10 แข้งซุปตาร์ที่ เรอัล มาดริด ซื้อมาแล้วดับเป็นดาวค้างฟ้า(ไม่เจ็บก็ฟอร์มตก)

มัตเตโอ โควาซิช (ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ปี 2015, ค่าตัว 29 ล้านยูโร )

Mateo Kovacic

บางทีอาซาร์อาจจะได้ฟังคำเตือนจากปากของเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างมัตเตโอ โควาซิช ในเรื่องการย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แล้ว โควาซิชย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ทำให้เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ต้องกลายเป็นเพียงตัวสำรองของทัพสิงห์บลูส์

โควาซิชย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปอยู่กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 29 ล้านยูโร โดยในช่วงแรก กองกลางชาวโครแอตได้ลงสนามให้กับเรอัล มาดริด ในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ อยู่บ้าง แม้จะต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต่างไปอยู่ตลอด แต่เมื่อซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีม แผงกลางตัวจริงของโลส บลังโกส ก็ถูกลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และคาเซมิโร่ยึดไปอย่างถาวร และนั่นก็มิดฟิลด์วัย 24 ปี แทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลย และกับทีมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน โควาซิชเป็นได้เพียงตัวเลือกรองของโมดริช, อิวาน ราคิติช และมิลาน บาเดลจ์

อดีตกองกลางของงูใหญ่รายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด 37 เกมจาก 3 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้จะย้ายมาเล่นกับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว

ไมเคิล โอเว่น (ย้ายจากลิเวอร์พูล ปี 2004, ค่าตัว 12 ล้านยูโร บวกกับอันโตนิโอ นูเญส)

Michael Owen

โอเว่นถือเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล เขาพังประตูได้ 16-19 ลูกในลีก ตลอด 6 จาก 7 ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับทีมทั้งซีซั่น แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าแชมป์ลีกได้แม้แต่หนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2004 ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ หากเทียบกับฝีเท้าของ ‘เบบี้โกล’ ในตอนนั้น

ในวัย 24 ปี โอเว่นทำประตูไปแล้ว 142 ลูก ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร จาก 7 ฤดูกาลที่ลงเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่การย้ายมาเล่นที่สเปนก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริด จนแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค เจ้าตัวทำประตูได้เพียง 64 ลูกเท่านั้น

ในตอนอยู่ที่แอนฟิลด์ โอเว่นมีเอมิล เฮสกีย์. มิลาน บารอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เป็นคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่เมื่อย้ายมาเล่นในเมืองหลวงของสเปน เจ้าตัวต้องแย่งชิงตำแหน่งกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่างราอูล กอนซาเลซ และโรนัลโด้ เจ้าเบบี้โกลอาจจะทำผลงานได้ไม่เลว หากมองจากการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทัพราชันชุดขาวทุกรายการเพียง 26 นัด แต่ทำประตูได้ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2002 ได้อยู่กับทัพโลส บลังโกส แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 ราชันชุดขาวก็ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวโรบินโญ่มา และโอเว่นก็ต้องหลีกทางด้วยการย้ายไปนิวคาสเซิล

นิโคลาส์ อเนลก้า (ย้ายจากอาร์เซนอล ปี 1999, ค่าตัว 35 ล้านยูโร)

Nicolas Anelka

ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจร อเนลก้าก็เคยอยู่กับเรอัล มาดริด มาก่อน โดยเจ้าตัวเซ็นสัญญากับโลส บลังโกส ในปี 1999 หลังจากมี 2 ฤดูกาลก่อนหน้าที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล ดาวยิงเฟรนซ์แมนรายนี้รวดเร็วและทรงพลัง แต่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ควบคุมยากคนหนึ่ง อเนลก้าทำประตูในเกมเอล กลาซิโก้ ที่ต้นสังกัดของตัวเองเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้ 3-0 รวมถึงการทำประตูในเกมรอบตัดเชือกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองนัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของดาวยิงจอมพเนจรรายนี้กับเรอัล มาดริด ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ดีนัก อเนลก้ามีปัญหากับบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือของราชันชุดขาวในตอนนั้น และเจ้าตัวก็โดนโทษแบนจากทีมไป 45 วัน และภายหลังบรรดานักเตะของเรอัล มาดริด ก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยชอบกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสนัก เพราะอเนลก้าพยายามมาแทนที่ของราอูล กอนซาเลซ

หลังจากลงเล่นให้กับทีมดังจากเมืองหลวงของสเปนแค่ปีเดียว (และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้) อเนลก้าก็ย้ายกลับไปอยู่กับเปแอสเช สโมสรแรกที่จะตัวลงเล่นเป็นนักเตะอาชีพ และที่นั่นอดีตดาวยิงของอาร์เซนอลก็มีปัญหาทะเลากับหลุยส์ แฟร์นองเดซ กุนซือของเปแอสเชในตอนนั้น และเมื่อออกจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส อเนลก้าก็ไปลงเล่นให้กับสโมสรอีก 9 แห่ง และตลอด 15 ปี ในเส้นทางนักฟุตบอล อเนลก้าก็ผ่านการค้าแข้งกับทีมถึง 12 ทีม

อันโตนิโอ คาสซาโน่ (ย้ายจากโรม่า ปี 2006, ค่าตัว 5 ล้านยูโร)

Antonio Cassano

นับตั้งแต่ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด คาสซาโน่ก็ได้ลงสนามให้เรอัล มาดริด เพียง 29 เกม และทำประตูได้แค่ 4 ลูก ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลียังเคยโดนโทษแบนจากสโมสรในข้อหาไม่ให้ความเคารพต่อฟาบิโอ คาเปลโล่  กุนซือของทีม ณ ขณะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เขาออกมาประกาศว่าอยากย้ายกับไปอยู่กับโรม่า ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ ‘ปีเตอร์แพน’ พลาดการย้ายกลับไปที่เมืองหลวงของอิตาลี และต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยสัญญายืมตัวแทน

ดูเหมือนว่าการไปเรอัล มาดริด ของคาสซาโน่ จะไม่ทำให้ใครมีความสุขเลย อ่อ แต่อาจจะยกเว้นพนักงานโรงแรมไว้คนหนึ่งนัก เพราะดูเหมือนเขาจะได้ทิปจากดาวยิงรายนี้มากพอควร

“ที่มาดริด ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นบริกรในโรงแรม” คาสซาโน่อธิบายในหนังสือชีวประวัติของเขาที่มีชื่อว่า Telling Everything “เขามีหน้าที่นำขนมอบต่างๆ มาให้ผมสัก 3-4 ชิ้น หลังผมเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์ เขาจะเอาขนมมาให้ผม และผมก็เอาผู้หญิงให้เขาไป มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เขาได้ผู้หญิงไป ส่วนผมได้ขนมมา มันเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

ดานิโล่ (ย้ายจากปอร์โต้ ปี 2015, ค่าตัว 31.5 ล้านยูโร)

Danilo

ฟูลแบ็คชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจากปอร์โต้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่ดีพอจะเบียดดานี่ คาร์วาฮาล เป็นตัวจริงได้เลย หากแบ็คขวาทีมชาติสเปนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดานิโล่เองก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่แย่นักในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อเขาเองสามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทีมได้ 2 สมัย

ดานิโล่ได้ออกมาเผยว่า เขาไม่สามารถจัดการให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวากับเรอัล มาดริด ได้  แต่ก็ยอมรับด้วยว่าคิดถึงช่วงเวลาในเมืองหลวงของสเปน “ผมมี 2 ปีที่มหัศจรรย์ แลละคว้าชัยชนะในรายการสำคัญๆ ได้ และผู้คนที่นั่นก็ดูแลผมได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตคุณต้องก้าวต่อไป” แบ็คขวาวัย 27 ปี อธิบาย

ในปี 2017 ดานิโล่ย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเป็นตัวสำรองของไคล์ วอล์คเกอร์ กับเบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

ดีดี้ (ย้ายจากโบตาโฟโก ปี 1959)

Didi

แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้ายมือ

ดีดี้เป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1958 โดยเขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1959 ดาวเตะรายนี้มีพร้อมทั้งความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมการเล่นในแผงกลางของทีมได้ และทุกๆ อย่างในทีมที่เจ้าตัวเล่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ที่เรอัล มาดริด พวกเขามีนักเตะอย่างอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ อยู่แล้ว ซึ่งตำนานดาวยิงของราชันชุดขาวก็ไม่พอใจนักที่ดีดี้เข้ามาในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแฟนบอล และยังถูกมองเป็นตัวแทนของเขาอีกด้วย นอกจากนี้ทัพราชันชุดขาวยังมีนักเตะอย่างเฟเรนช์ ปุสกัส และเรย์มงด์ โกปา อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ดีดี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นที่รวดเร็วในลีกสเปนได้ และทีมๆ นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีดิ สเตฟาโน่ เป็นศูนย์กลาง สาเหตุทั้งหมดทำให้ดีดี้ถูกปล่อยตัวให้บาเลนเซียยืม ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับโบตาโฟโกเมื่อจบฤดูกาล

ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดจะทำให้ดีดี้เกลียดฟุตบอลที่สเปนพอสมควร เขาออกมาอธิบายว่า “ความฉลาดของคน และความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราสามารถแบ่งแยกตัวเองออกจากการเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงดูความสามารถของนักฟุตบอลจากเรื่องสรีระทางกายเพียงเรื่องเดียวล่ะ” ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลอธิบาย

ดูเหมือนว่าดีดี้นี่แหละที่เป็นผู้ชนะในศึกระหว่างเขากับดิ สเตฟาโน่ เพราะดาวเตะรายนี้สามารถพาบราซิลคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 1962 ส่วน ดิ สเตฟาโน่ เหรอ ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกในปี 1954 และ 1958 ทว่าในปี 1962 ตำนานกองหน้าของเรอัล มาดริด โอนสัญชาติมาเล่นให้สเปน และช่วยให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี เพราะตัวเองดันมาได้รับบาดเจ็บจนต้องชวดการลงเล่นไป และเรื่องนี้ก็คงทำให้ดีดี้สะใจอยู่บ้าง

โจนาธาน วูดเกต (ย้ายจากนิวคาสเซิล ปี 2004, ค่าตัว 20 ล้านยูโร)

Jonathan Woodgate

วูดเกตเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวในตอนเริ่มต้นอาชีพนักเตะ เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 เขาลงเล่นให้กับลีดส์ และเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับริโอ เฟอร์ดินานด์ และลูคัส ราเดเบ้ เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2003 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานในเกมสโมสรยุโรปได้ดีมาก  จนทำให้เรอัล มาดริด มารับตัวไปอยู่ที่สเปนในฤดูกาลถัดมา

แม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่วูดเกตก็ถือเป็นนักเตะจอมเจ็บคนหนึ่ง เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด แค่เพียง 9 เกมเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลแรกกับราชันชุดขาว เกมแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในเสื้อสีขาวคือเกมที่เจอกับแอธเลติก บิลเบา ในเดือนกันยายน 2005 ซึ่งปรากฏว่าเกมนั้นเจ้าตัวส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูก และยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกด้วย

วูดเกตถูกปล่อยยืมตัวให้มิดเดิลสโบรช์ในปี 2006 ก่อนจะถูกขายขาดด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ในปีถัดมา นอกจากนี้ วูดเกตได้รับการโหวตจากผู้อ่านมาร์ก้า สื่อเจ้าดังของสเปนในปี 2007 ให้เป็นการซื้อตัวนักฟุตบอลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบศตวรรษอีกด้วย

กาก้า (ย้ายจากเอซี มิลาน ปี 2009, ค่าตัว 67 ล้านยูโร)

Kaka

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินจำนวน 67 ล้านยูโร ให้กับเอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลาดังกล่าว เพื่อดึงตัวกาก้าให้มาอยู่ที่เบร์นาบิว ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีคของตัวเอง และยังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก, รางวัลนักเตะแห่งปี รวมถึงบัลลงดอร์มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เทพบุตรลูกหนังรายนี้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และเขาก็มีโอกาสลงสนามน้อยมาก จนไม่สามารถช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นอกจากนี้กาก้ายังเคยบาดเจ็บยาวถึง 8 เดือน ในปี 2010 ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวไม่เคยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย และการมาของเมซุต โอซิล ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

กาก้านั่นเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นเหมือนต้นแบบให้กับหลายๆ คนที่เอซี มิลาน แต่กับเรอัล มาดริด เขาเป็นเพียงนักเตะชื่อดังอีกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของทีม และต้องเผชิญกับความยากลำบากในการโน้มน้าวให้โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโลส บลังโกส ในเวลานั้น เชื่อว่าตัวเองฟิตสมบูรณ์พอจะลงสนามได้ ที่สุดแล้วดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ต้องย้ายกลับไปเอซี มิลาน ในปี 2013 ทำไป 29 ประตู จากการลงเล่นไป 120 เกม และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับ โคปา เดล เรย์ อย่างละสมัย อย่างไรก็ตาม กองกลางตัวรุกรายนี้ไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่แฟนบอลของเรอัล มาดริด คาดหวังไว้ได้เลย

อักเน่ ซิมอนส์สัน (ย้ายจากออกริเต้ ปี 1960)

Agne Simonsson

ตำนานกองหน้าของทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลกปี 1958 รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ถูกดิ สเตฟาโน่ บดบังรัศมี ซิมอนส์สันย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1960 โดยเจ้าตัวรับบทศูนย์หน้า ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีอายุมากขึ้น (34 ปีในตอนนั้น) ถูกขยับไปเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ดิ สเตฟาโน่ก็ยังมองตัวเองเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดด้วย และเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจแผนการเล่นเลย เขาชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า และมันก็ไปทับกับตำแหน่งของซิมอนส์สัน ที่สุดแล้วดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ได้โอกาสลงเล่นให้เรอัล มาดริด เพียง 3 เกม ก่อนจะถูกปล่อยให้เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งาน และในปี 1963 ซิมอนสส์สันก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมแรกในอาชีพนักฟุตบอลอย่างออกริเต้

วอลเตอร์ ซามูเอล (ย้ายจากโรม่า ปี 2004, ค่าตัว 25 ล้านยูโร)

