เจอทีไรงานยากทุกที กับ 6 นักเตะที่อันเดอร์เรตสุดใน Premier League

อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

Aymeric Laporte

มีนักเตะของแมนฯ ซิตี้ ถึง 3 คน ที่เราอยากจะเลือกมาติดในลิสต์นี้ แต่ดาบิด ซิลบา ก็ได้รับคำสรรเสริญมากแล้ว แม้จะยังไม่เท่าที่ควรก็ตาม ขณะที่แฟร์นานดินโญ่ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของเรือใบสีฟ้า จนทำให้บรรดาตัวรุกของทีมเล่นเกมรุกได้อย่างหมดห่วง

แต่คนที่อันเดอร์เรตที่สุดของแมนฯ ซิตี้ คงหนีไม่พ้นลาปอร์ต ปราการหลังรายนี้อาจจะไม่ได้มีสรีระที่แข็งแกร่งเหมือนฟาน ไดจ์ค หรือไม่ได้ทำผลงานได้ดีกับทีมชาติเหมือน จอห์น สโตนส์ หรือ แฮร์รี่ แมคไกวร์ แต่ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ ก็เป็นกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และตลอด 22 เกมที่เขาลงสนามให้กับทีม นับตั้งแต่ที่ย้ายมาเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อเดือนมกราคม ทีมก็ไม่เคยแพ้ใคร (ชนะ 20 เสมอ 2)

และมันก็ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก ที่ลาปอร์ตยังคงถูกทีมชาติฝรั่งเศสมองข้ามมาโดยตลอด แม้เขาจะเคยถูกเรียกติดทีมชาติมาแล้วในเดือนตุลาคม แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยลงสนามให้กับทัพเลส เบลอส์ เลย ซึ่งเรื่องนี้ก็สมควรจะทำให้ดิดิเยร์ เดสชองส์ ถูกวิจารณ์นะ แม้กุนซือรายนี้เพิ่งจะพาทัพตราไก่คว้าแชมป์โลกมา แต่การเรียกมามาดู ซาโก้ กับ อาดิล รามี่ ไปติดทีมชาติก่อนลาปอร์ตนั้น ก็ไม่น่าเกิดขึ้นจริงๆ

อังเดร โกเมส (เอฟเวอร์ตัน)

Andre Gomes

มาร์โก ซิลวา อาจจะเครียดอยู่บ้าง ในความพยายามที่จะพัฒนาการเล่นของเอฟเวอร์ตัน แต่การมาของโกเมส ก็ทำให้ทีมเก็บชัยได้ถึง 3 จาก 5 นัด ที่มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสลงสนาม ส่วนอีก 2 เกมที่ไม่ชนะ ก็เป็นการบุกไปยันเสมอเชลซีถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ และบุกไปพ่ายรองแชมป์เก่าอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด การมาของกองกลางจากบาร์เซโลน่า ทำให้แผงมิดฟิลด์ของท็อฟฟี่สีน้ำเงินนิ่งขึ้น และการประสานงานของเขากับอิดริสซ่า เกย์ ก็ทำให้แดนกลางของทีมดูสมบูรณ์แบบทีเดียว

โกเมสเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเอฟเวอร์ตัน ในยุคของมาร์โก ซิลวา เขาเป็น 1 ใน 6 การเซ็นสัญญากับเอฟเวอร์ตันชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ ร่วมกับริชาร์ลิสัน, เคิร์ท ซูม่า, เยอรี่ มิน่า, ลูคัส ดีญ และแบร์นาร์ด ซึ่งทั้งหมดต่างมีอายุอยู่ในช่วง 21-25 ปี ขณะที่ 2 ฤดูกาลก่อน มีนักเตะของท็อฟฟี่สีน้ำเงินถึง 10 คน ที่มีอายุอยู่ในช่วง 26-33 ปี

หากไม่นับริชาร์ลิสัน นักเตะที่เหลือต่างย้ายจากทีมในระดับแชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้น ซึ่งตัวโกเมสเองอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีนักกับบาร์เซโลน่า แต่เขาก็เคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับบาเลนเซีย และในตอนนี้ มิดฟิลด์เลือดฝอยทองก็เข้ามาเติมเต็มคุณภาพให้แผงกลางของทีม ในแบบที่มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และทอม เดวีส์ ไม่สามารถทำได้

แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

Matt Doherty

มันยากที่จะโต้แย้งว่าขุมกำลังหลักส่วนใหญ่ของวูล์ฟสฯ เป็นเด็กในสังกัดของฮอร์เก้ เมนเดส ก่อนที่เกมจะเริ่ม จอทีวียักษ์ที่ขอบสนามมักจะแสดงไฮไลท์ในช่วง 3 เดือนแรกอันยอดเยี่ยมบนพรีเมียร์ลีกของทีม และคุณก็มักจะได้ยินชื่อ เจา มูตินโญ่, รูเบน เนเวส, ราอูล ฆิเมเนซ หรือ อิวาน คาวาเลโร่ ซึ่งล้วนแต่เป็นลูกค้าของซูเปอร์เอเยนต์ชาวโปรตุกีส

แต่หากคุณถามแฟนบอลของทัพหมาป่าว่าใครเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทีม พวกเขาก็คงจะไม่ได้พูดชื่อนักเตะของเมนเดสหรอก คอเนอร์ โคดี้ อาจจะทำผลงานได้ดีในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค แต่คนที่ทำผลงานน่าประทับใจที่สุดคือแมตต์ โดเฮอร์ตี้  มีนักเตะฟูลแบ็คในลีกแค่เพียง 2 คนเท่านั้น ที่ได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากกว่าโดเฮอร์ตี้ และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้มากกว่าเขา

ฟูลแบ็ควัย 26 ปี กำลังทำผลงานได้ดีมากๆ กับวูล์ฟสฯ และเขาน่าจะเป็นตัวแทนที่เหมาะสมสำหรับเชมัส โคลแมน ที่เข้าสู่เลข 3 ในทีมชาติไอร์แลนด์

เอเตียน กาปู (วัตฟอร์ด)

Etienne Capoue

วัตฟอร์ดก็เหมือนกับวูล์ฟสฯ พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เครื่องจะแผ่วลงไปบ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาก็มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นถึง 12 คะแนนแล้ว

ทัพแตนอาละวาดเต็มไปด้วยผู้เล่นอันเดอร์เรตที่คุณอาจจะลืมชื่อไปในบางครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เคร็ก แคธคาท กองหลังที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอมาโดยตลอด, โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า มิดฟิลด์ที่ทำประตูสำคัญให้ทีมได้บ่อยๆ หรือจะเป็นโฆเซ่ โฮเลบาส ฟูลแบ็คสายอึดที่ทำผลงานได้ดีแม้จะมีอายุ 34 ปีแล้ว

แต่คนที่ควรได้รับเครดิตมากที่สุดคือกาปู อดีตดาวเตะของสเปอร์สรายนี้เป็นหัวใจสำคัญของวัตฟอร์ด เจ้าตัวทำหน้าที่ปัดกวาดเกมคู่แข่งในแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม และมิดฟิลด์รายนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำผลงานในยุคของฆาบี การ์เซีย ได้ดีที่สุด มีผู้เล่นในลีกแค่เพียง 8 คน ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าปะทะมากกว่าเขา และมีนักเตะในลีกเพียงคนเดียวที่ตัดบอลได้มากกว่ามิดฟิลด์เลือดน้ำหอมรายนี้

เชน ดัฟฟี่ (ไบร์ทตัน)

Shane Duffy

ผลงานเกมรับของไบร์ทตันถือเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของพรีเมียร์ลีกในช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา เพราะแผงแบ็คโฟร์ของพวกเขาต่างเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมตั้งแต่อยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งในฤดูกาลที่แล้ว ทัพนกนางนวลก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นทีมครึ่งตารางล่างที่มีสถิติเกมรับดีที่สุดในลีก ส่วนในฤดูกาลนี้ พวกเขาเสียประตูในลีกน้อยกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด เสียอีก

แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ใช่ความดีความชอบของดัฟฟี่เพียงคนเดียว แต่เจ้าตัวก็เป็นคนที่ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้การทำทีมของคริส ฮิวจ์ตัน ในฤดูกาลนี้ ไม่มีใครทำสถิติเคลียร์บอลได้มากกว่ากองหลังเลือดผู้ดีรายนี้ และเขาสกัดบอลด้วยการโหม่งมากที่สุดในลีก ด้วยจำนวน 66 ครั้งด้วยกัน และก็มีนักเตะเพียงคนเดียวในลีก ที่เข้าบล็อกการยิงประตูของคู่แข่งมากกว่าดัฟฟี่

ในยุคที่กองหลังต้องออกบอลได้ดี ดูเหมือนว่าสไตล์การเล่นของเซนเตอร์แบ็คไบร์ทตันจะไม่เหมาะสมกับฟุตบอลปัจจุบันเลย อย่างไรก็ตาม การเล่นของดัฟฟี่ยังคงเหมาะสมกับทีม และเป็นที่ต้องการของคริส ฮิวจ์ตัน อยู่เสมอ

ฟิลิป บิลลิง (ฮัดเดอร์สฟิลด์)

Phil Billing

กับฮัดเดอร์สฟิลด์ บิลลิงถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างแท้จริง เขามีสถิติตัดเกม และได้ง้างเท้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในทีม รวมถึงมีสถิติเลี้ยงบอลและเข้าสกัดบอลสำเร็จได้มากที่สุดในทีม

บิลลิงอาจจะไม่ใช่มิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบ เพราะบางทีเขาก็เล่นได้ไม่ดีนัก มักจะหลุดจากตำแหน่งที่ควรยืน และบางทีก็ฟอร์มตกไป 3-4 นัดติดต่อกัน

แต่ในวัย 22 ปี ก็มีกองกลางอยู่ไม่กี่คนหรอก ที่พัฒนาฝีเท้าได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่ากับกองกลางชาวเดนิชรายนี้ บิลลิงย้ายมาอยู่อคาเดมี่ของฮัดเดอร์สฟิลด์ตอนอายุ 17 ในปี 2013 และหากเขาพัฒนาตัวเองได้เรื่อยๆ ในอนาคตเจ้าตัวก็คงจะถูกเรียกติดทีมชาติเดนมาร์กชุดใหญ่ รวมถึงได้ย้ายไปเล่นทีมใหญ่ๆ ในลีกแน่ เพราะนอกจากจะฝีเท้าดีแล้ว เขายังมีโควตานักเตะโฮมโกรนอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ 

สุดแหวก!!..นักเตะที่หลังจากแขวนสตั๊ดไปแล้วได้ทำอาชีพหรือใช้ชีวิตอย่างเฟี้ยวฟ้าว

นักฟุตบอลหลายๆ คน มักจะทำงานเป็นโค้ชทีมฟุตบอล นักวิจารณ์เกม ผู้บรรยายเกม หรืออาชีพที่ใช้ความสามารถทางฟุตบอลซะเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะพวกเขามีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากมายอยู่แล้ว

แต่กับ 9 คนนี้ พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่ต่างไป ด้วยการทำอาชีพสุดแหวก ที่คุณผู้อ่านอาจจะไม่เชื่อเลยว่า นักฟุตบอลคนนี้จะเลือกทำอาชีพดังกล่าวหลังเลิกเล่นฟุตบอล

ฟาเบียง บาร์กเตซ์ (นักแข่งรถ)

อดีตมือกาวหัวใสรายนี้ประสบความสำเร็จมากพอสมควรในการเล่นฟุตบอล เขาเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและยูโรมาแล้วกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมไปถึงการเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำอย่างโมนาโก, มาร์กเซย และแมนฯ ยูไนเต็ด

ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จของบาร์กเตซ คุณคงจะไม่แปลกใจนักหากเขาจะผันตัวไปเป็นโค้ช ทว่าอดีตมือกาวแชมป์โลกรายนี้กลับตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองจากนักฟุตบอลมาเป็นนักแข่งรถ และเจ้าตัวก็ทำมันได้ดีเสียด้วย โดยอดีตนายทวารของแมนฯ ยูไนเต็ด มีดีกรีเป็นถึงแชมป์รายการ French GT ในปี 2013 รวมถึงได้ลงแข่งในการแข่งขันรถแข่งชื่อดังอย่าง Le Mans 24 Hours ด้วย และปัจจุบันนี้ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังคงลงแข่งขันรถ แข่งอยู่เรื่อยๆ

บิเซนเต้ ลิซาราซู (นักยูยิตซู)

เพื่อนร่วมทีมชาติของบาร์กเตซอย่างลิซาราซู ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เลือกอาชีพหลังการเลิกเล่นนักฟุตบอลที่น่าตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อเขาตัดสินใจไปเป็นนักกีฬายูยิตซู (ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่ง ที่เน้นการจับล็อคและจับทุ่ม)

และลิซาราซูก็ยังคงประสบความสำเร็จในกีฬาชนิดนี้ เหมือนกับที่เขาเคยประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล โดยอดีตแบ็คซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้มีดีกรีเป็นนักยูยิตซูแชมป์ยุโรปของสายสีฟ้า เมื่อปี 2009 เลยทีเดียว

