับ เอเอส โรม่า ในฤดูกาล 2013/14 โดยเขายิงไป 5 ประตูและช่วยให้ทีมจบอันดับสองในตารางคะแนน เซเรียอา โดยทีมเสียแค่ 25 ประตู มีเพียงแชมป์ในปีนั้นอย่าง ยูเวนตุส ที่เสียประตูน้อยกว่า (23)

นั่นทำให้ บาเยิร์น ใช้เงิน 23.5 ล้านปอนด์ ดึงตัวกองหลังชาว โมร็อคโค ไปสู่แคว้น บาวาเรีย ในปี 2014 แต่ เบนาเตีย ก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงจาก เยโรม บัวเต็ง และ ดานเต้ เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 29 เกมกับการค้าแข้งให้ บาเยิร์น สองฤดูกาล

ยูเวนตุส แสดงความสนใจในตัว เบนาเตีย และดึงตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2016 แม้ว่าจะต้องแข่งแย่งตำแหน่งกับ จอร์โจ้ คิเอลลินี่, ลีโอนาร์โด โบนุชชี่ และ อันเดร บาร์ซาญี่ ในช่วงเวลานั้น แต่ เบนาเตีย ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะตัวเลือกรองที่มีประโยชน์ให้กับทีม เบนาเตีย มีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เซเรียอา และ โคปา อิตาเลีย ได้สองปีติดต่อกัน และเขาก็เป็นคนที่ทำสองประตูในนัดชิงชนะเลิศ โคปา อิตาเลีย ที่เอาชนะ เอซี มิลาน ไป 4-0

4. นิลส์ ปีเตอร์เซ่น

gclub

นิลส์ พีเตอร์สัน ถล่มประตูไป 25 ลูกจาก 33 เกมในลีกดิวิชั่นรองของเยอรมันให้กับ เอเนอร์กี ค็อตต์บุส ในฤดูกาล 2010/11 จากนั้น จุ๊ปป์ ไฮย์เกส กุนซือของทีมเสือใต้ก็เห็นแววและดึงตัวเขาเข้ามาเพื่อเกิดการแข่งขันในตำแหน่งกองหน้าของ มาริโอ โกเมซ

หนึ่งฤดูกาลของเขากับ บาเยิร์น เรียกได้ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง พีเตอร์สัน ยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 15 เกมแรกที่ลงสนาม เขาย้ายไปร่วมทีม เวเดอร์ เบรเมน ในปีต่อมาและปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ไฟรจ์บวร์ก

นับตั้งแต่ออกจาก บาเยิร์น พีเตอร์สัน ยิงไปแล้ว 87 ประตูจาก 200 เกมที่ลงสนาม และเขายังติดทีมชาติ เยอรมัน และลงสนามไป 2 เกมในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 แต่สุดท้ายก็ถูกตัดตัวออกไปภายหลัง

5. ทอร์สเทิน ฟริงส์

ฟริงส์ โชว์ผลงานได้วิเศษอย่างมากในการช่วย เวเดอร์ เบรเมน คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยของเยอรมัน ได้ในปี 1999 อีกทั้งยังพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้ 5 ปีติดต่อกัน จากนั้น ฟริงส์  ก็ย้ายมาร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงสนามให้ทีมไป 63 เกมยิง 12 ประตู และเป็นคู่หูในแดนกลางที่ยอดเยี่ยมกับ มิเชล บัลลัค ในทีมชาติ เยอรมัน

ฟริงส์ ย้ายไปเล่นกับ บัลลัค ที่ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาล 2004/05 ดูเหมือนชีวิตค้าแข้งของเขาจะไปได้สวย แต่แล้ว ฟริงส์ ก็ได้อยู่กับ บาเยิร์น แค่ปีเดียว ถึงแม้ทีมจะคว้า บุนเดสลิกา ได้ในปีนั้น แต่ บาเยิร์น ก็รู้สึกว่า ฟริงส์ เล่นได้ไม่ถึงความคาดหวังที่ตั้งเอาไว้

ฟริงส์ กลับ เวเดอร์ เบรเมน ในปีต่อมา ลงเล่นให้กับไปอีก 231 เกม กลับมาคืนฟอร์มโหดอีกครั้งจนพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยได้ในปี 2009 ก่อนที่ย้ายออกไปแขวนสตั๊ดกับ โตรอนโต เอฟซี

6. มิโรสลาฟ โคลเซ่

โอเค เป็นเรื่องจริงที่ว่าสองฤดูกาลแรกของ โคลเซ่ ไม่ได้ติดขัดในการเล่นให้กับ บาเยิร์น เขายิงไป 41 ประตูในทุกรายการและช่วยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในปี 2008 แต่สองฤดูกาลถัดมาเขายิงไปเพียง 12 ประตูและทำให้หลายๆคนคิดว่า โคลเซ่ เลยจุดพีคไปแล้ว

ซึ่งหลายคนคิดผิด โคลเซ่ ย้ายไปร่วมทีม ลาซิโอ ในปี 2011 และยิงไป 63 ประตูจาก 170 เกมที่ลงสนาม นับว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างมากสำหรับนักเตะที่ย้ายทีมด้วยอายุ 33 ปี ประตูเหล่านั้นช่วยให้ ลาซิโอ คว้าแชมป์ โคปา อิตาเลีย 2013 โคลเซ่ ตัดสินใจเลิกเล่นทีมชาติในปี 2014 ด้วยสถิติลงสนาม 137 เกม ยิง 71 ประตู คว้า ฟุตบอลโลก กับทีมได้ในปี 2014 และเป็นนักเตะที่ยิงได้มากที่สุดตลอดกาลใน ฟุตบอลโลก ที่ 16 ประตู

7. แมตส์ ฮุมเมลส์

ปั่นสล็อต

หลายคนอาจจะงงว่า แมตส์ ฮุมเมลส์ ไปไม่สุดกับ บาเยิร์น? ต้องย้อนกลับไปในตอนที่เขาเป็นนักเตะเยาวชนในอคาเดมี่ของทีม ซึ่ง ฮุมเมลส์ ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ได้จนกระทั่งถูกปล่อยยืมตัวออกไปให้กับ ดอร์ทมุนด์ ในปี 2008 ก่อนที่เสือเหลืองจะซื้อขาดและ ฮุมเมลส์ ก็กลายเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ ดอร์ทมุนด์ เขาลงสนามไป 300 เกมให้กับเสือเหลือง และช่วยให้ เยอร์เกน คล็อปป์ คว้า บุนเดสลิกา 2 สมัย และพาทีมเข้าไปถึง แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ในปี 2013 ก่อนที่จะไปแพ้ให้กับ บาเยิร์น

บาเยิร์น ดึงตัว ฮุมเมลส์ กลับไปในปี 2016 ด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ กับนักเตะที่เคยอยู่ในอคาเดมี่ของพวกเขาและขายออกไปด้วยราคา 3.6 ล้านปอนด์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

8. ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก

slot899

ในตอนนั้น ฮอยจ์เบิร์ก ดูเหมือนเป็นดาวรุ่งที่โดดเด่นกว่าเพื่อนในรุ่นอายุเดียวกันที่ บาเยิร์น และก่อนที่เขาจะได้โอกาสขึ้นมาในทีมชุดใหญ่จริงๆ เขาก็ถูกปล่อยยืมไปหาประสบการณ์กับ เอาส์บวร์ก และ ชาห์ลเก้ ในช่วงปี 2005 และ 2006 แต่ ฮอยจ์เบิร์ก ก็ไม่สามารถทะลุขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ได้และเขาย้ายออกมาในปี 2016 ไปร่วมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ๆเขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง

ฮอยจ์เบิร์ก โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้กับนักบุญแดนใต้ เขาจ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในทีม (794) สัมผัสบอลมากกว่าใคร (1778) ในบรรดานักเตะของ เซาธ์แฮมป์ตัน แข้งทีมชาติ เดนมาร์ก ยังทำประตูสุดสวยได้ในเกมที่เสมอกับ ไบรท์ตัน 2-2 ในช่วงต้นฤดูกาลอีกด้วย

ด้วยทักษะการเคลื่อนที่, ความขยัน และ ความสามารถในการเข้าสกัดบอลได้ดี ฮอยจ์เบิร์ก ก็ถูกยกว่าจะเป็นนักเตะตัวความหวังของทีมนักบุญ ภายใต้กุนซือคนใหม่อย่าง ราห์ฟ ฮาเซนฮัทเทิล ที่มีสไตล์การคุมทีมแบบเพรสซิ่งสูง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนgclubที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท Gclub online คาสิโนออนไลน์ ในรูปแบบใหม่ของเรา เพิ่มความสะดวกในการเล่นเกมส์
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว golden slot พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับ สล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน ท่านสามารถเล่น Gclub ผ่านเว็บไซต์ ได้โดยตรงโดยไม่ต้อง ดาวน์โหลด gclub ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ท่านได้สนุกกับบริการ คาสิโนออนไลน์ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม gclub ผ่านเว็บ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ท่านสามารถเล่นที่ไหนก็ได้ เพียงทำตามขั้นตอนนี้ก็สามารถสนุกไปกับบริการหลากหลายอาทิเช่น บาคาร่า ไฮโล รูเล็ต สล็อต และอื่นๆอีกมากมายได้ทันที ท่านสามารถสมัครเปิดบัญชีกับเราได้ตลอด 24 ชม. เพียงท่านทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ ท่านก็จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษมากมายทันทีที่สมัคร สามารถโทรสอบถามรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของเรา Gclub899 คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง จีคลับ

น้อยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว : กับ8นักเตะพรีเมียร์ผู้มีรายได้น้อย

แมตต์ โดแฮร์ตี้ (10,000 ปอนด์/สัปดาห์)

โดแฮร์ตี เล่นในตำแหน่งวิงแบ็คขวาในระบบ 3-4-3 ของ นูโน กุนซือชาวโปรตุเกสที่ทำให้ วูล์ฟ มีสถิติในการเจอทีม ท็อป 6 ดีมากโดยสามารถเอาชนะ เชลซี และยันเสมอกับ แมนฯซิตี้, แมนฯยู, และ อาร์เซนอล

วิงแบ็คเลือดไอร์แลนด์ เป็นนักเตะที่มีความเร็วและมีร่างกายที่แข็งแรงวิ่งไม่มีหมดในแบบฉบับของนักเตะ ยูเค ในฤดูกาลนี้เขาทำประตูไปแล้ว 3 ลูก และแอสซิสต์ 3 และเมื่อมองค่าเหนื่อยของเขาแล้วก็ต้องบอกได้แล้ว โดแฮร์ตี้ ทุ่มเทให้วูล์ฟเกินค่าเหนื่อยของเขาไปหลายเท่าเลยทีเดียว

คัลลัม วิลสัน (40,000 ปอนด์/สัปดาห์)

อดีตเด็กลูกหม้อของ โคเวนทรี ซิตี้ ที่ เอดดี้ ฮาวล์ ปลุกปั้นจนติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกไปเมื่อเดือนที่แล้วในเกมกระชับมิตรกับ สหรัฐ อเมริกา และเจ้าตัวก็สามารถยิงประตูให้กับ สิงโตคำราม ได้ตั้งแต่เกมเปิดตัวอีกด้วย

วิลสัน ยิงประตูให้ บอร์นมัธ ไปแล้ว 8 ประตู เกาะกลุ่มหัวตารางดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเคียงข้างกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ และตามหลัง แฮร์รี่ เคน อยู่เพียง 1 ประตู แน่นอนว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นค่าเหนื่อยของ วิลสัน เพิ่มมากกว่าเดิม 2-3 เท่า และเขาอาจจะลงสนามโดยไม่ได้สวมเสื้อของ บอร์นมัธ อีกต่อไป

คอนเนอร์ โคดี้ (15,000 ปอนด์/สัปดาห์)

กองหลังสายเลือดสเกาเซอร์ อดีตเด็กปั้นของ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในยนักเตะสำคัญในแนวรับของ วูล์ฟ ร่วมกับ ไรอัน เบ็นเน็ธ และ วิลลี โบลี่ ที่สามารถเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 4 เกม และยังมีสถิติการเล่นกับทีมท็อป 6 ได้ดี

ตลอดทั้ง 16 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โคดี้ ลงสนามให้กับวูล์ฟ เต็ม 90 นาทีทุกเกม ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเขาสำคัญแค่ไหนในแนวรับของ นูโน

โจ โกเมซ (30,000 ปอนด์/สัปดาห์)

อดีตเด็กปั้นของ ชาห์ลตัน ที่ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในยุคของ เบรนแดน รอดเจอร์ส ที่เมื่อไหร่ได้ลงสนาม แฟนๆต่างก็ดูจะไม่ค่อยชอบใจกับฟอร์มการเล่นของเขานักในตำแหน่งแบ็คขวา

ในฤดูกาลนี้ โกเมซ ได้วิวัฒนาการตัวเองไปอีกขั้น หลังจากที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีในเกมพรีซีซั่นก่อนเปิดฤดูกาลกับ โตริโน่ และเมื่อเกมนัดแรกของพรีเมียร์ลีกเปิดขึ้น เซนเตอร์ในทีมอย่าง ลอฟเรน และ มาติป เกิดบาดเจ็บก็ทำให้ โกเมซ ได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ซื้อตัวเขามา และด้วยการจับคู่กับ เวอร์กิล ฟานไดจ์ ก็ทำให้แนวรับ ลิเวอร์พูล ปีนี้เก็บคลีนชีตไปแล้ว 9 เกมและเสียประตูเพียงแค่ 6 ลูกจาก 16 เกม

มาร์คัส แรชฟอร์ด (45,000 ปอนด์/สัปดาห์)

หลังจากที่ แรชฟอร์ด เลือกเปลี่ยนมาสวมเบอร์ 10 เขาก็ค่อนข้างมีปัญหากับฟอร์มการเล่นในช่วงแรกของการออกสตาร์ทฤดูกาล บวกกับฟอร์มที่ไม่ค่อยดีนักของต้นสังกัดอย่าง แมนฯยูไนเต็ด

จากอาการบาดเจ็บของ อเล็กซิส ซานเชส และ ฟอร์มที่ค่อนข้างฝืดของกองหน้าตัวจริงอย่าง โรเมลู ลูกากู ก็ทำให้ แรชฟอร์ด กลับมาได้โอกาสลงสนามมากขึ้นและเขาก็ทำได้ดีอีกครั้งโดยเจ้าตัวทำไป 1 ประตู 4 แอสซิสต์ ใน 3 เกมหลังสุด

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล จะมีปัญหาในตำแหน่งแบ็คซ้ายมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ที่ รีเซ่ ย้ายออกจากทีมไป ก็ไม่มีใครที่คงฟอร์มการเล่นที่ดีอย่างสม่ำเสมอไว้ได้นานจนกระทั่งพวกเขาตัดสินใจควักเงิน 8 ล้านปอนด์ดึงตัวแบ็คซ้ายชาวสก็อตมาร่วมทีม