Walter Samuel

ตลอดอาชีพการค้าแข้งในอาร์เจนติน่าและอิตาลี ซามูเอลถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะ วอลล์ (The Wall)’ จากสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งผ่านเขาได้ยากมาก เหมือนกับถูกกำแพงขวางอยู่

แต่ในฤดูกาล 2004/05 ที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ที่สเปน ซามูเอลทำผลงานได้ไม่ดีเสียเลย และพลพรรคโลส บลังโกส ก็จบเพียงอันดับสองในลา ลีก้า ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาพลาดท่าตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว ซามูเอลก็ย้ายกลับมาเล่นที่อิตาลีทันที โดยเขาลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และปราการหลังเลือดฟ้าขาวรายนี้ก็เรียกฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง เจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกับมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสุดแกร่งอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริค วิเอร่า และติอาโก้ ม็อตต้า รวมไปถึงการขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คชั้นยอดอย่างฮาเวียร์ ซาเน็ตติ และคริสเตียน คิวู แม้ตอนเล่นกับเรอัล มาดริด ‘เดอะ วอลล์’ จะได้เล่นร่วมกับมิเชล ซัลกาโด้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่พวกเขาก็เติมเกิมสูงราวกับเล่นเป็นปีก ขณะที่มิดฟิลด์ที่คอยเก็บกวาดแนวรุกคู่แข่งอยู่หน้าเขาก็คือโธมัส กราเวอเซ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซามูเอลถึงฟอร์มตกระหว่างการรับใช้ราชันชุดขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

เชื้อสายอาเซียนก็ดังได้ 5 นักเตะชื่อดังที่คุณไม่รู้

ในโลกของฟุตบอล ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีนักฟุตบอลผลัดถิ่นบางคนที่ได้ออกไปสร้างชื่อเสียงเป็นนักเตะระดับสูงให้กับสโมสรและทีมชาติในยุโรป นักเตะเหล่านี้มีเชื้อสายอาเซียนไหลเวียนอยู่ในตัวแต่ในขณะนี้ พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในระดับสูงให้กับประเทศที่พวกเขาไปอาศัยและได้สัญชาติ

1. รัดย่า เนียงโกลัน (เบลเยียม, อินโดนีเซีย)

เนียงโกลัน เกิดจากมารดาชาวเบลเยียม และบิดาชาวอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นลูกครึ่งที่หาได้ยากแต่นั่นก็ไม่ได้หยุดให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลก

เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในระดับชุดใหญ่กับทีม เปียเซนซา ในเซเรียบี ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม กายารี่ และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมหมาป่ากรุงโรมเห็นแววในตัวเขาและดึงตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นนักเตะระดับสูงมาตั้งแต่นั้น

เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักฟุตบอลที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก, สูบบุหรี่จัด และ มักจะปาร์ตี้ตลอดทั้งคืน จึงทำให้เขามีปัญหากับทีมชาติและเผยว่าไม่มีความสุขในถิ่นกรุงโรม และก็เป็นทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่ดึงตัวกองกลาง พันธ์ดุสายติสท์คนนี้ไปคุมแดนกลางเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เนียงโกลันพึ่งจะสร้างชื่อขึ้นมา เขาตกเป็นเป้าหมายของฟุตบอลทีมชาติอินโดนีเซียแต่เขาก้ตัดสินใจที่จะเลือกเล่นให้กับเบลเยี่ยมแทน

3. โยฮัน กาบาย (ฝรั่งเศส, เวียดนาม)

นักเตะดีกรีแชมปืลีกเอิง 3 สมัยและเคยเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางชาวฝรั่งเศสที่ฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่หลายๆคนก็ต้องประหลาดที่ได้รู้ว่าเขามีสายเลือดเวียดนามที่สืบทอดมาจากยายของเขา

กาบายเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมลีลล์ และในปี 2011 เขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมโดยการคว้าแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วยให้กับทีมได้ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล และมีฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกที่ดีมากๆจนได้ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปเล่นฟุตบอลยูโร 2012

ในปี 2014 กาบายย้ายกลับไปฝรั่งเศสเพื่อร่วมทีมเปแอชเช แต่ก็กลับมาที่อังกฤษอีกครั้งกับทีมคริสตัล พาเลซในปีต่อมา หลังค้าแข้งอยู่ 3 ปีกับทีมนกอินทรีย์ เขาก็ย้ายไปร่วมทีม อัลนาส ในลีก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

4. อัลฟงส์ อาเรโอล่า (ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์)

ในตอนที่ฝรั่งเศสได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อัลฟงส์ อาเรโอล่า ได้สร้างสถิติไว้โดยการเป็นนักเตะคนแรกใน 36 ปีที่ได้ฟุตบอลโลกโดยที่ยังไม่ได้โอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติเลยซักเกม

อาเรโอล่า เป็นผู้รักษาประตูที่ดีคนหนึ่งโดยเขาโดดเด่นเรื่องการเซฟและการออกบอลอย่างแม่นยำ แต่มีเรื่องที่คนส่วนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา นั่นก็คือทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นชาวฟิลิปปินส์และเขาสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์ได้

ในปี 2011 เขาถูกเชิญจากทีมชาติฟิลิปปินส์โดยผู้จัดการทีมอย่าง แดน พาลามี่ แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมตราไก่

5. ไนเจล เดอ ยอง (เนเธอร์แลนด์, ซูรินาม, อินโดนีเซีย)

เดอ ยอง มีบิดาเป็นชาวซูรินาม และ มีมารดาเป็นลูกครึ่งชาว ดัตช์-อินโดนีเซีย เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมเมืองเกิดอย่าง อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์เช่นเดียวกัน

เขาผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่ๆในยุโรปมาแล้วทั้ง อาหยักซ์, แมนฯซิตี้, เอซีมิลาน และ กาลาตาซาราย และได้แชมป์มาแล้วทั้ง เอเรดีวีซี, พรีมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ

เดอยองเป็นส่วนสำคัญในทีมอัศวินสีส้มที่จบด้วยการเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และ จบอันดับสามในปี 2014 ปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ อัล-อาลี ในลีกกาตาร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

วันเดอร์คิดจากเกม FM 2012 ใครเจ๋งจริงใครหลอกเจ้า

ฟุตบอล เมเนเจอร์ หรือเอฟเอม เป็นเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และคอบอลหลายๆ คนก็ไม่พลาดที่จะมีเกมนี้ไว้ในครอบครอง จากการที่เกมมีฐานข้อมูลที่สมจริงมากที่สุด และมีรายละเอียดหลายๆ อย่าง ที่เกมฟุตบอลอย่าง PES หรือฟีฟ่าไม่มี

หนึ่งในสิ่งที่บรรดาคอเกมเอฟเอมชอบมากที่สุดคือการปั้นดาวรุ่งขึ้นมา และเกมนี้ก็มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นดาวรุ่งที่สมจริงมาก นักเตะหลายๆ คน ที่มีค่าพลังฝีเท้าในเกมสูงตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ก็มักจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อย่างเช่น เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชส แต่บางคน พวกเขาก็เก่งได้แค่ในเกม ส่วนชีวิตนักฟุตบอลจริงๆ ของพวกเขานั้น ต้องเรียกได้ว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย เช่น เฟรดดี้ อาดู, แจ็ค รอดเวลล์

ในวันนี้ ทางโฟร์โฟร์ทู จะขอพาทุกท่านไปตามหา 11 นักเตะที่เป็นวันเดอร์คิดในเกม FM 2012 ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ในปัจจุบัน

ผู้รักษาประตู : หลุยส์ กิลเญร์เม่

สโมสรในขณะนั้น : โบตาโฟโก

ในเกม FM 2012 หลุยส์ กิลเญร์เม่ มีค่าตัวแค่เพียง 5 แสนปอนด์เท่านั้น และเขาก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้นมาอยู่นระดับเดียวกับดาบิด เด เกอา และธิโบต์ กูร์ตัวส์ เลยทีเดียว

แต่ชีวิตจริงไม่สวยหรูขนาดนั้น กิลเญร์เม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติแค่เพียงชุด U-17 เท่านั้น และปัจจุบันในวัย 26 ปี เขาก็เป็นเพียงผู้รักษาประตูของทีมอเมริกา สโมสรฟุตบอลในลีกรองรัฐริโอ เด จาเนโร่ ของบราซิลเท่านั้น

แบ็คซ้าย : แจ็ค โรบินสัน

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

โรบินสันมีดีกรีเป็นถึงผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่ แต่เขาก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกเลย ท้ายที่สุด เจ้าตัวจึงเลือกย้ายไปเล่นให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในเกม FM 2012 นั้น โรบินสันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกได้เลย และเขาก็มีค่าพลังด้านศักยภาพ (PA) อยู่ในระดับเดียวกับลีโอเนล เมสซี่ เลยทีเดียว

แต่ในชีวิตจริง แทนที่เขาจะได้ลงดวลกับพวกปีกระดับท็อปคลาสในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับกลายเป็นการดวลกับตัวรุกในระดับลีกรองของอังกฤษเท่านั้น

เซนเตอร์แบ็ค : คีเรียกอส ปาปาดูโปลอส

สโมสรในขณะนั้น : ชาลเก้ 04

หากเป็นโลกในเกม ปาปาดุโปลอสอาจจะมีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ และถูกสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด หรือเรอัล มาดริด ไล่แย่งลายเซ็นอยู่ แต่ตอนนี้ กองหลังชาวกรีกก็เป็นแค่เพียงเซนเตอร์แบ็คทั่วๆ ไป ที่ลงเล่นอยู่ในบุนเดสลีก้า 2 กับฮัมบูร์ก

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ แต่มันก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี หากเราเทียบกับค่าพลังในเกมของเขา ที่ควรจะก้าวมาเป็นกองหลังระดับโลกในปัจจุบัน

เซนเตอร์แบ็ค : เคิร์ท ซูม่า

สโมสรในขณะนั้น : แซงต์-เอเตียน

ในปัจจุบัน นี่คือฤดูกาลที่ 4 บนเวทีพรีเมียร์ลีกของซูม่าแล้ว กองหลังผิวสีรายนี้เริ่มต้นลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษกับเชลซี และเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามพอสมควรในฤดูกาลแรก ซึ่งทีมสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ ก่อนที่ปีต่อมา ปราการหลังเลือดน้ำหอมจะบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซึ่งมันทำให้พัฒนาการของเจ้าตัวหยุดชะงักลง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ยด้วย และนั่นก็ทำให้เขาต้องออกมาหาโอกาสลงเล่น ด้วยการย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญาเช่าในปัจจุบัน

ซูม่าถือเป็นกองหลังดาวรุ่งที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และมีเทคนิคที่ดีมากในเกม FM 2012 และด้วยอายุเพียง 23 ปี และถ้าเจ้าตัวทำผลงานกับท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้ดีในฤดูกาลนี้ ก็อาจจะทำให้เขากลับสู่เส้นทางการเป็นยอดกองหลังแบบที่ควรจะเป็นก็ได้

แบ็คขวา : ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

ในตอนเริ่มเกม เวอร์ซัลจ์โกมีค่าตัวแค่เพียง 1 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่เขาก็ถือเป็นดาวรุ่งที่น่านำมาปั้นมากที่สุดในเกมคนหนึ่ง

และในปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่าเวอร์ซัลจ์โกนั้นเป็นของจริง เขาเป็นแบ็คขวาของทีมชาติโครเอเชียชุดคว้ารองแชมป์โลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนในปัจจุบันเจ้าตัวกำลังลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งแบ็คขวาวัย 26 ปี ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาไม่ได้เก่งแค่ในเกม

สโมสรในขณะนั้น : ลีลล์

อาซาร์ถือเป็นหนึ่งในวันเดอร์คิดของเกม FM 2012 ที่สามารถทำผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้จริงๆ

ฟอร์มการเล่นที่อาซาร์แสดงให้เห็นกับเชลซีและทีมชาติเบลเยี่ยม ทำให้เราบอกได้เลยว่าเขาเป็น 1 ใน 5 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และปีกพ่อมดชาวเบลเจี้ยนรายนี้ก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ ไม่น่าว่าอนาคต เขาอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกเช่นเดียวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นได้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : มัตเตโอ โควาซิช

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

โควาซิชเป็นผลผลิตจากทีมเยาวชนของซาเกร็บ และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก อีกหนึ่งวันเดอร์คิดของภาคนี้มาก่อน ส่วนปัจจุบัน เจ้าตัวก็ลงเล่นร่วมกับวันเดอร์คิดอีกคนของภาคนี้อย่าง เอเดน อาซาร์ ที่เชลซี

โควาซิชก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางฝีเท้าดีของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน โควาซิชมีเส้นทางการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ 1 สมัย และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 3 สมัย ทั้งที่มีอายุเพียง 24 ปี เท่านั้น และเจ้าตัวก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จอีกมากพอสมควร รวมถึงยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แบบที่ลูก้า โมดริช รุ่นพี่ร่วมชาติทำไว้ในตอนนี้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : อันเดรีย เบร์โตลัชชี่

สโมสรในขณะนั้น : เลชเช่ (ยืมตัวมาจากโรม่า)

ในเกม FM 2012 เบร์โตลัชชี่มีคุณสมบัติดีพร้อมครบทุกด้าน และเขาก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางระดับเวิลด์คลาส

และในปี 2015 กองกลางรายนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่ในลีกอย่างเอซี มิลาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่น่าประทับใจให้กับทัพปีศาจแดงดำเลย จนในปัจจุบัน เบร์โตลัชชี่ก็ถูกรอสโซเนรี่ปล่อยตัวไปอยู่กับเจนัวด้วยสัญญายืมตัว และแววความเป็นยอดมิดฟิลด์แบบในเกมก็ไม่หลงเหลืออยู่เลยในตัวดาวเตะวัย 27 ปี

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

ในตัวเกม สเตอร์ลิ่งก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ เขามีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วอันเหลือเชื่อ สามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องราวในชีวิตจริงเลย

สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ให้กับแมนฯ ซิตี้ ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้เจ้าตัวจะยังมีจุดอ่อนในเรื่องของจังหวะชี้เป็นชี้ตายอยู่บ้าง แต่ 18 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าปีกวัย 23 ปี ยอดเยี่ยมแค่ไหน