สตีฟ บรูซ (นักเขียนนิยาย)

ทุกคนอาจจะเคยเห็น สตีฟ บรูซ เคยทำงานเป็นผู้จัดการทีมให้กับหลายสโมสรในอังกฤษ แต่เราเดาว่าหลายๆ คนคงไม่รู้แน่ ว่าอดีตกองหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ เคยเป็นนักเขียนนิยายมาก่อน

บรูซเคยเขียนนิยายออกมาทั้งหมด 3 เล่มด้วยกัน (ไม่นับรวมหนังสือชีวประวัติ) ซึ่งนิยายทั้ง 3 เล่ม มีชื่อว่า Striker, Sweeper และ Defender อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือของซันเดอร์แลนด์ก็ออกมายอมรับด้วยความเขินอายว่า หนังสือนิยายของเขานั้นไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก

โทมัส กราเวอเซ่น (นักโป๊กเกอร์)

อดีตกองกลางชื่อดังชาวเดนมาร์ก ผู้เคยลงเล่นให้กับสโมสรชื่อดังอย่างฮัมบูร์ก, เซลติก, เอฟเวอร์ตัน และเรอัล มาดริด ตัดสินใจหนีไปใช้ชีวิตหลังเกษียณตัวเองจากวงการฟุตบอลที่สหรัฐอเมริกา พร้อมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักเสี่ยงโชคอย่างเต็มตัว

กราเวอเซ่นถือเป็นนักเสี่ยงโชคฝีมือดีคนหนึ่ง โดยเฉพาะการเล่นโป๊กเกอร์ เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ลาส เวกัส เมื่อปี 2013 และเขาก็ถือเป็นคนที่มีฝีมือในด้านนี้อย่างมาก ถึงขนาดที่มีรายงานว่า อดีตกองกลางทีมชาติเดนมาร์กมีทรัพย์สินอยู่ที่ 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว

จอร์จ เวอาห์ (ประธานาธิบดีไลบีเรีย)

เวอาห์ถือเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาลงเล่นให้กับโมนาโก, เปแอสเช และเอซี มิลาน นอกจากนี้ อดีตดาวเตะชาวไลบีเรียยังมีดีกรีเป็นนักเตะที่มีสัญชาตินอกยุโรปคนแรกที่สามารถคว้าบัลลงดอร์ได้ด้วย

ด้วยชื่อเสียงทางด้านฟุตบอล อดีตดาวเตะโมนาโกรายนี้คงจะสามารถก้าวมาเป็นโค้ชคอยฝึกสอนผู้เล่นรุ่นต่อไปได้สบายๆ แต่เวอาห์กลับเลือกที่จะลงเล่นการเมืองในประเทศบ้านเกิด ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง

กาอิซก้า เมนดิเอต้า (ดีเจ)

เมนดิเอต้าถือเป็นหนึ่งในกองกลางมากพรสวรรค์คนหนึ่งของทีมชาติสเปนในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 และเขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่พาบาเลนเซียเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน (แม้จะพลาดแชมป์ทั้ง 2 ครั้งก็ตาม)

แต่นอกจากพรสวรรค์ในด้านฟุตบอลแล้ว ดูเหมือนว่าอดีตกองกลางของมิดเดิลสโบรช์รายนี้จะมีพรสวรรค์ในเรื่องของเสียงเพลงด้วย เพราะหลังจากเลิกเล่น เมนดิเอต้าได้ช่วงเวลาสั้นๆ ในการทำงานเป็นดีใจในสถานบันเทิงที่ลอนดอน และเขาก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องราตรีเหมือนกัน

ปาโปล ออสวัลโด้ (นักดนตรี)

หนึ่งในกองหน้าฝีเท้าดีคนหนึ่งของวงการฟุตบอล แต่ด้วยความติสท์ของเขา ทำให้ออสวัลโด้ไม่สามารถลงเล่นให้กับทีมไหนได้นานนัก และที่สุดแล้ว ดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง30 ปี เพื่อไปตามความฝันของเขา นั่นคือการเป็นร็อคสตาร์!

ใช่แล้ว คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอก ออสวัลโด้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลเพื่อไปเป็นนักดนตรี โดยเขาได้รวมตัวกับเพื่อนนักดนตรีในสมัยที่ตัวเองเล่นอยู่กับเอสปันญ่อล ฟอร์มวงดนตรีที่ชื่อว่า Barrio Viejo ขึ้นมา  และดูเหมือนว่า เจ้าตัวจะมีความสุขกับงานที่ทำในตอนนี้เหลือเกิน

ทิม วีเซ่ (นักมวยปล้ำ)

อดีตมือกาวคนเก่งของเบรเมนรายนี้ ตัดสินใจประกาศแขวนถุงมือในการลงเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังจากมองว่าตัวเองผ่านจุดสูงสุดในอาชีพนักฟุตบอลไปแล้ว แต่ดูเหมือนเขายังเชื่อว่าตัวเองจะยังสามารถเป็นนักกีฬาต่อไปได้ และวีเซ่ก็ได้ก้าวมาเป็นนักมวยปล้ำของ WWE บริษัทมวยปล้ำชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

อดีตจอมหนึบทัพอินทรีเหล็กรายนี้เข้าไปเป็นนักมวยปล้ำของ WWE ตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะได้ลงปล้ำในฐานะนักมวยปล้ำอาชีพครั้งแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี พร้อมกับได้รับฉายาว่า ‘The Machine’

อายัน เดอ ซูว์ (ตำรวจสืบสวน)

กองหลังชาวดัตช์ผู้เคยผ่านการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกกับปอร์ทสมัธและวีแกน ในช่วงทศวรรษที่ 2000 รายนี้ ถือเป็นกองหลังที่มีฝีเท้าไม่เลวในช่วงนั้น แม้จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมใหญ่ๆ ในลีกเลยก็ตาม

หลังจากแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2009 เดอ ซูว์ ผันตัวเองไปเป็นตำรวจสืบสวนแบบเต็มตัวที่เนเธอร์แลนด์ บ้านเกิดของตัวเอง และในปี 2014 เขาก็ได้เปิดเผยสาเหตุที่ตัวเองไปทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ว่า “ผมมีความสนใจในการทำงานเป็นตำรวจอยู่ตลอด และผมก็ต้องการที่จะทำประโยชน์อะไรสักอย่างให้กับสังคม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ 

สุดเซอร์ไพรส์กับ7สถิติน่าทึ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ

การคุมทีม  น็อตต์ส เคาน์ตี้ เพียง 10 สัปดาห์ของ แฮรี่ คีเวลล์

ตำนานนักเตะทีมชาติออสเตเรีย และอดีตตัวรุกจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ก้าวเข้ามารับงานกับ น็อตต์ส เคาน์ตี้ ทีมในลีกทู ได้เพียง 10 สัปดาห์ ก็มีอันต้องถูกปลดจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย จากผลงานสุดห่วยของเจ้าตัว

ดาวเตะวัย 40 ปี เข้ามาทำหน้าที่แทนเควิน โนแลน ตั้งแต่สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการเลื่อนชั้นให้ได้ แต่ผลงานของทีมกลับย่ำแย่ เมื่อเขาพาทีมเก็บชัยชนะได้เพียง 3 เกม จากการคุมทีมทั้งหมด 14 เกมของเจ้าตัว จมอยู่อันดับที่ 22 ของตาราง

การถูกไล่ออกของ แฮรี่ คีเวลล์ นั้นสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหลายคนที่ไม่ใช่แฟนบอล น๊อตต์สเคาท์ตี้ เป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงแค่การคุมทีมได้เพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ  คีเวลล์ มาคุมทีม น็อตต์ส เคาน์ตี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่!!!

จำนวนผู้ชมในสนามของซันเดอร์แลนด์มีมากกว่า โมนาโก ถึง 3 เท่า

แม้ว่าปัจจุบันจะตกชั้นไปเล่นในลีกวัน แต่แฟนๆของทีมแมวดำ ซันเดอร์แลนด์ก็ยังตามเชียร์ทีมอย่างเหนียวแน่น โดยหากเทียบกับทีมอย่างโมนาโก ที่มีสนามรองรับผู้ชมได้ที่ 18,000 คน แต่พวกเขากลับมีค่าเฉลี่ยเพียงแค่ 9,200 คนต่อเกมเท่านั้น

ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของซันเดอร์แลนด์กลับสูงถึง 30,000 ต่อเกม จากความจุของสนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ที่รองรับได้ถึง 48,000 คน ต่อเกม และหากเทียบกับคูแข่งในลีกวัน อย่าง ปอร์สมัธ พวกเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยผู้เข้าชมที่ดีกว่า โมนาโก ถึงเท่าตัว เลยทีเดียว

การทำได้เพียง 10 ประตูในบ้านตลอดทั้งซีซั่น ของ แมนฯ ซิตี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ก่อนจะเป็นทีมที่ยิงคู่แข่งกระจุยกระจายอย่างทุกวันนี้ แมนฯ ซิตี้ เคยทำได้เพียง 10 ประตู จากการเล่นในบ้านตลอดทั้งฤดูกาล

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2006-2007 ทีมเรือใบสีฟ้า ยิงประตูไม่ได้เลย ในช่วง 8 เกมสุดท้ายในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยมของตนเอง ทำให้เมื่อจบฤดูกาลพวกเขามีจำนวนการยิงประตูในบ้านเพียงแค่ 10 ประตูเท่านั้น จนกลายเป็นสถิติการยิงประตูในบ้านที่น้อยที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก จนถึงปัจจุบัน

ด้วยศูนย์หน้าในตอนนั้น อย่าง พอล ดิ๊กค๊อฟ และ ดาริอุส วาซเซล ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าทำไมกุนซือในตอนนั้นอย่างสจ๊วต เพียซ ถึงทำผลงานได้แตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับทีมของ เป็บ กวาดิโอล่า หลังจากผ่านมา 10 ปี

วูล์ฟแฮมป์ตันมีกองเชียร์ที่มีเสียงเชียร์ดังที่สุดในพรีเมียร์ลีก

กองเชียร์วูล์ฟได้ถูกจัดให้เป็นกองเชียร์ที่มีเสียงเชียร์ดังที่สุด ยามทีมเล่นในถิ่น โมลีนิวซ์ สเตเดี้ยม โดยวัดได้ว่าเสียงเชียร์วูล์ฟมีเสียงดังถึง 85 เดซิเบลเลยทีเดียว

และกองเชียร์วูลฟ์ก็ไม่เสียแรงเปล่า เมื่อผลงานในบ้านของวูลฟ์แฮมตันก็ทำได้ดีเมื่อ่พวกเขาแบ่งแต้มจาก ทีมแชมป์เก่าอย่างแมนซิตี้ หรือกับทีมอย่าง เอฟเวอร์ตันได้ รวมถึงเก็บชัยชนะได้จาก ทีม เซาธ์แธมตัน และ เบรินลี่ย์ ได้สำเร็จ ซึ่งก็คุ้มค่าที่บรรดากองเชียร๋ของพวกเขาจะเปล่งเสียร์เชียร์แบบสุดคอหอยต่อไป

ซุปเปอร์มาริโอ กับสถิติ 1 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก

นักเตะอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่นั้น ขึ้นชื่อในเรื่องการทำเรื่องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกสนาม และแน่นอนว่าสถิติของเขาในพรีเมียร์ลีกก็ย่อมไม่ธรรมดาด้วยเช่นเดียวกัน

บาโลเตลลี่นั้น ยิงได้ถึง 21 ประตู จาก 70 เกมบนลีกสูงสุดของอังกฤษ แต่ทั้งหมด 21ประตูนั้น กลับไม่มีความสำคัญเทียบเท่ากับการแอสซิสต์เพียงแค่ครั้งเดียวของเจ้าตัวบนเวทีพรีเมียร์ลีก

การจ่ายบอลครั้งนั้น เกิดขึ้นในนัดชี้แชมป์ของแมนฯซิตี้กับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งทีมเรือใบต้องพบกับทีม ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ และซุปเปอร์มาริโอก็เป็นคนจ่ายบอลให้ กุน อเกวโร่ หลุดเข้าไปซัดชัยในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี มาครองได้สำเร็จ

สถิติสุดทึ่งของ แกเร็ธ เบล

ในช่วงที่ปีกวานรอย่าง แกเร็ธ เบลล์ ยังคงอยู่ในถิ่น ไวท์ ฮาร์ทเลน เจ้าตัวได้สร้างสถิติอันเหลือเชื่อขึ้นในนัดที่ สเปอร์พบกับลิเวอร์พูล ที่ไวท์ ฮาร์ทเลน ในปี 2012

เบลล์ ทั้งยิงประตูจากลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา จ่ายให้ อารอน เลนน่อน หลุดเข้าไปทำประตุ และยังทำเข้าประตูตัวเองอีกด้วย ตามมาด้วยการโดนใบเหลืองจากการพุ่งล้ม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเกมเดียว แต่ปีกพรสวรรค์จากเวลล์คนนี้ทำได้

กองเชียร์ของ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ คือกองเชียร์นอกบ้านที่ดีที่สุด ของลีก แชมเปี้ยนชิพ

