เบลเตรียมทุบสถิติฟันค่าเหนื่อยสูงสุดในลีกจีน…และ5อันดับแข้งยุโรปที่โกยค่าเหนื่อยสูงสุดในขณะนี้

หลังจากสื่อสเปนตีข่าวว่า แกเร็ธ เบล ปีกส่วนเกินของเรอัล มาดริด ใกล้จะย้ายไปเล่นในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก กับเจียงซู ซู่หนิง ในเร็ว ๆ นี้แล้ว หลังเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ซีเนดีน ซีดาน

โดยรายงานระบุว่า ทีมดังแดนมังกรพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาลจำนวน 1 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อล่อให้สตาร์ทีมชาติเวลส์ โยกแข้งมาวาดลวดลายฝีเท้าในลีกจีน ซัมเมอร์นี้

แน่นอนว่า หากดีลดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เบล จะกลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในโลกทันที

ปัจจุบัน ไชนีส ซูเปอร์ลีก ถือเป็นลีกที่เต็มไปด้วยสตาร์ชื่อดังมากมาย เรื่องค่าเหนื่อย ค่าตัว ไม่ต้องพูดถึง เหล่าทีมดังทีมใหญ่ต่างทุ่มเม็ดเงินกันอย่างไม่อั้น

ซึ่งวันนี้ทีมงาน Shot on Goal ขอนำเสนอ 5 แข้งในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ที่รับค่าเหนื่อยสูงสุด ณ เวลานี้

อันดับ 5. มารูยาน เฟลไลนี่ (ซานตง ลู่เหนิง) – 235,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

กองกลางชาวเบลเยี่ยม ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับซานตง ลู่เหนิง เมื่อช่วงต้นปี 2019 พร้อมเซ็นสัญญา 3 ปีพ่วงออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี รับค่าเหนื่อย 235,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

อันดับ 4. กราเซียโน่ เปลเล่ (ซานตง ลู่เหนิง) – 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

ศูนย์หน้าชาวอิตาลี ย้ายจากเซาแธมป์ตัน มาอยู่กับซานตง ลู่เหนิง ในช่วงกลางปี 2016 ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ก่อนจะตอบแทนต้นสังกัดปัจจุบันด้วยการทำไป 50 ประตูจากการลงสนาม 99 นัดรวมทุกรายการ

อันดับ 3. เอเซเกล ลาเวซซี่ (เหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน) – 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

อดีตดาวเตะนาโปลี และเปแอสเช ย้ายมาร่วมทีมเหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน ตั้งแต่ปี 2016 ก่อนจะลงสนามรับใช้ต้นสังกัดไปทั้งสิ้น 70 นัด ยิงได้ 33 ประตู บวกอีก 34 แอสซิสต์รวมทุกรายการ ตอบแทนค่าเหนื่อย 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

อันดับ 2. ฮัลค์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี) – 320,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

แนวรุกอดีตทีมชาติบราซิล ย้ายจากเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก มาร่วมทัพเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ด้วยยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ เมื่อกลางปี 2016 ก่อนจะตอบแทนเงินหยวนก้อนโตด้วยการพังตาข่ายไปทั้งสิ้น 64 ประตู บวกอีก 55 แอสซิสต์จากการลงเล่น 112 นัด

นอกจากนี้ ฮัลค์ ยังมีส่วนสำคัญในการนำเอสไอพีจี ผงาดคว้าแชมป์ไชนีส ซูเปอร์ลีก สองปีหลังสุดอีกด้วย

อันดับ 1. ออสการ์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี) – 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

sbobet

อีกหนึ่งสตาร์ชาวบราซิล ที่โยกมาโกยเงินหยวน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 โดย ออสการ์ ตัดสินใจย้ายออกจากเชลซี มาอยู่กับเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ พร้อมรับค่าเหนื่อยอันมหาศาลจำนวน 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ขณะที่ผลงานในสนามเจ้าตัวก็ตอบแทนสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับค่าเหนื่อย เมื่อทำไป 35 ประตู บวกอีก 58 แอสซิสต์จากการลงสนาม 107 นัด พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีกจีนได้ 2 สมัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

ตำนานหงษ์สายเดือด“สแตน คอลลีมอร์”ที่ชาว“เดอะ ค็อป”ยังกล่าวขานถึงอยู่ประจำ

ถ้าจะมีนักเตะสักคนที่ค้าแข้งกับลิเวอร์พูลเพียง 2 ฤดูกาล แต่ก็ได้รับการจดจำมากที่สุดคนหนึ่งคงจะไม่มีใครเกิน สแตน “เดอะ แมน” คอลลีมอร์ แต่ถ้าให้ฉายาเป็นภาคภาษาไทยขอเรียกว่า “ลูกผู้ชายยุคหิน” นอกจากฉายา “เดอะ แมน” แล้ว เขายังเกิดในเขต Stone ที่แปลว่า “หิน” อีกด้วย

คอลลีมอร์ นับว่าเป็นนักเตะที่มีความ “ห่าม” เป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงด้วยความเป็นลูกผู้ชาย (ในแบบของเขา) วีรกรรมในอาชีพนักเตะรายนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย แม้แต่หลังจากแขวนสตั๊ดไปแล้ว คอลลี่ ยังมักออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมีสีสันเสมอ

คอลลีมอร์ เริ่มอาชีพแบบที่สร้างความฉงนให้หลายคนได้ตั้งแต่ต้น เมื่อเขาปฏิเสธทีมศักดินาเหนือกว่าอย่าง วอลซอลล์ และวูล์ฟส์ ที่อยู่ในระดับอาชีพ แต่เลือกเล่นใน สแต็ฟฟอร์ด เรนเจอร์ส ทีมในระดับคอนเฟอเรนซ์ หรือกึ่งอาชีพแทนที่ ก่อนที่ จอห์น กริฟฟิน แมวมองของ สตีฟ ค็อปเปลล์ กุนซือ คริสตัล พาเลซ ในเวลานั้นส่ง กริฟฟิน ไปดูฟอร์มผู้รักษาประตูของ สแต็ฟฟอร์ด

คริสตัล พาเลซ จ่าย 100,000 ปอนด์ ในเดือนมกราคม 1991 เพื่อดึงนักเตะรายนี้มาร่วมทีม และ พาเลซ ก็เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา แต่หลังจากเป็นตัวจริงส่วนใหญ่ตลอด 18 เดือน คอลลีมอลร์ ก็เหมือนนั่งรถไฟเหาะขาลงเมื่อต้องระเห็จไปเล่นกับ เซาธ์เอนด์ ของ แบร์รี่ ฟราน ที่ซึ่งเขาได้เกิดใหม่อีกครั้งด้วยการ ซัด 18 ประตู ใน 33 เกม

ในปี 1993 น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ จ่าย 2.2 ล้านปอนด์เพื่อใช้บริการเขาในแดนหน้า และเขาเริ่มต้นกับ เจ้าป่า อย่างน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อยิงถึง 19 ประตู จาก 28 เกมลีก ในดิวิชั่น 1 (เทียบกับเดอะ แชมเปี้ยนชิพในเวลานี้) และเลื่อนชั้นในปีเดียว ในเวลานั้นมีหลายๆ ทีมให้ความสนใจซื้อเขาไปร่วมทีม รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ปีศาจแดงเลือกดึง แอนดี้ โคล ไปร่วมทีมแทน

ฟอเรสต์ จบด้วยอันดับ 3 เพียงฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาอยู่ในพรีเมียร์ลีก และ คอลลี่ ซัดไปถึง 22 ประตูในลีก ทำให้ซัมเมอร์ปี 1995 เขาได้โอกาสประเดิมสนามกับ ทีมชาติอังกฤษ และเพียงเดือนถัดมาก็ทุบ สถิติของสหราชอาณาจักร ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์

คอลลีมอร์ ไม่ต้องรอนานกับประตูแรกใน สีเสื้อหงส์แดง เมื่อซัดเต็มข้อ 25 หลานำทีมคว้าชัยเหนือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

การย้ายมาร่วมทีมของ คอลลีมอร์ ทำให้มีเครื่องหมายคำถามไม่น้อย เมื่อทั้งเขา และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ต่างซัดประตูได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงที่อยู่กันคนละทีม และทำให้คนสงสัยว่าทั้งคู่จะสามารถเข้าขากันได้หรือไม่

แฟนบอลยุคหลังอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า ฟาวเลอร์ จับคู่กับ คอลลีมอร์ ได้ดีแค่ไหน แต่สถิติซัดรวมกัน 55 ประตูในฤดูกาล 1995/96 คงบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี และนั่นสร้างความหวังให้แฟนหงส์แดงที่คว้า อันดับ 3 ในลีกปีนั้น กลายเป็นตัวเต็ง และมีโอกาสจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีถัดไป

ในช่วงปลายเดือนกันยายน 1997 ลิเวอร์พูล อยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของลีกเมื่อชนะ 6 และเสมอ 2 ใน 8 เกมแรก  แต่ ฟาวเลอร์ กับ คอลลีมอร์ ซัดไปคนละประตูเท่านั้น เป็น แพทริค แบร์เกอร์ ที่เพิ่งย้ายมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่กลายเป็น ทอร์คออฟเดอะทาวท์ เมื่อซัด 4 ประตูจาก 4 เกม ข่าวลือหลุดออกมาว่าใน แคมป์หงส์แดง มีปัญหาภายใน แม้จะมีการปฏิเสธเรื่องดังกล่าว แต่ คอลลีมอร์ ไม่ใช่คนที่จะสงบปากสงบคำง่ายๆ โดยเฉพาะหลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในเดือนตุลาคม

คอลลีมอร์ และ ฟาวเลอร์ ยังซัดถึง 47 ประตูในฤดูกาลที่สองที่เล่นด้วยกัน และน่าจะบอกว่าเป็นคู่หูที่ดีที่สุดคู่หนึ่งของลิเวอร์พูล อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องราวที่ออกมาผ่านสื่อในเวลานั้น ดูเหมือนว่า คอลลี่ ค่อนข้างอิจฉา ฟาวเลอร์ ไม่น้อยที่ไม่ว่ายังไงก็จะได้ลงสนาม และมันเป็นมีเรื่องน่าเศร้าไม่น้อยที่คู่หูที่ดีขนาดนี้ใน แอนฟิลด์ มีเวลาเล่นด้วยกันแค่ 2 ฤดูกาล แม้ว่า คอลลีมอร์ จะยืนยันว่าไม่เคยคิดอิจฉาคู่หูรายนี้ดังที่สื่อพยายามจะปั้นข่าว แต่ยืนยันว่าตัวเองก็น่าจะได้สิทธิ์ลงสนามอย่างสม่ำเสมอมากกว่านั้น

จากนั้น สแตน เดอะ แมน ถูกขายให้ วิลล่า ในราคา 7 ล้านปอนด์แบบยอมขาดทุน 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ได้โอกาสย้ายไปอยู่ในเมือง เบอร์มิงแฮม ที่ใกล้บ้านเกิดขึ้นมาเพียง 60 ไมล์เมื่อเทียบกับ ลิเวอร์พูล

คอลลีมอร์ ยิงได้แค่ 1 จาก 17 เกมในชุด แอสตัน วิลล่า และทำได้เพียง 15 ประตูตลอด 3 ปีต่อมาที่ลงเล่นกว่า 60 นัด หลังจากใช้เวลาสั้นๆ กับ ฟูแล่ม ในปี 1999 เขาย้ายไป เลสเตอร์ แบบไม่มีค่าตัว ก่อนจะไปไม่ได้ไกลนักเช่นกันจนย้ายไปอยู่ แบร็ดฟอร์ด ในเดือนตุลาคมปี 2000 ตามด้วย เรอัล โอเบียโด้ ในสเปนเดือนมกราคมปี 2001 เขาลงเล่น 3 นัดในสเปน ก่อนประกาศเลิกเล่นดื้อๆ ด้วยวัย 30 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามไม่ว่าชีวิตการค้าแข้งของคอลลีมอร์จะมีปัญหานอกสนามมากแค่ไหน เขาจะแสดงความห่าม หรือให้สัมภาษณ์วิจารณ์แข้งรุ่นน้องหนักเพียงใด แต่เขาไม่เคยออกห่างจากแฟนบอล ยังอยู่ข้างเดียวกับเดอะ ค็อปเสมอ และดูเหมือนว่าจะไม่มีแฟนบอลคนใดที่จะเกลียดกองหน้ารายนี้ได้ลงคอ เพราะนี่คืออดีตคู่ขาที่ดีที่สุดของฟาวเลอร์ในแอนฟิลด์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