กองหน้า : เอ็มเบย์ เนียง

สโมสรในขณะนั้น : ก็อง

นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดใน FM 2012 เพราะเจ้าตัวแทบจะการันตี 20 ประตูต่อฤดูกาลให้กับทีมได้เลย

แต่ในชีวิตจริง ผลงานของเนียงดูจะตรงข้ามกับผลงานในเกมอย่างสิ้นเชิง กองหน้าทีมชาติเซเนกัลเพิ่งจะทำประตูในลีกไปได้เพียง 14 ลูก จากเกมลีก 80 เกมหลังสุด ที่ลงเล่นให้กับแรนส์, โตริโน่, วัตฟอร์ด, เจนัว และเอซี มิลาน

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกของเนียง ก็ยังพอทำให้เราเห็นว่า เขายังมีแววที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นศูนย์หน้าชั้นดีในอนาคตได้ แม้มันจะยากก็ตามที

กองหน้า : คาร์ลอส เฟียร์โร่

สโมสรในขณะนั้น : กัวดาลาฮาร่า

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่คอเกม FM 2012 เกือบทุกคนต้องเซ็นสัญญาทันทีที่เริ่มเกม เขาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในเกม เฟียร์โร่รวดเร็ว ไปกับบอลได้ดี มีสัมผัสบอลแรกที่ยอดเยี่ยม หาตำแหน่งได้ดี และจบสกอร์ได้เฉียบขาด

แต่ในความเป็นจริง ดาวยิงรายนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองเป็นในเกมเลย ปัจจุบันเขาเป็นเพียงดาวเตะตัวยืมของโมเรเลีย สโมสรในเม็กซิโก บ้านเกิดของเฟียร์โร่ และเจ้าตัวก็ไม่เคยออกไปเล่นฟุตบอลนอกบ้านเกิดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

นายด่านซ้าย-ขวา คู่หูดูโอ้ผู้คุมเส้นที่ดีที่สุดในยูฟ่า 2018-2019

ผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งในการเล่นเกมรับและเกมรุก นอกจากนี้พวกเขายังช่วยในการปรับแผนการเล่นให้ยืดหยุ่นได้อีกด้วย หากวันใดที่ผู้เล่นตำแหน่งแบ็คเล่นได้ดี ทีมของคุณก็จะมีผลงานที่ดีทั้งในเกมรุกและเกมรับ เพราะฉะนั้นการมีฟูลแบ็คทั้งสองข้างที่ดีก็จะช่วยให้ทีมเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น

และนี่ก็คือ 10 คู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ในสายตาของเรา มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง

อันดับ 1 : ดานี่ คาร์บาฮาล กับ มาร์เซโล่ (เรอัล มาดริด)

ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2014 เรอัล มาดริด ดูเป็นรองแอตฯ มาดริดอยู่พอสมควร จนกระทั่งมาร์เซโล่ ซึ่งวันนั้นมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง ถูกเปลี่ยนลงมาแทนฟาบิโอ โคเอนเตรา ในนาทีที่ 59 ก็ทำให้ราชันชุดขาวกลายเป็นฝ่ายครองเกมอย่างสมบูรณ์ ด้วยการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายจากแบ็คหัวฟูรายนี้ ร่วมกับการขึ้นเกมจากคาร์บาฮาลทางฝั่งขวา

มาร์เซโล่กับคาร์บาฮาลถือเป็นนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้เรอัล มาดริด ครองแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน ภายใต้การคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน มาร์เซโล่ช่วยให้มาดริดเล่นเกมรุกดี้ประสิทธิภาพมากขึ้น การประสานงานของเขากับโรนัลโด้ ทำให้เกมรุกทางฝั่งซ้ายของโลส บลังโกสน่ากลัวมาก ขณะที่คาร์บาฮาลก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมมีเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ยังเติมเกมได้ดี เขาเป็นเหมือนกับแกรี่ เนวิลล์ มีความสมดุลทั้งในเกมรุกและเกมรับ จากฟอร์มการเล่นและผลงานที่ผ่านมาก็ทำให้เราสรุปได้ว่ามาร์เซโล่กับคาร์บาฮาลคือคู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และน่าจะเป็นคู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลกด้วย

 

อันดับ 2 : ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ (แมนฯ ซิตี้)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่มีแผนการเล่นหลายรูปแบบมาก บางครั้งพวกเขามาได้ระบบกองหลัง 4 ตัว แต่บางครั้งก็ปรับมาเป็นหลัง 3 ตัว แต่ 2 นักเตะที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนได้หลายแบบคือฟูลแบ็คอย่างไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ทั้งสองคนมีร่างกายที่แข็งแรง และยังมีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าสองคนทำได้ดีทั้งรุกและรับ ซึ่งช่วยสร้างสมดุลให้กับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เป็นอย่างดี ในบางครั้ง กุนซือชาวสแปนิชสามารถบอกให้วอล์คเกอร์ไม่ต้องเติมเกมสูงมาก และยืนเป็นเซนเตอร์แบ็คเพิ่มอีกคนได้ ขณะที่เมนดี้ก็มีหน้าที่หลักในการวิ่งขึ้นลงทางกราบซ้าย เพื่อช่วยจ่ายบอล และครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ราวกับเป็นปีกซ้ายอีกคน

 

อันดับ 3 : โจชัว คิมมิช กับ ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)

ฟูลแบ็คสองคนนี้ทำผลงานได้ดีมาตลอด ซึ่งช่วยให้ทัพเสือใต้เป็นเต้ยในบุนเดสลีก้าแต่เพียงผู้เดียว และผลงานของทั้งสองคนก็ทำให้หลายๆ ทีมในแชมเปี้ยนส์ ลีก หวาดผวาได้เหมือนกัน ทั้งสองคนเล่นได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ และยังมีทีเด็ดที่ต่างกันไป โดยอลาบามีทีเด็ดที่การเปิดบอลที่แม่นยำ และลูกยิงจากแถวสอง ส่วนคิมมิชมีทีเด็ดที่การพาบอลไปสุดเส้นหลังก่อนจะจ่ายตัดหลังเข้ามาให้เพื่อนเข้าชาร์จ ที่สำคัญคือทั้งสองคนสามารถหุบเข้ามาเล่นเป็นกองกลางได้อีกคนหากทีมต้อการกองกลางที่แน่นขึ้น

 

อันดับ 4 : เนลสัน เซเมโด้ กับ จอร์ดี้ อัลบา (บาร์เซโลน่า)

สำหรับอัลบา เขาถือเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นตำแหน่งแบ็คที่ดีทีสุดในโลก แบ็คซ้ายทีมชาติสเปนทำแอสซิสต์ได้เกือบ 10 ลูกต่อฤดูกาล มักจะเติมมาทำประตูได้บ่อยๆ และเจ้าตัวก็เข้าขากับลีโอเนล เมสซี่ เป็นอย่างมาก แต่ปัญหาก็คือฟูลแบ็คอีกฝั่งของทีมอย่างเนลสัน เซเมโด้ แบ็คโปรตุกีสรายนี้อาจจะมีการเล่นเกมรับที่ใช้ได้ แต่การเปิดบอลในเกมรุกยังทำได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ยังมีตัวเลือกอย่างเซร์จี้ โรแบร์โต้ ที่ลงเล่นเป็นแบ็คขวาให้กับทีมได้อีกด้วย ทำให้ทัพอาซูลกราน่ามีขุมกำลังในตำแหน่งฟูลแบ็คที่ถือว่าน่ากลัวทีเดียว

 

นี่คือคู่หูฟูลแบ็คที่ไม่น่าเชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ เพราะคนหนึ่งเป็นนักเตะดาวรุ่งที่เล่นในตำแหน่งกองกลางมาก่อน ส่วนอีกคนก็เคยเล่นให้ทีมที่ตกชั้นจากลีกสูงสุดอย่างฮัลล์ แต่เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ทำให้สองคนกลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองมากๆ ในปัจจุบัน การขึ้นลงได้ไม่มีหมดของโรเบิร์ตสัน บวกกับความเร็วและทีเด็ดในลูกฟรีคิกของอเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ดูจะเป็นสิ่งที่เข้ากับระบบการเพรสซิ่งสูงของทีม และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่เป็นฟูลแบ็คที่น่าจับตามองในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

 

อันดับ 6 : เจา คันเซโล่ กับ อเล็กซ์ ซานโดร (ยูเวนตุส)

เราอาจต้องให้เวลา เจา คันเซโล่ ในการปรับตัวสักหน่อย อดีตดาวเตะบาเลนเซียอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีนักในตอนนี้ แต่เขาก็มีแววที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นแบ็คขวาจอมบุกชั้นดี ขณะที่แบ็คซ้าย ทัพม้าลายก็มีอเล็กซ์ ซานโดร แบ็คจอมบุกชาวบราซิเลี่ยนเป็นตัวยืน ทั้งสองคนน่าจะช่วยให้ยูเวนตุสมีความสมดุลในการเล่นเกมทางริมเส้น เพราะไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ ทั้งสองคนก็ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 7 : คีแรน ทริปเปียร์ กับ เบน เดวีส์ (สเปอร์ส)

ปอเช็ตติโน่เคยปลุกปั้นให้แดนนี่ โรส และไคล์ วอล์คเกอร์ กลายเป็นคู่หูฟูลแบ็คในระดับท็อป 5 ของโลกมาแล้ว แต่การที่วอล์คเกอร์ย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ ส่วนโรสฟอร์มตก ก็ทำให้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ต้องดันให้ทริปเปียร์และเดวีส์ขึ้นมาเล่นเป็นฟูลแบ็คตัวจริงแทน และทั้งคู่ก็ทำได้ดีมากๆ แบ็คขวาอย่างทริปเปียร์มีจุดเด่นอยู่ที่การครอสบอล และการเล่นลูกตั้งแต่ที่แม่นยำ ส่วนเดวีส์ก็มีจุดเด่นอยู่ที่ความฉลาด และเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ

 

อันดับ 8 : เอลซิด ไฮซาย กับ มาริโอ รุย (นาโปลี)

ไฮซายนั้นถือเป็นแบ็คขวาที่น่าจับตามองมาตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง แต่ก็ไม่มีทีมใดยื่นข้อเสนอเข้าไปเลย เพราะนาโปลีบอกเสมอว่าดาวเตะทีมชาติอัลเบเนียรายนี้ไม่ได้มีไว้ขาย แม้เขาจะมีฟอร์มการเล่นที่ดรอปลงไปเล็กน้อย แต่การที่นาโปลีมีไฮซาจยืนอยู่ทางขวา ส่วนด้านซ้ายก็มีฟูลแบ็คฟอร์มแรงที่ขึ้นมาแทนที่ฟาอูซี่ กูลาม ซึ่งบาดเจ็บไปนาน อย่างมาริโอ รุย และนี่ก็ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่มีคู่ฟูลแบ็คที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในอิตาลี

 

อันดับ 9 : อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ กับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (โรม่า)

แบ็คขวาของโรม่าอย่างฟลอเรนซี่เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลด้วยตำแหน่งปีก แต่ปัจจุบันเจ้าตัวก็กลายมาเป็นวิงแบ็คจอมขยันที่วิ่งขึ้นลงได้ไม่มีหมด และยังมีเด็ดในเกมรุกให้ได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ส่วนตัวยืนทางฝั่งซ้ายอย่างโคลารอฟก็ถือเป็นฟูลแบ็คที่ไว้ใจได้ แถมยังมีทีเด็ดจากการยิงฟรีคิกอันหนักหน่วง แบ็คซ้ายทีมชาติเซอร์เบียรายนี้กลับสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้ง นับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่ในเมืองหลวงของอิตาลี หลังจากมีช่วงเวลาที่ไม่ดีนักกับแมนฯ ซิตี้

 

อันดับ 10 : ราฟาเอล ดา ซิลวา กับ เฟร์ลันด์ เมนดี้ (ลียง)

ราฟาเอลคงเป็นชื่อที่คุ้นหูแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี เขาย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด มาอยู่กับลียงในปี 2015 และทำผลงานได้ดีทีเดียว สไตล์การเล่นของเขาก็ดูจะเหมาะสมกับทีมดังจากฝรั่งเศส ขณะที่เฟร์ลันด์ เมนดี้ ก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวในตำแหน่งแบ็คซ้าย และถ้ายังทำผลงานได้ดีต่อไปเรื่อยๆ เจ้าตัวก็มีโอกาสที่จะตามรอยอดีตแบ็คซ้ายรุ่นพี่อย่างเอริค อบิดัล และซามูเอล อุมติตี้ ไปเล่นกับบาร์เซโลน่าก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

 

จัดจ้านในย่านนี้!! 10 กองหน้าที่ดีสุดในเกาะอังกฤษ (พรีเมียร์ลีก)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรที่แฟนบอลของพรีเมียร์ลีกจะรักมากไปกว่ากองหน้าตัวเป้าสไตล์คลาสสิคดีๆซักคนหนึ่ง

กองหน้าที่จะคอยกดขี่ข่มเหงใส่แนวรับโดยการเอาชนะลูกกลางอากาศและพร้อมที่จะเผชิญหน้าถ้าหากต้องแข่งขันกันเพื่อเล่นลูกบอล

โชคดีสำหรับพวกเรา ตั้งแต่ที่มีการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 พวกเราก็ได้เห็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีมากมายทั้ง ดันแคน เฟอร์กูสัน, เควิน เดวิส และ อลัน เชียร์เรอร์ ทุกคนล้วนแต่เป็นฝันร้ายของอีกฝั่งด้วย ความแข็งแรงทางกายภาพ, ความกล้าในการเทคตัวประทะกลางอากาศ และ บางครั้งพวกเขาก็ใช้อาวุธลับอย่างการชักศอก

และเมื่อฟุตบอลสมัยใหม่ได้เข้ามาที่ต้องเน้นการ่ายบอลเป็นสามเหลี่ยมและต้องเล่นให้เนี้ยบไว้ก่อน แต่กองหน้าตัวเป้าก็ยังคงเป็นที่แพร่หลายอยู่ทุกวันนี้ในพรีเมียร์ลีก ถึงแม้หน้าที่และสกิลของพวกเขาจะเปลี่ยนไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อไม่นานมานี้ เอด็อง อาซาร์ ได้ออกมาพูดถึง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ว่าเป็นที่สุดในตำแหน่งของเรา “เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าที่บางทีอาจจะดีที่สุดในโลก ในตอนที่เขาได้บอลเขาสามารถเก็บบอลไว้ได้ดีมาก มันเป็นอะไรที่ดีมากที่ได้เล่นเคียงข้างเขา”
ดังนั้นเมื่ออาซาร์กดเลิฟให้กับชิรูด์ FFT จึงขอจัดอันดับกองหน้าตัวเป้าในพรีเมียร์ลีก โดยมีเกณฑ์ก็คือ ความสามารถของพวกเขาที่ส่งผลต่อเพื่อนร่วมทีมทั้งตอนที่ได้บอลสร้างสรรค์เกมและตอนที่ไม่ได้ครอบครองบอล เพื่อพิสูจน์ว่าอาซาร์คิดถูกหรือไม่

เมื่ออ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนท์บอกพวกเราว่าคุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย!