ทีมนกเค้าแมว  เชพฟิลด์ เวนส์เดย์  คือทีมที่มีกองเชียร์ตามไปเชียร์ยามที่ทีมต้องไปเล่นนอกบ้านที่ดีที่สุดในลีก แชมป์เปี้ยนชิพ เมื่อพวกเขามีค่าเฉลี่ยที่สูงถึง 2,790 คนต่อนัด ซึ่งไม่ว่าจะต้องขึ้นเหนือหรือล่องใต้ บรรดาแฟนพันธ์แท้ของพวกเขาก็พร้อมตามไปเชียร์ทีมรักถึงที่

กองเชียร์จำนวนมากที่ตามไปเชียร์พวกเขา ในนัดที่ทีมพบกับสโต๊กและโบลตันนั้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงการมีกองเชียร์นอกบ้านที่ดีที่สุด ของลีก แชมป์เปี้ยนชิพ และเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะกับแฟนๆของลีดส์ ยูไนเต็ดที่เคยไม่ยอมรับกับเรื่องนี้ และพยายามออกแคมเปญผ่านทางโลกโซเชี่ยลเพื่อพิสูจน์ว่า กองเชียร์ของลีดส์นั้นมีแยอะกว่า ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

สถิติไร้พ่ายของวงการฟุตบอลอังกฤษที่คุณอาจจะยังไม่รู้

การคุมทีม  น็อตต์ส เคาน์ตี้ เพียง 10 สัปดาห์ของ แฮรี่ คีเวลล์

ตำนานนักเตะทีมชาติออสเตเรีย และอดีตตัวรุกจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ก้าวเข้ามารับงานกับ น็อตต์ส เคาน์ตี้ ทีมในลีกทู ได้เพียง 10 สัปดาห์ ก็มีอันต้องถูกปลดจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย จากผลงานสุดห่วยของเจ้าตัว

ดาวเตะวัย 40 ปี เข้ามาทำหน้าที่แทนเควิน โนแลน ตั้งแต่สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการเลื่อนชั้นให้ได้ แต่ผลงานของทีมกลับย่ำแย่ เมื่อเขาพาทีมเก็บชัยชนะได้เพียง 3 เกม จากการคุมทีมทั้งหมด 14 เกมของเจ้าตัว จมอยู่อันดับที่ 22 ของตาราง

การถูกไล่ออกของ แฮรี่ คีเวลล์ นั้นสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหลายคนที่ไม่ใช่แฟนบอล น๊อตต์สเคาท์ตี้ เป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงแค่การคุมทีมได้เพียง 10 สัปดาห์เท่านั้น แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ  คีเวลล์ มาคุมทีม น็อตต์ส เคาน์ตี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่!!!

จำนวนผู้ชมในสนามของซันเดอร์แลนด์มีมากกว่า โมนาโก ถึง 3 เท่า

แม้ว่าปัจจุบันจะตกชั้นไปเล่นในลีกวัน แต่แฟนๆของทีมแมวดำ ซันเดอร์แลนด์ก็ยังตามเชียร์ทีมอย่างเหนียวแน่น โดยหากเทียบกับทีมอย่างโมนาโก ที่มีสนามรองรับผู้ชมได้ที่ 18,000 คน แต่พวกเขากลับมีค่าเฉลี่ยเพียงแค่ 9,200 คนต่อเกมเท่านั้น

ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของซันเดอร์แลนด์กลับสูงถึง 30,000 ต่อเกม จากความจุของสนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ที่รองรับได้ถึง 48,000 คน ต่อเกม และหากเทียบกับคูแข่งในลีกวัน อย่าง ปอร์สมัธ พวกเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยผู้เข้าชมที่ดีกว่า โมนาโก ถึงเท่าตัว เลยทีเดียว

การทำได้เพียง 10 ประตูในบ้านตลอดทั้งซีซั่น ของ แมนฯ ซิตี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ก่อนจะเป็นทีมที่ยิงคู่แข่งกระจุยกระจายอย่างทุกวันนี้ แมนฯ ซิตี้ เคยทำได้เพียง 10 ประตู จากการเล่นในบ้านตลอดทั้งฤดูกาล

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2006-2007 ทีมเรือใบสีฟ้า ยิงประตูไม่ได้เลย ในช่วง 8 เกมสุดท้ายในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยมของตนเอง ทำให้เมื่อจบฤดูกาลพวกเขามีจำนวนการยิงประตูในบ้านเพียงแค่ 10 ประตูเท่านั้น จนกลายเป็นสถิติการยิงประตูในบ้านที่น้อยที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก จนถึงปัจจุบัน

ด้วยศูนย์หน้าในตอนนั้น อย่าง พอล ดิ๊กค๊อฟ และ ดาริอุส วาซเซล ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าทำไมกุนซือในตอนนั้นอย่างสจ๊วต เพียซ ถึงทำผลงานได้แตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับทีมของ เป็บ กวาดิโอล่า หลังจากผ่านมา 10 ปี

วูล์ฟแฮมป์ตันมีกองเชียร์ที่มีเสียงเชียร์ดังที่สุดในพรีเมียร์ลีก

กองเชียร์วูล์ฟได้ถูกจัดให้เป็นกองเชียร์ที่มีเสียงเชียร์ดังที่สุด ยามทีมเล่นในถิ่น โมลีนิวซ์ สเตเดี้ยม โดยวัดได้ว่าเสียงเชียร์วูล์ฟมีเสียงดังถึง 85 เดซิเบลเลยทีเดียว

และกองเชียร์วูลฟ์ก็ไม่เสียแรงเปล่า เมื่อผลงานในบ้านของวูลฟ์แฮมตันก็ทำได้ดีเมื่อ่พวกเขาแบ่งแต้มจาก ทีมแชมป์เก่าอย่างแมนซิตี้ หรือกับทีมอย่าง เอฟเวอร์ตันได้ รวมถึงเก็บชัยชนะได้จาก ทีม เซาธ์แธมตัน และ เบรินลี่ย์ ได้สำเร็จ ซึ่งก็คุ้มค่าที่บรรดากองเชียร๋ของพวกเขาจะเปล่งเสียร์เชียร์แบบสุดคอหอยต่อไป

ซุปเปอร์มาริโอ กับสถิติ 1 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก

นักเตะอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี่นั้น ขึ้นชื่อในเรื่องการทำเรื่องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกสนาม และแน่นอนว่าสถิติของเขาในพรีเมียร์ลีกก็ย่อมไม่ธรรมดาด้วยเช่นเดียวกัน

บาโลเตลลี่นั้น ยิงได้ถึง 21 ประตู จาก 70 เกมบนลีกสูงสุดของอังกฤษ แต่ทั้งหมด 21ประตูนั้น กลับไม่มีความสำคัญเทียบเท่ากับการแอสซิสต์เพียงแค่ครั้งเดียวของเจ้าตัวบนเวทีพรีเมียร์ลีก

การจ่ายบอลครั้งนั้น เกิดขึ้นในนัดชี้แชมป์ของแมนฯซิตี้กับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งทีมเรือใบต้องพบกับทีม ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ และซุปเปอร์มาริโอก็เป็นคนจ่ายบอลให้ กุน อเกวโร่ หลุดเข้าไปซัดชัยในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี มาครองได้สำเร็จ

สถิติสุดทึ่งของ แกเร็ธ เบล

ในช่วงที่ปีกวานรอย่าง แกเร็ธ เบลล์ ยังคงอยู่ในถิ่น ไวท์ ฮาร์ทเลน เจ้าตัวได้สร้างสถิติอันเหลือเชื่อขึ้นในนัดที่ สเปอร์พบกับลิเวอร์พูล ที่ไวท์ ฮาร์ทเลน ในปี 2012

เบลล์ ทั้งยิงประตูจากลูกฟรีคิกระยะ 25 หลา จ่ายให้ อารอน เลนน่อน หลุดเข้าไปทำประตุ และยังทำเข้าประตูตัวเองอีกด้วย ตามมาด้วยการโดนใบเหลืองจากการพุ่งล้ม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเกมเดียว แต่ปีกพรสวรรค์จากเวลล์คนนี้ทำได้

กองเชียร์ของ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ คือกองเชียร์นอกบ้านที่ดีที่สุด ของลีก แชมเปี้ยนชิพ

ทีมนกเค้าแมว  เชพฟิลด์ เวนส์เดย์  คือทีมที่มีกองเชียร์ตามไปเชียร์ยามที่ทีมต้องไปเล่นนอกบ้านที่ดีที่สุดในลีก แชมป์เปี้ยนชิพ เมื่อพวกเขามีค่าเฉลี่ยที่สูงถึง 2,790 คนต่อนัด ซึ่งไม่ว่าจะต้องขึ้นเหนือหรือล่องใต้ บรรดาแฟนพันธ์แท้ของพวกเขาก็พร้อมตามไปเชียร์ทีมรักถึงที่

กองเชียร์จำนวนมากที่ตามไปเชียร์พวกเขา ในนัดที่ทีมพบกับสโต๊กและโบลตันนั้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงการมีกองเชียร์นอกบ้านที่ดีที่สุด ของลีก แชมป์เปี้ยนชิพ และเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะกับแฟนๆของลีดส์ ยูไนเต็ดที่เคยไม่ยอมรับกับเรื่องนี้ และพยายามออกแคมเปญผ่านทางโลกโซเชี่ยลเพื่อพิสูจน์ว่า กองเชียร์ของลีดส์นั้นมีแยอะกว่า ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

เริ่มต้นได้ดีแล้วปลายล่ะ!! 10 นักเตะที่ทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีก ของครึ่งฤดูกาลแรก

อันดับ 1 : เอเดน อาซาร์ (เชลซี)

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาซาร์มักจะทำผลงานได้ดีหลังเชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีม ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของปีกทีมชาติเบลเยี่ยมจะสัมพันธ์กับฟอร์มการเล่นของสโมสร ซึ่งเชลซีมักจะเป็นสโมสรที่มักจะประสบความสำเร็จในช่วงแรกของกุนซือคนใหม่ ก่อนจะค่อยๆ ทำผลงานดรอปลง เนื่องจากการขาดความสดใหม่ในทีม ฉะนั้นแล้วงานหลักของซาร์รี่คือการทำให้เชลซีทำผลงานให้ดีเข้าไว้ เพราะนั้นจะส่งผลให้อาซาร์มีผลงานที่ดีตามไปด้วย

ดูเหมือนว่าซาร์รี่เองก็มีแผนในการรับมือกับเรื่องนี้ เขาพยายามทำให้อาซาร์มีความสุข และนั่นก็พอจะช่วยยับยั้งไม่ให้ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมย้ายไปเรอัล มาดริด ซึ่งถือเป็นสโมสรในฝันของเขาได้ อดีตกุนซือของนาโปลีวางให้อาซาร์อยู่ใกล้พื้นที่สุดท้ายโดยไม่ต้องลงมาช่วยเกมรับมากนัก และยังพยายามให้อดีตดาวเตะลีลล์หุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กุนซือจอมสูบบุหรี่ยังออกมายกย่องยอดแข้งวัย 27 ปี รายนี้ว่า สามารถทำประตูได้ถึง 35 ลูก ในฤดูกาลนี้

และแผนของซาร์รี่ก็กำลังเป็นไปได้สวยเลยทีเดียว อาซาร์ขึ้นเป็นดาวซัลโว่ร่วมของลีกด้วยการทำไป 7 ประตู ทั้งที่ลงเล่นไปเพียง 667 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยการได้ง้างเท้ายิงทุกๆ 24 นาที  รวมถึงยังมีสถิติการได้จับบอลในกรอบเขตโทษมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย บางทีอาซาร์อาจจะกลายเป็นดรีส เมอร์เทนส์ คนใหม่ สำหรับซาร์รี่ก็ได้

อันดับ 2 : อายเมริค ลาปอร์ต (แมนฯ ซิตี้)

คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หลายคนจะมองว่าฟอร์มการเล่นอันโดเด่นของแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นเพราะเกมรุกของพวกเขา ทัพเรือใบสีฟ้ามีนักเตะแนวรุกหลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงพีค พวกเขามีการเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ และสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

แต่ในตอนนี้ หากจะถามว่าใครโดดเด่นที่สุดในทัพเรือใบสีฟ้า เราก็ขอเลือกลาปอร์ต เพราะเจ้าตัวได้ลงเล่นครบทุกนาทีในลีกฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่เป๊ป มักจะหมุนเวียนผู้เล่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะเซนเตอร์แบ็คที่มีตัวเลือกชั้นดีมากมาย แต่ลาปอร์ตกลับเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนเดียวที่ได้ลงเล่นครบทุกเกม และทุกนาทีในลีกซีซั่นนี้ รวมไปถึงในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ในฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ อาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ยังมีจุดอ่อนในแนวรับอยู่ ลูกทีมของกวาร์ดิโอล่ามักจะเจอปัญหายามที่เจอกับทีมที่มีเล่นเกมสวนกลับได้ดีและมีเกมรุกเฉียบขาด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ซึ่งต้องขอบคุณความเยือกเย็นของลาปอร์ต นับตั้งแต่ปราการหลังชาวฝรั่งเศสย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกให้เดอะ ซิติเซ่น ไปแล้ว 19  เกม และจาก 19 เกมที่กองหลังวัย 24 ปีลงสนามเป็นตัวจริง ทีมสามารถคว้าชัยได้ถึง 17 เกม เสมออีก 2 เกม และช่วยให้ทีมเสียประตูแค่ 8 ลูกเท่านั้น