“ลิโอเนล เมสซี่”ชายผู้ฆ่ายักษ์แต่ดันอาภัพกับทีมชาติ

ลิโอเนล เมสซี่ เพชรเม็ดเอกแห่งวงการลูกหนังที่คนทั่วโลกต่างยอมรับในฝีเท้า เขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ บาร์เซโลน่า แต่ในขณะเดียวกับเขานี่แหละคือนักเตะผู้อับโชคในการลงเล่นให้ทีมชาติ

ด้วยดีกรีบัลลง ดอร์ 5 สมัย และความสำเร็จที่เขากวาดมายังถิ่น คัมป์ นู ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหลายคนจึงยกให้เขาเป็นยอดแข้งของโลก

ชีวิตด้านหนึ่งของเขาเต็มไปด้วยความสำเร็จ แต่ชีวิตอีกด้านเขาต้องแบกรับคำสาปในการสวมชุดฟ้าขาว ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่สามารถพาอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เลยสักครั้ง ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่เขาควรยุติการรับใช้ชาติสักที

วันนี้เราได้รวบรวมความผิดหวังของเขากับทีมชาติอาร์เจนติน่าและให้ทุกคนช่วยกันพิจรณาว่ายอดแข้งรายนี้ทำเพื่อชาติอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง

ฟุตบอลโลกปี 2006

หลังจากที่ดาวเตะอาร์เจนไตน์ได้มีโอกาสลงเล่นให้กับทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2005 เขาก็มีชื่อติดอยู่ในชุดลุยฟุตบอลโลกปี 2006 เมสซี่ ได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในตอนนั้นที่สามารถทำประตูในนัดที่พบกับ เซอร์เบีย

ปีแรกเหมือนจะไปได้ดีแต่ทัพฟ้าขาวแต่พวกเขากลับพลาดท่าให้กับทีมชาติเยอรมันด้วยการดวลจุดโทษทำให้ต้องตกรอบ 8 ทีมไปอย่างน่าเสียดาย โดยเกมนั้น โฮเซ่ เปเกร์มัน ที่รับหน้าที่บัญชาทัพในตอนนั้นไม่ตัดสินใจให้ผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง เมสซี่ ลงสนาม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่กลิ่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่

โคปา อเมริกา ปี 2007

จากเด็กน้อยที่เพิ่งจะเริ่มได้รับโอกาสติดธงเพียงเวลาแค่ไม่นาน เมสซี่ ได้กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนัง จนกระทั่งมีโอกาสเล่นใน โคปา อเมริกา ครั้งแรกในปี 2007 ซึ่งเป็นรายการที่หลายคนคาดหวังในตัวเขา

เมสซี่ทำผลงานได้อย่างดีด้วยการมีส่วนร่วมการทำประตูในนัดที่พบกับ สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย และปารากวัย ในรอบแบ่งกลุ่ม ทัพฟ้าขาวทำได้ดีจนกระทั่งผ่านเข้าไปถึงรอบชิงซึ่งพบกับทีมชาติบราซิล แต่เกมนั้นซูปเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ไม่สามารถโชว์ฟอร์มดุพาทีมคว้าถ้วยสำคัญใบนี้ไปได้โดยพวกเขาพ่ายให้กับทัพแซมบ้าไปถึง 3-0

ฟุตบอลโลกปี 2010

ในปี 2010 อาร์เจนติน่า ได้ ดีเอโก้ มาราโดน่า อดีตแข้งชุดแชมป์โลกปี 1986 มารับหน้าที่คุมทีม ช่วงเริ่มต้นพวกเขาทำได้ดีด้วยการชนะรัวถึง 4 นัดรวม

ทุกอย่างเหมือนจะดีฟุตบอลโลกปีนี้อาจเป็นปีที่ เมสซี่ อาจคว้าความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตร่วมกับทัพฟ้าขาวเป็นครั้งแรก แต่ความหวังนั้นต้องจบลงไปเมื่อพวกเขาพบกับทีมชาติเยอรมันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดย อินทรีเหล็ก เป็นฝ่ายคว้าชัยไปถึง 4-0

โคปา อเมริกา ปี 2011

ในขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ ได้สร้างผลงานภายใต้ชื่อ บาร์เซโลน่า ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งคว้าแชมป์ ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมไปถึง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แต่ในเขาก็ยังไม่มีโอกาสร่วมฉลองในความสำเร็จครั้งใหญ่ๆ ร่วมกับ ทัพฟ้าขาวเพียงสักครั้ง

จนโอกาสของเขาก็มาถึงในศึก โคปา อเมริกา ปี 2011 ปีนี้ถูกยกให้เป็นปีที่มีหวังมากที่สุดแล้วเพราะ อาร์เจนติน่า เป็นฝ่ายเปิดบ้านต้นรับทุกทีมในฐานะเจ้าภาพ แต่กลับมาไกลได้เพียงรอบ 8 ทีม เพราะแพ้ให้กับทีมชาติอุรุกวัยในการดวลจุดโทษ

ฟุตบอลโลกปี 2014

“พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” ด้วยดีกรีบัลลง ดอร์ถึง 4 สมัย (ในปี 2014) ทำให้เขาถูกมอบหมายหน้าที่กัปตันทีม และแบกรับความหวังของทุกคนเอาไว้

ปีนี้นับว่าเป็นปีที่เฉียดแชมป์มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เมสซี่ พาอาร์เจนติน่าผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศด้วยการทำไป 4 ประตู แต่ไปพลาดท่าโดนคู่ปรับเก่า เยอรมัน เฉือนชนะจากลูกยิงของ เมาริโอ เกิทเซ่ ในนาทีที่ 113 ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ดาวเตะอาร์เจนไตน์ของเราก็ได้รางวัล โกลเด้น บอล กลับบ้านไปนอนกอดเป็นการตอบแทน

โคปา อเมริกา ปี 2015

สำหรับโคปา อเมริกาในปี 2015 ความคาดหวังของเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลก็ถูกยกให้ เมสซี่ แบกรับไว้อย่างเคย ซึ่งในปีนี้พวกเขาก็มาได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่เดอะแบกจากบาร์เซโลน่าทำไปได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น

ทัพฟ้าขาวฝ่ามาได้ถึงรอบชิงชนะเลิศและพบกับชิลีทั้งคู่ไม่สามารถทำประตูกันได้จนต้องดวลจุดโทษกันต่อและพ่ายไปให้กับ ชิลี โดยที่น่าสนใจเลยก็คือ ระหว่างทางจนมาถึงนัดสุดท้ายดาวดังอาร์เจนไตน์ทำไปได้เพียง 1 ประตูเท่านั้นเอง

โคปา อเมริกา ปี 2016

ศึก โคปา ปี 2016 เป็นปีที่จัดยิ่งใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะครบรอบ 100 ปีและสหรัฐอเมริกาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน

เช่นเคย เมสซี่ พาทัพฟ้าขาวตลุยไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศและพบกับทีมชาติชิลี คู่ปรับเก่าเมื่อปีที่แล้ว และครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นหนังม้วนเดิมเลย ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ แต่ดาวดังอาร์เจนไตน์ของเรากลับซัดจุดโทษไม่เข้าทำให้พวกเขาชวดแชมป์ในปีนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

ฟุตบอลโลกปี 2018

ไม่มีอะไรน่าเสียดายและน่าอับอายไปกว่าการที่ตัวเต็งอย่าง อาร์เจนติน่า มาได้ไกลแค่เพียงรอบ 16

เริ่มต้นมาก็น่าเป็นห่วงแล้วเพราะพวกเขาทำได้แค่เสมอกับ ไอซ์แลนด์ 1-1 ตามมาด้วยแพ้ให้กับ โครเอเชีย ไปถึง 0-3 ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ยังดีที่ยังได้ที่สองของกลุ่มจึงผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีม ซึ่ง ฝรั่งเศส ก็เป็นฝ่ายเฉือนชนะและส่งบรรดาแข้งอาร์เจนไตน์กลับบ้านไปในที่สุด

โคปา อเมริกา ปี 2019

เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับอีกนัดสุดผิดหวังของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กลับมาลงเล่นให้ทีมชาติอีกครั้งหลังตัดสินใจพักไว้ก่อนตั้งแต่สิ้นสุดศึกฟุตบอลโลกปีที่แล้ว

อาร์เจนติน่าผ่านเข้ารอบ 8 ทีมด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม จากนั้นก็เอาชนะ เวเนซูเอล่า 2-0 แต่มาพลาดให้กับบราซิล 2-0 ทำให้ปีนี้พวกเขาคว้าที่สามมาครองด้วยการเอาชนะ ชิลี 2-1

ประเด็นไม่ได้มีเพียงชวดแชมป์เท่านั้น แต่ในเกมนัดชิงที่สาม ลิโอเนล เมสซี่ ที่เยือกเย็นและไม่แทบจะไม่มีประวัติโดนใบแดงเลย กลับโดนใบแดงในจังหวะปะทะกับ การี เมเดล และเกิดอาการฉุนจัดจนผู้ตัดสินต้องแจกใบแดงทั้งคู่ แม้ว่าอาร์เจนติน่าจะคว้าที่สามในปีนี้มาครอง แต่ในแง่ผลงานของ เมสซี่ ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีนัก

หลังจากจบโคปา อเมริกา ในปีนี้ทำให้หลายคนต่างตั้งคำถามกันว่าเขาควรหยุดตั้งความหวังการทัพฟ้าขาวแล้วมุ่งมั่นสร้างผลงานในถิ่นคัมป์ นู อย่างเต็มที่ จะดีกว่าไหม?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ

อีกหนึ่งตำนานผู้ประสบความสำเร็จของ”เสือใต้”อย่าง”อาร์เยน ร็อบเบน”

ถ้าซิกเนเจอร์ของ “ไมเคิล แจ็คสัน”เป็นท่าเต้น”มูนวอร์ค” ,หรือของ”เดอะ ร็อค” เป็นศอกมหาชน สำหรับ”อาร์เยน ร็อบเบน”ก็คงหนีไม่พ้น “ลูกซ้ายปั่นหาย” หรือการตัดบอลเข้าในแล้วปั่นโค้งในแบบที่เราทุกคนต่างจดจำจนขึ้นใจ

อดีตแข้งเสือใต้วัย 35 ปี ผ่านบททดสอบมาอย่างมากมาย เขาฉีกแผงกองหลังออกเป็นเสี่ยงๆครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อที่จะได้มาซึ่งเกียรติยศและความยิ่งใหญ่สมกับเป็นตำนานของยอดทีมแห่งเมืองมิวนิค

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปย้อน 10 โมเม้นที่น่าจดจำในรั้วอัลลิอันซ์ สเตเดียมของตำนานเจ้าของซิกเนเจอร์ “ซ้ายปั่นหาย”!

1) “วันเดบิวต์ VS โวล์ฟบวร์ก” 29 สิงหาคม 2009

ย้อนกลับไปเมื่อซัมเมอร์ปี 2009 ในครั้งที่เขาย้ายจาก เรอัล มาดริดมายังบาเยิร์น มิวนิคใหม่ๆ มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า อดีตปีกจากเชลซีจะปรับตัวกับสไตล์ของเสือใต้ได้จริงๆหรอ?

