มาตรฐานฉันดี…เปลี่ยนสีเสื้อไม่เป็นผลลงเป็นยิง 12 แข้งที่เล่นให้ 2 ทีมดังจากเมืองมิลาน

เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน ถือเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลานที่ต่างขับเคี่ยวเพื่อการคว้าสคูเด็ตโต้มาตั้งแต่อดีต แม้ในปัจจุบันทีมพวกเขาจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ทั้งสองทีมก็ยังถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีอยู่เสมอ

แม้ 2 ทีมจะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกัน แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักเตะหลายคนที่เคยลงเล่นให้ทั้งสองทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากสำหรับทีมฟุตบอลที่เป็นคู่ปรับกันทีมอื่นๆ และนี่ก็คือ 12 นักเตะ ที่เคยรับใช้ทั้ง ‘รอสโซเนรี่’ และ ‘เนรัซซูรี่’ มาแล้ว

พาทริค วิเอร่า (เอซี มิลาน 1995-1996, อินเตอร์ มิลาน 2006-2010)

วิเอร่าเซ็นสัญญากับเอซี มิลานในปี 1995 แต่เขาก็ได้อยู่กับรอสโซเนรี่แค่เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับอาร์เซนอล ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาเล่นให้กับทัพงูใหญ่ในปี 2006 พร้อมกับคว้าแชมป์เซเรีย อา ไป 4 สมัยด้วยกัน

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ (เอซี มิลาน 1996-1997, อินเตอร์ มิลาน 2004-2005)

มิดฟิลด์พันธุ์ดุชาวดัตช์ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในปี 1996 หลังจากที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับอาหยักซ์ได้สำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานที่ดีออกมาได้เลย เช่นเดียวกับตอนที่ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2004 ที่ดาวิดส์มีอายุเข้าสู่เลข 3 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ทัพเนรัซซูรี่คว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากองกลางเจจ้าของฉายา ‘พิตบูลล์’ จะไม่ประสบความสำเร็จในอิตาลีเลย เพราะเขาทำผลงานได้ดีมากกับยูเวนตุส และช่วยให้ทัพม้าลายคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 3 สมัย ในช่วงปี 1997-2004

โรนัลโด้ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2002, เอซี มิลาน 2007-2008)

โรนัลโด้ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 1997 ด้วยค่าตัวสถิติโลก พร้อมกับถล่มประตูมากมายจนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ 1 สมัย ก่อนที่ในอีก 10 ปีถัดมา ‘เอล ฟิโนมินอล’ จะย้ายกลับมาอยู่ที่ซาน ซิโร่ เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อสีแดงดำแทน แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย และอาการบาดเจ็บที่ถามหาบ่อยๆ ก็ทำให้เจ้าโล้นทองคำไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับตอนสวมเสื้อสีน้ำเงินดำเลย

ตาริโบ เวสต์ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2000, เอซี มิลาน 2000)

อดีตปราการหลังทีมชาติไนจีเรียย้ายมาเล่นกับทัพงูใหญ่ในปี 1997 และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ในปี 1998 แต่หลังจากนั้นบทบาทเจ้าตัวก็ค่อยๆ น้อยลง จนถูกปล่อยให้เอซี มิลาน ยืมไปในช่วงหน้าหนาวปี 2000 ก่อนจะย้ายออกจากอิตาลีไปเล่นกับดาร์บี้ในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวในตลาดซื้อขายครั้งถัดมา และอำลาทีมเป็นการถาวรในปี 2001

อันเดรีย ปีร์โล่ (อินเตอร์ มิลาน 1998-2001, เอซี มิลาน 2001-2011)

หนึ่งในนักเตะที่ย้ายโดยตรงระหว่างทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลาน ในตอนที่เป็นดาวรุ่ง ปีร์โล่ยังลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพงูใหญ่ได้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอซี มิลาน ในปี 2001 และที่นี่เองที่เขาเปลี่ยนมายืนในตำแหน่งตัวทำเกมหน้าแผงหลัง หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘เรจิสต้า’ พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ปีร์โล่คว้าแชมป์กับเอซี มิลาน ได้รวมกันถึง 9 รายการ ตลอดช่วงเวลา 10 ปี ที่ลงเล่นให้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสหลังหมดสัญญากับทัพปีศาจแดงดำ

คริสเตียน วิเอรี่ (อินเตอร์ มิลาน 1999-2005, เอซี มิลาน 2005-2006)