อันดับ 3 : ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้)

มีทฤษฎีของแฟนบอลบางกลุ่มระบุว่า ยิ่งซิลบามีอายุมากขึ้น เขาก็ยิ่งเก่งขึ้น และมันก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แม้จะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้อดีตกองกลางบาเลนเซียได้รับคำสรรเสริญมากขึ้น นักฟุตบอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะพึ่งพาความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายเพื่อให้ตัวเองทำผลงานได้ดี แต่ซิลบานั้นต่างออกไป เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้ว การควบคุมบอลสำคัญที่สุด  และเขาเน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง

ซิลบาจะมีอายุครบ 33 ปี ในเดือนมกราคมนี้ แต่นี่อาจจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพ เพราะเขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่วิ่งไปทั่วทั้งสนาม หรือใช้ความเร็วเพื่อพาบอลผ่านแนวรับ มิดฟิลด์สแปนิชรายนี้ใช้เพียงการควบคุมบอลและความสร้างสรรค์ในการเล่น เพื่อควบคุมจังหวะของเกม และควบคุมการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้

แม้รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยนักเตะที่มีความเร็วและมีทักษะการผ่านคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม แต่ซิลบาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองของแฟนบอล การเล่นของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอันล้นเหลือ ในฤดูกาลก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนมีปัญหาในเรื่องของครอบครัวจนทำให้เขาพลาดการลงสนามไปหลายเกม ทำให้ฤดูกาลนี้ ซิลบาตั้งเป้าจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม และถ้าเจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พ่วงด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในฤดูกาลนี้ มันก็คงจะเป็นการจบฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดสำหรับตัวซิลบา และแฟนบอลของเขา

อันดับ 4 : โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)

การมาของอลิสซอนช่วยกระดับการเล่นเกมรับของลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เวอร์ กิล ฟาน ไดจ์ค ก็ยังตงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นผู้นำในแผงหลังให้กับทีมได้ดีเช่นเคย แต่หากคุณได้ดูลิเวอร์พูลลงเล่นทุกเกม คุณจะเห็นว่านักเตะเกมรับที่ทำผลงานได้ดีอีกคนของหงส์แดงคือ โจ โกเมซ และเราก็มองว่าเขาคือกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดให้กับทีมดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ในตอนนี้

โกเมซเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชนของชาร์ลตัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่แอนฟิลด์เมื่อปี 2015 ก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงตอนไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษ U-21 จนต้องพักรักษาตัวเป็นปี อย่างไรก็ตาม ปราการหลังดาวรุ่งรายนี้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงพักฟื้น เพื่อหวังจะกลับมาสู่ทีมในฐานะนักเตะที่ดีกว่าเดิม

และคุณก็คงจะรู้แล้วว่ากองหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษพัฒนาขึ้นมาขนาดไหน เรามักจะได้ยินเสียงยกย่องชื่นชมของแฟนบอลที่แอนฟิลด์อยู่บ่อยๆ ในยามที่โกเมซออกวิ่งด้วยความเร็วเพื่อไปเข้าสไลด์ปะทะแนวรุกคู่แข่ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ดาวรุ่งวัย 21 ปี ได้เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าสเกาเซอร์แล้ว

อันดับ 5 : อเล็กซองเดร์ ลากาเซตต์ (อาร์เซนอล)

ลากาเซตต์อาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ต้องกังวลเรื่องอนาคตตัวเองกับอาร์เซนอล แม้ทีมจะปล่อยอเล็กซิส ซานเชส ออกไปในเดือนมกราคม แต่ก็มีการนำเข้านักเตะอย่างเฮนริค มคิทาร์ยาน และปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง เข้ามา และนั่นก็ทำให้ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก นอกจากนี้ การได้รับบาดเจ็บริเวณหัวเข่าในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ในทีมของเขาแย่ลงไปอีก

แต่ในยุคของอูไน เอเมรี่ มันต่างไป อดีตหัวหอกของลียงไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่ดูมีความสุขภายใต้การทำทีมของกุนซือชาวสแปนิช แต่ลากาเซตต์เป็นคนที่แสดงให้เราเห็นว่ามีความสุขมากขึ้นชัดเจนที่สุด ในลีกฤดูกาลนี้ เจ้าตัวทำไปแล้ว 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ที่สำคัญคือกองหน้ารายนี้เล่นเข้าขากับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างโอบาเมยองได้เป็นอย่างดี

ในตอนแรก ทุกคนเป็นกังวลว่าทั้งสองคนจะเล่นร่วมกันได้ไหม แต่ประเด็นนี้ก็ตกลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างลงตัว และตลอดเวลา 438 นาทีที่ทั้งสองคนลงสนามพร้อมกัน ทั้งคู่ก็ทำประตูให้ทัพปืนใหญ่ได้ถึง 8 ลูกเลยทีเดียว

อันดับ 6 : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

ไรอัน เฟรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง เขาถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของบอร์นมัธ นำมาปั้น และรีดศักยภาพออกมาได้เป็นอย่างดี จนช่วยให้เดอะ เชอร์รี่ส์ ทำผลงานติดลมบนอยู่ในตอนนี้

สำหรับเฟรเซอร์ เส้นทางนักฟุตบอลของเขานั้นไม่ได้สวยงามนัก ครั้งหนึ่งเขาเคยออกมายอมรับว่า ไม่ได้สนใจสภาพร่างกายตัวเองเลย นับตั้งแต่สามารถเข้าไปเล่นกับทีมชุดแรกของบอร์นมัธได้ จนเอ็ดดี้ ฮาว ต้องออกมาบอกว่า เขาจะไม่ได้ลงเล่นให้สโมสรอีก จนกว่าตัวปีกชาวสก็อตติชจะกลับมาดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

แต่ในตอนนี้เฟรเซอร์เป็นผู้ใหญ่แล้ว และเจ้าตัวก็ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และเริ่มแสดงให้เห็นถึงบุคลิกของความเป็นนักเตะที่สามารถชี้ขาดเกมได้ ซึ่งเราไม่เคยเห็นจากตัวเขามาก่อนเลย เราคิดว่าปีกทีมชาติสก็อตแลนด์รายนี้ ควรจะดูเอเดน อาซาร์ เป็นแบบอย่างไว้ เพราะพวกเขามีลักษณะการเล่นที่คล้ายกันมาก และอาจจะมากกว่าที่เราคิดไว้ บางทีฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของเฟรเซอร์ก็เป็นได้

อันดับ 7 : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

ไม่มีนักเตะคนไหนในทีมลิเวอร์พูลที่ยิงประตูตรงกรอบ, สร้างสรรค์โอกาสให้ทีม และเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้มากกว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกแล้วในฤดูกาลนี้ แม้ปัจจุบันปีกทีมชาติอียิปต์จะยังห่างไกลจากฟอร์มการเล่นในฤดูกาลที่แล้วของตัวเองพอสมควร แต่ตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ทำประตูให้หงส์แดงได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2  หากนับเฉพาะนักเตะที่ยังคงลงเล่นให้กับทีมอยู่

คุณไม่ต้องใช้เวลานานนักหรอกหากจะดูซาลาห์สร้างความแตกต่างในเกม การเล่นด้วยความมั่นใจสูงสุดทำให้นักฟุตบอลสามารถเล่นไปตามสัญชาตญาณตัวเองได้ แต่บางทีผลงานที่ยอดเยี่ยมนั้นก็ทำให้นักเตะขาดความรอบคอบมากขึ้น และตอนนี้ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อนก็คงต้องคิดอะไรให้มากขึ้นว่าจะทำอะไรในแต่ละจังหวะ เพราะตอนนี้ฟอร์มเขายังไม่ได้อยู่ในจุดพีค แถมยังถูกบรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกจ้องที่จะรุมกินโต๊ะอยู่ตลอด

แม้จะยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ซาลาห์เองก็ยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ เจ้าตัวเป็นนักเตะ 1 ใน 6 คน ที่สามารถทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก และทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง (5 ประตู 3 แอสซิสต์) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ฉะนั้นแล้ว หากปีกวัย 26 ปี กลับมาท็อปฟอร์มได้เมื่อไร บรรดากองหลังในพรีเมียร์ลีกคงได้ปวดหัวหนักแน่

อันดับ 8 : แมตต์ โดเฮอร์ตี้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

นี่คือนักเตะที่ถูกมองว่ามีพัฒนาการมากที่สุดของลีกผู้ดีช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดเฮอร์ตี้เคยถูกปล่อยตัวไปอยู่กับฮิเบอร์เนี่ยนและบิวรี่ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทัพหมาป่าในช่วงที่ทีมตกไปลีก วัน ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดในยุคที่นูโน่เข้ามากุมบังเหียนวูล์ฟส และพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งผลงานของแบ็คขวาจอมบุกรายนี้ก็ยอดเยี่ยมจนแฟนบอลของทีมต้องออกมาแต่เพลงเชียร์ให้กับเขาเลยทีเดียว

วูล์ฟสออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว แม้พวกเขาเพิ่งจะเสียท่าให้กับไบร์ทตัน และวัตฟอร์ด ใน 2 นัดล่าสุด แต่โดเฮอร์ตี้ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ สำหรับวูล์ฟแฮมป์ตัน มีนักเตะเพียงคนเดียวในทีมที่ยิงบอลเข้ากรอบได้มากกว่า และยิงประตูได้มากกว่าแบ็คขวาชาวไอร์แลนด์รายนี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้น ที่สร้างสรรค์โอกาสการทำประตูให้ทีมได้มากกว่าเขา

ในตอนแรก ทุกคนอาจจะแปลกใจที่วูล์ฟสพยายามลงทุนเพื่อดึงนักเตะในตำแหน่งกองหน้าและกองกลางมาร่วมทีม ขณะที่ผู้เล่นเกมรับกับเลือกใช้นักเตะที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในลีกรองอย่างโดเฮอร์ตี้เป็นตัวหลัก แต่มาถึงตอนนี้ แฟนบอลคงจะเลิกสงสัยแล้วว่าทำไม นูโน่ กุนซือของทีมถึงตัดสินใจแบบนั้น

อันดับ 9 : เซร์จิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเห็นอเกวโร่ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอจากระบบการเล่นเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ เพราะหลายๆ คนมองว่าใครก็ตามที่มาเล่นเป็นกองหน้าให้เรือใบสีฟ้า ย่อมทำประตูได้มากมายและประสบความสำเร็จในอาชีพแน่นอน ฉะนั้นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ ‘เอล กุน’ จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในตอนนี้ เขาถือเป็นนักเตะที่มีโอกาสจบสกอร์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับทำประตูไปแล้ว 6 ลูก แม้อัตราความแม่นยำในการยิงเข้ากรอบกับค่าเฉลี่ยในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูของเจ้าตัวจะน้อยกว่าแฮร์รี่ เคน ก็ตาม

แต่ต้องยอมรับว่า ตอนนี้อเกวโร่จะไม่ใช่ตัวจบสกอร์หลักของแมนฯ ซิตี้ เพราะหน้าที่นั้นน่าจะเป็นของราฮีม สเตอร์ลิ่ง มากกว่า ด้วยวัย 20 ปลายๆ ทำให้ศูนย์หน้าเลือดฟ้าขาวต้องปรับบทบาทในการเล่น เพื่อให้ตัวเองสามารถเล่นในระบบที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า วางไว้ได้

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ถูกถอยลงมายืนต่ำกว่าเดิม โดยมีหน้าที่หลักคือการดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง และสร้างพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ เจ้าตัวยังต้องตัดสินใจเอาเองว่าจังหวะไหนควรจะเล่นอย่างเห็นแก่ตัว หรือจังหวะนั้นควรจะออกบอลให้เพื่อน และเขาก็ต้องทำมันให้ถูกจังหวะและเวลา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ไม่เชื่อคุณก็ลองดูกาเบรียล เฆซุส ในฤดูกาลนี้สิ ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลเล่นไม่ออก และเพิ่งทำประตูในฤดูกาลนี้ได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กับอเกวโร่แล้ว บทบาทนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย

อันดับ 10 : มาร์กอส อลอนโซ่ (เชลซี)

ในตอนนี้เราก็พอจะเห็นแล้วว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือเป็นคนที่เหมาะสมแล้วในการเข้ามาทำงานกับเชลซีแทน อันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งระบบการเล่นของกุนซือสายควันรายนี้ก็อาจจะทำให้อลอนโซ่พบกับความลำบากอยู่บ้าง จากการเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นมาเป็นฟูลแบ็คในระบบแบ็คโฟร์ แทนที่การเล่นเป็นวิงแบ็คในระบบหลังสาม

สำหรับอลอนโซ่แล้ว เขายังคงรับหน้าที่การดูแลเกมรับทางฝั่งซ้ายเหมือนเคย รวมถึงคอยเติมรุกในโอกาสที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มันก็น่ากังวลเหมือนกันว่าแบ็คซ้ายทีมชาติสเปนอาจจะทำผลงานติดขัด เนื่องจากต้องเล่นเกมรับมากขึ้นในระบบแบ็คโฟร์ และบางทีเจ้าตัวอาจจะถูกแทนที่จากการนำเข้านักเตะใหม่ของซาร์รี่ได้

แต่สุดท้ายสิ่งที่เรากังวลก็ไม่เกิดขึ้น เพราะอลอนโซ่ยังคงทำผลงานได้ดีแม้ต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต้องเล่นเกมรับมากขึ้น ขณะที่เกมรุกเขาก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม มีเพียงแค่อาซาร์กับโมราต้าเท่านั้นที่มีโอกาสลองยิงประตูมากกว่าอดีตดาวเตะของฟิออเรนติน่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเราตกยกเครดิตให้เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ยังคงให้อิสระในการเติมเกมรุกแก่แบ็คซ้ายชาวสแปนิชรายนี้เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

10 เจ้าพ่อนักสังหารลูกนิ่งความแม่นยำถึง90%จาก 5 ลีกดังในโลกใบนี้

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยุโรปได้สร้างนักเตะที่เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะมามากมาย ทั้งเดวิด เบ็คแฮม, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, จูนินโญ่ หรือ โรแบร์โต้ คาร์ลอส และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันซักที ก็คือใครกันคือจอมสังหารลูกนิ่งที่ดีที่สุดในยุโรป?