และแล้วความสงสัยเหล่านั้นก็หายไปในชั่วพริบตา ตั้งแต่วันที่เขาได้ประเดิมสนามพบกับเจ้าของแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างโวล์ฟบวร์กในช่วงต้นฤดูกาล 2009-10

อาร์เยน ร็อบเบนลงประเดิมเกมบุนเดสลีก้าเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา ด้วยการถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งหลังแทน ฮามิต อัลตินท็อป ดาวเตะดีกรีทีมชาติตุรกี

ก่อนที่แข้งดัตช์แมนป้ายแดงจะลงไปซัด 2 ประตูช่วยทีมเช็คบิลคู่ปรับไป 3-0 โดย 2 ประตูของเขาล้วนแล้วแต่เกิดจากการแอสซิสต์ของ ฟรองค์ ริเบรี่ พร้อมเป็นการถือกำเนิด “ร็อบเบรี่”คู่หูสุดอันตรายคู่ใหม่แห่งวงการลูกหนัง

2) “แฮตทริกแรกในบุนเดสลีก้า” 17 เมษายน 2010

อาจจะดูแปลกไปสักหน่อย หากจะบอกว่า 3 ประตูของร็อบเบนที่เกิดขึ้นในเกมพบฮันโนเวอร์เมื่อปี 2010 ไม่ได้ถูกถวายพานโดยคู่ซี้มหาประลัยอย่าง ฟรองค์ ริเบรี่เลยแม้แต่ลูกเดียว

มาร์ค ฟาน บอมเมล ,ฟิลิปป์ ลาห์ม , และอนาโตลี ติโมชุค คือสามเพื่อนร่วมทีมที่เป็นผู้แอสซิสต์ให้กับร็อบเบนในค่ำคืนนั้น… ซึ่งเดอะ ฟลายอิ้ง ดัตช์แมนฉายแววเป็นมาสเตอร์คลาสอย่างแท้จริงช่วยขุนพลเสือใต้ถล่มคู่แข่งยับเยิน 7-0 ทำได้ 1 แฮตทริกกับอีก 1 แอสซิสต์

3) “สัมผัสแชมป์บุนเดสลีก้าครั้งแรก และตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี 2010”

ไม่กี่สัปดาห์หลังจากปราบปลื้มกับแฮตทริกแรก ในที่สุดเจ้าตัวก็ได้เถลิงแชมป์บุนเดสลีก้ากับบาเยิร์น มิวนิคอย่างยิ่งใหญ่ หลังซัดอีก 2 ประตูในเกมที่บาเยิร์น มิวนิคทุบแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3-1 การันตีแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองเบียร์

ร็อบเบนจบด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรในปีนั้นด้วยผลงาน 16 ประตู พร้อมกับถูกรับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของบุนเดสลีก้าเมื่อปี 2010 อีกด้วย

4) “การทำลายล้าง ซัง เปาลี” 7 พฤษภาคม 2011

ทำไมแผนการป้องกันแชมป์ของบาเยิร์น มิวนิคถึงพังไม่เป็นท่า? เพราะร็อบเบนได้รับบาดเจ็บจนหายหน้าหายตาไปกว่าครึ่งฤดูกาลของปี 2010-11 หรือเปล่า?

อย่างไรก็ตาม เขาคนนี้ไม่ทำให้แฟนผิดหวัง หลังจากกลับมาจากการพักรักษาตัวร็อบเบนยิงไปทั้งสิ้น 12 ประตู บวกกับอีก 10 แอสซิสต์ ดีพอที่จะช่วยให้บาเยิร์น มิวนิคกลับมาจบด้วยอันดับที่ 3 ของตาราง ตามหลังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 10 คะแนน

ความซวยจากผลพวงที่บาเยิร์นไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ กลับตกมาสู่ทีมที่กำลังหนีจากโซนตกชั้นอย่าง ซัง เปาลี เมื่อร็อบเบนและพรรคพวกไม่ขอแสดงความปราณีไล่ขยี้คู่แข่งในนัดรองสุดท้าย 8-1 พร้อมกับความเถื่อนจากแข้งเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ยิง 2 ประตูและจัดให้เพื่อนอีก 3 แอสซิสต์

5) “ทริปเปิ้ลแชมป์คือสวรรค์บนดิน” ปี 2012-13

ร็อบเบนและบาเยิร์น มิวนิค ต้องรูดม่านปิดฉากโชว์เมื่อซีซั่น 2011-12 ไปอย่างเจ็บปวด เมื่อพวกเขาจบซีซั่นแบบมือเปล่า พร้อมฝันร้ายแบบซ้ำซ้อนของร็อบเบน

เมื่อเขาพลาดจุดโทษในเกมชี้ชะตาแชมป์บุนเดสลีก้ากับดอร์ทมุนด์ และที่สาวกจำฝังใจคงหนีไม่พ้นการซัดจุดโทษไปติดเซฟปีเตอร์ เช็คในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดชิงชนะเลิศกับเชลซี ที่ภาพนั้นตามหลอกหลอนร็อบเบนอยู่เป็นเวลานานพอตัว

ทว่าการฟื้นคืนชีพของทีมดังจากเมืองมิวนิค ตามมาแแบบจัดเต็มทุกหน่วยในปีถัดมา… ฤดูกาล 2012-13 ร็อบเบนช่วยต้นสังกัดผงาดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ จัดการรวบทั้งแชมป์บุนเดสลีก้า , แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เดเอฟเบ โพคาลมาครอง ชนิดที่ว่าในยุคนั้นบาเยิร์น นี่แหละคือสัญลักษณ์ของคำว่าแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

ประตูชัยช่วงท้ายเกมของร็อบเบนในแมตช์ชิงดำยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับคู่รักคู่แค้นอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร จากความพิเศษที่เป็นแมตช์แรกที่ทีมจากเยอรมันโคจรมาตัดสินแชมป์กันในรอบชิงชนะเลิศถ้วยยุโรป

6) “กลับมาอีกครั้งกับคำว่าที่สุด!” 2014-15

หลายคนคงคิดว่า ร็อบเบน น่าจะลดพิษสงและความอันตรายลงไปไม่มากก็น้อย จากวัยของเจ้าตัวที่ก้าวเข้าสู่เลข 3… แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะคิดผิด เมื่อมิสเตอร์ เอเวอร์กรีนของเรามีแต่ท่าทีว่าจะเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ

ดาวเตะอัศวินสีส้มช่วยทีมซัดประตูเป็นจำนวนเลข 2 หลักมาแล้วกว่า 4 ครั้งจาก 5 ฤดูกาล ก่อนที่ปี 2014-15 จะเป็นซีซั่นที่ดีที่สุดของเจ้าตัว ยิงไปได้ทั้งหมด 17 ประตูในบุนเดสลีก้า แถมพ่วงมาด้วยแอสซิสตือีกถึง 7 ครั้งด้วยกัน

นับว่าเขาเป็นนักเตะที่ราศีจับที่สุดในเวลานั้นเลยก็ว่าได้ และคงไม่เกินไปหากเราจะบอกว่า ตำแหน่งอันดับที่ 4 ในการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ปี 2014 อาจจะดูใจร้ายสำหรับเขาไปสักนิดนะ

7) เร็วไปไหน? กับการเก็บชัยชนะในบุนเดสลีก้าครบ 100 นัด! 2014-15

มีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บุนเดสลีก้าซีซั่น 2014-15 มีความพิเศษต่างจากปีอื่นๆ…

ในโปรแกรมนัดที่ 24 ของฤดูกาล บาเยิร์น มิวนิคยังแข็งแกร่งเหมือนเคยอัดคู่แข่งอย่างฮันโนเวอร์น่วม 3-1 พร้อมฉลองการเก็บชนะครบ 100 เกมในบุนเดสลีก้าของร็อบเบน ที่เป็นสถิติการใช้เวลาน้อยที่สุด เพียง 126 เกมอีกต่างหาก

เขาทำมันได้สำเร็จในฤดูกาลที่ 6 กับทัพเสือใต้เท่านั้น ลองคิดดูเล่นๆสิว่า ถ้าหากไม่บาดเจ็บ ชัยชนะ 100 นัดนี้อาจจะมาถึงเร็วกว่านี้ก็เป็นได้

8) นักเตะที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก , 2014

เรื่องความเร็วอันจัดจ้านของร็อบเบน คงไม่มีใครทราบเรื่องนี้ดีไปกว่าปราการหลังตัวแสบอย่าง เซร์จิโอ รามอส อีกแล้ว

ปีกดัตช์แมน มอบประสบการณ์อันขมขื่นนี้ให้แก่รามอส เมื่อเจ้าตัวหลอกหลอนแนวรับกระทิงดุรายนี้ในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกปี 2014 ด้วยการสปริ้นท์ระยะทาง 15.55 เมตรด้วยเวลาเพียง 1.61 วินาที นับเป็นความเร็วที่ดีที่สุดตลอดกาลของทัวร์นาเม้นฟุตบอลโลก บันทึกไว้ได้ที่ 22 ไมล์ต่อชั่วโมง

บวกกับสิ้นเสียงนกหวีดในวันนั้น ด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลาย 5-1 ของทีมชาติเนเธอร์แลนด์เหนือทีมชาติสเปน พร้อมการตกรอบแบ่งกลุ่มของสเปนแชมป์เก่า เป็นการเอาคืนจากเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2010 ที่ขุนพลกังหันลมพลาดท่าแก่ ทัพ “ลา โรฆา” ในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูของอันเดรส อิเนสต้าเมื่อ 4 ปีก่อน

9) “แถบสีเหลืองดำนี่ของชอบ!” 4 พฤศจิกายน 2017

สำหรับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์…พวกเขารู้ซึ้งและจดจำได้ดีถึงบาดแผลฝั่งลึกลงไปในใจที่ร็อบเบนได้ทิ้งเอาไว้ และหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2017 เมื่อพวกเขาถูกบาเยิร์น มิวนิคยกพลบุกมาถล่มถึง ซิกนัล ไอดูน่า พาร์ค รังเหย้าที่เปี่ยมไปด้วยมนขลังของทัพเสือเหลือง

ร็อบเบนซึ่งรับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทนที่มานูเอล นอยเออร์และโธมัส มุลเล่อร์ในเกมวันนั้น ได้โอกาสฉลองประตูที่ 11 จาก 19 เกมทั้่งหมดที่พบดอร์ทมุนด์ตั้งแต่ 17 นาทีแรกของเกม จากการปั่นบอลด้วยซ้ายเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย

อีกทั้งยังมีส่วนร่วมกับประตูที่สอง ไล่เผาการป้องกันของแนวรับเสื้อเหลืองจนเละเทะ อีกทั้งยังเล่นงานแบ็คซ้ายของดอร์ทมุนด์ในวันนั้นอย่าง มาร์เซล ชเมลเซอร์ จนไม่เป็นผู้เป็นคนกันเลยทีเดียว

“คุณป้องกันเขาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้หรอก เขารวดเร็วและฉลาดเกิดไป” ชเมลเซอร์ กล่าวหลังจบเกม

10) “ถล่ม 99 ประตูในบุนเดสลีก้า! คว้าแชมป์ลีก 8 สมัย!”

ไม่ว่าจะเป็นชเมลเซอร์หรือกองหลังอีกนับไม่ถ้วนในบุนเดสลีก้า ครั้งหนึ่งต่างก็เคยลิ้มรสความอันตรายของร็อบเบนกันมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะคิดถึงดาวเตะเสือใต้รายนี้ไหมนับแต่ต่อจากนี้ไป

เส้นทางของร็อบเบนและบาเยิร์น มิวนิค เดินทางมาถึงฉากจากลา ร็อบเบนยุติอาชีพค้าแข้งของเขาด้วยผลงาน 99 ประตูในบุนเดสลีก้า พร้อมกันกับที่บาเยิร์น มิวนิคได้ฉลองแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองเบียร์เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกันในวันสุดท้ายของซีซั่น 2018-19

ตัวเลขที่น่าทึ่ง 246 ประตู 195 แอสซิสต์ และอีก 30 โทรฟี่ ไม่ใช่สิ่งตอบแทนเล่นๆเลยสำหรับนักเตะคนหนึ่งที่ถูกอาการบาดเจ็บคอยฉุดรั้งมาโดยตลอดเช่นเขา

แม้ว่าจะถูกมองข้ามในความสามารถหรือถูกรัศมีของดาวเตะซุปเปอร์สตาร์รายอื่นบดบัง… แต่จากผลงานที่เราเห็น คงต้องบอกว่า นี่คือหนึ่งในนักเตะที่มีความสม่ำเสมอมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นภาพยนต์ เขาคงเป็นตัวละครที่มักสร้างความเร้าใจให้แก่ผู้ชมอยู่เสมอ

วันนี้อดีตแนวรุกวัย 35 ปีที่ค้าแข้งกับเสือใต้มายาวนานถึง 10 ปีเต็ม ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการเรียบร้อย พร้อมกับความประทับใจนับครั้งไม่ถ้วนในฐานะผู้ที่นำรอยยิ้มและโทรฟี่มาสู่สาวก เดอะ บาวาเรีย !