1.โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ (ลิเวอร์พูล)

slot899

ถึงแม้เขาจะไม่ใช่นักเตะประเภทที่เป็นตัวเป้าร่างกายสูงใหญ่พร้อมชนลูกกลางอากาศ แต่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ก็ได้อยู่ในลำดับหนึ่งของลิสท์นี้จากความสำคัญของตัวเขาที่มีต่อลิเวอร์พูลและความจริงที่ว่าเขาสามารถทำได้ทุกอย่างให้กับทีม

เขาทดแทนการขาดส่วนสูงไปด้วยความขยันที่กัดแล้วไม่ยอมปล่อยต่อแนวรับอีกฝั่ง และเขาก็มีความสามารถในการสร้างสรรค์พื้นที่เมื่อได้สัมผัสบอล

เขาสามารถทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เด่นขึ้นมาได้ในแผนของ เยอร์เกน คล็อปป์ อีกทั้งในฤดูกาลที่แล้วเขาพิสูจณ์แล้วว่าสามารถทำประตูได้เองด้วยโดยทำไป 27 ประตูในทุกรายการ

และถ้าหากยังกังขา ฟีร์มิโน่เป็นนักเตะที่ขึ้นแย่งประทะลูกกลางอากาศมากที่สุด (199 ครั้ง) ในบรรดานักเตะลิเวอร์พูลทุกคนนับตั้งแต่ฤดุกาลที่แล้ว

สถิติที่น่าสนใจ : นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2017/18 มีแค่ จอร์แดน อายิว (83 ครั้ง) ที่เป็นกองหน้าที่เข้าสกัดบอลมากกว่า ฟีร์มิโน่ (75 ครั้ง)

2. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (เชลซี)

สล็อตคาสิโน

ชิรูด์เสียฟาวล์ไป 14 ครั้งและชนะการประทะลูกกลางอากาศ 23 ครั้งให้กับฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา การประทะกับฝั่งตรงข้ามให้เปิดโอกาสให้นักเตะอย่าง เอ็มบาปเป้ และ กรีซมันน์ มีอิสระในการทำสกอร์ให้กับทีม โดยที่เขาไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยตลอดทั้งการแข่งขัน

นี่เป็นชิรูด์ในร่างอัพเกรด ในขณะที่เขาก็มีสถิติการจบสกอร์ที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถประมาทในสิ่งที่เขาทำให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ เขาแอสซิสต์ไปแล้วสองลูกให้ เอด็อง อาซาร์ และเป็นนักเตะที่สร้างสรรค์โอกาสได้มากที่สุดของเชลซี 4 ครั้งในเกมที่ชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1

ใหญ่, แข็ง, ลูกกลางอากศเยี่ยม, ไม่เห็นแก่ตัวในการเล่น และ สกิลการเล่นบอลจังหวะแรกที่อยู่ในระดับเทพ ชิรูด์ถือว่าเป็นนักเตะกองหน้าตัวเป้าสไตล์คลาสสิกที่ครบเครื่องคนหนึ่งเลย

3. มาร์โก อาร์เนาโตวิช (เวสต์แฮม)

goldanslot

บางทีอาจเป็นเพาะความกลัวในขนาดและอารมณ์ของหัวหอกชาวออสเตรีย จึงไม่เคยมีใครตั้งคำถามกับความแข็งแกร่งทางกายภาพ มาร์โก อาร์เนาโตวิช

ในตอนที่ เดวิด มอยส์ ได้เข้ามาคุมทีมสั้นๆในถิ่นลอนดอนสเตเดี้ยมฤดูกาลก่อน อาร์เนาโตวิชที่ปกติจะเล่นในตำแหน่งริมเส้นและตัดเข้ากลางมาเพื่อทำประตู แต่มอยส์ก็มองเห็นถึงการปลดปล่อยความอันตรายทางกายภาพของเขาจึงได้โยกเขามาเล่นในตำแหน่งกองหน้าและทำไป 14 ประตูจาก 36 เกมในพรีเมียรืลีก และหลังจากนั้นเขาก็ได้ประจำการในตำแหน่งนี้ถาวร

สถิติที่น่าสนใจ : มาร์โก อาร์เนาโตวิช มีส่วนร่วมกับการยิงประตูของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้ถึง 80%

4. อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ฟูแล่ม)

ปั่นสล็อต

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช นั้นเป็นสายคลาสสิค เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าสายกายภาพและทำฟาวไปแล้ว 7 ครั้งในฤดูกาลนี้ซึ่งเป็นแนวรุกลำดับ 3 ที่ฟาวล์มากที่สุดในฤดูกาลนี้

มิโตรวิชมักจะถูกยกย่องถึงการท้าชนกับแนวรับ แต่ในฤดูกาลนี้การเล่นของเขาก็ถูกยกไปอีกระดับหลังทำไปแล้ว 4 ประตูให้กับ 5 เกมแรกของฟูแล่ม

เขาเป็นนักเตะที่ขัดแย้งแต่ลงตัวในทีมของ ‘ย็อคก้า’ สลาวิซ่า โยคาโนวิค เนื่องจากทีมมีสไตล์การเล่นแบบจ่ายบอลเท้าต่อเท้าซึ่งมิโตรวิชก็ได้สร้างความบาลานซ์ให้กับทีมด้วยการเล่นที่ใช้ร่างกายของเขา อีกทั้งเขายังมีอายุเพียงแค่ 24 ซึ่งหัวหอกชาวเซิร์บจะยิ่งเก่งขึ้นไปได้อีกมากกว่านี้

สถิติหลัก : 4 ประตูจาก 5 เกมของมิโตรวิชในพรีเมียร์ลีกมาจากการโหม่งทุกลูก

5. เกล็นน์ เมอร์เรย์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน)

สล็อตจีคลับ

เกล็นน์ เมอร์เรย์ เปรียบเทียบได้กับไวน์ ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งหอมอร่อยมากขึ้นเท่านั้น

เขาอาจจะไม่มีมีการเล่นที่ดูแล้วสวยงามแต่แฟนๆของไบรท์ตันก็ไม่แคร์ หัวหอกวัย 34 ปีทำประตูไป 16 ลูกจาก 40 เกมในพรีเมียร์ลีกให้กับทีมนกนางนวล ถึงแม้ส่วนมากจะเป็นจุดโทษ แต่นั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปด้วยนักเตะที่มีฝีมือด้อยกว่าคู่แข่ง

ประตูของเขาในเกมที่เอาชนะแมนฯยูไนเต็ดและเป็นสามแต้มเดียวที่พวกเขาได้ในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นมาจากการเคลื่อนที่อันหลักแหลมของเขาบวกเข้ากับกายภาพที่แข็งแกร่งในระดับท็อปของกองหน้าตัวเป้าชั้นนำ

การที่ไบรท์ตันจะอยู่รอดต่อไปได้เหมือนกับฤดูกาลที่แล้วก็ต้องหวังให้เขาเก็บบอลได้และสร้างความกดดันให้กับแผงกองหลังอีกฝั่งได้บ่อยๆ

สถิติที่น่าสนใจ : เมอร์เรย์เสียฟาวมากที่สุด (20 ครั้ง) ในบรรดาแนวรุกของพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็เรียกฟาวได้เป็นลำดับ 3 (10 ครั้ง)

6. ทรอย ดีนีย์ (วัตฟอร์ด)

สล็อตออนไลน์

ทรอย ดีนีย์คือนักเตะที่ไว้วางใจได้ที่สุดในวัตฟอร์ดไม่ว่าแตนอาละวาดจะต้องการการเคลื่อนที่เพื่อลดการโดนเพรสหรือการเก็บบอลเพื่อให้นักเตะคนอื่นเล่นต่อได้ เขาคือคนที่สามารถทำได้ทั้งหมด

วัตฟอร์ดเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างยอดเยี่ยมโดยชนะถึง 4 จาก 5 เกม และดีนีย์ก็เป็นเสาหลักในทีมของ ฆาบี การ์เซีย ที่ให้ โรแบร์โต เปเรย์รา และ วิลล์ ฮิวจ์ ได้มีพื้นที่ในการสร้างโอกาสเข้าทำ รวมทั้งการคืนเป็นกองหน้าคู่กับ อันเดร เกรย์

ดีนีย์ทำไปแล้ว 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ให้กับวัตฟอร์ดในฤดูกาลนี้

สถิติที่น่าสนใจ : ดีนีย์ได้ท้าชนลูกกลางอากาศไปแล้ว 388 ครั้งในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เกมแรกในฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นอันดับ 3 ในขณะนี้

7. โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

เช่นเดียวกับเคน พรสวรรค์ของลูกากูคือการเป็นกองหน้าครบเครื่องนั่นทำให้เขาสมควรที่จะเข้ามาอยู่ในลิสท์นี้

ลูกากูเป็นกองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำและยังมีความเร็วอีกด้วย พรสวรรค์ของเขาคือการเคลื่อนไหว เขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่กองหลังจะหยุดได้ อย่างในเกมที่เขาเล่นได้อย่างดีในเกมกับเบิร์นลีย์ ทีมตรงข้ามแทบจะวิตกเมื่อเขาหาวิ่งทะลวงหาช่อง แต่บางครั้งเขายังเอาแน่เอานอนไม่ได้ถ้าหากต้องเล่นแบบหันหลังให้กับประตู

หากให้เลือก เกือบทุกทีมในลีกจะต้องอยากได้ลูกากูมาอยู่ในทีม แต่บางครั้งเขาก็เหมือนถูกจับลงไปโดดเดี่ยวอยู่บนเกาะในแดนหน้าของยูไนเต็ดและจะต้องทำทุกกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลยในการดึงพรสวรรค์ของเขาออกมา

ถ้านี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าของพรีเมียร์ลีก เคนและลูกากูจะอยู่ในอันดับสูงกว่านี้ แต่นี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าตัวเป้าโดยเฉพาะ และในตำแหน่งนี้หมายถึงการเล่นที่มีประโยชน์เอื้อต่อเพื่อนร่วมทีมด้วย

สถิติที่น่าสนใจ : ลูกากูยิงไปแล้ว 4 ประตูซึ่งโอกาสที่ดีในการคว้ารองเท้าทองคำดาวซัลโวให้ได้ในปีนี้

8. แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ก่อนที่ทุกคนจะแย้งว่าหนึ่งในกองหน้าระดับท็อปของโลกถึงมาอยู่ในอันดับ 8 ได้ยังไง โปรดให้เราได้อธิบายถึงอันดับของเคนในลิสท์ของเราก่อน

ไม่มีใครข้องใจว่า แฮร์รี่ เคน คือกองหน้าที่มีการจบสกอร์ระดับท็อป แต่ในฤดูกาลนี้เขาถูกจับมาทำหน้าที่ตัวเป้ามากขึ้นเหมือนที่เขาเล่นในฟุตบอลโลกที่รัสเซียและค่อนข้างจะติดขัด

ในฤดูกาลนี้เคนยังเล่นไม่ออกในเกมใหญ่ ไม่เหมือนกับที่เขาเคยทำได้เป็นปกติ ส่วนคนที่ทำประตูและสร้างสรรค์เกมส่วนใหญ่แล้วจะตกไปเป็นหน้าที่ของ ลูคัส มูร่า และ คริสเตียน อีริกเซ่น

เคนทำประตูไปแล้ว 2 ลูกจาก 5 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถหลายอย่างที่เขามีออกมาบ้าง แต่แฟนสเปอส์ก็คงต้องหวังให้เขากลับมาเล่นในตำแหน่งธรรมชาติอีกครั้งในเร็วๆนี้

สถิติที่น่าสนใจ : เคนมีสถิติการสับไกยิงต่อ 90นาทีอยู่ที่ 2.4 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งตกจากฤดูกาลที่แล้วที่อยู่ที่ 5.4 ครั้ง

9. เซงค์ โทซุน (เอฟเวอร์ตัน)

หลังจากที่ย้ายมาในตลาดเดือนมกราคมด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์จากเบซิกตัสและเริ่มต้นค่อนข้างติดขัดกับความเร็วของเกมในพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็มีสถิติการจบสกอร์ที่ดีในฤดูกาลล่าสุดและจบฤดูกาลด้วย 5 ประตูจาก 10 เกมสุดท้ายของฤดูกาล

ดาวเตะทีมชาติตุรกียังติดขัดเรื่องการทำประตูในฤดูกาลนี้แต่เขาก็ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 2 ลูกในพรีเมียร์ลีก หน้าที่ของเขาภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา คือการดึงกองหลังขึ้นมาให้หลุดตำแหน่งและเปิดโอกาสให้นักเตะอย่าง ริชาร์ลิสัน และ ธีโอ วัลคอตต์ ทะลวงช่องโหว่ที่เกิดขึ้น นักเตะทั้งสองคนที่กล่าวมาทำประตูไปแล้ว 5 ลูกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งโทซุนก็เป็นนักเตะใช้ความสามารถด้านกายภาพเพื่อสร้างโอกาสขึ้นมาให้พวกเขา

สถิติที่น่าสนใจ : ไม่มีนักเตะเอฟเวอร์ตันคนไหนถูกทำฟาวล์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มากกว่าไป เซงค์ โทซุน (7 ครั้ง)

10. ราอูล ฆิเมเนซ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วานเดอร์เรอร์ส)

ราอูล ฆิเมเนซ พึ่งจะลงสนามในพรีเมียร์ลีกไป 5 เกม แต่เขาก็มีผลงานที่ดีกับชีวิตในลีกสูงสุดเช่นเดียวกับสโมสรของเขาที่พึ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมา

ฆิเมเนซได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งในการประทะลูกกลางอากาศให้กับวูล์ฟ เขากลายเป็นคนสำคัญที่จะต้องเก็บบอลให้ได้เพื่อทีมตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน ทั้งนี้เขายังทำประตูไปแล้ว 2 ลูกจาก 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

สถิติที่น่าสนใจ : ราอูล ฆิเมเนซ ชนะการประทะกลางอากาศไปแล้ว 15 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มากกว่ากองหน้าทุกคนของวูล์ฟและเป็นอันดับ 3 ในทีม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

มุมมองจากคล็อปป์ กับ 10 นักเตะที่คล็อปป์ดึงมาร่วมทีมจนกลายเป็นสตาร์(1)

1.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในทุกวันนี้หากมีการจัดอันดับกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกจะต้องมีชื่อของ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในลิสต์นั้นอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มชาวโปรเเลนด์เติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา เลวานดอฟสกี้ เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม เดลต้า วอร์ซอว์ ในปี 1997-2005 ก่อน เลเกีย วอซอว์ จะเห็นแววและดึงตัวเขามาเข้าทีมชุดอคาเดมี่

สล็อตคาสิโน

การได้อยู่กับทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดาวยิงชาวโปแลนด์ไม่เคยได้โอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เกมเดียว เขาใช้เวลาซ้อมและลงเล่นในทีมสำรองเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับ นิคซ์ พรัสซคอฟ ทีมที่อยู่ ดิวิชั่น 3 ของประเทศเลยทีเดียว

แม้จะเป็นทีมเล็กๆแต่ที่นั่นก็เป็นเหมือนสังเวียนแรกของเขา เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นให้กับ นิกซ์ ฤดูกาลแรกเขาก็จัดหนักเข้าให้ซะเเล้ว เจ้าตัวตะบันไปถึง 15 ประตูและช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 2006-07 และมันไม่ใช่แค่ปีเดียวที่เขาทำได้แบบนั้น ในฤดูกาลต่อมาสำหรับ ดิวิชั่น 2 แม้จะเป็นลีกที่มาตฐานสูงขึ้นแต่เขาก็ยกระดับตัวเองขึ้นเช่นกัน เลวานดอฟสกี้ ยิงอีก 21 ประตูในฤดูกาลนั้นและพาทีมเลื่อนชั้นอีกครั้งแบบปีต่อปี

และการยิงประตูถล่มทะลายแบบนี้มีหรือที่อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในประเทศจะอยู่เฉยได้ เลช พอซนัน จัดการยื่นข้อเสนอ 1.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2008 และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาตอบแทนค่าตัวได้คุ้มค่าแค่ไหน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ พอซนัน เลวานดอฟสกี้ ลงสนามไปทั้ง 82 เกมและยิงไปอีก 41 ประตู นั่นเท่าๆกับว่าเขามีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 1 ลูกในทุกๆ 2 เกม นอกจากนี้เขายังพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2009-10 พร้อมพ่วงรางวัลดาวซัลโวอีกด้วย

เมื่อการแข่งขันในประเทศไม่สามารถหยุดเขาได้ ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับสูงกว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมจ่ายเงินราว 4.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาล่าตาข่ายบนแผ่นดินเยอรมัน แน่นอนว่าการซื้อตัวอันเฉียบแหลมครั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของเสือเหลืองมีส่วนแบบเต็มๆ

ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับ ดอร์ทมุนด์ และการร่วมงานจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ เลวานดอฟสกี้ ถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา เขาลงสนามไปทั้งหมด 187 นัดและยิงไป 103 พร้อมพาทีมกวาดความสำเร็จมากมายไม่ว่าจะเป็น แชมป์บุนเดสลีกา 2 สมั้ย (2010-11 , 2011-12) เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และเยอรมันซูเปอร์คัพอีก 1สมัย

แม้ปลายทางของเขากับดอร์ทมุนด์จะจบไม่สวยนักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำให้เขาโดนตราหน้าว่าเป็นจูดาสหรือคนทรยศ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องของความรู้สึก และหากจะวัดจากฝีเท้าเขาเองก็สุดยอดไม่แพ้ใคร  นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังให้สัมภาษณ์ยกย่อง คล็อปป์ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบได้อย่างเช่นทุกวันนี้

“เขาเป็นโค้ชที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ เขาจะใช้ความสามารถที่เขามีเพื่อพัฒนานักเตะทุกๆ คน ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเขาและเพราะคล็อปป์นั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบ” … ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายอดดาวยิงคนนี้ได้ดีเพราะใคร

2. มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

goldenslot

เป็นอีกครั้งที่วงการฟุตบอลเยอรมันต้องขอบคุณเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยปั้นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่สมบูรณ์แบบมาทันเวลาในยามที่ทีมอินทรีเหล็กกำลังขาดเเคลนพอดิบพอดี

ฮุมเมลส์ นั้นเป็นเด็กปั้นของ บาเยิร์น มิวนิค เขาเข้าสู่อคาเดมี่ของเสือใต้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้นก่อนใจะใช้ระยะเวลากว่า 12 ปี เพื่อพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ

ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับเด็กท้องถิ่นที่จะเบียดตำแหน่งกับดาวดังที่ต้นสังกัดซื้อตัวมาร่วมทีม ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เช่นกันเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แค่เกมเดียวเท่านั้นในฤดูกาล 2006-2007 นั่นทำให้เข้าต้องหาทางขยับขยายบ้างเเล้วเพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น

ดอร์ทมุนด์ ในยุคสมัยที่ยังถังแตกตัดสินใจยืมตัวเขามาใช้งานแบบเต็มฤดูกาลพร้อมให้คำยืนยันว่าเขาจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในตำแหน่งกองหลัง และนั่นทำให้ ฮุมเมิ่ลส์ ได้มีโอกาสลงเล่นไป 19 เกมในฤดูกาลดังกล่าว จากนั้นในปี 2008 เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม

คล็อปป์ ตัดสินใจซื้อขาด ฮุมเมิ่ลส์ จากเสือใต้ด้วยค่าตัวราว 4 ล้านยูโร และนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเสือใต้เพราะ ฮุมเมิ่ลส์ ไม่ได้อยูในแผนการทำทีมของพวกเขาอยู่เเล้ว การได้ร่วมงานกับคล็อปป์ทำให้เขากลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็เป็นนักเตะที่เสือเหลืองจะขาดไม่ได้และได้รับปลอกแขนกัปตันทีมไปในที่สุด

นอกจากนี้การซื้อตัว เนเว่น ซูโบติช แนวรับชาวเซอร์เบียเข้ามากลายเป็นจิ๊กซอว์เกมรับที่ลงตัวของเสือเหลือง ทั้ง ฮุมเมิ่ลส์ และ ซูโบติช จับคู่กันได้อย่างลงตัวและเเข็งแกร่งและพาต้นสังกัดวิ่งชนความสำเร็จมาอย่างโชกโชนภายใต้มันสมองของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นเอง

ฮุมเมิ่ลส์ เปิดใจถึงอดีตกุนซือของเขาภายหลังว่าคือโค้ชที่มีอารมณ์รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยแพสชั่นที่สำคัญยิ่งว่านั้นคือ คล็อปป์ ได้ใจนักเตะทุกคนนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นักเตะของ ดอร์ทมุนด์ ทุกคนพร้อมสู้ตายถวายหัวให้กับนายใหญ่ใส่แว่นรายนี้

“บางทีคุณก็ต้องการสนทนากับโค้ช โดยที่คุณสามารถขึ้นเสียงได้ สำหรับ เลิฟ อาจจะน้อย แต่กับ คล็อปป์ มันรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เลยล่ะ และมันก็อัดเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เราทะเลาะกัน แต่ในอีกชั่วโมงถัดมา เราก็กลับมาคุยกัน และเราก็ดีกันเหมือนเดิม มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี” นี่คือคำยืนยันที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อไม่นานมานี

3. โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

สล็อตจีคลับ

ไม่ใช่แค่นักเตะที่ซื้อมาด้วยราคาถูกๆ เท่านั้นที่ คล็อปป์ จะร่วมงานด้วยได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คือนักเตะค่าตัวร่วม 30 ล้านปอนด์ที่ คล็อปป์ สามารถปลุกความฮ็อตให้กับดาวยิงชาวบราซิลได้อีกครั้ง หลังแทบจะหมดไฟไปแล้วในยุคที่ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส คุมทีม

ฟีร์มิโน่ นั้นเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ ฟิเกเรนเซ่ ทีมในลีกบราซิล ก่อนที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมน้องใหม่ของเวทีบุนเดสลีกาจะซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2010

หลังจากอาละวาดบนแผ่นดินเยอรมันเป็นระยะเวลากว่า 5 ฤดูกาล ด้วยฟอร์มการเล่นระดับมาสเตอร์พีซยิงไป 50 ประตูจากการลงสนามให้กับ หมู่บ้านแห่งความหวัง 153 เกมนั่นก็มากพอที่จะทำให้ชื่อเสียงของเขาเดินทางไกลไปถึงอังกฤษก่อน ลิเวอร์พูล จะไม่รอช้าจัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2015-16

การแบกค่าตัว 30 ล้านปอนด์บนแผ่นดินอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้การคุมทีมของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ผลงานของ ฟิร์มิโน่ นั้นออกทะเลไปไกลอย่าว่าแต่เรื่องของการยิงประตูเลย เขายังหาตำแหน่งที่ถูกต้องเขาตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ทว่าเขาอยู่ในฝันร้ายได้ไม่นานหลังจากผลงานทีมย่ำแย่ บีอาร์ ก็โดนไล่ออกและเป็น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ช่วงเวลานั้นทั้งคล็อปป์และฟีร์มิโน่ใช้เวลาตั้งหลักอยู่สักพักจนกระทั่งช่วงเวลาแห่งการลงตัวก็เดินทางมาถึง นายใหญ่ชาวเยอรมันจัดให้ ฟีร์มิโน่ เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าร่วมผสานงานกับแนวรุกอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อดัม ลัลลาน่า นั่นทำให้ครึ่งฤดูกาลหลัง ฟีร์มิโน่ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนและยิงได้ถึง 11 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 49 นัด และยังไม่หยุดแค่นั้น ในฤดูกาลใหม่นี้ ฟีร์มิโน่ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของ คล็อปป์ เหมือนเช่นเคยและเจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 11 เกม

หลังจากนั้น คล็อปป์ เริ่มประกอบร่างนักเตะในเกมรุกของทีมขึ้นมาใหม่ โดยเติมเอา ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาใส่ในเวลาต่อมา (มาเน่ 2016-17, ซาลาห์ 2017-18) จนที่สุดแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ได้เจอกับ 3 ทริโอที่อันตรายที่สุดในรอบหลายปี และสิ่งที่ยืนยันคือ SMF ยิงรวมถึง 29 ประตูพาลิเวอร์พูลเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ทีมจะทำได้แค่เพียงตำแหน่งรองแชมป์ก็ตาม

ฟีร์มิโน่ พูดถึงคล็อปป์ด้วยความชืนชมว่า “ผมมีความสุขมาก ในตอนแรกผมไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไรนัก กระทั่งเขาเข้ามา เขารู้จักผมและผมก็รู้จักเขา เราเข้ากันได้ดีและต้องบอกว่าเขาเข้ามาพร้อมกับการสร้างความประทับใจให้นักเตะทุกๆคนอย่างแท้จริง”

4. ชินจิ คากาวะ

ปั่นสล็อต

การเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ เซเรโซ่ โอซาก้า ในเจลีกตั้งแต่อายุ 17 ปีว่าเจ๋งแล้ว แต่ คล็อปป์ ทำให้ คากาวะ เจ๋งขึ้นยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า

ในฤดูกาล 2010-2010 คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลของ ดอร์ทมุนด์ ต้องขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถามเมื่อเขาตัดสินใจซื้อเด็กหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยมาร่วมทีมด้วยราคาเพียง 350,000 ยูโร ซึ่งนับเป็นการซื้อตัวที่ถูกมากๆสำหรับวงการฟุตบอลยุค 2010 เป็นต้นมา

คากาวะ เข้ามาและแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย คล็อปป์ มอบหมายให้เขาลงเล่นในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์คอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง เลวานดอฟสกี้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยติดต่อกันชนิดที่ว่าพี่ใหญ่ของลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ต้องอายแทบม้วนแผ่นดินหนี นอกจากนี้ผลงานส่วนตัวของคากาวะก็จัดอยู่ในคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว 2 ฤดูกาลกับเสือเหลืองเขาลงสนามไปทั้งหมด 71 นัดและยิงไป 29 ประตู จนกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ฮ็อตที่สุดในยุโรปในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้นคากาวะตัดสินใจอำลาดอร์ทมุนด์ไปอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ในฤดูกาล 2012-13 ซึ่งในปีนี้เขาก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีก 1 สมัยและนั่นทำให้คนเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดติดต่อกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้น คล็อปป์ ก็ยังคอยเฝ้าดูอดีตลูกทีมของเขาอย่างไม่ละสายตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับ คากาวะ ไปเล่นเป็นปีกซ้ายซึ่งนั่นทำให้ คล็อปป์ ต้องเดือดร้อนแทนพร้อมออกมาบอกว่าใจของเท่าแทบสลายเมื่อเห็น เฟอร์กี้ วาง คากาวะ เล่นผิดตำแหน่ง

“ชินจิ คากาวะ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้ เขาเล่นไปเพียง 20 นาที ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งปีกซ้าย หัวใจผมสลายจริงๆ แต่ผมก็เข้าใจเพราะสำหรับคนญี่ปุ่น มันมีความหมายที่ได้เล่นให้ แมนฯยู มากกว่า ดอร์ทมุนด์ เราร้องไห้ตลอด 20 นาที ในอ้อมแขนของกันและกัน เมื่อตอนเขาย้ายออกไป”

เป็นที่น่าเสียดาย ถ้าหากว่า คากาวะ ยังร่วมงานกับ คล็อปป์ ต่อไปเขาอาจจะเป็น เพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดในโลกอย่างที่ คล็อปป์ เคยว่าไว้ก็เป็นได้

5. จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน

goldenslot

จากกัปตันทีมที่แม้แต่แฟนบอลลิเวอร์พูล เองยังไม่เปิดใจยอมรับมากนัก แต่หลังจากที่จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ร่วมมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนนี้เขากลายเป็นมิดฟิลด์ที่ลิเวอร์พูลจะขาดไปไม่ได้เสียเเล้ว

เฮนโด้ คือเด็กหนุ่มจากเมือง ซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะแจ้งเกิดให้กับทีมบ้านเกิดของเขาในฤดูกาล 2009-10 เขาลงเล่นไปกว่า 80 เกมตลอดระยะ 2 ปีกับทีม แมวดำ ก่อนที่ฝีเท้าจะเตะตาแมวมองของลิเวอร์พูลเข้าอย่างจัง จนต้องยอมจ่ายเงินกว่า 16 ล้านปอนด์เพื่อซื้อตัวมาร่วมทัพ

อย่างไรก็ตามผลงานของเขากับลิเวอร์พูลไม่ว่าจะในยุคของเคนนี่ ดัลกลิช หรือ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ต้องบอกว่าตกต่ำกว่าค่าตัวที่สูงลิบของเขาไปเยอะ เฮนโด้ หาตำแหน่งตัวเองไม่เจอเขาโดนจับไปเล่นปีกขวาบ้าง มิดฟิลด์ตัวรับบ้าง หรือบางทีก็โดนขยับไปเล่นเพลย์เมคเกอร์เลยก็มี นั่นเองคือสาเหตุที่ทำให้เขาหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เรากล่าวขึ้นมาแบบลอยๆ ดาเมี่ยน โคมอลลี่ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของทีมหงส์เเดงก็เพิ่งออกมายอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่าสาเหตุของการที่เขาโดนไล่ออกก็มาจากดีลที่ซื้อตัวเฮนเดอร์สันนี่แหละ

“การทุ่มเงินซื้อ เฮนเดอร์สัน คือเหตุผลหลักที่ผมโดนไล่ออก เราสูญเงินไปเปล่าๆ ก็เพราะเขา ซึ่งนั่นก็แล้วแต่คนจะคิด ผมอาจไม่เคยพูดออกสื่อหรอกนะแต่ครั้งหนึ่งผมคิดว่า เฮนเดอร์สัน จะเป็นกัปตันในอนาคต” … นี่คือสิ่งที่ โคมอลลี่ เปิดเผย มันอาจจะดูง่ายที่จะมาพูดหลังจากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเเล้ว แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เฮนเดอร์สัน ได้รับการอัพเกรดระบบปฎิบัติการใหม่ภายใต้การเข้ามาของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์

ฟอร์มของเฮนโด้ ในยุคของ คล็อปป์ นั้นดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาคืออีกหนึ่งหัวใจหลักของแท็คติก “เกเก้น เพรสซิ่ง” สไตล์การเล่นของเขานั้นเน้นที่ความแน่นอนมากกว่าความหวือหวาทว่าสิ่งนั้นกลับกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปเสียเเล้ว เขาคือคนที่มีความพยายามเต็มเปี่ยม เขาทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้และไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เขาสยบทุกเสียงวิจารณ์ลงใต้เเทบเท้าเขาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว และสำคัญที่สุดคือเขาเป็นนักเตะที่ไม่หงอต่อให้ต้องเจอกับคู่แข่งที่ตัวเองมีศัยภาพโดยรวมเป็นรองก็ตาม

ปัจจุบัน เฮนเดอร์สัน รับบทบาทกัปตันทีมลิเวอร์พูล แม้จะไร้รสชาติแต่เขาก็เป็นมดงานที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ เรียกได้ว่า คล็อปป์ ได้สร้างมิดฟิลด์พลังไดนาโมที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นที่แน่นอนแล้ว 1 รายนั่นคือ จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน นี่เอง

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

ต้องสวมเสื้อราชันเท่านั้น..และนี่คือ 10 นักเตะที่มาดริดต้องดึงตัวกลับรังราชันอีกครั้ง

ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปกำลังจะปิดตัวลงในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ดูเหมือนว่าราชันชุดขาวใกล้ที่จะปิดดีลในการดึงตัวมาเรียโน ดิอาซมาจากโอลิมปิค ลียง หลังจากที่ยอดทีมจากเมืองมาดริดปล่อยดาวเตะสัญชาติโดมินิกันรายนี้ออกไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมทำเงื่อนไขถือสิทธิ์ซื้อนักเตะกลับเป็นทีมแรกในราคา 35 ล้านยูโร ซึ่งมาเรียโน ดิอาซนั้นไม่ใช่นักเตะคนแรกที่โลส บลังโกสใส่เงื่อนไขซื้อตัวกลับเช่นนี้ แต่จะมีใครกันบ้างนั้น สามารถติดตามได้ที่นี่

ดานี่ การ์บาฆาล

ปั่นสล็อต

หลังจากที่แบ็คขวาชาวสแปนิชรายนี้เล่นอยู่กับเรอัล มาดริด กาสตีย่าอยู่ 2 ปี ราชันชุดขาวได้ปล่อยตัวการ์บาฆาลออกจากทีมไปให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นใช้งาน 1 ฤดูกาลก่อนจะดึงตัวกลับสู่ถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาบิวในฤดูกาลถัดมาด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร โดยหลังจากนั้นเจ้าตัวกลับมาประสบความสำเร็จมากมายกับเรอัล มาดริด รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่การ์บาฆาลคว้าร่วมกับต้นสังกัดได้ถึง 4 สมัย

เดนิส เชรีเชฟ

slot899

แข้งทีมชาติรัสเซียรายนี้เคยเล่นให้กับเรอัล มาดริด กาสตีย่า 4 ปี ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมให้กับเซบีญ่าในปี 2013 แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บทำให้เจ้าตัวไม่สามารถแจ้งเกิดกับเซบีญ่าได้และเป็นสโมสรอย่างบีญาเรอัลที่เชรีเชฟสามารถขึ้นมาเฉิดฉายได้ จากฟอร์มอันน่าประทับใจกับทีมเยลโล่ ซับมารีนนั่นเองที่ทำให้เรอัล มาดริดตัดสินใจดึงเขากลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งหลังจากหมดสัญญายืมตัว แต่เชรีเชฟไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งที่เคยทำได้เมื่อครั้งอยู่กับบีญาเรอัล และเป็นบีญาเรอัลนี่เองที่ตัดสินใจซื้อขาดดาวเตะทีมชาติรัสเซียรายนี้ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโรจากเรอัล มาดริด โดยปัจจุบันนั้นเดนิส เชรีเชฟยังคงเป็นนักเตะที่ชีพจรลงเท้าเช่นเคยด้วยการถูกบีญาเรอัลปล่อยตัวให้กับบาเลนเซียยืมตัวใช้งาน

คาเซมิโร่

ดาวเตะแซมบ้ารายนี้ย้ายจากเซา เปาโลในลีกบราซิลมายังถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาบิวตั้งแต่ปี 2013  แต่คาเซมิโร่ไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามในยุคของคาร์โล อันเชล็อตติจึงถูกปล่อยตัวให้เอฟซี ปอร์โต้ยืมใช้งาน 1 ฤดูกาล และกับปอร์โต้นั้นมิดฟิลด์บราซิเลี่ยนรายนี้ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาเขาจะถูกเรอัล มาดริดดึงตัวกลับสู่ทีมอีกครั้ง ซึ่งอย่างที่ทราบกันนับตั้งแต่นั้นคาเซมิโร่กลายเป็นกำลังหลักของทีมและประสบความสำเร็จมากมายในสีเสื้อของโลส บลังโกส

ลูคัส บาสเกซ

ลูคัส บาสเกซเป็นนักเตะเยาวชนของเรอัล มาดริดตั้งแต่อายุ 16 ปี หลังจากนั้น 7 ปีเจ้าตัวถูกปล่อยตัวให้เอสปันญ่อลยืมตัวใช้งานในปี 2014 และในสีเสื้อของทีมนกแก้วนี่เองที่บาสเกซสามารถระเบิดฟอร์มออกมาได้ด้วยการลงสนาม 33 นัด ยิงไป 3 ประตู ก่อนที่ในฤดูกาลถัดมาจะถูกเรอัล มาดริดดึงตัวกลับสู่ทีมและกลายเป็นกำลังหลักกับทีมราชันชุดขาวในที่สุด

อัลบาโร โมราต้า

ศูนย์หน้ารูปหล่อรายนี้อยู่กับเรอัล มาดริดตั้งแต่สมัยเยาวชน โมราต้าเริ่มฉายแววของยอดศูนย์หน้าตั้งแต่สมัยที่เล่นกับเรอัล มาดริด กาสตีญ่าและในปี 2010 เจ้าตัวก็สามารถขึ้นมาเล่นในชุดใหญ่ของทีมได้สำเร็จ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับยูเวนตุสในปี 2015 แต่หลังจากนั้นแค่ฤดูกาลเดียวโมราต้าก็ถูกราชันชุดขาวดึงตัวกลับสู่ถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาบิวอีกคำรบหนึ่ง และในฤดูกาลต่อมาอัลบาโร โมราต้าตัดสินใจย้ายออกจากเรอัล มาดริดอีกครั้งด้วยการไปเล่นให้กับเชลซีในปัจจุบัน

มาร์โก อเซนซิโอ

ก่อนหน้าที่แนวรุกทีมชาติสเปนรายนี้จะกลายเป็นสมาชิกของเรอัล มาดริด เจ้าตัวเล่นให้กับมายอร์ก้าและในปี 2014 นี่เองที่ราชันชุดขาวคว้าอเซนซิโอมาร่วมทีม หลังจากนั้น 1 ปีจึงถูกปล่อยตัวให้กับเอสปันญ่อลยืมตัวใช้งาน และฟอร์มอันร้อนแรงในสีเสื้อทีมจากแคว้นกาตาลันอย่างเอสปันญ่อลนี่เองที่ทำให้ซีเนอดีน ซีดานดึงตัวเขากลับมาอีกครั้ง ปัจจุบันมาร์โก อเซนซิโอกลายเป็นกำลังหลักกับทั้งต้นสังกัดอย่างเรอลั มาดริดและทีมชาติสเปนเรียบร้อยแล้ว

เฆซุส บาเยโฆ

แข้งกระทิงดุวัย 21 ปีรายนี้เซ็นสัญญากับเรอัล มาดริดในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2015 แต่เจ้าตัวยังคงถูกปล่อยตัวให้ซาราโกซ่ายืมตัวใช้งานต่ออีก 1 ปี หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับซาราโกซ่านั้น บาเยโฆถูกปล่อยยืมอีกครั้ง โดยคราวนี้เป็นสโมสรในบุนเดสลีกาอย่างไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ปัจจุบันเฆซุส บาเยโฆกลับมาเป็นสมาชิกของราชันชุดขาวอย่างเต็มตัวอีกครั้ง

บอร์ฆา มาโยรัล

เจ้าหนูวัย 21 ปีรายนี้เคยเล่นให้กับทีมเยาวชนของเรอัล มาดริดมาแล้วทุกชุด อีกทั้งยังได้สัมผัสการลงสนามในทีมชุดใหญ่ของเรอัล มาดริดมาแล้ว 6 นัดในฤดูกาล 2015/16 ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับโวล์ฟบวร์กยืมตัวใช้งานในฤดูกาลถัดมา และเมื่อฤดูกาลที่แล้วราชันชุดขาวตัดสินใจดึงตัวลูกหม้อของสโมสรรายนี้กลับสู่ทีมอีกครั้ง

มาร์กอส ยอเรนเต้

มิดฟิลด์ตัวรับเลือดกระทิงดุรายนี้ลงเล่นให้ชุดใหญ่กของเรอัล มาดริด 3 นัดในฤดูกาล 2015/16 ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปเก็บประสบการณ์และหาเวลาลงสนามเพิ่มเติมกับอลาเบส และจากฟอร์มอันน่าประทับใจกับอลาเบสทำให้เจ้าตัวได้รับโอกาสในการกลับมาเล่นในถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาบิวอีกครั้งในฤดูกาลถัดมา

เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้

ทีมราชันชุดขาวดึงตัวดาวรุ่งชาวอุรุกวัยรายนี้เข้าสู่ทีมในเดือนกรกฎาคมปี 2016 ในฐานะนักเตะทีมสำรองของสโมสรอย่างเรอัล มาดริด กาสตีย่า หลังจากได้ลงเล่นให้กับเรอัล มาดริด กาสตีญ่าอยู่หลายนัด เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้จึงถูกปล่อยตัวให้กับเดปอร์ติโบ ลาคอรุนญายืมตัวใช้งานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนที่ฤดูกาลปัจจุบันกุนซืออย่างฆูเลน โลเปเตกีจะดึงตัวเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้กลับมายังถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาบิวอีกครั้ง

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

มาฟรีแต่งานดีเวอร์ : 5 นักเตะระดับโลกที่ไม่เคยมีค่าตัวตอนย้ายทีมเลย

เหรียญยังมี2ด้าน สำหรับนักเตะระดับโลกหลายๆคนทุกครั้งที่เขาเหล่านั้นย้ายทีมแน่นอนว่าเขาจะมีค่าตัวจากการย้ายทีมสูงๆกันทั้งนั้นหรือทำลายสถิติของตัวเองหรือของสโมสรก็เป็นได้ แต่มีนักเตะระดับโลกบางคนที่ชื่อเค้าเหล่านั้นก็เป็นที่คุ้นๆหูเราดีมาโดยตลอด แต่เชื่อไหมว่า..ตลอดอาชีพการค้าแข้งเขาเหล่านี้ไม่เคยมีค่าตัวเมื่อย้ายทีม และนี่คือ  5 ผู้เล่นระดับโลกที่ไม่เคยมีค่าตัวแม้แต่ปอนด์เดียว

1. โซล แคมเบลล์ 

เมื่อพูดถึงนักเตะที่ไม่เคยมีค่าตัว คนแรกที่นึกถึงก่อนใครคือ  โซล แคมเบลล์ เพราะการย้ายทีมทั้งหมด 5 ครั้งของเขา ตลอดช่วงเวลา 18 ปีของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาไม่เคยมีค่าตัวจากการย้ายทีมเลย โดยเริ่มจากหนึ่งในดีลประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ที่แคมเบลล์ตัดสินใจย้ายจากสเปอร์ มาสู่ทีมคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง อาร์เซน่อล โดยที่สเปอร์ไม่ได้เงินแม้แต่ปอนด์เดียว จนเป็นที่มาของ ฉายา “จูดาส” หรือ ผู้ทรยศ ที่แฟนสเปอร์ตั้งให้ แต่เขาก็ช่วยให้อาร์เซน่อล คว้า พรีเมียร์ลีก 2 สมัย (2001/2002, 2003/2004) และเอฟเอ คัพ อีก สองสมัย (2001/2002, 2004/2005)