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับหน้าที่จัดการกับลูกตั้งเตะมักจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กับ 13 ประตูจากลูกฟรีคิก ซึ่งมากกว่าใครใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ตั้งแต่ปี 2015 แต่ขณะเดียวกันซุปตาร์จากบาร์เซโลน่าก็ใช้โอกาสไปมากถึง 134 ครั้งเลยทีเดียว

แล้วผู้เล่นคนไหนล่ะที่มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีที่สุดจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015  FFT ขอเชิญทุกท่านอ่านต่อได้เลย

1.เอนิส บาร์ดี้ (เลบานเต้)

ยิงฟรีคิก: 25 • เป็นประตู: 6 • โอกาสสำเร็จ: 24%

หลายคนน่าจะค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นชื่อของ บาร์ดี้ เป็นจอมสังหารลูกนิ่งอันดับหนึ่งจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2015 โดยปีกชาวมาซิโดเนีย ทำประตูจากลูกฟรีคิกไป 6 ลูกจาก 25 ครั้งที่เขารับหน้าที่นี้ แม้ว่าเขาพึ่งจะย้ายมาร่วมทีมค้างคาวน้อยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วนี่เอง

2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

ยิงฟรีคิก: 23 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 22%

จอมสังหารลูกนิ่งที่แม่นยำที่สุดในยุโรปอันดับสอง และก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แข้งแชมป์โลก อองตวน กรีซมันน์ คนนี้นี่เอง เขาทำประตูจากลูกฟรีคิก 5 ลูกจาก 23 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกยิงที่เขาทำได้ตอนอยู่เลกาเนสด้วย

3.เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 40 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 20%

มือสังหารลูกนิ่งประจำทีมม้าลาย โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015 เปาโล ดีบาล่ายิงประตูจากลูกฟรีคิก 8 ประตูเท่ากับ ปานิช เพื่อนร่วมทีมของเขา และตามหลังแค่เมสซี่เท่านั้น ซึ่งดาวเตะอาร์เจนไตน์มีค่าเฉลี่ยในการทำประตูจากลูกฟรีคิกที่ดีมากๆเลย

4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า)

ยิงฟรีคิก: 26 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 19%

แม้โอกาสการยิงลูกนิ่งของเขาจะน้อยลงนับตั้งแต่ย้ายจากลิเวอร์พูลมาบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 146 ล้านปอนด์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ก็ยังนักเตะที่ทำผลงานได้ดี ยามที่ทีมไม่มีเมสซี่อยู่ในสนาม โดยเขาทำไป 5 ประตูจากลูกฟรีคิกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเขาพึ่งอายุ 26 เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสที่จะยิงเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้

5. marvin plattenhardt

ยิงฟรีคิก: 35 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

ในอดีตมีแบ็คซ้ายมากมายที่พิสูจน์ว่าลูกตั้งเตะคือสิ่งพวกเขาทำได้ดีไม่ต่างจากการเล่นเกมรับเ และ แพลตเทนฮาร์ดท์ก็ทำได้ไม่ต่างกัน โดยกองหลังจากทีมหญิงชรายิงประตูจากลูกนิ่งไป 5 ประตูจากการเล่น 35 ครั้ง

6. นาบีล เฟคีร์ (ลียง)

ยิงฟรีคิก: 36 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 14%

หนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของลียงในฤดูกาลที่แล้ว เฟคีร์เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นรอบด้านและโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งการเตะลูกหนึ่งของเขาก็อันตรายไม่ต่างลูกโอเพ่นเพลย์ปกติเลย

7. มิราเล็ม ปานิช (ยูเวนตุส)

ยิงฟรีคิก: 59 • เป็นประตู: 8 • โอกาสสำเร็จ: 14%

มีเพียงแค่เมสซี่เท่านั้นที่ยิงประตูจากลูกฟรีคิกมากกว่าเขา นับตั้งแต่สิงหาคมปี 2015 โดยแข้งชาวบอสเนียได้ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับม้าลายในปี 2016 และมีค่าความแม่นยำในการทำประตูจากลูกตั้งเตะถึง 14 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

8.เฟเดริโก้ วิเวียนี (สปาล)

ยิงฟรีคิก: 38 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 13%

แม้จะไม่ได้เป็นกองกลางตัวรุกทั่วไป แต่ดาวเตะหน้าใหม่ของสปาลอย่าง เฟเดริโก้ วิเวียนี ก็พิสูจน์ว่าลูกนิ่งของเขาอันตรายเพียงใด โดยยิงได้ 5 ลูก จากความพยายาม 38 ครั้งในเซเรีย อา ทั้งในสมัยที่อยู่เวโรน่า, โบโลญญ่า และ สปาลในตอนนี้ด้วย

9. เนย์มาร์ (เปแอชเช)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

เนย์มาร์พยายามจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลก เหนือลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ได้ แต่อัตราความแม่นยำจากลูกนิ่ง 11 เปอร์เซนต์ก็ไม่ได้ช่วยให้ดาวเตะแซมบ้าก้าวขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้

10. ซิโมเน่ แวร์ดี้ (นาโปลี)

ยิงฟรีคิก: 44 • เป็นประตู: 5 • โอกาสสำเร็จ: 11%

ซิโมเน่ แวร์ดี้ อาจจะยังไม่ยิงประตูจากลูกนิ่งเลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนาโปลีในซัมเมอร์นี้ แต่ดาวเตะทีมชาติอิตาลีก็ทำได้ดีพอสมควรกับการยิงประตูแบบนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเขายังเคยยิงฟรีคิกด้วยเท้าที่ต่างกันและก็เป็นประตูทั้งสองลูกในเกมเดียวอีกด้วย!

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

เล่นดีจนอยากจะซื้อมาเก็บไว้ถาวร : 5 นักเตะ(สัญญายืมตัว)กับ5ลีกดังในโลก

สำหรับวงการลูกหนังการเปลื่ยนถ่ายนักเตะในของแต่ล่ะทีมนั้นๆมีด้วยหลายกรณีอย่าง การซื้อขายแบบผูกขาด หรือ ปล่อยไปให้อีกทีมแบบฟรีๆและยังมีกรณีคือ ปล่อยไปให้อีกทีมแบบผูกหมัดหรือ(สัญญายืมตัว)

และในวันนี้เราจะมาดูกันว่าใครคือผู้เล่นที่ไปด้วย(สัญญายืมตัว)เล่นได้ดีจนอยากซื้อมาไว้เลย ใน5นักเตะกับ5ลีกดัง

อันดับ 1 : ปาโก้ อัลกาเซร์

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ดอร์ทมุนด์

ต้นสังกัดจริง : บาร์เซโลน่า

อีกหนึ่งนักเตะลา ลีก้า ที่ย้ายมาอยู่กับดอร์ทมุนด์แล้วทำผลงานได้ดี อัลกาเซร์ถือเป็นหนึ่งในดาวยิงฟอร์มฮอตที่สุดในยุโรปตอนนี้

ก่อนจะย้ายมาเล่นกับดอร์ทมุนด์ด้วยสัญญายืมตัว เขาถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย จากการเล่นให้กับยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่า แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้โอกาสลงสนามมากนัก เนื่องจากมีหลุยส์ ซัวเรส เป็นดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมอยู่

ซึ่งในฤดูกาลนี้ อัลกาเซร์ได้ย้ายมาเล่นที่ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค และเขาก็โชว์ฟอร์มการถล่มประตูที่ร้อนแรงมากๆ อดีตดาวรุ่งของบาเลนเซียทำไปแล้ว 8 ประตู จากการลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ทุกรายการเพียง 6 เกม (เป็นตัวจริงแค่ 3 เกม) และฟอร์มการเล่นนี้ก็ทำให้เจ้าตัวได้กลับไปติดทีมชาติสเปนอีกครั้ง และหัวหอกรายนี้ก็ไม่ทำให้หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือทัพกระทิงดุผิดหวัง เมื่อทำไป 3 ประตู จากการลงเล่นให้ลา โรฆา เพียง 2 เกมเท่านั้น

ฟอร์มการเล่นดังกล่าวทำให้บาร์เซโลน่ามีแนวโน้มที่จะไม่ได้ดาวยิงรายนี้กลับไปเล่นให้ทีมอีก เพราะในสัญญายืมตัว ดอร์ทมุนด์ได้ใส่ออพชั่นสามารถซื้อขาดดาวยิงวัย 25 ปี รายนี้ได้ ด้วยราคาเพียง 30 ล้านยูโร ซึ่งต้องถือว่าถูกมากๆ หากอัลกาเซร์สามารถรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้ไปได้จนจบฤดูกาล

อันดับ 2 : อัชราฟ ฮาคิมี่

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ดอร์ทมุนด์

ต้นสังกัดจริง : เรอัล มาดริด

แม้เจ้าตัวจะฉายแววเด่นให้ได้เห็นด้วยการทำประตูไป 2 ลูกจาก 9 เกมที่ลงเล่นในลา ลีก้า ให้กับเรอัล มาดริด แต่ฟูลแบ็ครายนี้ก็ยังไม่ดีพอที่จะยึดตัวจริงในทีมได้ และเขาก็ถูกต้นสังกัดปล่อยตัวมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ด้วยสัญญายืมตัวยาว 2 ปี

ฮาคิมี่ซึ่งลงเล่นเป็นฟูลแบ็คได้ทั้งสองฝั่งทำผลงานได้ดีมากๆ กับดอร์ทมมุนด์ เขาทำให้เกมทางริมเส้นของทัพเสือเหลืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดาวเตะโมร็อคโคทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 6 เกมในบุนเดสลีก้า นอกจากนี้ยังเหมาทำคนเดียว 3 แอสซิสต์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมของเขาถล่มเอาชนะแอตฯ มาดริด 4-0 อีกด้วย

อันดับ 3 : อังเดร ซิลวา

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : เซบีญ่า

ต้นสังกัดจริง : เอซี มิลาน

นี่คือนักเตะที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยบอกว่าจะเป็นตัวแทนของเขาในทีมชาติโปรตุเกส และมันก็มีโอกาสจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อซิลวามีสถิติการลงเล่นทีมชาติที่สวยหรูทีเดียว เขาทำไป 14 ประตู จากการลงรับใช้ทัพฝอยทอง 29 เกม

แต่ในระดับสโมสร ดูเหมือนซิลวาจะเจอกับความยากลำบากทีเดียวในตอนเล่นให้เอซี มิลาน เขาอาจจะทำผลงานได้ดีในศึกยูโรป้า ลีก ด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่น 14 เกม แต่การเล่นในเซเรีย อา ดาวยิงวัย 23 ปี ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย เจ้าตัวทำประตูในลีกได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น

แต่การเล่นในฤดูกาลนี้กับเซบีญ่า ซิลวาก็กลับมาทำผลงานได้สมกับเป็นตัวแทนของโรนัลโด้อีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวทำไปแล้ว 7 ประตู จากการเล่นในลา ลีก้า 10 เกม อดีตดาวยิงปอร์โต้แสดงให้เห็นถึงทักษะอันยอดเยี่ยม ความฉลาดในการเล่น และการจบสกอร์ที่เฉียบขาด จนช่วยให้ทีมดังจากแคว้นอันดาลูเซียรั้งอันดับ 3 ของลา ลีก้า ในตอนนี้

อันดับ 4 : มัตเตโอ โควาซิช

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : เชลซี

ต้นสังกัดจริง : เรอัล มาดริด

จากการที่เรอัล มาดริด เต็มไปด้วยนักเตะกองกลางชั้นยอดอย่างโมดริช, โครส, คาเซมิโร่ และอิสโก้ ก็ทำให้โควาซิชซึ่งต้องการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ต้องย้ายทีมยังไม่มีทางเลือก และเป็นเชลซี ที่ได้ตัวมิดฟิลด์รายนี้มาอยู่กับทีมด้วยสัญญาเช่า 1 ปี