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

ฟอร์มตกก็ถอยไป..ก็ซื้อตัวใหม่เข้ามาแทน..กับนักเตะเก่า-ใหม่ทับตำแหน่งของมาดริด!!

สถานการณ์ของ แกเร็ธ เบล ในตอนนี้นั้นดูเหมือนจะมืดมนลงไปทุกทีหลัง ซีเนอดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมได้ออกมาประกาศว่า เบล จะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเขาอีกต่อไป หากมองจากสถานการณ์นี้แล้วคงเป็นเรื่องยากที่ เบล จะอยู่ค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ต่อไปและต้องเร่งหาทีมใหม่ก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เรอัล มาดริด เฉดหัวนักเตะที่เคยช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ค้าแข้งแบบไม่ใยดี มาดูกันว่ามีใครบ้างที่ เรอัล มาดริด เฉดหัวทิ้งออกจากทีมในอดีตที่ชะตาไม่ต่างจาก เบล ในตอนนี้

แกเร็ธ เบล
แกเร็ธ เบล ย้ายมาจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 2013 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกแซงหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนนั้นที่ 85 ล้านปอนด์และเป็นหนึ่งใน 3 ประสาน BBC (เบล, เบนเซม่า, คริสเตียโน่) พาทีมกวาดแชมป์ไปหลายรายการทั้ง ลา ลีกา 1 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, โคปา เดล เรย์ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย และฟุตบอลสโมสรโลก 1 สมัย โดย เบล ลงเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ทั้งหมด 231 เกมทำได้ 102 ประตู แต่ล่าสุด ซีเนอดีน ซีดาน ได้ออกมาประกาศว่า เบล จะไม่อยู่ในแผนการทำทีมฤดูกาลหน้าและหวังว่า ปีกวานร จะได้สังกัดใหม่ในเร็ว ๆ นี้ แน่นอนว่าเมื่อความรักที่สโมสรมีให้กับ เบล เริ่มจืดจางลง คงถึงเวลาแล้วที่ เบล จะต้องหาที่พักพิงใหม่ ต้องคอยติดตามกันว่าสถานีต่อไปของ เบล จะเป็นที่ใด

อิบัน เอลเกร่า
ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาลกับเรอัล มาดริด เอลเกร่า พาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย แต่ฤดูกาลสุดท้ายของ เอลเกร่า กับเรอัล มาดริดนั้นดูจะไม่สวยหรูเท่าไหร่เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นที่ต้องการของทีมอีกต่อไปหลังการมาของ มาฮามาดู ดิยาร์ร่า ที่ย้ายมาจากลียง เอลเกร่า ถูกยึดเสื้อหลายเลข 6 ของเขาให้ ดิยาร์ร่า แถมยังถูกส่งลงไปซ้อมกับทีมเยาวชนและไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่จนกระทั่งเจ้าตัวต่อสู้จนกลับมาลงเล่นอีกครั้งก่อนพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกาและย้ายไปอยู่กับ บาเลนเซีย ในที่สุด

กอนซาโล่ อิกวาอิน
อิกวาอิน ลงเล่นให้กับเรอัล มาดริดเป็นเวลา 7 ฤดูกาล เขาทำประตูให้ทีมไปทั้งหมด 121 ประตูคว้าแชมป์ลา ลีกา ได้ถึง 3 สมัย ก่อนที่จะถูกปลอ่ยให้ นาโปลี ในปี 2013 หลังจากนั้นคุณพ่อของ อิกวาอิน ได้ออกมาเผยสาเหตุที่ อิกวาอิน ออกจากทีมว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่ปลื้มในตัวของ อิกวาอิน อีกต่อไปอีกทั้งจากการมาของ แกเร็ธ เบล จึงทำให้ อิกวาอิน ต้องถูกปล่อยออกจากทีมไป

ซามูเอล เอโต้
เรอัล มาดริด คว้าตัว เอโต้ มาร่วมทีมตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปีเท่านั้นตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาล เอโต้ ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ไปรวมแล้ว 7 เกมเท่านั้น เนื่องจากถูกมองข้ามเพราะในตอนนั้นมีแข้ง กาแลคติกอส อยู่ในทีมจนสุดท้าย เอโต้ ถูกปล่อยให้กับ มายอร์ก้า ก่อนที่จะไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า คู่อริตลอดกาลของ เรอัล มาดริด ความอัดอั้นของ เอโต้ ที่เคยถูกเรอัล มาดริดมองข้ามในตอนนั้นระเบิดออกมาตอนที่เขาเป็นคนนำแฟนบอลตะโกนด่าสโมสรเก่าของเขาแบบไม่ใยดีในการฉลองแชมป์ลา ลีกาที่คัมป์ นู

โคล้ด มาเกเลเล่
มาเกเลเล่ ย้ายไปอยู่กับเชลซีในปี 2003 ด้วยค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์สวนทางกับ เดวิด เบ็คแฮม ที่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่ง ซีเนอดีน ซีดาน หนึ่งใน กาแลคติกอส ยุคนั้นได้กล่าวถึงการย้ายออกไปของ มาเกเลเล่ ว่า “เราจะพ้นสีทองใส่รถเบนท์ลี่ย์ไปเพื่ออะไร ในเมื่อคุณเสียเครื่องยนต์ของมันไปแล้ว”

เมซุต โอซิล
เมซุต โอซิล ย้ายจากเบรเมนมาอยู่กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโรตลอดเวลาที่เขาลงเล่นในสีเสื้อราชันชุดขาว โอซิล ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเขาทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในลีกตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาลกับเรอัล มาดริดและเล่นเข้าขารู้ใจกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอย่างมาก จนกระทั้งการมาของ อิสโก้ และ แกเร็ธ เบล ทำให้ โอซิล ถูกราชันชุดขาวปล่อยให้กับ อาร์เซน่อล ทันทีสร้างความไม่พอใจอย่างมากกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนนั้น

อังเคล ดิ มาเรีย
ดิ มาเรีย คว้าแชมป์ ลา ลีกา 1 สมัย, โคปา เดล เรย์ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัยกับเรอัล มาดริด แต่การมาของ ฮาเมส โรดริเกซ ทำให้ ดิ มาเรีย ตกกระป๋องที่เรอัล มาดริดต้องการเขี่ยออกจากทีม ถึงกระทั่งผู้บริหารของเรอัล มาดริดส่งจดหมายไปถึงทีมชาติอาร์เจนติน่าว่าไม่ให้ ดิ มาเรีย ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมันเนื่องจาก ดิ มาเรีย มีอาการบาดเจ็บแล้วพวกเขากังวลว่าจะไม่สามารถปล่อยปีกทีมชาติอาร์เจนติน่าออกจากทีมได้

เคย์เลอร์ นาบาส
นาบาส ย้ายจากเลบานเต้มาอยู่กับเรอัล มาดริดในปี 2014 พร้อมแย่งตำแหน่งมือหนึ่งจาก อิเคร์ กาซิยาส และ ดิเอโก้ โลเปซ ได้สำเร็จแม้ว่า นาบาส จะทำผลงานได้อย่างน่าประทับในตลอดระยะเวลาที่ลงเฝ้าเสาให้ทีม แต่เรอัล มาดริดกลับมีข่าวเสริมทัพในตำแหน่งนายทวารอย่างต่อเนื่องทั้ง ดาบิด เด เคอา และ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ จนกระทั้งได้มือกาวชาวเบลเยี่ยมเข้ามาร่วมทีม หลังจากนั้นสถานะของ นาบาส ก็เปลี่ยนไปจนทำให้เจ้าตัวหลุดตำแหน่งมือหนึ่งของทีมในที่สุด

ฮาเมส โรดริเกซ
ฮาเมส ย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัวมหาศาล 63 ล้านปอนด์จากฟอร์มอันสุดยอดในฟุตบอลโลก 2014 แต่ ฮาเมส กลับไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามมากเท่าที่ควรประกอบกับอาการบาดเจ็บที่เล่นงานเขาอยู่เป็นประจำทำให้เขาไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของทีม จนถูกปล่อยให้บาเยิร์น มิวนิคยืมตัวเป็นเวลา 2 ฤดูกาล แต่สุดท้ายบาเยิร์นกลับไม่ซื้อ ฮาเมส มาร่วมทีมแบบถาวรทำให้เขาต้องการมาที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว อีกครั้งและจนถึงตอนนี้อนาคตของ ฮาเมส โรดริเกซ ก็ยังคงเป็นคำถามอยู่ว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายไปไหนกันแน่

คริสเตียโน่ โรนัลโด้
โรนัลโด้ ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาอยู่กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกในตอนนั้นที่ 80 ล้านปอนด์ โรนัลโด้ ทำลายสถิตินับไม่ถ้วนตลอดเวลาที่ค้าแข้งกับราชัน ชุดขาว เขายิงได้ 450 ประตูจาก 438 เกม กวาดแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โคปา เล เรย์ 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, สโมสรโลก 3 สมัยและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัยจารึกชื่อตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโรในปี 2018 จากผลงานของ โรนัลโด้ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเรอัล มาดริดถึงยอมปล่อยนักเตะที่พาทีมประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลออกไป ซึ่งภายหลัง โรนัลโด้ ได้ออกมาพูดถึงสาเหตุนั้นว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการเขาอยู่ในทีมเหมือนเดิมอีกต่อไป แถมไม่ได้ต้องการที่จะรั้งเขาไว้เลยแม้แต่น้อย ทำให้ โรนัลโด้ ตัดสินใจที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับยูเวนตุสแทน

อิเคร์ กาซิยาส
กาซิยาส เป็นนักเตะที่เติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของสโมสรและเป็นตำนานตัวจริงของสโมสรเลยก็ว่าได้ตลอดเวลา 16 ฤดูกาลที่ลงเฝ้าเสา กาซิยาส ลงสนามให้ทีมทั้งหมด 725 นัดคว้าแชมป์ลา ลีกา 5 สมัย, โคปา เดล เรย์ 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, สโมสรโลก 1 สมัยและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัย จนกระทั้งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บจนทำให้เสียตำแหน่งมือหนึ่งให้กับ ดิเอโก้ โลเปซ และ เคย์เลอร์ นาบาส จนวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2015 กาซิยาส ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวอำลาสโมสรทั้งน้ำตา โดยที่ เรอัล มาดริด ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมแถลงข่าวที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว แม้แต่คนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

มาไม่ถึงโรงละครแห่งความฝัน…7แข้งซุปตาร์ที่เกือบได้สวมเสื้อในนาม”แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด”

เชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างกับวลีสุดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงตลาดซื้อขาย นั่นก็คือคำว่า 48 ชั่วโมง

อะไรคือ 48 ชั่วโมง?