โรเบิร์ตสัน พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนคว้าตำแหน่งตัวจริงของทีมมาได้อย่างถาวรในช่วงครึ่งฤดูกาลที่แล้ว ในฤดูกาลนี้ โรเบิร์ตสัน ทำแอสซิสต์ ไปแล้ว 5 ลูก จาก 19 เกมที่ลงสนาม พร้อมทั้งยังมีส่วนช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตในลีกได้ 9 เกม และเจ้าตัวก็ยังถูกแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ไรอัน เฟรย์เซอร์ (27,000 ปอนด์/สัปดาห์)

ปีกชาวสก็อตร่างเล็กคนนี้ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้โดยยิงไปแล้ว 5 ประตู 8 แอสซิสต์ ในทุกรายการให้กับ บอร์นมัธ มีสถิติที่ดีกว่าซูเปอร์สตาร์ในทีมใหญ่หลายคน อย่างเช่น เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชส

ถ้าหากยังคงฟอร์มการเล่นที่ได้แบบนี้ไว้ได้แน่นอนว่าสัญญาใหม่ของเขาหลังจากปี 2020 จะต้องมีตัวเลขที่ดูแล้วน่าชื่นใจยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

อารอน วาน-บิสซากา (15,000 ปอนด์/สัปดาห์)

ดาวรุ่งวัย 21 ปีคนนี้ได้รับโอกาสลงประเดิมสนามในฤดกาลที่แล้วหลังจากที่แบ็คขวาตัวจริงของ คริสตัล พาเลซ อย่าง โจเอล วอร์ด บาดเจ็บไป และ วาน-บิสซากา ก็ยึดตัวจริงในทีมได้อย่างถาวรนับตั้งแต่นั้นมา

วาน-บิสซากา มีเชื้อสายคองโกก็ทำให้เขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง และเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติในอุดมคติของผู้เล่นตำแหน่งนี้ เขาพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในฤดูกาลนี้ โดยอ้างอิงจากสถิติของ Squawka เขาเป็นกองหลังที่ 1-1 ผ่านยากมาก อีกทั้งยังเป็นกองหลังที่ เลี้ยงบอลผ่านเป็นอันดับ 1 เข้าสกัดเป็นอันดับ 1 ตัดบอลได้เป็นอันดับ 2 และ ประทะชนะเป็นอันดับ 4 ใน พรีเมียร์ลีก ทั้งนี้ใน 10 เกมหลังสุดเขาเข้าสกัดบอลสำเร็จ 43 จาก 45 ครั้ง

เรียกได้ว่าอนาคตที่สดใสกำลังรอแบ็คขวาที่ครบเครื่องรายนี้อยู่ และเราเชื่อว่าอาจจะไม่ได้เห็นเขาสวมเสื้อของ คริสตัล พาเลซ ไปนานนัก

รูเบน เนเวส (50,000 ปอนด์/สัปดาห์)

สำหรับกองกลางวันเดอร์คิดที่มีแววมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรป ค่าเหนื่อยแค่ 50,000 ปอนด์ ดูจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำสำหรับ รูเบน เนเวส

เนเวส ทำหน้าที่ทั้งเกมรับและช่วยปั้นเกมรุกคู่กับคู่หูในแดนกลางรุ่นพี่เพื่อนร่วมชาติอย่าง เจา มูตินโญ่ และช่วยให้ วูล์ฟ อยู่ในอันดับ 10 ของตารางคะแนนฤดูกาลนี้ หลังจากที่ช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาในปีที่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

จีคลับ โดยทางคาสิโนจะถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโนรีสอร์ท ซึ่งเป็นคาสิโนที่ถูกกฏหมายของประเทศกัมพูชา ด้วยบริการของเรา gclub899
จะให้ท่านได้สัมผัสกับ Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์  ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือ พนันบอลออนไลน์ sbobet สโบเบท
เราได้รวบรวม เกมส์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่นไว้ที่นี้ที่เดียวแล้ว พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน
และเรายังบริการใหม่ goldenslot ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้
เป็นเกมส์ จีคลับสล็อตออนไลน์ ชั้นนำระดับโลกมาให้ท่านร่วมสนุกกันอย่างจุใจใช้เทคโนโลยีที่มีความทันสมัยของ จีคลับ รองรับทุกสไตล์การเล่น
ให้ท่านสนุกกันอย่างเต็มอิ่ม สามารถเล่น ปั่นสล็อต ผ่านเว็บไซต์ goldenslot หรือเล่นผ่านมือถือ ทั้ง Flash และ HTML สล็อตคาสิโน

เจอทีไรงานยากทุกที กับ 6 นักเตะที่อันเดอร์เรตสุดใน Premier League

อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

Aymeric Laporte

มีนักเตะของแมนฯ ซิตี้ ถึง 3 คน ที่เราอยากจะเลือกมาติดในลิสต์นี้ แต่ดาบิด ซิลบา ก็ได้รับคำสรรเสริญมากแล้ว แม้จะยังไม่เท่าที่ควรก็ตาม ขณะที่แฟร์นานดินโญ่ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของเรือใบสีฟ้า จนทำให้บรรดาตัวรุกของทีมเล่นเกมรุกได้อย่างหมดห่วง

แต่คนที่อันเดอร์เรตที่สุดของแมนฯ ซิตี้ คงหนีไม่พ้นลาปอร์ต ปราการหลังรายนี้อาจจะไม่ได้มีสรีระที่แข็งแกร่งเหมือนฟาน ไดจ์ค หรือไม่ได้ทำผลงานได้ดีกับทีมชาติเหมือน จอห์น สโตนส์ หรือ แฮร์รี่ แมคไกวร์ แต่ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ ก็เป็นกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และตลอด 22 เกมที่เขาลงสนามให้กับทีม นับตั้งแต่ที่ย้ายมาเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อเดือนมกราคม ทีมก็ไม่เคยแพ้ใคร (ชนะ 20 เสมอ 2)

และมันก็ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก ที่ลาปอร์ตยังคงถูกทีมชาติฝรั่งเศสมองข้ามมาโดยตลอด แม้เขาจะเคยถูกเรียกติดทีมชาติมาแล้วในเดือนตุลาคม แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยลงสนามให้กับทัพเลส เบลอส์ เลย ซึ่งเรื่องนี้ก็สมควรจะทำให้ดิดิเยร์ เดสชองส์ ถูกวิจารณ์นะ แม้กุนซือรายนี้เพิ่งจะพาทัพตราไก่คว้าแชมป์โลกมา แต่การเรียกมามาดู ซาโก้ กับ อาดิล รามี่ ไปติดทีมชาติก่อนลาปอร์ตนั้น ก็ไม่น่าเกิดขึ้นจริงๆ

อังเดร โกเมส (เอฟเวอร์ตัน)

Andre Gomes

มาร์โก ซิลวา อาจจะเครียดอยู่บ้าง ในความพยายามที่จะพัฒนาการเล่นของเอฟเวอร์ตัน แต่การมาของโกเมส ก็ทำให้ทีมเก็บชัยได้ถึง 3 จาก 5 นัด ที่มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสลงสนาม ส่วนอีก 2 เกมที่ไม่ชนะ ก็เป็นการบุกไปยันเสมอเชลซีถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ และบุกไปพ่ายรองแชมป์เก่าอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด การมาของกองกลางจากบาร์เซโลน่า ทำให้แผงมิดฟิลด์ของท็อฟฟี่สีน้ำเงินนิ่งขึ้น และการประสานงานของเขากับอิดริสซ่า เกย์ ก็ทำให้แดนกลางของทีมดูสมบูรณ์แบบทีเดียว

โกเมสเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเอฟเวอร์ตัน ในยุคของมาร์โก ซิลวา เขาเป็น 1 ใน 6 การเซ็นสัญญากับเอฟเวอร์ตันชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ ร่วมกับริชาร์ลิสัน, เคิร์ท ซูม่า, เยอรี่ มิน่า, ลูคัส ดีญ และแบร์นาร์ด ซึ่งทั้งหมดต่างมีอายุอยู่ในช่วง 21-25 ปี ขณะที่ 2 ฤดูกาลก่อน มีนักเตะของท็อฟฟี่สีน้ำเงินถึง 10 คน ที่มีอายุอยู่ในช่วง 26-33 ปี

หากไม่นับริชาร์ลิสัน นักเตะที่เหลือต่างย้ายจากทีมในระดับแชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้น ซึ่งตัวโกเมสเองอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีนักกับบาร์เซโลน่า แต่เขาก็เคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับบาเลนเซีย และในตอนนี้ มิดฟิลด์เลือดฝอยทองก็เข้ามาเติมเต็มคุณภาพให้แผงกลางของทีม ในแบบที่มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และทอม เดวีส์ ไม่สามารถทำได้

แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

Matt Doherty

มันยากที่จะโต้แย้งว่าขุมกำลังหลักส่วนใหญ่ของวูล์ฟสฯ เป็นเด็กในสังกัดของฮอร์เก้ เมนเดส ก่อนที่เกมจะเริ่ม จอทีวียักษ์ที่ขอบสนามมักจะแสดงไฮไลท์ในช่วง 3 เดือนแรกอันยอดเยี่ยมบนพรีเมียร์ลีกของทีม และคุณก็มักจะได้ยินชื่อ เจา มูตินโญ่, รูเบน เนเวส, ราอูล ฆิเมเนซ หรือ อิวาน คาวาเลโร่ ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกค้าของซูเปอร์เอเยนต์ชาวโปรตุกีส

แต่หากคุณถามแฟนบอลของทัพหมาป่าว่าใครเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทีม พวกเขาก็คงจะไม่ได้พูดชื่อนักเตะของเมนเดสหรอก คอเนอร์ โคดี้ อาจจะทำผลงานได้ดีในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค แต่คนที่ทำผลงานน่าประทับใจที่สุดคือแมตต์ โดเฮอร์ตี้  มีนักเตะฟูลแบ็คในลีกแค่เพียง 2 คนเท่านั้น ที่ได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากกว่าโดเฮอร์ตี้ และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้มากกว่าเขา

ฟูลแบ็ควัย 26 ปี กำลังทำผลงานได้ดีมากๆ กับวูล์ฟสฯ และเขาน่าจะเป็นตัวแทนที่เหมาะสมสำหรับเชมัส โคลแมน ที่เข้าสู่เลข 3 ในทีมชาติไอร์แลนด์

เอเตียน กาปู (วัตฟอร์ด)

Etienne Capoue

วัตฟอร์ดก็เหมือนกับวูล์ฟสฯ พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เครื่องจะแผ่วลงไปบ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาก็มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นถึง 12 คะแนนแล้ว

ทัพแตนอาละวาดเต็มไปด้วยผู้เล่นอันเดอร์เรตที่คุณอาจจะลืมชื่อไปในบางครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เคร็ก แคธคาท กองหลังที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอมาโดยตลอด, โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า มิดฟิลด์ที่ทำประตูสำคัญให้ทีมได้บ่อยๆ หรือจะเป็นโฆเซ่ โฮเลบาส ฟูลแบ็คสายอึดที่ทำผลงานได้ดีแม้จะมีอายุ 34 ปีแล้ว

แต่คนที่ควรได้รับเครดิตมากที่สุดคือกาปู อดีตดาวเตะของสเปอร์สรายนี้เป็นหัวใจสำคัญของวัตฟอร์ด เจ้าตัวทำหน้าที่ปัดกวาดเกมคู่แข่งในแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม และมิดฟิลด์รายนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำผลงานในยุคของฆาบี การ์เซีย ได้ดีที่สุด มีผู้เล่นในลีกแค่เพียง 8 คน ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าปะทะมากกว่าเขา และมีนักเตะในลีกเพียงคนเดียวที่ตัดบอลได้มากกว่ามิดฟิลด์เลือดน้ำหอมรายนี้

เชน ดัฟฟี่ (ไบร์ทตัน)

Shane Duffy

ผลงานเกมรับของไบร์ทตันถือเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพรีเมียร์ลีกในช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา เพราะแผงแบ็คโฟร์ของพวกเขาต่างเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมตั้งแต่อยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งในฤดูกาลที่แล้ว ทัพนกนางนวลก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นทีมครึ่งตารางล่างที่มีสถิติเกมรับดีที่สุดในลีก ส่วนในฤดูกาลนี้ พวกเขาเสียประตูในลีกน้อยกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด เสียอีก

แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ใช่ความดีความชอบของดัฟฟี่เพียงคนเดียว แต่เจ้าตัวก็เป็นคนที่ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้การทำทีมของคริส ฮิวจ์ตัน ในฤดูกาลนี้ ไม่มีใครทำสถิติเคลียร์บอลได้มากกว่ากองหลังเลือดผู้ดีรายนี้ และเขาสกัดบอลด้วยการโหม่งมากที่สุดในลีก ด้วยจำนวน 66 ครั้งด้วยกัน และก็มีนักเตะเพียงคนเดียวในลีก ที่เข้าบล็อกการยิงประตูของคู่แข่งมากกว่าดัฟฟี่

ในยุคที่กองหลังต้องออกบอลได้ดี ดูเหมือนว่าสไตล์การเล่นของเซนเตอร์แบ็คไบร์ทตันจะไม่เหมาะสมกับฟุตบอลปัจจุบันเลย อย่างไรก็ตาม การเล่นของดัฟฟี่ยังคงเหมาะสมกับทีม และเป็นที่ต้องการของคริส ฮิวจ์ตัน อยู่เสมอ

ฟิลิป บิลลิง (ฮัดเดอร์สฟิลด์)

Phil Billing

กับฮัดเดอร์สฟิลด์ บิลลิงถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างแท้จริง เขามีสถิติตัดเกม และได้ง้างเท้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในทีม รวมถึงมีสถิติเลี้ยงบอลและเข้าสกัดบอลสำเร็จได้มากที่สุดในทีม

บิลลิงอาจจะไม่ใช่มิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบ เพราะบางทีเขาก็เล่นได้ไม่ดีนัก มักจะหลุดจากตำแหน่งที่ควรยืน และบางทีก็ฟอร์มตกไป 3-4 นัดติดต่อกัน

แต่ในวัย 22 ปี ก็มีกองกลางอยู่ไม่กี่คนหรอก ที่พัฒนาฝีเท้าได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่ากับกองกลางชาวเดนิชรายนี้ บิลลิงย้ายมาอยู่อคาเดมี่ของฮัดเดอร์สฟิลด์ตอนอายุ 17 ในปี 2013 และหากเขาพัฒนาตัวเองได้เรื่อยๆ ในอนาคตเจ้าตัวก็คงจะถูกเรียกติดทีมชาติเดนมาร์กชุดใหญ่ รวมถึงได้ย้ายไปเล่นทีมใหญ่ๆ ในลีกแน่ เพราะนอกจากจะฝีเท้าดีแล้ว เขายังมีโควตานักเตะโฮมโกรนอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ 