วิเอรี่ถือเป็นดาวยิงจอมพเนจรของจริง เขาไม่เคยอยู่กับทีมใดได้เกิน 1 ฤดูกาล เว้นแต่กับอินเตอร์ มิลาน ที่ ‘โบโบ้’ ลงเล่นให้ถึง 6 ฤดูกาล พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ในฤดูกาลสุดท้ายที่ลงเล่นด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นกับเอซี มิลาน ในฤดูกาลถัดมา

คลาเรนซ์ เซดรอฟ (อินเตอร์ มิลาน 2000-2002, เอซี มิลาน 2002-2012)

เซดรอฟเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ย้ายผ่าเมืองมิลานโดยตรง เขาอาจจะไม่ได้มีผลงานโดดเด่นนักตอนรับใช้เนรัซซูรี่ แต่หลังจากย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในดีลการแลกตัวระหว่างเขากับฟรานเชสโก้ โคโค่ มิดฟิลด์เชื้อสายซูรินาเมรายนี้ก็สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ของโลก และกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ช่วยให้ปีศาจแดงดำกวาดแชมป์เซเรีย อา และแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างละ 2 สมัย ด้วยกัน

เฮอร์นาน เครสโป (อินเตอร์ มิลาน 2002-2003/2006-2009, เอซี มิลาน 2004-2005)

เครสโปย้ายมาอยู่กับทัพเนรัซซูรี่ในฐานะตัวแทนของโรนัลเมื่อปี 2002 แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนตอนที่เล่นกับลาซิโอ้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเชลซี อย่างไรก็ตาม กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่อังกฤษได้ จนต้องย้ายกลับมาเล่นกับเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในปี 2004 และมาอยู่กับทัพงูใหญ่อีกครั้งในปี 2006-2008 ด้วยสัญญายืมตัวเช่นเคย และในที่สุด เครสโปก็ได้กลับมาอยู่กับอินเตอร์ มิลานเป็นการถาวรในปี 2008

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (อินเตอร์ มิลาน 2006-2009, เอซี มิลาน 2010-2012)

อิบราฮิโมวิชเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นให้กับทั้งสองทีมของเมืองมิลาน (จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเขาประสบความเร็จให้กับทุกทีมที่ลงเล่นนั่นแหละ) พระเจ้าวงการลูกหนังพังประตูถล่มทลายให้กับทั้งสองทีม และกวาดแชมป์เซเรีย อา ได้ 4 สมัย จากการลงเล่นให้ทั้งสองทีมรวมกัน 5 ฤดูกาล

มาริโอ บาโลเตลลี่ (อินเตอร์ มิลาน 2007-2010, เอซี มิลาน 2013-2014/2015-2016)

หัวหอกจอมเกรียนรายนี้สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของอินเตอร์ มิลาน แต่ด้วยนิสัยของเจ้าตัวก็ทำให้บาโลเตลลี่ยังไปไม่สุดทางในวงการฟุตบอลเสียที บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับทัพงูใหญ่เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสมัยหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยไป ก็ทำให้เขากลับมาลงเล่นในอิตาลีอีกครั้งกับเอซี มิลาน โดยดาวยิงผิวสีรายนี้เล่นให้กับทัพปีศาจแดงดำ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปลิเวอร์พูล แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับทีม ก็ทำให้นักเตะเจ้าปัญหารายนี้ถูกส่งมาให้รอสโซเนรี่ยืมตัวอีกครั้งในปี 2015 ส่วนปัจจุบัน บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับนีซในฝรั่งเศส

ซัลลีย์ มุนตารี่ (อินเตอร์ มิลาน 2008-2012, เอซี มิลาน 2012-2015)

มิดฟิลด์ทีมชาติกาน่ารายนี้มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลตอนที่ลงเล่นกับทัพงูใหญ่ เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา กับโคปา อิตาเลีย อย่างละ 2 สมัย และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แต่เมื่อจบฤดูกาล 2009/10 ที่เนรัซซูรี่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ มุนตารี่ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีม จนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับซันเดอร์แลนด์ในหน้าหนาวปี 2011และเอซี มิลาน ในปี 2012 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับปีศาจแดงดำเป็นการถาวรในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของอดีตกองกลางปอร์ทสมัธกับเอซี มิลาน นั้นก็ไม่มีอะไรน่าจัดจำนัก เพราะเขาไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย

โรแบร์โต้ บัจโจ้ (เอซี มิลาน 1995-97, อินเตอร์ มิลาน 1998-2000)