ความหมายก็ตรงตัวเลยครับ ภายใน 48 ชั่วโมง มักจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้น โดยเฉพาะกับการเซ็นสัญญานักเตะ

แน่นอนว่าเมื่อแฟนบอลได้ยินคำนี้ มักจะมีความหวังขึ้นมาว่า ‘เอาว่ะ ทีมเราใกล้จะได้นักเตะเพิ่มแล้วเว้ย’

แต่เชื่อเถอะว่า ถ้ามีคำดังกล่าวโปรยหัวมาแล้วล่ะก็ มีความเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่ทีมใด ๆ จะได้นักเตะคนที่เป็นข่าวมาร่วมทีม

และมีทีม ๆ หนึ่งที่มักจะถูกรายงานข่าวถึงคำว่า 48 ชั่วโมงอยู่ตลอดเวลา นั่นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เราจึงได้รวบรวม 10 แข้งที่ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายเข้ามาเล่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ภายใน 48 ชั่วโมง และมันก็ไม่เกิดขึ้น บอกได้เลยว่าน่าเสียดายสุด ๆ


โรนัลดินโญ่

 

เมื่อปี 2003 โรนัลดินโญ่เซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ แต่เรื่องราวอาจแตกต่างออกไปหากมีอีกดีลหนึ่งเกิดขึ้น

แข้งบราซิลรายนี้เกือบจะได้ย้ายไปเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมีเวลาเพียง 48 ชั่วโมงเพื่อเป็นลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

“เกือบเกิดขึ้นกับยูไนเต็ดแล้ว” โรนัลดินโญ่กล่าว

“มีเวลา 48 ชั่วโมง แต่ ซานโดร โรเซลล์ (อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่า) บอกกับผมมานานแล้วก่อนที่จะมีการยื่นข้อเสนอนี้ว่า ‘ถ้าผมเป็นประธานบาร์ซ่า คุณจะมามามั้ย?’ ผมก็ตอบไปว่า ใช่

“เป็นเรื่องรายละเอียดที่เกี่ยวกับยูไนเต็ดยามที่โรเซลล์กำลังจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนั้น

“และผมก็สัญญากับเขาว่าผมจะเล่นให้กับบาร์ซ่า เป็นการเจรจาที่รวดเร็ว ผมบอกทีมจากอังกฤษว่าผมเลือกบาร์ซ่า”

2. เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์

 

ปี 2011 สื่อเมืองผู้ดีเกือบทุกเจ้าตีข่าวเหมือนกันว่า เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จะเป็นผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอีก 48 ชั่วโมง

หลังจากเจ้าตัวโชว์ฟอร์มโหดกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมช่วยให้สโมสรคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ได้สำเร็จ นั่นทำให้เขาแทบจะเป็นนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดในเวลานั้น

ข่าวดังกล่าวกินเวลามานานหลายเดือน ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมายูไนเต็ดซักที จนแฟนบอลผีแดงทนไม่ไหว ต้องถอดใจไปตาม ๆ กัน แต่เจ้าตัวกลับย้ายไปเล่นให้กาลาตาซารายแทนซะอย่างนั้น

จนในปี 2014 แข้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ตกเป็นข่าวกับผีแดงอีกครั้ง และก็แน่นอนว่า ดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น กลายเป็นหนึ่งมหากาพย์ตำนานของปีศาจแดง

3. จอห์น โอบี มิเกล

 

จะว่าไป คนนี้อาจจะใช้คำว่า 48 ชั่วโมงไม่ได้ เมื่อเจ้าตัวถึงกับใส่เสื้อยูไนเต็ดขึ้นมาแถลงข่าวกับทีมแล้ว แต่อยู่ดี ๆ กลับไปโผล่เล่นให้กับเชลซี ทิ้งให้แฟนผีแทบจะไม่เชื่อตาตัวเอง

ขณะนั้นเขาอายุเพียง 18 ปี และได้เซ็นสัญญากับยูไนเต็ดแล้ว แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน เขากลับไปเล่นให้เชลซี

แน่นอนว่าเมื่อมีการเซ็นสัญญา เชลซีจะต้องจ่ายค่าปรับให้กับยูไนเต็ดไป 12 ล้านปอนด์

4. นิโกลัส ไกตัน

 

เชื่อว่าไม่มีแฟนผีคนใดที่ไม่เคยได้ยินชื่อแข้งรายนี้ นับเป็นต้นตำรับดีลมหากาพย์อย่างแท้จริง

ไกตันตกเป็นข่าวกับยูไนเต็ดมาตลอดในช่วงเวลา 6 ปีสมัยค้าแข้งกับเบนฟิก้า แต่การย้ายทีมดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้น สุดท้ายเขาย้ายไปเล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2016

ณ ปัจจุบัน เขากำลังค้าแข้งอยู่ใน เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ กับสโมสร ชิคาโก้ ไฟร์

5. อาร์ตูโร่ วิดัล

 

วิดัลตกเป็นข่าวกับยูไนเต็ดอย่างหนักในช่วงปี 2014 แต่กุนซือในขณะนั้น หลุยส์ ฟาน กัล เชื่อว่าแข้งชิลีรายนี้มีปัญหาด้านความฟิต หลังเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดเข่า

เขาตัดสินใจย้ายจากยูเวนตุสไปเซ็นสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค

ปัจจุบัน เขาค้าแข้งให้กับ บาร์เซโลน่า

6. อัลบาโร โมราต้า

 

เมื่อปี 2017 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับยอดกองหน้าถึงสองคน นั่นคือ โรเมลู ลูกากู และ อัลบาโร โมราต้า และสุดท้ายแล้วเป็นฝ่ายแรกที่ย้ายมาเล่นให้กับทีม ส่วนฝ่ายหลังเป็นเชลซีที่ได้ตัวไป

แต่โมราต้าออกมาเปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอให้กับเขา ก่อนที่เชลซีจะยื่นเสียอีก

“ผมได้รับข้อเสนอหลากหลาย ไม่เพียงแค่เชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป้นสถานการณืที่ดีมากสำหรับผม” เขากล่าว

“บทสนทนาที่ดีที่สุดคือตอนที่ผมคุยกับคอนเต้ เขาอยากให้ผมมาที่นี่

“ในช่วงต้นซัมเมอร์ ผมไม่รู้ว่าเชลซีสนใจในตัวผม ผมคิดว่าพวกเขาอยากได้คนอื่น บางทีอาจเป็นลูกากูหรือคนอื่น ผมไม่รู้ ผมไม่คิดว่าเชลซีคือทางเลือกที่เปิดออก

“แต่ผมคุยกับคอนเต้หลายครั้ง ผมรู้สึกติดหนี้เขา เขาเซ็นสัญญาให้ผมมาเล่นที่ยูเวนตุส แต่เขาออกไปคุมทีมชาติอิตาลี่อย่างรวดเร็ว

“ผมอยากเล่นให้กับเขา ผมอยู่กับเขาเพียงสองเดือนแต่ผมรู้สึกว่ารู้จักเขามาทั้งชีวิต ตอนที่ผมรู้ว่าเขาอยากได้ผมไปเล่นที่นั่น ผมไม่รีรอเลย ผมทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อย้ายไปที่นั่น”

7. แกเร็ธ เบล

 

เพียงไม่นานหลังจากที่เขาย้ายออกจากเกาะอังกฤษ เขาก็ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเวลา

ตั้งแต่ย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2014 ทุก ๆ ซัมเมอร์ เบลต้องมีข่าวกับยูไนเต็ดอยู่เสมอ

และในปัจจุบัน เบลกำลังระหองระแหงอยู่กับกุนซือต้นสังกัด ซีเนอดีน ซีดาน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะกลับไปเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

คราวนี้เราต้องมาดูกันอีกทีว่า อีกหนึ่งดีลมหากาพย์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร ขอให้ติดตามอย่างใกล้ชิด?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

ใบแดงข้าใครอย่าแตะ..นักฟุตบอลหัวร้อนที่ชื่นชอบสะสมใบแดง

เคยหรือไม่? ยามที่คุณเล่นวินนิ่งหรือฟีฟ่าแล้วหัวร้อนจนต้องไล่เสียบคู่แข่งทุกตัว ผมเชื่อว่าเคยกันมาแล้วแทบทุกคน แล้วลองคิดสภาพความเป็นจริงในสนามฟุตบอลสิครับ ยิ่งเป็นแมตช์ใหญ่ ๆ คุณจะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขนาดไหน

นี่คือ 9 อันดับนักเตะโดนใบแดงมากที่สุดในประวัติศาสตร์วินนี่ โจนส์ (12 ใบแดง)

  • วินนี่ โจนส์ (12 ใบแดง)
  • เฟลิเป้ เมโล่ (14 ใบแดง)
  • ยานนิค คาฮูแซค (17 ใบแดง)
  • พาโบล อัลฟาโร่ (18 ใบแดง)
  • เปาโล มอนเตโร่ (21 ใบแดง)
  • อเล็กซิส รูอาโน เดลกาโด้ (22 ใบแดง)
  • เซร์คิโอ้ รามอส (24 ใบแดง)
  • ไซริล รูล (27 ใบแดง)
  • เคราร์โด เบโดย่า (46 ใบแดง)

อันดับ 9 วินนี่ โจนส์

gclub

เริ่มกันที่ วินนี่ โจนส์ ที่โดนไล่ออกไปทั้งหมด 12 ครั้ง กองกลางคนนี้แขวนสตั๊ดเพื่อออกไปสงบจิตสงบใจเป็นนักแสดงเมื่อปี 1998 เขามักจะทำฟาลอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้งมาก

โจนส์เป็นหนึ่งในทีม “เครซี่แก๊ง” ของสโมสรวิลเบิลดัน และช่วยทีมเอาชนะลิเวอร์พูลรอบชิงชนะเลิศในไป 1988 โดยวินนี่เป็นนักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลที่โหดที่สุดคนหนึ่ง

อันดับ 8 เฟลิเป้ เมโล

ปั่นสล็อต

เมื่อไม่นานมานี้ เฟลิเป้ เมโล มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ตะลุมบอน ซึ่งส่งผลให้มีนักเตะถึง 4 คนถูกแบน เฟลิเป้มีฉายาในวงการว่า “พิทบูล” โดยสะสบใบแดงไปถึง 14 ใบ และเจ้าตัวก็มีความฝันอยากเป็นนักสู้ MMA ด้วย

อันดับ 7 ยานนิค คาฮูแซค

กองกลางตัวรับชาวฝรั่งเศสสร้างชื่อว่าเป็นนักเตะฮาร์ดแมนไปทั่วทั้งโลก จากการรับใบแดง 3 ใบใน 4 เกมที่ลงแข่งขันลีกเอิงฤดูกาล 2016/17 โดยเจ้าตัวเก็บรวบรวมใบแดงถึง 17 ใบในการเช่นอาชีพ วีรกรรมที่เด็ดที่สุดคือการปัดป้ายเปลี่ยนตัวหลุดจากมือผู้ตัดสินที่สี่และได้ใบแดงในจังหวะดังกล่าว

อันดับ 6 พาโบล อัลฟาโร่

อัลฟาโร่ติดอันดับสองผู้ที่ได้รับใบแดงมากที่สุดที่ 18 ใบ โดนนักเตะชาวสเปนรอดพ้นใบเหลืองจากการเล่นที่น่าเกลียดตามวิดีโอข้างต้น

อันดับ 5 เปาโล มอนเตโร่

goldenslot

ดาวเตะชาวอุรุกวัยถือครองสถิติรับใบแดงมากที่สุดในกัลโช่ เซเรีย อา โดยถูกไล่ออกถึง 21 ครั้งตลอลดอาชีพ มอนเตโร่เคนกล่าวเอาไว้ว่า “บางครั้งคุณต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อเอาชนะและนี่คือธรรมชาติของผม” จากวิดีโอ 7 นาทีข้างบนนี้ พอจะเดาได้ว่าที่มอนเตโร่พูดถึง “อย่างไรก็ได้” คือการที่ไม่ได้มองคู่แข่งเป็นคนนั่นเอง

อันดับ 4 อเล็กซิส รูอาโน เดลกาโด้

กองหลังชาวสเปนเป็นที่รู้กันดีถึงความอารมณ์ของเขาในการเขวี้ยงหมัดใส่ มาริโอ มานด์ซูคิช จากคลิปด้านบน อเล็กซิสจัดการคว้า 22 ใบแดงตลอดอาชีพของเขา