ค่าเหนื่อยแพงแต่แรงไม่มี กับ8นักเตะที่เล่นไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่ได้รับ

ชิชาริโต้ (140,000 ปอนด์/สัปดาห์)

หลังจากย้ายกลับมาค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้งในฤดูกาลก่อน ชิชาริโต้ โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก อีกทั้งหลังจากที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บกลับมายังถูก มาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่ถูก เดวิด มอยส์ ปรับจากตำแหน่งริมเส้นให้กลายมาเป็นกองหน้าตัวเป้า แย่งตำแหน่งกองหน้าตัวจริงจาก ชิชาริโต้ ไป

ฟอร์มของ ชิชาริโต้ ในปีนี้นับว่าแย่พอๆกับฟอร์มของขุนค้อน เวสต์แฮม ต้นสังกัดของเจ้าตัว ในฤดูกาลนี้เจ้าตัวมักจะได้ลงมาเล่นตัวสำรองโดยลงสนามไปแล้ว 8 เกม แต่ยิงได้เพียง 1 ประตู ในพรีเมียร์ลีก

เชสก์ ฟาเบรกาส (156,000 ปอนด์/สัปดาห์)

หลังจากอายุขึ้นเลข 3 ในฤดูกาลที่แล้วจอมแอสซิสท์อย่าง ฟาเบรกาส กลับแอสซิสท์ได้เพียง 4 ประตูเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก

และในฤดูกาลนี้พื้นที่ในตำแหน่งตัวจริงในเกมลีกของเขาก็ถูกลดทอนลงหลังจากที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามาคุมทีม และเมื่อได้โอกาสลงสนามในฟุตบอลถ้วยก็เค้นฟอร์มการเล่นออกมาไม่ได้มากเท่าที่ควเนื่องจากสไตล์การเล่นของเขาไม่เข้ากับแผนการเล่นของกุนซือชาวอิตาลี

อาร์ตูโร่ วิดัล (165,000 ปอนด์/สัปดาห์)

วิดัล ไม่ถือว่าเล่นได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อยได้อย่างเต็มตัวเนื่องจากเขาไม่ได้เวลาลงเล่นมากพอ  ใครๆต่างก็คิดว่า วิดัล จะเข้ามาเป็นตัวแทนของ เปาลินโญ่ ที่ย้ายกลับจีนรอบที่สอง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาใช้เวลาอยู่บนม้านั่งสำรองให้กับ บาร์เซโลน่า เป็นส่วนใหญ่

อีกทั้งยังบุญมีแต่กรรมบัง เกมที่เขาถูกเปลี่ยนลงมาในช่วงพักครึ่งในเกมกับ เรอัล เบติส เขาทำได้ 1 ประตู 1 แอสซิสท์ แต่ต้นสังกัดกลับแพ้ไปด้วยสกอร์ 3-4 ในเกมนั้น

เฟร็ด (175,000 ปอนด์/สัปดาห์)

แมนฯยูไนเต็ด ใช้เงินถึง 53 ล้านปอนด์ และค่าเหนื่อยมหาศาลเพื่อดึงตัว เฟร็ด มาร่วมทีมในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้เหล่าสาวกต่างก็คิดว่านี่คือนักเตะที่จะเข้ามาเป็นคู่หูอันตรายในแดนกลางของปีศาจแดงร่วมกับ พอล ป็อกบา

แต่เนื่องจากสถานการณ์ในทีม แมนฯยู ตอนนี้ก็นับว่าไม่สู้ดีนักก็ทำให้ เฟร็ดก็ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดของตนออกมากับต้นสังกัดใหม่ และยังไม่ได้เป็นตัวจริงถาวรและยังอยู่ในช่วงปรับตัวอีกด้วย

เฮนริกห์ มคิทาเรี่ยน (180,000 ปอนด์/สัปดาห์)ถึงแม้ อาร์เซนอล ในยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแต่เพลย์เมกเกอร์ชาว อาร์เมเนีย ยังไม่สามารถหาฟอร์มสุดยอดของตนออกมาได้

มคิทาเรี่ยน ลงสนามไปแล้ว 15 เกมและทำได้เพียง 2 ประตู 3 แอสซิสท์ จากทุกรายการที่ลงเล่นในฤดูกาลนี้ อีกทั้งเขายังถูกดรอปเป็นตัวสำรองในบางเกมอีกด้วย

โรเมลู ลูกากู (250,000 ปอนด์/สัปดาห์)

จากฟอร์มที่ไม่สู้ดีนักของ แมนฯยูไนเต็ด ส่วนหนึ่งก็มาจากอาการปืนฝืดของ ลูกากู ที่ทีมไม่สามารถหวังพึ่งได้เวลาที่พวกเขาต้องการประตูและถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลถึงความสามารถในการจับบอลของเขา

ลูกากู ยิงประตูไปแล้ว 4 ลูกในฤดูกาลนี้ แต่ลูกสุดท้ายที่เขายิงได้คือเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5 ของฤดูกาลที่เอาชนะ วัตฟอร์ด ไปได้ 2-1 ซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน อีกทั้งศูนย์หน้าชาวเบลเยี่ยมยังไม่สามารถยิงประตูใน โอลด์แทรฟฟอร์ด ได้เลยนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม

อเล็กซิส ซานเชส (315,000 ปอนด์/สัปดาห์)

หลังจากเปิดตัวด้วยการเล่นเปียโนสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนปีศาจแดงได้แล้ว อเล็กซิส ซานเชส ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งจาก อาร์เซนอล ออกมาสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้เลย และถูกนับว่าเป็นอีกหนึ่งดีลสุดแพงที่ล้มเหลวอีกครั้งสำหรับ แมนฯยู และ นักเตะจากทวีป อเมริกาใต้

ซานเชส ลงสนามให้ แมนฯยู 12 เกมในฤดูกาลนี้และทำได้แค่ 1 ประตู 2 แอสซิสท์ อีกทั้งในช่วงหลังเขายังถูกดรอปเป็นตัวสำรองก่อนที่จะมีข่าวออกมาว่าเขาประสบอาการบาดเจ็บจากการซ้อม และ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ออกมาเผยว่าอาการบาดเจ็บค่อนข้างซีเรียสทีเดียว

แกเร็ธ เบล (350,000 ปอนด์/สัปดาห์)

แน่นอนว่าการลงสนาม 17 เกมทำได้ 6 ประตู 5 แอสซิสท์ อาจจะดูไม่ขี้เหร่นักแต่จำนวน 3 ประตู 2 แอสซิสท์ มาจากเกม แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ปัญหาของทีมราชันย์ชุดขาวตอนนี้คือฟอร์มที่ย่ำแย่ใน ลาลิกา ที่แพ้ไปถึง 5 จาก 13 เกม

แน่นอนว่าเราคาดหวังว่า เบล ที่มีค่าเหนื่อยสูงถึง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์จะทำได้ดีกว่านี้และก้าวขึ้นมาเป็นหัวเสือหลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ออกจากทีมไป แต่ทั้งนี้ สัญญาณที่ดีขึ้นของ เบล ก็คือสภาพร่างกายของเขาดีขึ้นมากกว่าเดิมแล้วหลังจากที่ถูกอาการบาดเจ็บรบกวนมาอย่างยาวนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ 

 

สุดแหวก!!..นักเตะที่หลังจากแขวนสตั๊ดไปแล้วได้ทำอาชีพหรือใช้ชีวิตอย่างเฟี้ยวฟ้าว

นักฟุตบอลหลายๆ คน มักจะทำงานเป็นโค้ชทีมฟุตบอล นักวิจารณ์เกม ผู้บรรยายเกม หรืออาชีพที่ใช้ความสามารถทางฟุตบอลซะเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะพวกเขามีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากมายอยู่แล้ว