ในตอนแรก หลายคนอาจจะเป็นห่วงว่ามิดฟิลด์ชาวโครแอตจะสามารถปรับตัวให้เขากับการเล่นของเชลซี ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เราก็คงเห็นแล้วว่านั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับโควาซิชเลย เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 10 เกม จาก 13 เกม ที่มีโอกาสได้ลงสนาม และตอนนี้กองกลางวัย 24 ปี ก็เล่นอย่างมั่นใจมากๆ แม้เจ้าตัวเพิ่งจะทำไป 1 แอสซิสต์ในลีก แต่ก็มีเปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จสูงถึง 94.2 เปอร์เซนต์ และตอนนี้อดีตกองกลางของอินเตอร์ มิลาน ก็กลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในแผงกลางของทัพเดอะ บลูส์ ร่วมกับจอร์จินโญ่ และเอ็นโกโล ก็องเต้

อันดับ 5 : รีสส์ เนลสัน

ต้นสังกัดที่ยืมใช้งาน : ฮอฟเฟนไฮม์

ต้นสังกัดจริง : อาร์เซนอล

ดูเหมือนว่าดาวรุ่งชาวอังกฤษหลายคนมักจะทำผลงานได้ดียามลงเล่นในบุนเดสลีก้า ไม่ว่าจะเป็นอโดเมล่า ลุคแมน ดาวรุ่งของเอฟเวอร์ตัน ที่ทำผลงานได้ดีกับแอร์เบ ไลป์ซิก ในฤดูกาลที่แล้ว หรือจะเป็นเจดอน ซานโช่ ที่ระเบิดฟอร์มสุฮอตกับดอร์ทมุนด์ จนถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มาแล้ว และตอนนี้ รีสส์ เนลสัน ก็กำลังจะตามรอยเพื่อนร่วมชาติทั้งสองคน

ในฤดูกาลที่แล้ว ตัวรุกดาวรุ่งของอาร์เซนอลรายนี้ได้ลงสนามให้ทีมเพียง 16 นัด จากทุกรายการ และมักจะเป็นการลงเป็นตัวสำรองในศึกยูโรป้า ลีก ด้วย และนั่นก็ทำให้นักเตะต้องการโอกาสลงสนามที่สม่ำเสมอ จนฤดูกาลนี้เจ้าตัวได้ย้ายมาเล่นที่เยอรมนีกับฮอฟเฟนไฮม์

และกับทีมหมู่บ้านของเยอรมนี เนลสันก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว เขาทำไปแล้ว 5 ประตู จากการลงเล่นให้ฮอฟเฟนไฮม์ 8 นัดทุกรายการ  และนี่ก็ทำให้อาร์เซนอลต้องจับตาดูดาวรุ่งของตัวเองให้ดีทีเดียว เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะเสียเพชรเม็ดงามไป แบบที่แมนฯ ซิตี้ เสียเจดอน ซานโช่ ให้ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

‘เป๊ป กวาร์ดิโอล่า’ นักดันดาราแห่งวงการลูกหนังจากดินสู่ดาวให้กลายเป็นนักเตะระดับโลก

ราฮีม สเตอร์ลิง

สเตอร์ริง เป็นนักเตะปีกประเภทที่มีความเร็วแต่ยังมีปัญหาในจังหวะจบที่ต้องใช้การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที ปีกชาวอังกฤษถูกวิจารณ์ว่าฝีเท้าในการจบสกอร์ยังไม่มีประสิทธิภาพนัก ซึ่งเขาก็ไม่เคยยิงหรือแอสซิสท์ได้เกิน 10 ลูกในพรีเมียร์ลีกเลยนับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่กับลิเวอร์พูล

หลังการมาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในปีแรกทำให้ สเตอร์ริง แอสซิสท์ ไป 11 ลูกในพรีเมียร์ลีกและรวมทุกรายการเขาแอสซิสท์ไปถึง 21 ลูก ในปีต่อมา เป๊ป ได้โชว์ความเป็นสุดยอดกุนซือโดยทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าสร้างสถิติเก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 100 คะแนน และ สเตอร์ริง ก็โชว์ผลงานสุดโหดยิงไปถึง 18 ลูก 15 แอสซิสท์ จาก 33 เกมในพรีเมียร์ลีก

ยังคงมีเสียงวิจารณ์ว่าสเตอร์ริงยิงได้เยอะเพราะโอกาสเยอะมากและมักจะทำหมูหกบ่อยๆ แต่อย่าลืมว่าโอกาสที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดขึ้นจากตัวเขาเองที่สร้างขึ้นมา อีกทั้งด้วยอายุเพียงแค่ 23 ปี ก็ยังมีเวลาอีกมากที่เขาจะสามารถพัฒนาขึ้นไปได้อีก

เปโดร

เปโดร เป็นนักเตะผลผลิตจากอคาเดมี่ ลามาเซีย และร่วมงานกับ เป๊ป ใน บาร์เซโลน่า เบ และหลังจากที่ เป๊ป ขึ้นมารับงานในชุดใหญ่ เปโดร ก็ถูกเป๊ปดึงขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วย และใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี ในการยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมอย่างสม่ำเสมอ

เปโดร เป็นหนึ่งในสามประสานในแดนหน้าของ เป๊ป ที่บาร์เซโลน่าถูกเรียกขานว่าทีมต่างดาว เปโดรคือนักเตะที่ยิงประตูโทนให้กับทีมในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกที่เวมบลีย์ ในปี 2011 อีกด้วย แต่อีกสองครั้งที่เจ้าบุญทุ่มผงาดคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2009 และ 2015 เขาเป็นเพียงแค่ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีสุดท้ายเพื่อฆ่าเวลา

เปโดร เป็นนักเตะตำแหน่งปีกที่ไม่ได้มีความเร็วจัด, เลี้ยงบอลติดเท้า หรือ ยิงคมกริบแบบกองหน้า แต่จุดเด่นของเขาคือการเคลื่อนที่ ซึ่งเขามักจะเป็นนักเตะที่สอดขึ้นมาทำประตูและอยู่ถูกที่ถูกเวลาบ่อยๆ ตำแหน่งหน้าที่เปโดรถูกเรียกในวงการว่า ‘Raumdeuter’ ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่า ‘นักหาพื้นที่’ ซึ่งนักเตะที่ดังที่สุดในตำแหน่งนี้ก็คือ โธมัส มุลเลอร์ ของ บาเยิร์น มิวนิก นั่นเอง

เซร์คิโอ บุสเก็ตส์

บุสเก็ตส์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ เป๊ป ดึงขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า หลังจากได้ร่วมงานกันในทีม บาร์เซโลน่า เบ ซึ่งเป๊ปได้ออกมาเผยว่าเมสซี่ถูกใจบุสเก็ตส์มากหลังได้ซ้อมร่วมกันเพียงแค่ 3 วัน “หลังจากได้ซ้อมร่วมกัน 2 หรือ 3 วัน เขา(เมสซี่)ก็เข้ามาหาผม แล้วบอกว่า ‘ผมชอบคนนั้น’ ผมจึงตอบกลับไปว่า ‘ถ้าที่ไหนมีปัญหา เขาจะอยู่ตรงนั้น’ เขาทำทุกอย่างเพื่อคนที่อยู่รอบตัวเขา”
บุสเก็ตส์ กลายมาเป็นตัวจริงในแผงกองกลางร่วมกับ ซาบี และ อิเนียสต้า ทันที ซึ่งภายหลังได้ถูกยกว่าเป็นหนึ่งในแผงกองกลางที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และถูกยกย่องว่าเป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลกนับตั้งแต่ที่เขาขึ้นชุดใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน สไตล์การเล่นของเขาดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เขาก็เป็นคนที่เสียบอลยากมากซึ่งเหมาะกับสไตล์บอลของบาร์เซโลน่าอย่างมาก อีกทั้งยังตัดเกมและอ่านเกมได้ดีอีกด้วย

ทางด้านความสำเร็จ เปโดร ก็ได้มาหมดแล้วทั้งระดับสโมสร ซึ่งต่างจากเปโดร บุสเก็ตส์ได้ลงเป็นตัวจริงกับทั้งสามเกมที่บาร์เซโลน่าคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมาครอง ในระดับทีมชาติบุสเก็ตส์ก็เป็นส่วนสำคัญให้กับทีมกระทิงดุคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก กับ ฟุตบอลยูโร

เคราร์ด ปิเก้

อีกหนึ่งนักเตะจาก ลามาเซีย ที่ออกไปผจญภัยในดินแดนผู้ดีกับ แมนฯยูไนเต็ด อยู่หนึ่งปีก่อนที่ บาร์เซโลน่า จะดึงตัวเขากลับทีมในปี 2008 ซึ่งเป็นปีแรกที่ เป๊ป ได้ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่

เป๊ป ไม่รอช้า มอบตำแหน่งปราการหลังตัวกลางให้กับ ปิเก้ ทันทีโดยเขาได้ยืนคู่กับ คาร์เลส ปูโยล นักเตะลูกหม้อที่เป็นตำนานสโมสรอีกหนึ่งคน และหลังจากนั้นตำนานของทีมต่างดาวก็ได้เกิดขึ้นมา และในระดับทีมชาติ ปิเก้ ก็ได้ขึ้นมาเป็นตัวหลักและคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ได้สำเร็จ

โจเอล คิมมิช

คิมมิช ย้ายเข้ามาร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ และถูกคาดว่าจะเป็นเพียงแค่นักเตะอะไหล่บนม้านั่งสำรอง ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นในช่วงแรก แต่หลังจากผ่านไปครึ่งฤดูกาล เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไว้วางใจให้คิมมิชเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางเนื่องจากกองหลังในทีมบาดเจ็บหมด และถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับและแบ็คขวาบ้าง

ในเกมที่ บาเยิร์น มิวนิค ทำได้เพียงแค่ เสมอ ดอร์ทมุนด์ ก็มีกล้องจับหลังจบเกมว่าเป๊ปได้เข้าไปพูดกับ คิมมิช โดยใส่อารมณ์เต็มที่ซึ่งเนื้อหาเปิดเผยว่า เป๊ป ได้สั่งให้ เบนาเตีย ไปบอกให้ คิมมิช ปรับขึ้นไปเล่นกองกลางตัวรับแต่เจ้าตัวไม่ได้รับคำสั่งซึ่งเป๊ปก็ปิดท้ายการสนทนาด้วยการชื่นชม คิมมิช ว่าเขาทำได้ยอดเยี่ยมมากในวันนั้น ในภายหลัง เป๊ป ก็ได้ออกมาชื่นชมคิมมิชอีกว่า “เขารับมือกับดาวยิงชั้นนำของยุโรปในแชมเปียนส์ลีกและโอบาเมยองในวันนี้ อย่าพูดกับผมนะว่าเขาไม่ใช่เซ็นเตอร์แบ็ค”

คิมมิช กับ เป๊ป ร่วมงานกันได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว เป๊ปลาออกหลังจากจบฤดูกาลด้วยการคว้า 2 แชมป์ในประเทศ และภายหลัง คิมมิช ก็ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งเขาสามารถยึดตัวจริงได้ทั้งในสโมสรและในทีมชาติเยอรมัน

แฟร์นานดินโญ่

กองกลางสัญชาติบราซิลย้ายจาก ชัคตาห์ โดเน็ตส์ มาร่วมทีม แมนฯซิตี้ ในปี 2013 และหลังจากนั้นเขาก็กลายมาเป็นนักเตะตัวหลักของสโมสร

การมาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยิ่งทำให้ แฟร์นานดินโญ่ กลายเป็นนักเตะที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เขาลงเล่นในตำแหน่งตัวรับโดยทำหน้าที่เหมือนกับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ที่บาร์เซโลน่า ที่จะคอยตัดบอล คุมจังหวะเกม และส่งต่อไปให้กับเพลย์เมกเกอร์ของทีมอย่าง ดาบิด ซิลบา หรือ เควิน เดอบรอยน์ ทำเกมต่อ

เป๊ป เลือกที่จะโรเตชั่นนักเตะอยู่เสมอเพื่อเพิ่มความกระหายและความสดให้กับผู้เล่นของเขา แต่แฟร์นานดินโญ่ ในวัย 33 ปี เป็นนักเตะที่มักจะไม่ถูกโรเตชั่นในเกมที่สำคัญถ้าหากไม่บาดเจ็บหรือติดโทษแบน แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อทีมขนาดไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

รวบรวมผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกทั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน

รวบรวมผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกทั้งอดีตและณ.ปัจจุบัน มาดูกันว่าผู้รักษาประตูคนใดบ้างที่ประสบความสำเร็จในลีคและประสบความสำเร็จกับทีมใดบ้าง

1. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

Peter Schmeichel
อาจจะดูแปลกไปเล็กน้อยที่จริงๆ แล้ว ชไมเคิ่ลค้าแข้งอยู่กับปีศาจแดงแค่ 8 ปีเท่านั้น แต่เราเกือบรู้สึกว่าเขาอยู่กับทีมมานานกว่านั้น ทั้งร่างกายที่สูงใหญ่และบุคลิกดุดัน ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นเสาหลักยุคแรกๆของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ชไมเคิ่ลช่วยป้องกันลูกยิงจากกองหน้าคู่แข่งมากมาย แน่นอนว่าการจากไปของเขา ทิ้งช่องโหว่ให้ทีมมหาศาล และปีศาจแดงต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในการหาตัวแทนที่เหมาะสมมาร่วมทีมได้ ครั้งหนึ่ง ไรอัน กิ๊กส์ เพื่อนร่วมทีมของยักษ์เดนส์เคยกล่าวไว้ว่า “บางครั้ง ผู้รักษาประตูจะช่วยให้คุณชนะในเกมได้ และชไมเคิ่ลก็ช่วยให้ทีมคว้าชัยได้มากกว่าผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ที่ผมเคยเจอมาซะอีก”

2. ปีเตอร์ เช็ก

Petr Cech

ฟอร์มเหนียวหนึบของเช็กตกลงไปเยอะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงเวลาที่พีคๆ ของเช็ก เขาทำได้ใกล้เคียงกับปีเตอร์ ชไมเคิ่ลเลย แม้จะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่ร่างกายที่สูงใหญ่เช็กมีไม่ต่างจากนายทวารชาวเดนส์ และกลายเป็นนายทวารที่เชลซีขาดไม่ได้จริงๆ

โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เขามาเฝ้าเสาในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เช็กเป็นผู้เล่นคนสำคัญของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่โชว์ฟอร์มช่วยให้สิงห์บลูคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 3  จาก 5 ครั้งที่ทีมทำได้ (เขาได้เหรียญแชมป์ในฤดูกาล 2014-15 ก็จริง แต่ติโบต์ กูร์ตัวส์เป็นมือหนึ่งในปีนั้น)

ในปัจจุบัน นายทวารที่ดีต้องใช้เท้าได้ดีด้วย และนายทวารแบบเช็กดูจะเป็นผู้เล่นตกยุคไปแล้ว แต่ความยอดเยี่ยมที่เขาได้สร้างไว้ยังคงอยู่

3. เดวิด ซีแมน

David Seaman

แม้เจ้าตัวจะไม่มีลูกเซฟมหัศจรรย์เหมือนคนอื่นๆในลิสต์นี้ แต่ถ้าพูดถึงความแน่นอน ฉายา “เซฟแฮนด์” ที่ซีแมนได้มา ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด และซีแมนคือหนึ่งในผู้เล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยมของนับแต่อาร์เซน เวนเกอร์เข้ามาคุมทีมปืนใหญ่

จุดเด่นของซีแมนคือความนิ่งและความแน่นอน มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม (ลูกเซฟในเกมเอฟเอ คัพกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดี) การสั่งการเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษของเขาก็อาจทำให้คุณต้องทำตามแบบไม่ต้องตั้งคำถามอะไรเลย

4. ดาบิด เด เกอา

David de Gea

ถ้าคุณคิดว่าช่วงเวลาที่สดใสในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เลือนหายตั้งแต่เฟอร์กี้ลาทีมไป ลองนึกถึงปีศาจแดงที่ไม่มีนายทวารที่ชื่อดาบิด เด เกอา ดูสิ ว่าจะแย่กว่านี้แค่ไหน  นับตั้งแต่ย้ายมาจากสเปนในปี 2011 เขาต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวเองมีดีแค่ไหน และ ณ ตอนนี้เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก

อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง เอริค สตีล ได้เล่าว่าเกมที่เฟอร์กี้พลาดคุมทีมมี 2 เกม นัดแรกคือต้องไปงานแต่งของลูกชาย และนัดที่สองคือต้องไปดูฟอร์มการเล่นของเด เกอา ขณะที่ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตเพื่อนร่วมทีมก็กล่าวชื่นชมเขาว่า “เด เกอาเป็นคนเหนือมนุษย์ บางทีเขาอาจจะรับลูกกระสุนได้เลยล่ะ”

5. เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์

Edwin Van der Sar

ฟาน เดอร์ ซาร์ควรจะติดอยู่ลิสต์นี้อย่างไม่ต้องสงสัย และในปี 2009 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ออกมายอมรับว่าปีศาจแดงควรคว้าตัวนายทวารชาวดัชต์มาร่วมทีมตั้งแต่ปี 1999 เพื่อแทนที่ชไมเคิลตั้งนานแล้ว แต่ของจริงย่อมไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะเขาก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ชไมเคิ่ลคือนายทวารคนเดียวที่คว้าแชมป์ลีกมากกว่าฟาน เดอร์ ซาร์ ซึ่งอดีตลูกหม้ออาหยักซ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปถึง 4 สมัย รวมถึงเซฟจุดโทษให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปไปครองในปี 2008 ด้วย แต่ก็อย่าลืมช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในสีเสื้อฟูแล่ม เขาถือเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในถิ่นคราเวน คอร์เทจหลังจากที่ทีมเจ้าสัวเลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 2001 ด้วย

6.เชย์ กิฟเว่น

Shay Given

ครั้งหนึ่งแฟนบอลต่างเคยถกเถียงเกี่ยวกับกิฟเว่นว่า เขาเป็นนายทวารที่ถูกมองข้ามหรือเป็นคนที่ถูกยกย่องเกินจริง ซึ่งเป็นการถกเถียงที่เดือดดาลมากๆ แต่ปัจจุบันทุกคนคงเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่าเขายอดเยี่ยมเพียงใด

นายทวารชาวไอริชได้ใช้เวลาค้าแข้งกับนิวคาสเซิลมาอย่างยาวนาน ก่อนจะย้ายตามกลิ่นเงินจากแมนฯ ซิตี้ ในเวลาต่อมา ช่วงที่เขาอยู่ในเซนต์ เจมส์ ปาร์ค แม้จะต้องแย่งตำแหน่งกับสตีฟ ฮาร์เปอร์ ที่มีหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ยังไงซะเขาก็สามารถก้าวขึ้นไปเป็นมือหนึ่งในสโมสรอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน

7.แบรด ฟรีเดล

Brad Friedel

แม้ฟรีเดลจะประสบปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ ทั้งกับซันเดอร์แลนด์และนิวคาสเซิล แต่ในที่สุดเขาก็ได้ค้าแข้งที่อังกฤษสมใจอยากกับลิเวอร์พูลในปี 1997

ทว่าเขาก็ไม่สามารถฉายแววเด่นในถิ่นแอนฟิลด์ได้ ก่อนจะย้ายไปแบล็คเบิร์นในปี 2000 และกลายเป็นหนึ่งในนายประตูที่ทีมไว้ใจได้มากที่สุดในประเทศนี้ นั่นอาจเป็นเพราะด้วยวัย 30 ปี ทำให้เขามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมากพอแล้ว เขามีจุดเด่นที่การเล่นลูกกลางอากาศ จนทำให้แนวรับในทีมอุ่นใจยามมีเขาเฝ้าหน้าปากประตูอยู่

นอกจากนี้ ฟรีเดลยังเป็นหนึ่งในห้านายทวารที่ทำประตูได้ในพรีเมียร์ด้วย (ถ้าคุณจำอีก 4 คนได้จะดีมากๆ เลย)

8. เดวิด เจมส์

David James

มีนายทวารคนไหนที่ลงเล่นมานานบ้างมั้ย? นี่อาจจะเป็นคำชมที่ดูจิกกัดไปหน่อย แต่คุณคงจะไม่เข้าใจหรอกว่าการลงเล่น 572 นัด จาก 5 สโมสร (และรับใช้ทีมชาติอังกฤษกว่า 53 นัด) นั้นยากแค่ไหน แต่ชายที่ชื่อว่า เดวิด เจมส์ เคยทำมันมาแล้ว และทำได้ดีมากๆ ด้วย

อดีตนายทวารวัตฟอร์ต มาฉายแววกับลิเวอร์พูลในช่วงแรกของการค้าแข้ง โดยตอนนั้นเจมส์มีอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น แม้ต่อมาเขาจะย้ายไปเล่นให้กับทีมที่เกมรับสุดห่วยอย่างเวสต์แฮม และ แมนฯ ซิตี้ แต่กระนั้น เจมส์ก็ยังทำผลงานได้ดีไม่มีตก รวมถึงช่วยให้ทีมพอร์ทสมัธคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในช่วงบั้นปลายอาชีพของเขาด้วย

9. โจ ฮาร์ท

Joe Hart

เป็นเรื่องง่ายที่ฮาร์ทจะถูกลืมหลังจากสร้างความผิดพลาดในทีมชาติและถูกเป๊บ กวาร์ดิโอล่า เขี่ยออกจากซิตี้ แต่ครั้งหนึ่งฮาร์ทก็เคยเป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน หลังไปโชว์ฟอร์มเด่นกับเบอร์มิ่งแฮม ก่อนจะกลายเป็นมือหนึ่งของเรือใบสีฟ้า ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมทั้งความแข็งแกร่งในลูกอากาศ ฮาร์ทมีสิ่งที่นายทวารที่ดีทุกคนควรจะมี

แม้การย้ายไปเล่นให้เวสต์แฮมแบบยืมตัวอาจจะไม่เวิร์คเท่าไหร่ แต่การย้ายมาเล่นในถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ แบบถาวร ดูจะเหมาะกับเขามากๆ แม้จะไม่ได้กลับไปอยู่ในจุดที่เคยอยู่ แต่ว่าตอนนี้ฮาร์ทก็เข้าใกล้ฟอร์มที่เคยเป็นอีกครั้งแล้ว

10. เนวิลล์ เซาธอลล์

Neville Southall

บิ็กเนฟมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ก่อนจะมาเป็นผู้เล่นในยุคพรีเมียร์ลีก แม้กระทั่งในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง เซาธอลล์ก็ยังเป็นนายทวารที่สุดยอดเช่นเคย

ปฏิกิริยาอาจจะไม่รวดเร็วเท่าปี 80 แต่หน้าที่ของเขานั้นยากกว่าเดิมเยอะ เนื่องจากเอฟเวอร์ตันอยู่ในยุคที่ย่ำแย่และหนีตกชั้นมาหลายปีแล้ว แต่ผู้รักษาประตูชาวเวลส์ก็เก็บคลีนชีทได้ 5 นัด รวมไปถึงนัดชิงเอฟเอ คัพ กับ แมนฯ ยูไนเต็ดด้วย และในปี 1994 เขาก็ช่วยให้ท็อฟฟี่ไม่เสียประตูนานถึง 735 นาทีเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

10 แข้งซุปตาร์ที่ เรอัล มาดริด ซื้อมาแล้วดับเป็นดาวค้างฟ้า(ไม่เจ็บก็ฟอร์มตก)

มัตเตโอ โควาซิช (ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ปี 2015, ค่าตัว 29 ล้านยูโร )

Mateo Kovacic

บางทีอาซาร์อาจจะได้ฟังคำเตือนจากปากของเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างมัตเตโอ โควาซิช ในเรื่องการย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แล้ว โควาซิชย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ทำให้เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ต้องกลายเป็นเพียงตัวสำรองของทัพสิงห์บลูส์

โควาซิชย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปอยู่กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 29 ล้านยูโร โดยในช่วงแรก กองกลางชาวโครแอตได้ลงสนามให้กับเรอัล มาดริด ในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ อยู่บ้าง แม้จะต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต่างไปอยู่ตลอด แต่เมื่อซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีม แผงกลางตัวจริงของโลส บลังโกส ก็ถูกลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และคาเซมิโร่ยึดไปอย่างถาวร และนั่นก็มิดฟิลด์วัย 24 ปี แทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลย และกับทีมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน โควาซิชเป็นได้เพียงตัวเลือกรองของโมดริช, อิวาน ราคิติช และมิลาน บาเดลจ์

อดีตกองกลางของงูใหญ่รายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด 37 เกมจาก 3 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้จะย้ายมาเล่นกับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว

ไมเคิล โอเว่น (ย้ายจากลิเวอร์พูล ปี 2004, ค่าตัว 12 ล้านยูโร บวกกับอันโตนิโอ นูเญส)

Michael Owen

โอเว่นถือเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล เขาพังประตูได้ 16-19 ลูกในลีก ตลอด 6 จาก 7 ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับทีมทั้งซีซั่น แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าแชมป์ลีกได้แม้แต่หนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2004 ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ หากเทียบกับฝีเท้าของ ‘เบบี้โกล’ ในตอนนั้น

ในวัย 24 ปี โอเว่นทำประตูไปแล้ว 142 ลูก ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร จาก 7 ฤดูกาลที่ลงเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่การย้ายมาเล่นที่สเปนก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริด จนแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค เจ้าตัวทำประตูได้เพียง 64 ลูกเท่านั้น