อันดับ 3 เซร์คิโอ้ รามอส

บาคาร่า

คงจะเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ถ้าเราไม่ใส่ชื่อนักเตะคนนี้อย่าง เซร์คิโอ้ รามอส อยู่ในลิสต์ด้วย นักเตะชาวสเปนรับไปทั้งหมด 24 ใบ และยังทำสถิติสะสมใบแดงมากที่สุดในลาลีก้าที่ 19 ใบอีกด้วย

และเขายังครองสถิติถูกไล่ออกมาที่สุดในศึก เอล กลาสิโก้ ที่ 5 ครั้ง

อันดับ 2 ไซริล รูล

รูลเป็นที่โด่งดังจากการเป็นผู้จุดประกายเหตุการณ์ตะลุมบอนต่าง ๆ เขาจะเข้าไปกระแทกมั่ว ๆ และคาราเต้คิกไปที่คู่แข่ง (ตามวิดีโอด้านบน) โดยตลอดทั้งชีวิตการเล่นของเขา รับใบแดงไป 27 ใบ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าไซริลจะถูกจัดอยู่ในอันดับสอง

อันดับ 1 เคราร์โด เบโดย่า

ดยอดผู้เล่นสายดาร์กเบอร์หนึ่งของโลกอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับ เคราร์โด เบโดย่า

กองกลางตัวรับชาวโคลัมเบียผู้นี้ชอบใบแดงเป็นชีวิตจิตใจโดยเก็บไปทั้งหมด 46 ใบในชีวิตการค้าแข้ง

เบโดย่าคงจะสับสนในตัวเองแน่นอนว่าเขาอยู่ในกรงแปดเหลี่ยมหรือสนามฟุตบอลกันแน่

ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มเส้นทางการเป็นโค้ชแล้ว แต่นิสัยหรือสันดานของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปเลย

โดยในการคุมทีมนัดแรกของเขากับสโมสรโคลัมเบียที่ชื่อว่า อิดิเพนเดียนเต้ ซานเต เฟ่ เขายังถูกไล่ออกในเกมนั้นด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

“ปีเตอร์ เช็ก”ก่อนจะมาเป็นตำนานเฝ้าเสาที่ยอดเยื่ยมในพรีเมียร์ลีก!!

ปีเตอร์ เช็ค นายทวารมากประสบการณ์ของอาร์เซน่อล ได้ประกาศแขวนถุงมือหลังจากจบฤดูกาลนี้ เราจึงรวบรวมเรื่องราวและสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเขามาให้ชมกันเพื่อเป็นการอำลาผู้รักษาประตูที่อยู่คู่กับพรีเมียร์ ลีก มานานกว่า 20 ปี

ปีเตอร์ เช็ก เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลตั้งแต่ปี 1989 กับชุดเยาวชนของสโมสร วิคตอเรีย พัลเซ่น สโมสรจากสาธารณรัฐเช็กโดยในช่วงแรกเขาเล่นในตำแหน่งกองกลางและศูนย์หน้า ก่อนจะถูกจับมาเฝ้าเสาในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นในปี 1999 เช็กได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรบัลซานี่ ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ สปาร์ต้า ปราก โดยในตอนนั้นเขาเป็นผู้ทำลายสถิติ ของ ธีโอดอร์ เรย์มันน์ ผู้รักษาประตูคนก่อนของทีม ที่ไม่เสียประตูนานถึง 855 นาที แต่นายอดีตนายทวารเชลซีคนนี้ไม่เสียประตูนานถึง 903 นาที ซึ่งถือว่านานที่สุดในลีกของสาธารณรัฐเช็ก

ในปี 2002 ปีเตอร์ เช็ก ได้เริ่มมาเล่นในลีก เอิง โดยในช่วงนั้นเขาเล่นให้ แรนส์ จนถึงปี 2004 และเรื่องราวการสร้างประวัติศาสตร์ของเขาในลีกเมืองผู้ดีก็ได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้

เช็ก ได้ประเดิมการเฝ้าเสาครั้งแรกในพรีเมียร์ ลีก ให้กับ เชลซี ในปี 2014 และเขาได้เริ่มสร้างผลงานจนโด่งดังในถิ่นสแตมฟอร์ดบริจด์ด้วยการคว้า พรีเมียร์ ลีก ถึง 4 สมัย (น้อยกว่า ปีเตอร์ ชไมเคิ่ลที่ทำได้ 5 สมัย) เอฟเอ คัพ อีก 4 สมัย รวมถึงคว้าแชมป์ในใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2011

ในปี 2015 เข้าได้ตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ อาร์เซน่อล โดยในช่วงแรกเขาคือผู้รักษาประตูตัวหลักของทีม และเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ ในปี 2016 ก่อนที่จะเจอกับการบาดเจ็บและ อูไน เอเมรี่ จึงต้องให้ แบรนด์ เลโน่ ลงเฝ้าเสาแทน จึงทำให้โอกาสการลงสนามของนายทวารวัย 36 ปีรายนี้ค่อยๆ ลดลง จนเจ้าตัวรู้สึกถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพและได้ประกาศแขวนถุงมือหลังจบซีซั่นนี้

นอกจากประวัติและผลงานของเขาที่น่าสนใจแล้วนายทวารรายนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจอีกมากมายดังนี้

เขาลงเล่นในพรีเมียร์ ลีกมากถึง 443 นัด หรือ 39,496 นาที และในปี 2010 เป็นปีที่ ปีเตอร์ เช็ก มีส่วนร่วมทุกวินาทีของเชลซี

ปีเตอร์ เช็ก คือผู้รักษาประตูที่ครองสถิติการเก็บคลีนชีทมากที่สุดของพรีเมียร์ ลีก ในขณะนี้ ด้วยจำนวน 202 ครั้ง (อัตราการไม่เสียประตูมีถึง 46 เปอร์เซ็น) มากกว่า เดวิด เจมส์ ที่เก็บไปได้ 169 ครั้ง

ตั้งแต่ปีแรกที่เขาเริ่มเล่นในพรีเมียร์ ลีก เขาก็ได้สร้างชื่อได้ด้วยการเก็บคลีนชีท ได้มากถึง 24 และหากยุคหนึ่งทุกคนยกให้ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล คือนายทวารที่ดีที่สุดของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแล้วล่ะก็ ยุคของ ปีเตอร์ เช็ก หลายๆ คนก็ยกให้เขาคือผู้รักษาประตูมากฝีมือที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้กันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

“ชูเอา เฟลิกซ์” ผู้สวมเบอร์เทพ(7) จองแอตฯมาดริด แทน “อองตวน กรีซมันน์”

สโมสรแอตเลติโก้ มาดริดได้จะประกาศซื้อตัว ชูเอา เฟลิกซ์ ด้วยค่าตัว 112 ล้านปอนด์หรือ 126 ล้านยูโร พร้อมกับมอบเสื้อหมายเลข 7 ของ อองตวน กรีซมันน์ ให้กับ เฟลิกซ์ อีกด้วยเพราะอะไรแอตเลติโก้ มาดริดถึงยอดทุ่มเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเพื่อคว้าตัวดาวเตะวัย 19 ปีมาร่วมทีมวันนี้เราจะมาเจาะประวัติของเจ้าหนูชูเอา เฟลิกซ์กันว่าเขาจะคุ้มค่ากับค่าตัวมหาศาลนี้หรือไม่

นักเตะที่ปอร์โต้ไม่เห็นค่า

ชูเอา เฟลิกซ์ เกิดวันที่ 10 พฤศจิกายนปี 1999 ในวิเซอูทางตอนกลางของประเทศโปรตุเกส เขาริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของเอฟซี ปอร์โต้ ด้วยวัย 8 ขวบ เฟลิกซ์ ใช้เวลากว่า 7 ปีในอะคาเดมี่ของปอร์โต้ แต่เจ้าตัวกลับไม่สามารถฉายแววเก่งได้แถมยังโดนดูถูกจากโค้ชของทีมในตอนนั้นว่าขาไม่เหมาะกับการเล่นฟุตบอลเนื่องจากมีรูปร่างที่บอบบางเกินไปทำให้เขาถูกปล่อยออกจากปอร์โต้ในขณะที่มีอายุ 15 ปี

เกิดใหม่กับเบนฟิก้า

หลังจากที่ออกจากปอร์โต้แน่นอนว่าเรื่องนั้นบั่นทอนจิตใจของเขามากพอสมควร แต่ เฟลิกซ์ ก็ไม่ยอมแพ้กับการเป็นนักเตะอาชีพ เขาย้ายมาอยู่ในกรุงลิสบอนและเข้าทดสอบฝีเท้ากับเบนฟิก้าจนกลายมาเป็นนักเตะเบนฟิก้าได้ในที่สุด

เฟลิกซ์ มีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่องในสีเสื้อเบนฟิก้าเขาได้รับโอกาสลงเล่นในทีมเบนฟิก้าชุด บี ในปี 2016 ด้วยอายุเพียง 16 ปี เฟลิกซ์ ฝากผลงาน 3 ประตูจาก 13 เกมในฤดูกาลแรกกับทีมชุด บี ส่วนปีต่อมาเขายังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่ 2 กับทีมชุด บี ด้วยการทำ 4 ประตูจาก 17 เกมพร้อมกับตำแหน่งรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกทีมเยาวชนอีกด้วย

แจ้งเกิดเต็มตัวในฤดูกาลแรก

หลังจากลงเล่นทีมชุด บี ไป 2 ฤดูกาลในฤดูกาลที่ผ่านมา เฟลิกซ์ ถูกดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวโดยเกมแรกของเขาเกิดขึ้นในเกมลีกนัดที่ 2 เขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 88 ของเกมที่เบนฟิก้าเอาชนะเบาวิสต้า 2-0 หลังจากลงประเดิมสนามเกมแรกกับทีมชุดใหญ่ ในเกมต่อมา เฟลิกซ์ ก็สามารถทำประตูแรกให้ทีมชุดใหญ่ได้ทันทีด้วยการโหม่งตีเสมอให้เบนฟิก้าเสมอกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-1 ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก เฟลิกซ์ ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนักแต่หลังจากที่ เบนฟิก้า เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น บรูโน่ ลาเก เขาก็ได้รับโอกาสมากขึ้นจนพาทีมเบนฟิก้าคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสได้สำเร็จด้วยผลงาน 15 ประตู 9 แอสซิสต์จาก 26 เกมในลีก

สถิติในยูโรป้า ลีก

ชูเอา เฟลิกซ์ เป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงแฮตทริกได้ในฟุตบอลยูโรป้า ลีกด้วยวัย 19 ปี 152 วันในเกมที่เบนฟิก้าเอาชนะแฟร้งค์เฟิร์ต 4-2 ซึ่งนั่นเป็นแฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้งของเขา

ชีวิตใหม่กับตราหมี

เฟลิกซ์ ย้ายมาสวมหมายเลข 7 คนใหม่ให้กับแอตเลติโก้ มาดริดแทนที่ของ อองตวน กรีซมันน์ แน่นอนว่าด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดของสโมสรกับเด็กอายุแค่ 19 ปีนั้นเป็นอะไรที่กดดันอย่างแน่นอน แต่เจ้าตัวได้ประกาศแล้วว่าเขาไม่ได้มาเป็นตัวแทนของใครและไม่ต้องการที่จะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับซุปเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รุ่นพี่ในทีมชาติโปรตุเกส โดย เฟลิกซ์ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมาใหม่กับแอตเลติโก้ มาดริด ต้องจับตาดูกันว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลแรกกับทีมตราหมีและจะคุ้มค่ากับค่าตัว 126 ล้านยูโรหรือไม่ อีกไม่นานนี้ได้รู้กันแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร

แค่หนึ่งในเศษเสี้ยวของผลผลิตที่ยอดเยื่ยมจากธงชาติแดนกระทิงดุ

10.ซานติ กาซอร์ล่า , อาร์เซน่อล 2012-2012

ลงเล่น: 129 เกม
โทรฟี่: เอฟเอ คัพ 2 สมัย , คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2 สมัย