แต่กับ 9 คนนี้ พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่ต่างไป ด้วยการทำอาชีพสุดแหวก ที่คุณผู้อ่านอาจจะไม่เชื่อเลยว่า นักฟุตบอลคนนี้จะเลือกทำอาชีพดังกล่าวหลังเลิกเล่นฟุตบอล

ฟาเบียง บาร์กเตซ์ (นักแข่งรถ)

อดีตมือกาวหัวใสรายนี้ประสบความสำเร็จมากพอสมควรในการเล่นฟุตบอล เขาเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและยูโรมาแล้วกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมไปถึงการเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำอย่างโมนาโก, มาร์กเซย และแมนฯ ยูไนเต็ด

ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จของบาร์กเตซ คุณคงจะไม่แปลกใจนักหากเขาจะผันตัวไปเป็นโค้ช ทว่าอดีตมือกาวแชมป์โลกรายนี้กลับตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองจากนักฟุตบอลมาเป็นนักแข่งรถ และเจ้าตัวก็ทำมันได้ดีเสียด้วย โดยอดีตนายทวารของแมนฯ ยูไนเต็ด มีดีกรีเป็นถึงแชมป์รายการ French GT ในปี 2013 รวมถึงได้ลงแข่งในการแข่งขันรถแข่งชื่อดังอย่าง Le Mans 24 Hours ด้วย และปัจจุบันนี้ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคงลงแข่งขันรถ แข่งอยู่เรื่อยๆ

บิเซนเต้ ลิซาราซู (นักยูยิตซู)

เพื่อนร่วมทีมชาติของบาร์กเตซอย่างลิซาราซู ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เลือกอาชีพหลังการเลิกเล่นนักฟุตบอลที่น่าตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อเขาตัดสินใจไปเป็นนักกีฬายูยิตซู (ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่ง ที่เน้นการจับล็อคและจับทุ่ม)

และลิซาราซูก็ยังคงประสบความสำเร็จในกีฬาชนิดนี้ เหมือนกับที่เขาเคยประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล โดยอดีตแบ็คซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้มีดีกรีเป็นนักยูยิตซูแชมป์ยุโรปของสายสีฟ้า เมื่อปี 2009 เลยทีเดียว

สตีฟ บรูซ (นักเขียนนิยาย)

ทุกคนอาจจะเคยเห็น สตีฟ บรูซ เคยทำงานเป็นผู้จัดการทีมให้กับหลายสโมสรในอังกฤษ แต่เราเดาว่าหลายๆ คนคงไม่รู้แน่ ว่าอดีตกองหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ เคยเป็นนักเขียนนิยายมาก่อน

บรูซเคยเขียนนิยายออกมาทั้งหมด 3 เล่มด้วยกัน (ไม่นับรวมหนังสือชีวประวัติ) ซึ่งนิยายทั้ง 3 เล่ม มีชื่อว่า Striker, Sweeper และ Defender อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือของซันเดอร์แลนด์ก็ออกมายอมรับด้วยความเขินอายว่า หนังสือนิยายของเขานั้นไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก

โทมัส กราเวอเซ่น (นักโป๊กเกอร์)

อดีตกองกลางชื่อดังชาวเดนมาร์ก ผู้เคยลงเล่นให้กับสโมสรชื่อดังอย่างฮัมบูร์ก, เซลติก, เอฟเวอร์ตัน และเรอัล มาดริด ตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตหลังเกษียณตัวเองจากวงการฟุตบอลที่สหรัฐอเมริกา พร้อมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักเสี่ยงโชคอย่างเต็มตัว

กราเวอเซ่นถือเป็นนักเสี่ยงโชคฝีมือดีคนหนึ่ง โดยเฉพาะการเล่นโป๊กเกอร์ เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ลาส เวกัส เมื่อปี 2013 และเขาก็ถือเป็นคนที่มีฝีมือในด้านนี้อย่างมาก ถึงขนาดที่มีรายงานว่า อดีตกองกลางทีมชาติเดนมาร์กมีทรัพย์สินอยู่ที่ 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว

จอร์จ เวอาห์ (ประธานาธิบดีไลบีเรีย)

เวอาห์ถือเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาลงเล่นให้กับโมนาโก, เปแอสเช และเอซี มิลาน นอกจากนี้ อดีตดาวเตะชาวไลบีเรียยังมีดีกรีเป็นนักเตะที่มีสัญชาตินอกยุโรปคนแรกที่สามารถคว้าบัลลงดอร์ได้ด้วย

ด้วยชื่อเสียงทางด้านฟุตบอล อดีตดาวเตะโมนาโกรายนี้คงจะสามารถก้าวมาเป็นโค้ชคอยฝึกสอนผู้เล่นรุ่นต่อไปได้สบายๆ แต่เวอาห์กลับเลือกที่จะลงเล่นการเมืองในประเทศบ้านเกิด ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง

กาอิซก้า เมนดิเอต้า (ดีเจ)

เมนดิเอต้าถือเป็นหนึ่งในกองกลางมากพรสวรรค์คนหนึ่งของทีมชาติสเปนในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 และเขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่พาบาเลนเซียเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน (แม้จะพลาดแชมป์ทั้ง 2 ครั้งก็ตาม)

แต่นอกจากพรสวรรค์ในด้านฟุตบอลแล้ว ดูเหมือนว่าอดีตกองกลางของมิดเดิลสโบรช์รายนี้จะมีพรสวรรค์ในเรื่องของเสียงเพลงด้วย เพราะหลังจากเลิกเล่น เมนดิเอต้าได้ช่วงเวลาสั้นๆ ในการทำงานเป็นดีใจในสถานบันเทิงที่ลอนดอน และเขาก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องราตรีเหมือนกัน

ปาโปล ออสวัลโด้ (นักดนตรี)

หนึ่งในกองหน้าฝีเท้าดีคนหนึ่งของวงการฟุตบอล แต่ด้วยความติสท์ของเขา ทำให้ออสวัลโด้ไม่สามารถลงเล่นให้กับทีมไหนได้นานนัก และที่สุดแล้ว ดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง30 ปี เพื่อไปตามความฝันของเขา นั่นคือการเป็นร็อคสตาร์!

ใช่แล้ว คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอก ออสวัลโด้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลเพื่อไปเป็นนักดนตรี โดยเขาได้รวมตัวกับเพื่อนนักดนตรีในสมัยที่ตัวเองเล่นอยู่กับเอสปันญ่อล ฟอร์มวงดนตรีที่ชื่อว่า Barrio Viejo ขึ้นมา  และดูเหมือนว่า เจ้าตัวจะมีความสุขกับงานที่ทำในตอนนี้เหลือเกิน

ทิม วีเซ่ (นักมวยปล้ำ)

อดีตมือกาวคนเก่งของเบรเมนรายนี้ ตัดสินใจประกาศแขวนถุงมือในการลงเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังจากมองว่าตัวเองผ่านจุดสูงสุดในอาชีพนักฟุตบอลไปแล้ว แต่ดูเหมือนเขายังเชื่อว่าตัวเองจะยังสามารถเป็นนักกีฬาต่อไปได้ และวีเซ่ก็ได้ก้าวมาเป็นนักมวยปล้ำของ WWE บริษัทมวยปล้ำชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