หลังจาก อาร์เซน่อล เขาย้ายมาเล่นให้ปอร์มสมัธแบบไม่มีค่าตัวในปี 2006 และช่วยให้ปอร์ทสมัธคว้าแชมป์เอฟเอคัพไปในซีซั่น 2007/2008 ก่อนที่จะย้ายไปซบ นอตต์ส เคาท์ตี้ ในปี 2009 แต่ลงเล่นให้กับ นอตต์ส เคาท์ตี้ได้เพียงนัดเดียวเขาก็ถูกอาร์แซน เวนเกอร์ ดึงกลับมาช่วยงานที่ไฮบิวรี่อีกครั้ง และทั้งสองครั้งนั้นก็เป็นการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว

หลังจากลงเล่นให้อาร์เซน่อลได้เพียง 11 นัด ในปี 2010 โซลตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ นิวคาสเซิล และแน่นอนเขาย้ายแบบฟรีค่าตัวอีกครั้ง ก่อนลงเล่นได้เพียงแค่ 8 นัดและตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2012

2. เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่

ผู้เล่นที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลอย่าง เอสเตบัน กัมปิอัสโซ่ มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์นั้น ผ่านการเล่นให้กับ 6 สโมสร และแน่นอน เขาไม่เคยมีค่าตัวเกิดขึ้นจากการย้ายทีม

เขาเริ่มจากถูก เรอัล มาดริด ชุดบี ปล่อยยืมให้กับ อินดิเพนเดียนเต้ และ ริเวอร์ เพลท ทีมลีกในบ้านเกิดเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการ์ณ ก่อนกลับมายึดตัวจริงใน เรอัล มาดริด ชุดใหญ่ ได้ในปี 2002 และช่วยให้เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีก้า ได้ทันที ก่อนที่จะย้ายทีมอีกครั้งในปี 2004 เนื่องจากหมดสัญญา

เขาตัดสินใจเลือกอินเตอร์ มิลาน เป็นสโมสรต่อไป และเป็นที่นี่เองที่เขาโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม โดยลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลานกว่า 430 นัด ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมทีมเลสเตอร์ในปี 2014 เนื่องจากหมดสัญญากับอินเตอร์ มิลาน

หลังจากอยู่ช่วยเลสเตอร์ได้เพียงหนึ่งปี เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับโอลิมเปียกอสในกรีซ และเล่นที่นั้นได้สองปีก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2017

3. สตีฟ แม็คมานามาน

เทพเจ้าผมหยักศกแห่งถิ่นแอนฟิลด์นั้นเริ่มต้นตั้งแต่การเป็นนักเตะเยาวชนของหงส์แดง ก่อนเคนนี่ ดัลกริช เรียกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1990 และลงเล่นให้ลิเวอร์พูลกว่า 300 นัด ก่อนที่จะถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวไปเมื่อปี 1999

คุณคิดว่าการย้ายทีมครั้งนั้นของแม็คมานามานควรมีค่าตัวเท่าไหร่ คำตอบที่ถูกต้องคือ 0 ปอนด์ แม็คมานามานย้ายไปรีล มาดริดแบบไม่มีค่าตัว ลงเล่นให้เรอัล มาดริด กว่า 150 นัด และกลายเป็นผู้เล่นจากเกาะอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับสโมสรต่างชาติ

แมคมานามานย้ายทีมอีกครั้งหลังจากไม่มีตำแหน่งในรีล มาดริด โดยเขาเลือกมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2003 ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2005 โดยตลอดการเล่นให้กับแมนฯ ซิตี้ เขาทำประตูไม่ได้เลย ปิดฉากอาชีพนักเตะไปอย่างน่าเศร้า

4. มาติเยอ ฟลามินี่

แม้ว่าปัจจุบัน ฟลามีนี่ จะยังไม่แขวนสตั๊ด แต่คงยากที่ปัจจุบัน จะมีสโมสรไหนมายื่นเงินเพื่อซื้อเขาไปร่วมทีม ดังนั้นเขาจึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ไม่เคยมีค่าตัวเช่นเดียวกัน

มิดฟิลด์ตัวตัดเกมชาวฝรั่งเศส ย้ายจากมาร์กเซยเข้าสู่การเป็นหนึ่งในสิบเอ็ดตัวจริงของอาร์เซนอล ในปี 2004 และกลายมาเป็นผู้เล่นที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะขาดไม่ได้นับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ปัญหาจากเรื่องค่าเหนื่อย ฟลามีนี่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับอาร์เซน่อลหลังจากลงเล่นไปกว่า 100 นัดให้สโมสรจากลอนดอน เขาเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับ เอซี มิลาน ในอิตาลี่ เมื่อปี 2008 และลงเล่นกว่า 97 นัดในเวลา 5 ปีที่เขาอยู่กับปีศาจแดงดำ

หลังจากที่มิลานตัดสินใจไม่ต่อสัญญาใหม่กับเขา ฟลามีนี่ตัดสินใจกลับสู่อาร์เซน่อลอีกครั้งแบบไม่มีค่าตัวในปี 2013 และอยู่กับปืนใหญ่จนหมดสัญญาในปี 2016 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ คลิสตัล พาเลซอยู่ 1 ปี ล่าสุดฟลามีนี่ เพิ่งได้รับการเซ็นสัญญาใหม่กับสโมสร เกตาเฟ่ ในเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกปล่อยตัวอีกครั้งหลังจบฤดูกาล  และด้วยอายุกว่า 34 ปี ของฟลามีนี่ นี่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการแขวนสตั๊ดของเขาแล้วหรือยัง ซึ่งก็คงอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าตัว

5. ราอูล กอนซาเลซ

สล็อตออนไลน์

ไม่ผิดอะไรเลย ที่คนส่วนใหญ่จะมองว่า ราอูล คือ ตำนานนักเตะระดับโลกของเรอัล มาดริด เพียงเท่านั้น เพราะตลอดช่วงเวลาการค้าแข้งของเขา ราอูลใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับ เรอัล มาดริด สร้างผลงานกว่า 320 ประตูจาก 740 นัด จนคนอาจจะลืมไปว่า เขาได้ย้ายไปเล่นให้อีกสามสโมสร หลังจากที่หมดสัญญาในถิ่น เบอร์นาเบว เมื่อปี 2010

ราอูลตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เยอรมันกับสโมสร ชาลเก้ 04 และลงเล่นไปกว่า 96 นัด ในสองซีซั่น ทำประตูให้กับ ชาลเก้ไปกว่า 66 ประตู จนทางสโมสรต้องยกเลิกการใช้เสื้อเบอร์ 7 เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา หลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญาและย้ายออกไปเล่นให้กับทีมในกาตาร์อย่าง อัล ซาดด์ ด้วยสัญญา 2 ปี

สโมสรสุดท้ายที่ราอูลย้ายไปเล่นด้วยคือ นิวยอร์ค คอสมอส ซึ่งเป็นการไปเล่นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะเขาได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ยุติชีวิตพ่อค้าแข้งลงในวัย 38 ปี และนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะยกให้ราอูลเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดการอีกคนหนึ่งของโลกลูกหนังทุกวันนี้

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

อยากจะขอลา 9 แข้งลีกผู้ดีที่อาจจะย้ายก่อนปิดตลาด

ลีกลูกหนังที่ยอดนิยมที่สุดในโลกอย่าง “พรีเมียร์ลีก” ได้เปิดฉากไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่าน ทำให้เราได้เห็นฟอร์มของผู้เล่นแต่ละทีมทีมปะปนกันไป บ้างอาจทำได้ดี บ้างอาจต้องพยายามต่อไป แต่ว่ามีบุคคลที่เราสงสัยว่าจะมีโอกาสได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดในฤดูกาลใหม่หรือเปล่า

ด้วยการเสริมทัพของแต่ละทีมที่แตกต่างกันไป ทำให้ผู้เล่นหน้าเก่าในทีมอาจจะโดนผลกระทบไปเต็มๆ หากผู้มาใหม่คนนั้นลงเล่นตำแหน่งเดียวกับตัวเอง แถมชื่อชั้นก็ไม่เป็นรองซะอีก หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่ได้รับโอกาสในกุนซือของทีมนั้นซักที ทำให้พวกเขาอาจจะไม่ได้เฉิดฉายฟอร์มอย่างที่ควรจะเป็นมากเท่าไหร่นัก

แต่ช้าก่อน เพราะว่ายังพอมีแสงสว่างร่ำไรส่องทางให้ผู้เล่นเหล่านั้น แม้ตลาดนักเตะของอังกฤษจะปิดตัวลงไปแล้ว แต่ทว่าในยุโรปโอกาสย้ายทีมใหม่เพื่อโอกาสที่มากขึ้นกว่าสโมสรเก่านั้นยังคงมีถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

ทาง FFT เลยขออาสาพาทุกท่านไปพบผู้เล่นที่อาจจะจะย้ายออกจากต้นสังกัดเดิมเพื่อชีวิตใหม่ที่ดีกว่าภายในเวลาสามสัปดาห์ที่เหลืออยู่นี้

 

แดนนี่ ดริ้งวอเตอร์ (เชลซี)

สล็อตออนไลน์

เชลซีคว้าตัว แดนนี้ ดริ้งวอเตอร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แต่ทว่ากองกลางแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2015-16 ลงสนามให้สิงโตน้ำเงินครามในลีกแค่ 5 นัดเท่านั้น

การแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางดูเข้มข้นขึ้นเรื่อยในฤดูกาลใหม่นี้ หลังจากการเข้ามาจอร์จินโญ่ และมัตเตโอ โควาซิช ขณะที่รูเบน ลอฟตัส-ชีคก็กลับมาจากการยืมตัวกับคริสตัล พาเลซแล้ว แถมรอส บาร์คลี่ย์ ที่เคยหายหน้าไป ก็กลับมาให้เห็นหน้าอีกครั้งในยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อดริ้งวอเตอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้

ทำให้ดริ้งวอเตอร์มีข่าวกับเวสต์แฮมและทีมเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ แต่จากรายงานของ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังแดนผู้ดีเผยว่า กองกลางวัย 28 ปี ตั้งเป้าว่าจะย้ายไปต่างประเทศมากกว่าค้าแข้งในบ้านเกิด

 

แดนนี่ โรส (สเปอร์ส)

goldenslot

โรสกลายเป็นตัวเลือกสำรองของปอเชตติโน่ นายใหญ่สเปอร์ส หลังจากมีอาการบาดเจ็บตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2017 และทุกถูกแทนที่โดย เบน เดวิส แบ็คซ้ายดาวรุ่งชาวเวลส์ ถึงแม้จะหายกลับในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าโรสจะแย่งตำแหน่งแบ็คซ้ายอันดับหนึ่งของทีมได้เลยจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงที่มาโอกาสที่ แดนนี่ โรสจะกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งดูเป็นไปได้สูงหลังมีข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ในลีกเอิงอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พร้อมจะคว้าตัวไปร่วมทีม ขณะที่สกายสปอร์ตรายงานว่าชาลเก้ 04 เป็นอีกทีมนึงที่ สนใจในตัวแบ็คซ้ายวัย 28 ปี ในสัญญายืมตัวด้วยเช่นกัน

 

เอเลียควิม ม็องกาล่า (แมนฯ ซิตี้)

จากการซื้อตัวที่ดูเป็นการเอาเงินไปทึ้งขว้างซะมากกว่า เจ้าของค่าตัว 32 ล้านปอนด์อย่างม็องกาล่าดูยังไงก็ไม่สามารถเบียดเข้าไปอยู่ในทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้แน่ๆ

จอห์น สโตนส์,อายเมริค ลาปอร์ตเต้,นิโคลาส โอตาเมนดี้ และ แวงซองต์ กอมปานี เป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแนวรับของทีม และมีรายงานจาก เดอะ ไทมส์ ว่าซิตี้พยายามขายม็องกาล่าออกไปจากทีมในซัมเมอร์นี้ให้ได้ หลังอยู่ทีมเรือใบสีฟ้ามานานถึง 4 ปี

หลังจากไปบาเลนเซียและเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัวมาแล้ว เมื่อสองฤดูกาลที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าการโยกย้ายจะเกิดขึ้นกับกองหลังวัย 27 ปี อีกครั้ง

 

ดาวิด ออสปิน่า (อาร์เซนอล)

“คาร์ล เจนกินสัน, ดาวิด ออสปิน่า และโจเอล แคมป์เบล คือผู้เล่น 3 คนของเรามีความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมออกไป” อูไน เอเมอรี่ กุนซือของอาร์เซน่อลกล่าวหลังจากที่ประเมินทีมในอาทิตย์นี้

ลูกหม้อในทีมอย่าง เจนกินสัน มีข่าวกับสโมสรระดับแชมเปี้ยนชิพ โดยมีข่าวกับสวอนซีมากที่สุด หรือไม่ก็ย้ายไปนอกเกาะอังกฤษดู น่าจะช่วยให้เจนกินสันมีโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้นกว่าอยู่นี่แน่ๆ

 

โจเอล แคมป์เบล (อาร์เซน่อล)

หากพูดถึงบุคคลที่ถูกลืมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก โจเอล แคมป์เบล คือหนึ่งในนั้น หลังได้ใส่สวมเสื้ออาร์เซน่อลครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และได้พเนจรไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวมา 6 ทีม ภายใน 7 ปี

“เรื่องยืมตัวผมนั้นคงเป็นไม่ได้หรอก เพราะผมเหลือสัญญาแค่ปีเดียวเท่านั้น ทีมอื่นคงไม่ยืมผมหรอก” เขาบอกกับลา นาซีออน สื่อจากคอสตา ริก้า “ตอนนี้ผมต้องมาดูว่าจะได้อยู่ต่อหรือย้ายออกไป”