มีนักเตะฝีเท้าดีจากแดนกระทิงหลายคนที่น่ายกย่องและกล่าวถึงในลิสต์นี้ของเรา นักเตะที่ขึ้นชื่อว่าคงเส้นคงวาอย่าง มิเกล อาร์เตต้า , ความมหัศจรรย์ของ มิชู ,หรือแม้แต่เปโดรก็ถือว่าไม่เลว ทั้งหมดนี้คือรายชื่อของผู้เล่นที่ต่างสร้างความยอดเยี่ยมให้เราได้เห็น แต่ไม่มีใครเลยที่พิเศษเท่า “ซานติ การ์ซอล่า”

การ์ซอล่าโผล่มาที่อาร์เซน่อลและสามารถปรับตัวได้อย่างฉับไว หรือเรียกว่าทันทีก็ยังได้ เขาลงช่วยไอ้ปืนใหญ่ครบทุกเกมในซีซั่นแรก เป็นกุญแจหลักที่พาต้นสังกัดใหม่ยึดพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีกในปีนั้นไว้อย่างเหนี่ยวแน่น ไม่แปลกเลยที่กาซอร์ล่าจะกุมหัวใจสาวกเดอะ กันเนอร์สได้ไวแบบที่ใจเขาต้องการ

วันเวลาผ่านไปนับวันเจ้าตัวมีแต่จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ การออกบอลสู่เท้าเพื่อนร่วมทีมแบบอัจฉริยะและการคอนโทรลบอลที่ยากหาตัวจับคือจุดเด่นที่ล้วนมีอยู่ในตัวกาซอร์ล่าทั้งสิ้น แม้ว่าในที่สุดอาการบาดเจ็บจะฉุดเขาลงไปจากการเป็นยอดนักเตะของเวทีพรีเมียร์ ลีก แต่เราก็ยังไม่ลืมเวทมนต์ที่ชายคนนี้เคยร่ายให้เห็นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงฟรีคิกปรมาณูในเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2014 ที่อาร์เซน่อลคัมแบ็คกลับมาชนะฮัลล์ ซิตี้ 3-2 ยุติสถิติร้างราโทรฟี่ 15 ปีลงสำเร็จ

9.ฮวน มาต้า , เชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2011-ปัจจุบัน

ลงเล่น: ล่าสุดถึงตอนนี้ 243 เกม
โทรฟี่: เอฟเอ คัพ 2 สมัย , คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 1 สมัย ,แชมเปี้ยนส์ ลีก ,ยูโรป้า ลีก 2 ,ลีก คัพ 1

มีหลายคนเคยพูดไว้ว่า การที่มาต้ายังอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้จนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะเขาคือ คนอัธยาศัยดีหรือเพราะนิสัยของเขาที่เป็นกันเอง อาจฟังดูตลกนะ แต่เหมือนมันจะไม่ผิดเพี้ยนเลยละ เพราะถึงขั้นที่ว่าโอเล่ กุนนาร์ โซลชาเคยกล่าวยกย่องความสามารถของเขาว่า เป็นผู้แนะนำและถ่ายทอดวิชาที่ดีแก่แข้งดาวรุ่งของสโมสร มากกว่าการลงไปเล่นเองเสียอีก

แต่เดี๋ยวก่อน…มันไม่ได้เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรกจริงไหม? ก่อนโชคชะตาจะนำพาเขามาเจอกับเดวิด มอยส์และหลุยส์ ฟัลกาล มาต้าคือหนึ่งในยอดนักเตะที่สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการลูกหนังอังกฤษ เขาเป็นความเร้าใจเบอร์ต้นๆของลีกเลยก็ว่าได้ กับเชลซีเขาดูเปร่งประกายมาแล้ว ถึงแม้ว่ากับแมนฯยูจะต่างราวฟ้าเหวก็ตาม

8.เปเป้ เรน่า , ลิเวอร์พูล 2005-2013

ลงเล่น: ล่าสุดถึงตอนนี้ 243 เกม
โทรฟี่: เอฟเอ คัพ 2 สมัย , ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ 2005 ,คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2006 ,เอฟเอ คัพ 2005/06 , ลีกคัพ 2011/12

เปเป้ เรน่าย้ายมาจอยลิเวอร์พูลในวันที่พวกเขานั่งบนเก้าอี้บัลลังก์แชมป์ยุโรป นับว่าต้องขอบคุณฮีโร่อย่างเจอร์ซี่ย์ ดูเด็คที่ทำให้ค่ำคืนที่อิสตันบูลถูกเขียนลงบนหน้าประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลแทนที่จะเป็นเอซี มิลาน

ลิเวอร์พูลที่ไม่ได้มีแผงหลังชั้นยอดอะไร แต่กลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะได้ชายชื่อเรน่ามายืนเฝ้าเสาเป็นด่านสุดท้าย ทั้งนี้จอมหนึบชาวสเปนยังคว้ารางวัลถุงมือทองคำได้ตั้งแต่ปีแรกในรั้วแอนฟิลด์ ต่อด้วยการเก็บ 134 คลีนชีท จากการลงเล่นเพียง 285 เกม ขึ้นแท่นเป็นสถิติที่ดีที่สุดอันดับ 6 ในประวัติศาสต์พรีเมียร์ ลีกอีกต่างหาก ไม่เพียงแค่นั้นนะ ค่าเฉลี่ยการไม่เสียประตู 0.470 ต่อเกมของเรน่ายังเป็นค่าเฉลี่ยที่เหนือกว่าผู้รักษาประตูรายอื่นทุกคนที่ทำเคยคลีนชีทเกิน 100 นัดอีกด้วย นี่มันกำแพงสามชั้นชัดๆ!

7.ดิเอโก้ คอสต้า , เชลซี 2014-2018

ลงเล่น : 89 เกม
โทรฟี่: พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย , ลีกคัพ 2014/2015

นี่คือกองหน้าในแบบที่ตอบโจทย์เชลซีได้อย่างเหมาะเจาะ และตั้งแต่เขาจากไป สาวกทัพสิงห์บลูส์ก็ยังคงโหยหากองหน้าแนวดุดันแบบนี้อยู่ยันทุกวันนี้ แต่ดูเหมือนนิสัยอันหยาบกร่านของคอสต้านั้นจะถูกพูดถึงเสียมากกว่าฝีเท้าที่อันตรายของเขาเสียอีก เขาพร้อมจะยั่วโมโหและทะเลาะเบาะแว้งกับคู่แข่งตลอดเวลา ถึงขั้นที่ว่าเขามีเรื่องกับเพื่อนร่วมทีมฝั่งตัวเองด้วยก็มีให้เห็นมาแล้ว แบบนี้จะให้เรียกว่า หมาบ้า ยังดูเว่อร์ไม่เกินจริงเลย

หอกหน้าตาเกินวัยรายนี้ ร่วมงานกับสองกุนซือมากฝีมืออย่าง กุส ฮิดดิ้งและอันโตนิโอ คอนเต้ และเมื่อใดที่เจ้าตัวมุ่งมั่นสมาธิไปที่การเล่น คอสต้านี่แหละคือเพชรฆาตสุดเหี้ยมโหด หรือกองหน้าประเภทที่แนวรับต้องเมินหน้าหนีไม่อยากเจอ ซึ่งก่อนโบกมือลาจากเดอะ บลูส์ไป เขาได้ทิ้งความสำเร็จอย่างแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย บวกกับผลงานส่วนตัวซัดเกิน 20 ประตูในทั้งสองฤดูกาล

6.เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า , เชลซี 2012-ปัจจุบัน

ลงเล่น : ล่าสุด 235 เกม
โทรฟี่: พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย , ลีกคัพ 2014/2015, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2 สมัย ,เอฟเอ คัพ 2017/2018

เชื่อว่าคงมีไม่กี่คนที่เคยเห็นลีลาการเป็นวิงแบ็คแบบติดปีกของเซซาร์ อัซปิลิกวยต้าสมัยโลดแล่นอยู่ในบ้านเกิดกับโอซาซูน่า สโมสรที่เขาเติบโตมาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนของศูนย์ฝึกชื่อดังในเมืองแปมโปรน่า ก่อนที่อาการบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่มาร์กเซยจะสร้างบาดแผลให้ปีกที่ติดตัวเขามา จนกระทั่ง โฆเซ่ มูรินโญ่ วางแผนจะเปลี่้ยนเขาให้กลายเป็นแบ็คซ้ายสายเกมรับแบบเต็มรูปแบบ ไม่มีใครมองว่ามันจะเวิร์ค ซึ่งจากที่ดูมันก็ไม่น่าเวิร์คจริงๆแหละ ทว่าสิ่งที่ออกมากลับตรงกันข้าม อัซปิลิกวยต้ากลายร่างเป็นดั่งปีศาจในตำแหน่งใหม่ของเขา แต่พรสวรรค์ในการเล่นทางฝั่งขวาของเขาก็ยังไม่หายไปไหน เขาสามารถโยกกลับไปเล่นทางแบ็คขวา หรือแม้แต่เซ็นเตอร์แบ็คตัวขวา จนในที่สุดเขาก็หาตำแหน่งที่เพอร์เฟ็คที่สุดสำหรับตัวเองเจอนั่นคือ “วิงแบ็คขวา” ด้วยเกมรับอันทรงพลังผนึกกำลังกับเกมรุกที่มีลูกครอสเป็นอาวุธอันตราย อัซปิลิกวยต้าคือปรมาจารย์ในพื้นที่ของเขาอย่างแท้จริง!

5.ชาบี อลอนโซ่ , ลิเวอร์พูล 2004-2009

ลงเล่น : 143 เกม
โทรฟี่: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2004-2005, , ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ 2005, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2 สมัย ,เอฟ เอ คัพ 2005-2006,คอมมิวนิตี้ ชิลด์

แม้ว่าจะผ่านมานานถึง 10 ปีแล้วนับตั้งแต่วันที่เขาอำลาลิเวอร์พูลไป แต่เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนก็ยังไม่ลืมกับหลายสิ่งที่กองกลางตัวรับรายนี้ได้ทิ้งไว้ให้กับวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีแห่งนี้ อลอนโซ่สามารถยกแชมป์ยุโรปได้ตั้งแต่ปีแรกของเขาในคราบหงส์แดง ถึงแม้ว่าเขาและเพื่อนๆจะไม่สามารถแตะความสำเร็จที่สูงขนาดนั้นได้อีกเลยก็ตาม

ลิเวอร์พูลเปรียบเหมือนตุ๊กตาในมือผู้เชิดชื่อ “อลอนโซ่ ” อดีตกองกลางทีมชาติสเปน คอยรักษาความสมดุลอยู่ในแดนกลางของทีม ทัพหงส์แดงมีทั้งความยืดหยุ่นในเกมรับและความกระหายในเกมบุกที่บาลานซ์กันอย่างลงตัว เขาขึ้นชื่อว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ช่ำชองในเรื่องการวางบอลยาวแบบหาตัวจับยาก ขนาดที่การจบสกอร์ของอลอนโซ่แต่ละครั้ง ก็ต้องนิยามว่าคลาสสิค จนทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่ได้ดูชายคนนี้ลงเล่น เหมือนเป็นพรอันล้ำค่าที่ฟ้าประทานลงมาให้ยังไงอย่างนั้นเลย

4.เฟอร์นานโด ตอร์เรส ลิเวอร์พูล,เชลซี 2007-2014

ลงเล่น : 212 เกม
โทรฟี่: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2011/2012, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2012/2013

ความล้มเหลวในวันวานของเขากับเชลชีไม่ควรถูกยกมาปิดบังความมหัศจรรย์ที่”เอล นินโญ่”เคยร่ายมนต์ให้แฟนบอลพรีเมียร์ ลีกและสาวกเดอะ ค็อปป์ได้ชื่นชม เฟอร์นานโด ตอร์เรสไม่ต้องการเวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ เขาสามารถเหวี่ยงหมัดอันหนักหน่วงดั่งไมค์ ไทสันได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาบนลีกลูกหนังอันดับ 1 ของโลกนี้