อดีตจอมหนึบทัพอินทรีเหล็กรายนี้เข้าไปเป็นนักมวยปล้ำของ WWE ตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะได้ลงปล้ำในฐานะนักมวยปล้ำอาชีพครั้งแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี พร้อมกับได้รับฉายาว่า ‘The Machine’

อายัน เดอ ซูว์ (ตำรวจสืบสวน)

กองหลังชาวดัตช์ผู้เคยผ่านการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกกับปอร์ทสมัธและวีแกน ในช่วงทศวรรษที่ 2000 รายนี้ ถือเป็นกองหลังที่มีฝีเท้าไม่เลวในช่วงนั้น แม้จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมใหญ่ๆ ในลีกเลยก็ตาม

หลังจากแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2009 เดอ ซูว์ ผันตัวเองไปเป็นตำรวจสืบสวนแบบเต็มตัวที่เนเธอร์แลนด์ บ้านเกิดของตัวเอง และในปี 2014 เขาก็ได้เปิดเผยสาเหตุที่ตัวเองไปทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ว่า “ผมมีความสนใจในการทำงานเป็นตำรวจอยู่ตลอด และผมก็ต้องการที่จะทำประโยชน์อะไรสักอย่างให้กับสังคม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ 

18ปีผ่านไปนายจะเป็นยังไงบ้างกับวันเดอร์คิดที่ มาดริด ดีลเมื่อปี 2000 ตอนนี้ใครดาวใครดิน

1. เซร์จิโอ รามอส

ย้ายจาก : เซบีญ่า (ค่าตัว 27 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : สิงหาคม 2005 (อายุ 19 ปี)

ในตอนที่รามอสเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด เจ้าตัวถือเป็นนักเตะดาวรุ่งสัญชาติสเปนที่มีค่าตัวแพงที่สุด (27 ล้านยูโร) และปราการหลังรายนี้ก็เป็นนักเตะสแปนิชคนเดียวที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ดึงตัวมาร่วมทีมตอนที่เขาเข้ามาเป็นประธานสโมสรรอบแรก

ในช่วงแรก รามอสถือเป็นแบ็คขวาขาโหดคนหนึ่ง ก่อนที่โจเซ่ มูรินโญ่ ที่เข้ามากุมบังเหียนราชันชุดขาวในปี 2010 จะเปลี่ยนตำแหน่งของกองหลังทีมชาติสเปนมาเป็นเซนเตอร์แบ็ค และเขาก็ลงเล่นในตำแหน่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ ปราการหลังทีมชาติสเปนยังคงลงเล่นให้กับเรอัล มาดริด พร้อมทั้งก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมราชันชุดขาว และประสบความสำเร็จมากมาย โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ลา ลีก้า และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วถึง 4 สมัยด้วยกัน

2. มาร์เซโล่

ย้ายจาก : ฟลูมิเนนเซ่ (ค่าตัว 6.5 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : มกราคม 2007 (อายุ 18 ปี)

มาร์เซโล่ย้ายมาร่วมทีมเรอัล มาดริด เมื่อปี 2007 และมันก็ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของราม่อน กัลเดร่อน ที่สามารถคว้าตัวฟูลแบ็ครายนี้มาได้ด้วยค่าตัว 6.5 ล้านยูโร เท่านั้น

แบ็คจอมบุกรายนี้ยืนเป็นตัวหลักในแนวรับของเรอัล มาดริด คู่กับรามอสมาอย่างยาวนาน และพวกเขาก็ช่วยกันพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปอย่างละ 4 สมัย ที่สำคัญคือ แบ็คซ้ายทีมชาติบราซิลรายนี้ยังถือเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบันด้วย

3. กอนซาโล่ อิกวาอิน

ย้ายจาก : ริเวอร์ เพลท (ค่าตัว 12 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : มกราคม 2007 (อายุ 19 ปี)

อิกวาอินย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในตลาดรอบเดียวกับมาร์เซโล่  โดยในตอนนั้น ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ฉายแววโดดเด่นกับริเวอร์ เพลท โดยเฉพาะในเกมซูเปอร์กลาซิโก้ ที่ทีมเขาพบกับโบค่า จูเนียร์ส จนทำให้ราม่อน กัลเดร่อน ต้องคว้าเจ้าตัวมาอยู่ที่เบร์นาบิว

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้มีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมตลอดเวลาที่เล่นให้เรอัล มาดริด เขาพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ถึง 3 สมัยด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม อิกวาอินไม่เคยถูกมองเป็นคนสำคัญของทัพโลส บลังโกส และเขาก็ถูกปล่อยไปอยู่กับนาโปลี แต่ยอดกองหน้าก็ยังคงเป็นยอดกองหน้า ‘เอล ปิปิต้า’ ยังทำผลงานได้ดีกับทุกทีมที่ลงเล่นให้หลังจากอำลาเรอัล มาดริด ไม่ว่าจะเป็นนาโปลี, ยูเวนตุส และเอซี มิลาน เจ้าตัวยิงถล่มทลายให้กับทุกทีมที่ลงเล่นให้

4. เซร์จิโอ กานาเลส

ย้ายจาก : ราซิ่ง ซานตานเดร์ (ค่าตัว 4.5 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2010 (อายุ 19 ปี)

ในปี 2009 กานาเลสถือเป็นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งในสเปน เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับราซิ่ง ซานตานเดร์ ทั้งที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของกานาเลส ทำให้เรอัล มาดริด ตัดสินใจเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์มากพรสวรรค์รายนี้ไปร่วมทีมเมื่อปี 2010 อย่างไรก็ตาม ด้วยอาการบาดเจ็บ และการเข้ามาของโจเซ่ มูรินโญ่ ก็ทำให้กานาเลสมีโอกาสลงสนามให้โลส บลังโกส น้อยมาก ก่อนจะถูกปล่อยไปอยู่กับบาเลนเซียด้วยสัญญายืมตัวในปี 2011

หลังจากนั้น เส้นทางอาชีพของมิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่ถูกคาดหวังไว้อีกเลย เขาถูกปล่อยไปอยู่กับบาเลนเซียเป็นการถาวรในปี 2012 ตามด้วยเรอัล โซเซียดัด ในปี 2014 และไม่ประสบความสำเร็จกับทีมใดเลย ส่วนปัจจุบัน กานาเลสย้ายมาอยู่กับเรอัล เบติส หลังหมดสัญญากับทีมจากแคว้นบาสก์

5. ราฟาเอล วาราน

ย้ายจาก : ล็องส์ (ค่าตัว 10 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2011 (อายุ 18 ปี)

นี่เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมมากครั้งหนึ่งของโจเซ่ มูรินโญ่ ตอนที่อยู่กับเรอัล มาดริด เพราะเขาสามารถโมนาวให้ปราการหลังเฟรนซ์แมนเลือกเรอัล มาดริด ก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด และกองหลังดาวรุ่งรายนี้ก็ได้รับโอกาสจากกุนซือโปรตุกีสเยอะทีเดียว หากเทียบกับการให้โอกาสดาวรุ่งคนอื่นของโค้ชสเปเชี่ยล วัน

วารานได้รับโอกาสลงพอสมควรในฤดูกาล 2012/13 แต่เมื่อมูรินโญ่อำลาทีมไป เขาก็ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบาก แต่เจ้าตัวก็กลับมาได้ พร้อมกับก้าวขึ้นมาเป็นขาประจำในแผงหลังของทัพราชันชุดขาว และปัจจุบันดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็กลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก สามารถพาโลส บลังโกส คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย รวมถึงเพิ่งจะพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาได้ด้วย นอกจากนี้ วารานยังถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าบัลลงดอร์ในปี 2018 อีกด้วย