ปีนี้มีโอกาสมากเลยทีเดียวที่เจ้าตัวจะย้ายออกจากถิ่น เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม อย่างถาวร แม้จะยังไม่รู้ถึงชะตากรรมชีวิตลูกหนังของตัวเองก็ตาม

 

ซิมง มินโญเล่ต์ (ลิเวอร์พูล)

การเข้ามาของอลิซอน เบ็คเกอร์ดูจะทำให้ตำแหน่งมือประตูภายในทีมของมินนี้ดูสั่นคลอนและไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิม แม้สถิติประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดของอลิซอนจะถูกทำลายจากการย้ายมาเชลซีของ เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า ก็ไม่ได้ช่วยให้โอกาสของนายทวารชาวเบลเยี่ยมมีมากขึ้นเลย

แม้แดนนี้ วาร์ดจะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ไป แต่มินโญเล่ต์ยังต้องแย่งตำแหน่งมือสองของทีมกับลอริส คารุอุสอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม มินนี่ก็มีข่าวกับบาร์เซโลน่าและนาโปลีที่กำลังให้ความสนใจอยู่ แต่สุดท้ายจุดจบของเรื่องจะเป็นอย่างไรคงต้องรอกันต่อไปอย่างน้อย 3 สัปดาห์ล่ะ

 

มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (แมนฯยู)

บางทีนี่อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนักที่ต้นสังกัดของคุณลืมใส่เบอร์ในทีมให้ แต่ว่าเรื่องนี่มันเกิดขึ้นกับดาร์เมี่ยน อย่างเต็มๆเลยล่ะ

แบ็คขวาปีศาจแดงมีข่าวจะย้ายกลับไปค้าแข้งที่อิตาลีบ้านเกิดตั้งแต่ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาแล้ว และมูรินโญ่ก็ออกมายอมรับในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “มัตเตโอต้องการย้ายทีม และผมคิดว่าในเมื่อนักเตะต้องการจะย้ายออกไป ถ้ามีข้อเสมอที่สมควรเข้ามา คุณก็ต้องปล่อยให้เขาทำตามหัวใจตัวเองดู”

การบาดเจ็บของวาเลนเซียและแบ็คตัวใหม่อย่าง ดีเอโก้ ดาโล่ต์ ทำให้เราได้เห็นดาร์เมี่ยนลงฟาดแข้งให้กับทีมอยู่ในนัดที่เฉือนชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด นัดเปิดสนามของฤดูกาลใหม่นี้ แต่ถ้าพวกเขาหายเจ็บกลับมาในเร็วๆนี้ ก็ยังพอมีเวลาสำหรับแบ็คขวาวัย 28 ปี ได้เตรียมตัวและบอกลาโรงละครแห่งความฝันนี้

 

ซานโดร รามิเรซ (เอฟเวอร์ตัน)

หลายคนมองว่าการคว้าซานโดรจากสโมสรมาลาก้าด้วยค่าราคา 5 ล้านปอนด์ของเอฟเวอร์ตันถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ชาญฉลาดไม่เบาเลย อย่างไก็ตามกองหน้าชาวสเปนยิงไปแค่ประตูเดียวจากการลงสนามให้ท็อฟฟี่ 15 นัด ก่อนจะใช้เวลาในครึ่งฤดูกาลหลังกับเซบีญ่า

ในเร็วๆนี้มีรายงานจาก ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ว่าตัวซานโดรต้องการย้ายกลับไปเล่นที่สเปน แต่การย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสด้วยสัญญายืมตัวนั้นก็ดูเป็นไปได้เช่นกัน

 

รีซ อ็อกฟอร์ด (เวสต์แฮม)

กองหลังวัย 19 ปี ได้ย้ายไปโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ทีมจากเยอรมันด้วยสัญญายืมตัว และลงเล่นไป 8 นัดเท่านั้น

แต่หลังจากที่มีแข้งใหม่มากมายเดินหน้าเข้ามาสู่ทีมจากลอนดอนในซัมเมอร์นี้ ทำให้สโมสรพร้อมรับฟังข้อเสนอหากมีทีมไหนต้องการตัวอ็อกฟอร์ด โดยตั้งค่าตัวไว้ที่ 10 ล้านปอนด์

การย้ายไปเล่นในเยอรมันอีกครั้งดูจะเป็นตัวเลือกที่เป็นได้ หลัง อาร์บี ไลป์ซิก, ฮันโนเวอร์ และ แฟรงเฟิร์ต ได้ให้ความสนใจกับกองหลังชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี รายนี้ไม่น้อยเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

8 แข้งเด็ดดวงจากลีกแดนกระทิงดุ..ที่น่าย้ายมาบรรเลงแข้งพรีเมียร์ลีก

ตั้งแต่กองหน้าชั้นยอดไปจนถึงกองกลางของ เรอัล มาดริด และผู้เล่นอีกหลายคนที่น่าสนใจSimon Harrison เลือกแปดผู้เล่นศักยภาพสูที่คุ้มค่าในการต่อรองราคาจากลีกกระทิงดุ

เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา (เลบันเต้)

สล็อต

เมื่อเลบันเต้ ตกชั้นเมื่อสามฤดูกาลที่แล้ว เลอร์มานั้นเลือกที่จะอยู่กับทีมต่อไปเป็นซึ่งเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก กองกลางชาวโคลอมเบียมีผลงานที่น่าประทับใจมาหลายปี เขาคอยขับเคลื่อนแดนกลางของทีมด้วยด้วยผสมผสานทั้งการใช้ร่างกายและเทคนิค ยืนต่ำเพื่อเชื่อมเกมขึ้นไปข้างหน้าให้เพื่อนร่วมทีมได้ทำเกมบุก

ผลงานของกองกลางวัย 23 ปีกับทีมชาติโคลอมเบียตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็ไม่มีข้อสงสัยในฝีเท้าของเขาอีกแล้ว เลอร์มา ดีพอที่จะเล่นอยู่ในทีมที่เน้นการครองครอบบอลในพรีเมียร์ลีกได้แน่นอน

ทีมที่เหมาะสม: บอร์นมัธ

 

มาร์ติน มอนโตยา (บาเลนเซีย)

อดีตนักเตะของบาร์เซโลนา หลังจากแยกทางกับทีมเจ้าบุญทุ่มในปี2015 มอนโตยา มีปัญหาในการหาบ้านใหม่ในช่วงแรก สัญญายืมตัวไปที่ อินเตอร์ และ เรอัลเบติส ดูจะไม่เป็นไปตามแผน จนในที่สุดเขาก็ได้ที่ลงหลักปักฐานอย่างถาวรที่ บาเลนเซีย ในปี 2016

มอนโตย่าเป็นนักเตะที่มีความเร็วและใช้เท้าขวาได้ดี สไตล์ของเขาคือมักจะเติมเกมรุกขึ้นไปสูงและมีส่วนร่วมกับเกมรุก ซึ่งทำให้มีความผิดพลาดในเกมรับเกิดขึ้นบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็คุ้มค่าที่ทีมในพรีเมียร์ลีกจะยอมเสี่ยง สำหรับฟูลแบ็ควัย 27ปี ที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้คนที่ครหาในตัวเขา

ทีมที่เหมาะสม: เซาธ์แฮมป์ตัน

 

เยอร์รี่ มิน่า (บาร์เซโลนา)

สถานการณ์ในถิ่นคัมป์นูของมิน่าตอนนี้ไม่สู้ดี การทำสามประตูให้กับ โคลอมเบีย ในฟุตบอลโลกได้ทำให้มิน่าเป็นที่เตะตา โดยเฉพาะกับบาร์ซากับการจัดสรรโควต้าผู้เล่นนอก EU กด้วยความว่องไวและความแข็งแกร่ง มิน่าเป็นกองหลังที่เอาชนะยากหากจะใช้สปีดฉีกหนีเขา แต่การออกบอลคือปัญหาของเขา

กองหลังวัย 23ปี มักจะชอบวางบอลเปลี่ยนฝั่ง และ กล้าที่จะจ่ายบอลขึ้นหน้าฉีกแนวรับของคู่แข่ง ทำให้ บาร์เซโลนา เซ็นสัญญาเขามาด้วยค่าตัวอย่างถูกๆ (11.8ล้านยูโร) เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ค่าตัวเขาอาจจะไม่มากพอให้เป็นที่สนใจ เขาได้ลงเล่นแค่ห้าเกมใน ลาลีก้า ฤดูกาลที่แล้ว โดยมิน่าได้พูดถึงสถานการณ์ของตนว่า “เมื่อผมไม่ได้ถูกพิจารณาให้แม้แต่จะอยู่ในม้านั่งสำรอง ผมเริ่มที่จะฝึกคนเดียวอยู่ที่บ้าน มันยากที่จะดูเพื่อนร่วมทีมและการแข่งขันได้แค่ในทีวี”

ทีมที่เหมาะสม: เอฟเวอร์ตัน

 

กาเบรียล ปิเรส (เลกาเนส)

กองกลางชาวบราซิล ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางภายใต้การคุมทีมของ อาเซียร์ การิตาโน่ เขาเล่นได้อย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับความคิดสร้างสรรค์ สภาพร่างกายของเขาดีพอที่เป็นตัวโฮลด์บอลให้กับทีมเพื่อควบคุมการครองบอล ควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคในการเจาะแนวรับฝั่งตรงข้าม

ดาวเตะวัย 24 ปีเป็นนักเตะที่เล่นได้ตรงตามแผนการเล่น และ เล่นได้หลายตำแหน่งในกองกลางทั้งตัวรุกและตัวรับ กาเบรียลคือกองกลางในฝันของกุนซือที่ชอบนักเตะผึ้งงาน และค่าฉีกสัญญาของเขาอยู่แค่ 20ล้านยูโร ช่างน่าเย้ายวนใจเสียจริง

ทีมที่เหมาะสม: นิวคาสเซิล

 

ซามู กาสตีเยโฆ่ ( บียาเรอัล)

ด้านสภาพจิตใจยังเป็นเครื่องหมายคำถามของ กาสตีเยโฆ่ ว่าเขาเป็นแค่ผู้เล่นที่ดีหรือผู้เล่นชั้นยอด ดาวเตะวัย 23 ปีสามารถเล่นในตำแหน่งริมเส้นได้ทั้งสองฝั่งหรือหุบเข้ามาเป็นตัวสร้างสรรค์เกมตรงกลางก็ได้ โดยจุดเด่นของเขาคือความเร็วและเทคนิค

หากวันไหนเป็นของเขา กาสตีเยโฆ่ จะสามารถสร้างจุดเปลี่ยนให้กับทีมและช่วยเอนเตอร์เทนแฟนบอลด้วยการเล่นที่น่าตื่นเต้น แต่ไม่ค่อยบ่อยที่เขาจะเปลี่ยนวันนั้นๆให้เป็นวันของเขาได้ ด้วยค่าฉีกสัญญาที่ 20 ล้านยูโร นับว่าน่าลองเสี่ยงสำหรับนักเตะที่มีเทคนิคแพรวพราวและความเร็วแบบเขา

ทีมที่เหมาะสม: วัตฟอร์ด

 

ฟาเบียน ชาร์ (เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า)

เดปอร์ติโบได้ตกชั้นจากลาลีก้าไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่กองหลังชาวสวิตคือนักเตะที่ทำผลงานส่วนตัวได้ดี ชาร์ย้ายมาร่วมทีมแคว้นกาลิเซียด้วยราคาที่ถูกแสนถูกเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และ เดปอร์ในตอนนี้ไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะปฏิเสธค่าตัวที่สมเหตุสมผลหากมีการยื่นเข้ามา

ฤดูกาลที่แล้ว ชาร์เป็นตัวหลักในปราการหลังตัวกลางและโชว์ศักยภาพในการครอบครองบอล กองหลังวัย 26ปี ไม่กลัวที่จะออกจากตำแหน่งเพื่อเสี่ยงขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมในการทำเกมรุก รวมถึงเขายังแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศและการเบียดปะทะ ตามรายงานบอกว่าเขาจะมีค่าตัวอันน้อยนิดแค่ 3.5ล้านยูโร

ทีมที่เหมาะสม: บอร์นมัธ, นิวคาสเซิล

 

มาร์กอส ยอเรนเต้ (เรอัล มาดริด)

การได้โอกาสอันน้อยนิดในทีมชุดใหญ่ของเรอัลมาดริดที่ยอเรนเต้ได้รับเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล กับการที่มีนักเตะอย่าง ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส, และ มาเตโอ โควาซิซ ขวางหน้าเขาอยู่ในแผงกองกลาง กองกลางวัย 23ปีจึงไม่สามารถขึ้นมามีส่วนร่วมกับทีมมากถึงแม้จะทำผลงานได้ดีกับอลาเบสในปี 2016/17 ด้วยสัญญายืมตัว

ยอเรนเต้มีส่วนช่วยให้สเปนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ในศึกฟุตบอลยูโร U21 โดยเขาเป็นกองกลางตัวหลัก คอยเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า และเป็นตัวสกรีนในเกมรับก่อนที่บอลจะไปถึงกองหลัง มีนักเตะแค่ไม่กี่คนในตลาดซื้อขายตอนนี้ ที่สามารถเทียบกับเขาได้ในด้านความทรหดและวิ่งไม่มีหมด

ทีมที่เหมาะสม: เอฟเวอร์ตัน, อาร์เซนอล

 

วิลเลี่ยน โฆเซ่ (เรอัล โซเซียดาด)

กองหน้าจอมถึกที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีและมีเท้าที่หนักในการจบสกอร์ วิลเลี่ยนอาจจะยังเป็นนักเตะที่ไม่ครบเครื่องสมบูรณ์แบบนัก แต่กองหน้าวัย 26ปีคนนี้ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาสามารถพักบอลได้ เขาขยันและพร้อมเข้าปะทะกับแนวรับ

วิลเลี่ยนเป็นคนทำประตูหลักให้กับโซเซียดาดมาแล้วสองฤดูกาล หลัง อีมานอล อาคีร์เร็ตเช่ ประสบกับอาการบาดเจ็บยาว ทำให้ศูนย์หน้าชาวบราซิลไม่มีผู้ท้าชิงในตำแหน่งของเขามากนัก เขาเหมาะเจาะกับฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย และมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องออกมาหาความท้าทายใหม่ไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

ทีมที่เหมาะสม: ฟูแล่ม, เซาธ์แฮมป์ตัน, นิวคาสเซิล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online