อดีตดาวรุ่งจากแอต.มาดริดคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเร็ว,พละกำลัง,และความเฉียบคมในการจบสกอร์ ยิ่งในช่วงที่ร่างกายสมบูรณ์ฟิตเต็มร้อย เขาแทบไม่ต่างอะไรกับร่างแยกของ กาเบรียล บาติสตูต้า ตำนานหัวหอกบาติโกลของฟิออเรนติน่าเลย ถึงแม้ว่าสถิติส่วนตัวของตอร์เรสจะไม่เคยถล่มเกิน 30 ลูกในช่วงเวลาหนึ่งซีซั่น แต่หากจะมองย้อนกลับไป ภาพของตอร์เรสที่ติดตาทุกคน คงไม่พ้นการไล่พังประตูคู่แข่งอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะคู่กัดอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของโปรดเอล นินโญ่ ดาวยิงที่ทำให้เราต่างหลงรักกันมานับครั้งไม่ถ้วน

3.ดาบิด เด เกอา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , 2011-ปัจจุบัน

ลงเล่น : ล่าสุด 275 เกม
โทรฟี่: คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 สมัย , พรีเมียร์ ลีก 2012/2013 ,เอฟเอ คัพ 2015/2016 ,ลีก คัพ 2016/2017 , ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2016/2017

จากเด็กที่ย้ายเข้ามาจอยทัพปีศาจแดงด้วยรูปร่างผอมบางอย่างกับแท่งดินสอในวันนั้นสู่นายทวารที่คาดว่าน่าจะมีมูลค่าในตลาดมากที่สุดคนหนึ่งของโลกหากมีการซื้อขายเกิดขึ้น เขาคือผู้ที่ต่อสู้กับเสียงสบประมาทนับไม่ถ้วนในช่วงแรกที่มาถึงเมืองผู้ดี อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่เหล่าตำนานปีศาจแดงเองยังเคยเรียกเขาว่าเป็น การลงทุนที่สิ้นเปลืองของทีม หนำซ้ำมันยังเป็นการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสดทางโทรทัศน์เสียด้วย

ชีวิตของเด เกอาเป๋ไปจากที่เขาคาดหวังเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวถูกดร็อปให้เป็นตัวเลือกสำรองต่อจาก อันเดรส ลินเดอการ์ด ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นอาจถอดใจและท้อถอยไปแล้ว แต่โชคดีที่เด็กคนนี้ไม่ได้มีจิตใจที่อ่อนแอขนาดนั้น เขามุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองจนนำพาตัวเองกลับมาในจุดที่คู่ควรอีกครั้ง นายด่านกระทิงดุเริ่มปรับตัวได้ พร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฤดูกาลที่สองของตัวเองได้สำเร็จ

อาจจะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องพูดประโยคนี้ออกมา แต่ต้องบอกว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เด เกอาคือสิ่งเดียวที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังคงยืนอยู่ในระดับท็อปอย่างเช่นทุกวันนี้ ลองนึกภาพกี่ครั้งที่เด เกอาช่วยชีวิตทีมไว้กับจังหวะซุปเปอร์เซฟปฎิหาริย์ที่เขาโชว์ให้เราได้อ้าปากค้างอยู่เสมอ และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของยูไนเต็ด 4 ปีซ้อนก็เป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ใครคือ”มิสเตอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ดตัวจริง!

2.เชสก์ ฟาเบรกาส อาร์เซน่อล, 2003-2011 และเชลซี , 2014-2019

ลงเล่น : ล่าสุด 275 เกม
โทรฟี่:พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย ,เอฟเอ คัพ 2018/2019 ,เอฟเอ คัพ 2017/2018 , ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2018/2019

นับเป็นแข้งลา โรฆารายเดียวที่สามารถความฮือฮาให้พรีเมียร์ ลีก..จากไป…และกลับมาอีกครั้งเพื่อสร้างความเร้าใจที่ยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เส้นทางลูกหนังของเชสก์ถูกแบ่งเป็นสองช่วงสองบุคลิก กับอาร์เซน่อลเขาเป็นแข้งดาวรุ่งที่มีดีเอ็นเอเลือดนักสู้วัวกระทิงติดตัวมาตั้งแต่เกิด เจ้าหนูนามว่าฟาเบรกาส คือแข้งที่มีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลเหนือชั้นเกินวัยตามแบบฉบับของฟุตบอลสเปน สิ่งที่อยู่ในหัวเขาคือการสู้ เขาวิ่งไปทั่วสนาม ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้ตราบนหน้าอก จนได้รับมอบหมายจากอาแซน เวงเกอร์ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 21 กระรัต

เขาเป็นทั้งแบบอย่างและแรงบันดาลใจที่ดีให้แก่บรรดาแข้งตัวจิ๋วที่กำลังเฝ้ามองมา แม้แต่เราเองยังต้องร้องว้าวกับความวิเศษของเชสก์มามากหลายครั้ง ถึงแม้เขาจะไม่สามารถนำแชมป์อะไรมาประดับตู้ให้อาร์เซน่อลได้เลยก็ตาม จนกระทั่งถึงวันที่เขาถูกดูดขึ้นยานต่างดาวไป ที่บาร์เซโลน่า..เขาได้เรียนรู้กับคำว่าขีดจำกัดและวิธีคว้าแชมป์ที่ผู้ชนะเขาทำกัน

เชสก์นำบทเรียนที่สเปนกลับมายังพรีเมียร์ ลีกอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่อาร์เซน่อลที่เขารัก แต่กลับเป็นคู่แข่งร่วมเมืองอย่างเชลซี เขามาพร้อมทัศนคติของผู้ชนะ ความนิ่งและวุฒิภาวะที่มากขึ้นกว่าสมัยอยู่ที่อาร์เซน่อล อีกทั้งยังประสบความสำเร็จอย่างมากกับเชลซี สิ่งที่เขาโหยหามาตลอดในเสื้อสีแดงของไอ้ปืนใหญ่อย่างแชมป์พรีเมียร์ ลีก เขากลับมาคว้ามันได้ในคราบของสิงโตน้ำเงินครามถึง 2 ครั้ง ใน 3 ซีซั่นแรก

แต่น่าเสียดายที่เขาต้องปิดฉากเส้นทางกับเชลซีไปแบบค่อนข้างเงียบในช่วงครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา แทนที่จะได้มีโอกาสอำลาแฟนบอลอย่างสมราคา…

1.ดาบิด ซิลบา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , 2010-2020

ลงเล่น : ล่าสุด 282 เกม
โทรฟี่:พรีเมียร์ ลีก 4 สมัย ,คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2 ,เอฟเอ คัพ 2 สมัย , ลีก คัพ 4

พูดถึงมหาอำนาจแห่งพรีเมียร์ ลีกในยุคนี้ คงไม่มีทีมไหนเกินหน้าเกินตา “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” และหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้เข้าสู่ยุคสมัยของซิตี้นั่นคือชายชาวสเปนที่อยู่กับสโมสรมาร่วม 10 ปีอย่าง “ดาบิด ซิลบา”… ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ซิลบาย้ายมาสู่เมืองแมนเชสเตอร์ พร้อมกับยาย่า ตูเร่ สตาร์จากไอโวรี่ โคสต์ ก่อนที่ซิลบาจะกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ชั้นนำบนลีกสูงสุดอย่างเหนี่ยวแน่น ความอัจฉริยะรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะชั้นสูง,ความละเอียดในการออกบอล, การหาตำแหน่งสำหรับปิดสกอร์ที่เหมาะเจาะ ,และการช่วงชิงการครอบครองบอลที่ไม่เหมือนใคร คือความโดดเด่นที่แนวรุกเลือดกระทิงรายนี้ร่ายเวทย์ให้เราดูอยู่ในทุกๆสัปดาห์

โดยที่ผ่านมา ซิลบาคือผู้เล่นที่เรือใบสีฟ้านั้นจะขาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ ลีกในสองครั้งแรก แต่พอหลังจากเป๊ปก้าวเข้ามา เขาได้เปลี่ยนซิลบาให้กลายเป็นแข้งที่เหนือชั้นยิ่งกว่า ดาวเตะชาวสเปนเป็นดั่งลมหายใจในแผงมิดฟิลด์ของกวาดิโอล่า ถูกมอบหมายให้คอนโทรลเกมในตำแหน่งที่ต่ำลงกว่าที่ถนัด แต่แล้วเขาก็ตอบแทนมันด้วยความเป็นมืออาชีพ รับผิดชอบหน้าที่อย่างไร้ที่ติ รักษาการเล่นอย่างคงเส้นคงวา พร้อมขึ้นชื่อเป็นแข้งสเปนรายแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ ลีกได้สำเร็จ

ล่าสุดซิลบาได้ออกมาประกาศแยกทางกับเรือใบสีฟ้าหลังจบฤดูกาล 2019/20 แล้ว ซึ่งหากเขาสามารถช่วยแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้อีกหนึ่งสมัยก่อนอำลา นั่นจะทำให้ซิลบาจะกลายเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นที่ไม่ใช่นักเตะแมนฯยูที่สามารถยกแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้ถึง 5 สมัย(อีกสองคนคือเซร์คิโอ อเกวโร่และ จอห์น เทอร์รี่) และยังเป็นการครองแชมป์ถึงครึ่งหนึ่งตลอด 10 ปีที่เขาโลดแล่นบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกด้วย

จึงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรซ์เลยที่ความมหัศจรรย์ในเอติฮัด สเตเดียมตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจะทำให้ ดาบิด ซิลบากลายเป็นแข้งกระทิงดุที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนเกาะอังกฤษ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียบเรียง : https://casino.gclub18.com/

อ่านรายละเอียดต่อ : https://slot.gclub18.com/

goldenslot บริการใหม่ล่า สุดที่ถูกคัดสรรเกม สล็อตออนไลน์ และบริการ Golden Slot
คาสิโนออนไลน์ ระดับโลกมาให้คุณได้ร่วมสนุกกันแบบ ไร้ขีดจำกัด และลุ้นรางวัลแจ็คพ็อต มากว่าหนึ่งล้านบาท โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
Gclub18 เว็บgclubโปรโมชั่นดีๆ คุณสามารถเข้ามาใช้บริการของเราได้จากการดาวน์โหลดจีคลับโปรแกรมGclub
หรือเล่นผ่านเว็บไซต์ของเราโดยตรงที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้สามารถเลือกเข้าใช้งานได้ทุกช่องทางเผื่อไว้ในกรณีที่ลิ้งค์ ทางเข้าจีคลับ Gclubเข้าไม่ได้
และเรามีบริการฟุตบอลออนไลน์ในแบบเวลาจริงสามารถ ล่นได้เกือบหมดเวลาในการแข่งขันของ แต่ละ แมทช์ ยังเลือกแทงได้หลายแบบ รูปแบบที่เล่นง่าย SBOBET นอกจากนั้น
สโบเบทเว็บพนันบอลออนไลน์ พนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าจีคลับ
สล็อตคาสิโน หวย อัตราต่อ รอง มีมาตรฐานมีผู้เล่น ในประเทศ ไทยอันดับ 1 กีฬาประเภทฟุตบอล นอกจากนั้น sbobet ยังมีกีฬาอื่นๆสมัคร จีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

goldenslot สุดท้าย..ท้ายสุด golden casino (โกลเด้นสล็อต) น้องใหม่ไฟแรง ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ สามารถเล่นได้ทั้งเกมส์ บาคาร่าgolden และ Dragon tiger ได้ในเกมส์เดียวกัน มีให้เลือกเล่น 5 โต๊ะ ที่พิเศษสุดคือท่านสามารถ เลือกวางเดิมพันแบบมีโบนัส เพิ่มอัตราการจ่ายอีกถึง30 เท่า  และเกมส์ยอดนิยมแบบสุดๆก็คือ  goldenslot เป็นเกมส์สล็อตออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มีความทันสมัยมาก มีเกมส์มากกว่า 300 เกมส์ ให้ท่านได้นั่งปั่นสล็อตที่บ้านเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มีแจคพอทรอท่านอยู่นับล้านบาท เข้าเล่นได้ง่ายมาก

ลิ้งค์ทางเข้าอื่นๆ
สมัครจีคลับ ปั่นสล็อต สล็อตคาสิโน น้ำเต้าปูปลา  ไพ่เสือมังกร