6. มาร์ติน โอเดการ์ด

ย้ายจาก : สตรอมก็อดเซ็ท (ค่าตัว 4 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : มกราคม 2015 (อายุ 16 ปี)

โอเดการ์ดถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามากที่สุดในโลกในช่วงนั้น เพราะเจ้าตัวมีฝีเท้าที่มหัศจรรย์มาก และนอร์เวย์เรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ด้วยอายุเพียง 15 ปี 253 วันเท่านั้น

ดาวรุ่งรายนี้ถูกทีมชั้นนำทั่วยุโรปจับตามอง แต่สุดท้ายก็เป็นราชันชุดขาวที่คว้าชิ้นปลามันนี้ไปครองได้ อย่างไรก็ตาม โอเดการ์ดไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ทีมงานของเรอัล มาดริด ได้ แม้เขาจะถูกส่งไปเล่นอยู่ในชุดบี ก็ตาม มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวนอร์วิเจี้ยนรายนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการถูกปล่อยยืมตัว และในซีซั่นนี้ เจ้าตัวก็ถูกเรอัล มาดริด ส่งไปให้วิเทสส์ ทีมในลีกดัตช์เช่าใช้งาน 1 ฤดูกาล

7. เฆซุส บาเญโฆ่

ย้ายจาก : เรอัล ซาราโกซ่า (ค่าตัว 6 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2015 (อายุ 18 ปี)

จากผลงานอันอย่างยอดเยี่ยมในศึกยูโร U-19 เมื่อปี 2015 จนพาทัพลา โรฆ่า คว้าแชมป์ไปครอง ก็ทำให้บาเญโฆ่ได้เซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด ในตลาดซัมเมอร์ปีนั้นทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกปล่อยไปอยู่กับเรอัล ซาราโกซ่า ต้นสังกัดเดิมด้วยสัญญายืมตัวในปีเดียวกัน และปราการหลังรายนี้ก็ยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง

ฤดูกาลต่อมา บาเญโฆ่ก็ถูกปล่อยยืมตัวไปอีกครั้ง โดยไปเล่นกับแฟรงค์เฟิร์ตในบุนเดสลีก้า และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีเช่นเคย จนในฤดูกาลที่แล้ว ทัพราชันชุดขาวก็ตัดสินใจเก็บกองหลังดาวรุ่งรายนี้ไว้ใช้งานเอง และเขาก็ได้ลงสนามช่วยทีมไปถึง 12 เกมด้วยกัน

ดูแล้ว บาเญโฆ่ถือเป็นปราการหลังที่มีอนาคตสดใส และเขาอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของเซร์จิโอ รามอส ในภายภาคหน้า ก็เป็นได้

8. มาร์โก อเซนซิโอ้

ย้ายจาก : เรอัล มายอร์ก้า (ค่าตัว 3.9 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2015 (อายุ 19 ปี)

เรอัล มาดริด เซ็นสัญญากับอเซนซิโอ้ในปี 2015 หลังจากเจ้าตัวฉายฟอร์มโดดเด่น จนถูกมองเป็นแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในสเปน ณ ตอนนั้น ก่อนที่ราชันชุดขาวจะปล่อยตัวปีกถนัดซ้ายรายนี้ให้กับเอสปันญ่อลไปใช้งาน และเขาก็ทำผลงานกับทีมจากแคว้นคาตาลุนญ่าได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำไป 4 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2015/16

ผลงานดังกล่าวทำให้เรอัล มาดริด ตัดสินใจเก็บปีกดาวรุ่งรายนี้ไว้ใช้งานเอง และในเกมแรกกับราชันชุดขาว เขาก็ยิงไกลสุดสวย ช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะเซบีญ่าไป 3-2 ในเกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นอกจากนี้ อเซนซิโอ้ยังถือเป็นนักเตะที่ทำประตูได้ในเกมแรกศึกลา ลีก้า, โคปา เดล เรย์ และแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ตัวเองลงสนามให้โลส บลังโกส ด้วย

ส่วนปัจจุบัน อเซนซิโอ้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของเรอัล มาดริด อย่างเต็มตัว และเขาก็ถูกคาดหมายว่าจะเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในระยะยาวด้วย

9. เตโอ เอร์นานเดซ

ย้ายจาก : แอตฯ มาดริด (ค่าตัว 24.4 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2017 (อายุ 19 ปี)

ฟูลแบ็ครายนี้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ในตอนที่เจ้าตัวย้ายจากแอตฯ มาดริด มาลงเล่นให้กับอลาเบสด้วยสัญญายืมตัวในปี 2016 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานได้ดีจนมีหลายทีมต้องการตัว

ที่สุดแล้ว เจ้าตัวก็ตัดสินใจย้ายข้ามฝากจากแอตฯ มาดริด มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2017 อย่างไรก็ตาม ดาวเตะผู้เกิดที่ฝรั่งเศสรายนี้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก เนื่องจากมีมาร์เซโล่ขวางทางอยู่ จนในฤดูกาลนี้ เตโอต้องออกมาหาโอกาสลงเล่นเพิ่มขึ้น ด้วยการย้ายมาอยู่กับเรอัล โซเซียดัด ด้วยสัญญายืมตัว

10. อังเดร ลูนิน

ย้ายจาก : ซอร์ย่า (ค่าตัว 8.65 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2018 (อายุ 19 ปี)

มือกาวดาวรุ่งรายนี้เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ด้วยการขวางหน้าของธิโบต์ กูร์ตัวส์ และเคย์เลอร์ นาบาส ก็ทำให้เขาต้องตัดสินใจไปหาโอกาสลงเล่นที่อื่น

ลูนินย้ายมาอยู่กับเลกาเนสในฤดูกาลนี้ แต่เขาก็เพิ่งจะถูกส่งลงสนามในเกมลีกไปเพียง 4 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ถือเป็นมือกาวดาวรุ่งที่น่าจับตามองคนหนึ่ง เขายังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีกมาก แต่โอกาสที่เจ้าตัวจะได้กลับไปยึดมือหนึ่งของทัพราชันชุดขาวคงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่

11. วินิซิอุส จูเนียร์

ย้ายจาก : ฟลาเมงโก้ (ค่าตัว 45 ล้านยูโร)

เซ็นสัญญาเมื่อ : กรกฎาคม 2018 (อายุ 18 ปี)

การจ่ายเงินจำนวน 45 ล้านยูโร เพื่อแลกกับนักเตะดาวรุ่งที่มีประสบการณ์ลงเล่นในลีกบราซิลเพียง 69 นัด ถือเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งพอสมควร แต่เรอัล มาดริด ก็ย่อมทุ่มเงินจำนวนดังกล่าว เพื่อคว้าปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่มีชื่อว่า วินิซิอุส จูเนียร์ จากฟลาเมงโก้ มาร่วมทีม

ในตอนนี้เรายังบอกไม่ได้หรอก ว่าการลงทุนของเรอัล มาดริด ในครั้งนี้จะคุ้มค่าไหม แต่มันก็มีสัญญาณที่ค่อนข้างดี วินิซิอุสลงสนามให้กาสตีญ่า (ทีมสำรองของเรอัล มาดริด) ไปแล้ว 5 นัด ทำได้ 4 ประตู นอกจากนี้ยังได้โอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรองไปแล้ว 4 เกม พร้อมกับทำไป1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์  ด้วยกัน (ซึ่งหากคิดเป็นนาที ดาวรุ่งบราซิเลี่ยนได้โอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ไปแค่ 57 นาทีเท่านั้น)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online