ในตอนอยู่ที่แอนฟิลด์ โอเว่นมีเอมิล เฮสกีย์. มิลาน บารอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เป็นคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่เมื่อย้ายมาเล่นในเมืองหลวงของสเปน เจ้าตัวต้องแย่งชิงตำแหน่งกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่างราอูล กอนซาเลซ และโรนัลโด้ เจ้าเบบี้โกลอาจจะทำผลงานได้ไม่เลว หากมองจากการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทัพราชันชุดขาวทุกรายการเพียง 26 นัด แต่ทำประตูได้ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2002 ได้อยู่กับทัพโลส บลังโกส แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 ราชันชุดขาวก็ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวโรบินโญ่มา และโอเว่นก็ต้องหลีกทางด้วยการย้ายไปนิวคาสเซิล

นิโคลาส์ อเนลก้า (ย้ายจากอาร์เซนอล ปี 1999, ค่าตัว 35 ล้านยูโร)

Nicolas Anelka

ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจร อเนลก้าก็เคยอยู่กับเรอัล มาดริด มาก่อน โดยเจ้าตัวเซ็นสัญญากับโลส บลังโกส ในปี 1999 หลังจากมี 2 ฤดูกาลก่อนหน้าที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล ดาวยิงเฟรนซ์แมนรายนี้รวดเร็วและทรงพลัง แต่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ควบคุมยากคนหนึ่ง อเนลก้าทำประตูในเกมเอล กลาซิโก้ ที่ต้นสังกัดของตัวเองเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้ 3-0 รวมถึงการทำประตูในเกมรอบตัดเชือกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองนัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของดาวยิงจอมพเนจรรายนี้กับเรอัล มาดริด ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ดีนัก อเนลก้ามีปัญหากับบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือของราชันชุดขาวในตอนนั้น และเจ้าตัวก็โดนโทษแบนจากทีมไป 45 วัน และภายหลังบรรดานักเตะของเรอัล มาดริด ก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยชอบกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสนัก เพราะอเนลก้าพยายามมาแทนที่ของราอูล กอนซาเลซ

หลังจากลงเล่นให้กับทีมดังจากเมืองหลวงของสเปนแค่ปีเดียว (และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้) อเนลก้าก็ย้ายกลับไปอยู่กับเปแอสเช สโมสรแรกที่จะตัวลงเล่นเป็นนักเตะอาชีพ และที่นั่นอดีตดาวยิงของอาร์เซนอลก็มีปัญหาทะเลากับหลุยส์ แฟร์นองเดซ กุนซือของเปแอสเชในตอนนั้น และเมื่อออกจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส อเนลก้าก็ไปลงเล่นให้กับสโมสรอีก 9 แห่ง และตลอด 15 ปี ในเส้นทางนักฟุตบอล อเนลก้าก็ผ่านการค้าแข้งกับทีมถึง 12 ทีม

อันโตนิโอ คาสซาโน่ (ย้ายจากโรม่า ปี 2006, ค่าตัว 5 ล้านยูโร)

Antonio Cassano

นับตั้งแต่ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด คาสซาโน่ก็ได้ลงสนามให้เรอัล มาดริด เพียง 29 เกม และทำประตูได้แค่ 4 ลูก ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลียังเคยโดนโทษแบนจากสโมสรในข้อหาไม่ให้ความเคารพต่อฟาบิโอ คาเปลโล่  กุนซือของทีม ณ ขณะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เขาออกมาประกาศว่าอยากย้ายกับไปอยู่กับโรม่า ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ ‘ปีเตอร์แพน’ พลาดการย้ายกลับไปที่เมืองหลวงของอิตาลี และต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยสัญญายืมตัวแทน

ดูเหมือนว่าการไปเรอัล มาดริด ของคาสซาโน่ จะไม่ทำให้ใครมีความสุขเลย อ่อ แต่อาจจะยกเว้นพนักงานโรงแรมไว้คนหนึ่งนัก เพราะดูเหมือนเขาจะได้ทิปจากดาวยิงรายนี้มากพอควร

“ที่มาดริด ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นบริกรในโรงแรม” คาสซาโน่อธิบายในหนังสือชีวประวัติของเขาที่มีชื่อว่า Telling Everything “เขามีหน้าที่นำขนมอบต่างๆ มาให้ผมสัก 3-4 ชิ้น หลังผมเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์ เขาจะเอาขนมมาให้ผม และผมก็เอาผู้หญิงให้เขาไป มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เขาได้ผู้หญิงไป ส่วนผมได้ขนมมา มันเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

ดานิโล่ (ย้ายจากปอร์โต้ ปี 2015, ค่าตัว 31.5 ล้านยูโร)

Danilo

ฟูลแบ็คชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจากปอร์โต้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่ดีพอจะเบียดดานี่ คาร์วาฮาล เป็นตัวจริงได้เลย หากแบ็คขวาทีมชาติสเปนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดานิโล่เองก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่แย่นักในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อเขาเองสามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทีมได้ 2 สมัย

ดานิโล่ได้ออกมาเผยว่า เขาไม่สามารถจัดการให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวากับเรอัล มาดริด ได้  แต่ก็ยอมรับด้วยว่าคิดถึงช่วงเวลาในเมืองหลวงของสเปน “ผมมี 2 ปีที่มหัศจรรย์ แลละคว้าชัยชนะในรายการสำคัญๆ ได้ และผู้คนที่นั่นก็ดูแลผมได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตคุณต้องก้าวต่อไป” แบ็คขวาวัย 27 ปี อธิบาย

ในปี 2017 ดานิโล่ย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเป็นตัวสำรองของไคล์ วอล์คเกอร์ กับเบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

ดีดี้ (ย้ายจากโบตาโฟโก ปี 1959)

Didi

แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้ายมือ

ดีดี้เป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1958 โดยเขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1959 ดาวเตะรายนี้มีพร้อมทั้งความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมการเล่นในแผงกลางของทีมได้ และทุกๆ อย่างในทีมที่เจ้าตัวเล่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ที่เรอัล มาดริด พวกเขามีนักเตะอย่างอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ อยู่แล้ว ซึ่งตำนานดาวยิงของราชันชุดขาวก็ไม่พอใจนักที่ดีดี้เข้ามาในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแฟนบอล และยังถูกมองเป็นตัวแทนของเขาอีกด้วย นอกจากนี้ทัพราชันชุดขาวยังมีนักเตะอย่างเฟเรนช์ ปุสกัส และเรย์มงด์ โกปา อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ดีดี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นที่รวดเร็วในลีกสเปนได้ และทีมๆ นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีดิ สเตฟาโน่ เป็นศูนย์กลาง สาเหตุทั้งหมดทำให้ดีดี้ถูกปล่อยตัวให้บาเลนเซียยืม ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับโบตาโฟโกเมื่อจบฤดูกาล

ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดจะทำให้ดีดี้เกลียดฟุตบอลที่สเปนพอสมควร เขาออกมาอธิบายว่า “ความฉลาดของคน และความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราสามารถแบ่งแยกตัวเองออกจากการเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงดูความสามารถของนักฟุตบอลจากเรื่องสรีระทางกายเพียงเรื่องเดียวล่ะ” ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลอธิบาย

ดูเหมือนว่าดีดี้นี่แหละที่เป็นผู้ชนะในศึกระหว่างเขากับดิ สเตฟาโน่ เพราะดาวเตะรายนี้สามารถพาบราซิลคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 1962 ส่วน ดิ สเตฟาโน่ เหรอ ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกในปี 1954 และ 1958 ทว่าในปี 1962 ตำนานกองหน้าของเรอัล มาดริด โอนสัญชาติมาเล่นให้สเปน และช่วยให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี เพราะตัวเองดันมาได้รับบาดเจ็บจนต้องชวดการลงเล่นไป และเรื่องนี้ก็คงทำให้ดีดี้สะใจอยู่บ้าง

โจนาธาน วูดเกต (ย้ายจากนิวคาสเซิล ปี 2004, ค่าตัว 20 ล้านยูโร)

Jonathan Woodgate

วูดเกตเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวในตอนเริ่มต้นอาชีพนักเตะ เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 เขาลงเล่นให้กับลีดส์ และเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับริโอ เฟอร์ดินานด์ และลูคัส ราเดเบ้ เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2003 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานในเกมสโมสรยุโรปได้ดีมาก  จนทำให้เรอัล มาดริด มารับตัวไปอยู่ที่สเปนในฤดูกาลถัดมา

แม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่วูดเกตก็ถือเป็นนักเตะจอมเจ็บคนหนึ่ง เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด แค่เพียง 9 เกมเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลแรกกับราชันชุดขาว เกมแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในเสื้อสีขาวคือเกมที่เจอกับแอธเลติก บิลเบา ในเดือนกันยายน 2005 ซึ่งปรากฏว่าเกมนั้นเจ้าตัวส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูก และยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกด้วย

วูดเกตถูกปล่อยยืมตัวให้มิดเดิลสโบรช์ในปี 2006 ก่อนจะถูกขายขาดด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ในปีถัดมา นอกจากนี้ วูดเกตได้รับการโหวตจากผู้อ่านมาร์ก้า สื่อเจ้าดังของสเปนในปี 2007 ให้เป็นการซื้อตัวนักฟุตบอลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบศตวรรษอีกด้วย

กาก้า (ย้ายจากเอซี มิลาน ปี 2009, ค่าตัว 67 ล้านยูโร)

Kaka

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินจำนวน 67 ล้านยูโร ให้กับเอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลาดังกล่าว เพื่อดึงตัวกาก้าให้มาอยู่ที่เบร์นาบิว ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีคของตัวเอง และยังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก, รางวัลนักเตะแห่งปี รวมถึงบัลลงดอร์มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เทพบุตรลูกหนังรายนี้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และเขาก็มีโอกาสลงสนามน้อยมาก จนไม่สามารถช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นอกจากนี้กาก้ายังเคยบาดเจ็บยาวถึง 8 เดือน ในปี 2010 ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวไม่เคยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย และการมาของเมซุต โอซิล ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

กาก้านั่นเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นเหมือนต้นแบบให้กับหลายๆ คนที่เอซี มิลาน แต่กับเรอัล มาดริด เขาเป็นเพียงนักเตะชื่อดังอีกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของทีม และต้องเผชิญกับความยากลำบากในการโน้มน้าวให้โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโลส บลังโกส ในเวลานั้น เชื่อว่าตัวเองฟิตสมบูรณ์พอจะลงสนามได้ ที่สุดแล้วดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ต้องย้ายกลับไปเอซี มิลาน ในปี 2013 ทำไป 29 ประตู จากการลงเล่นไป 120 เกม และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับ โคปา เดล เรย์ อย่างละสมัย อย่างไรก็ตาม กองกลางตัวรุกรายนี้ไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่แฟนบอลของเรอัล มาดริด คาดหวังไว้ได้เลย

อักเน่ ซิมอนส์สัน (ย้ายจากออกริเต้ ปี 1960)

Agne Simonsson

ตำนานกองหน้าของทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลกปี 1958 รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ถูกดิ สเตฟาโน่ บดบังรัศมี ซิมอนส์สันย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1960 โดยเจ้าตัวรับบทศูนย์หน้า ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีอายุมากขึ้น (34 ปีในตอนนั้น) ถูกขยับไปเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ดิ สเตฟาโน่ก็ยังมองตัวเองเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดด้วย และเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจแผนการเล่นเลย เขาชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า และมันก็ไปทับกับตำแหน่งของซิมอนส์สัน ที่สุดแล้วดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ได้โอกาสลงเล่นให้เรอัล มาดริด เพียง 3 เกม ก่อนจะถูกปล่อยให้เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งาน และในปี 1963 ซิมอนสส์สันก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมแรกในอาชีพนักฟุตบอลอย่างออกริเต้

วอลเตอร์ ซามูเอล (ย้ายจากโรม่า ปี 2004, ค่าตัว 25 ล้านยูโร)

Walter Samuel

ตลอดอาชีพการค้าแข้งในอาร์เจนติน่าและอิตาลี ซามูเอลถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะ วอลล์ (The Wall)’ จากสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งผ่านเขาได้ยากมาก เหมือนกับถูกกำแพงขวางอยู่

แต่ในฤดูกาล 2004/05 ที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ที่สเปน ซามูเอลทำผลงานได้ไม่ดีเสียเลย และพลพรรคโลส บลังโกส ก็จบเพียงอันดับสองในลา ลีก้า ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาพลาดท่าตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว ซามูเอลก็ย้ายกลับมาเล่นที่อิตาลีทันที โดยเขาลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และปราการหลังเลือดฟ้าขาวรายนี้ก็เรียกฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง เจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกับมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสุดแกร่งอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริค วิเอร่า และติอาโก้ ม็อตต้า รวมไปถึงการขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คชั้นยอดอย่างฮาเวียร์ ซาเน็ตติ และคริสเตียน คิวู แม้ตอนเล่นกับเรอัล มาดริด ‘เดอะ วอลล์’ จะได้เล่นร่วมกับมิเชล ซัลกาโด้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่พวกเขาก็เติมเกิมสูงราวกับเล่นเป็นปีก ขณะที่มิดฟิลด์ที่คอยเก็บกวาดแนวรุกคู่แข่งอยู่หน้าเขาก็คือโธมัส กราเวอเซ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซามูเอลถึงฟอร์มตกระหว่างการรับใช้ราชันชุดขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online