ตำนานนักฟุตบอลของวงการลูกหนังอย่างอิตาลีเข้าสู่จุดพีคของตัวเองในปี 1993 ในตอนที่เล่นกับยูเวนตุส ซึ่งเขาสามารถคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวกับเอซี มิลาน เพราะเทพบุตรเปียทองคำช่วยให้รอสโซเนรี่คว้าแชมป์ได้ 1 สมัย จากการลงเล่นให้กับทีม 2 ฤดูกาล ส่วนตอนลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน แม้บัจโจ้ทำผลงานได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นก็ทำให้เขาเล่นได้ไม่เหมือนเดิม และกองหน้าทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้ทัพงูใหญ่คว้าแชมป์อะไรได้เลยในช่วงเวลา 2 ฤดูกาลที่ลงสนามให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

 

10 แข้งซุปตาร์ที่ เรอัล มาดริด ซื้อมาแล้วดับเป็นดาวค้างฟ้า(ไม่เจ็บก็ฟอร์มตก)

มัตเตโอ โควาซิช (ย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ปี 2015, ค่าตัว 29 ล้านยูโร )

Mateo Kovacic

บางทีอาซาร์อาจจะได้ฟังคำเตือนจากปากของเพื่อนร่วมทีมเชลซีอย่างมัตเตโอ โควาซิช ในเรื่องการย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แล้ว โควาซิชย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็ทำให้เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ต้องกลายเป็นเพียงตัวสำรองของทัพสิงห์บลูส์

โควาซิชย้ายจากอินเตอร์ มิลาน ไปอยู่กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 29 ล้านยูโร โดยในช่วงแรก กองกลางชาวโครแอตได้ลงสนามให้กับเรอัล มาดริด ในยุคของราฟาเอล เบนิเตซ อยู่บ้าง แม้จะต้องลงเล่นในตำแหน่งที่ต่างไปอยู่ตลอด แต่เมื่อซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีม แผงกลางตัวจริงของโลส บลังโกส ก็ถูกลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และคาเซมิโร่ยึดไปอย่างถาวร และนั่นก็มิดฟิลด์วัย 24 ปี แทบจะไม่มีโอกาสลงสนามเลย และกับทีมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน โควาซิชเป็นได้เพียงตัวเลือกรองของโมดริช, อิวาน ราคิติช และมิลาน บาเดลจ์

อดีตกองกลางของงูใหญ่รายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด 37 เกมจาก 3 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้จะย้ายมาเล่นกับเชลซีด้วยสัญญายืมตัว

ไมเคิล โอเว่น (ย้ายจากลิเวอร์พูล ปี 2004, ค่าตัว 12 ล้านยูโร บวกกับอันโตนิโอ นูเญส)

Michael Owen

โอเว่นถือเป็นนักเตะคนสำคัญของลิเวอร์พูล เขาพังประตูได้ 16-19 ลูกในลีก ตลอด 6 จาก 7 ฤดูกาลที่ได้ลงเล่นให้กับทีมทั้งซีซั่น แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์คว้าแชมป์ลีกได้แม้แต่หนเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 2004 ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ หากเทียบกับฝีเท้าของ ‘เบบี้โกล’ ในตอนนั้น

ในวัย 24 ปี โอเว่นทำประตูไปแล้ว 142 ลูก ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร จาก 7 ฤดูกาลที่ลงเล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่การย้ายมาเล่นที่สเปนก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริด จนแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค เจ้าตัวทำประตูได้เพียง 64 ลูกเท่านั้น

ในตอนอยู่ที่แอนฟิลด์ โอเว่นมีเอมิล เฮสกีย์. มิลาน บารอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ เป็นคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่เมื่อย้ายมาเล่นในเมืองหลวงของสเปน เจ้าตัวต้องแย่งชิงตำแหน่งกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่างราอูล กอนซาเลซ และโรนัลโด้ เจ้าเบบี้โกลอาจจะทำผลงานได้ไม่เลว หากมองจากการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทัพราชันชุดขาวทุกรายการเพียง 26 นัด แต่ทำประตูได้ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2002 ได้อยู่กับทัพโลส บลังโกส แค่เพียงปีเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 ราชันชุดขาวก็ทุ่มเงิน 25 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวโรบินโญ่มา และโอเว่นก็ต้องหลีกทางด้วยการย้ายไปนิวคาสเซิล

นิโคลาส์ อเนลก้า (ย้ายจากอาร์เซนอล ปี 1999, ค่าตัว 35 ล้านยูโร)

Nicolas Anelka

ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจร อเนลก้าก็เคยอยู่กับเรอัล มาดริด มาก่อน โดยเจ้าตัวเซ็นสัญญากับโลส บลังโกส ในปี 1999 หลังจากมี 2 ฤดูกาลก่อนหน้าที่ยอดเยี่ยมกับอาร์เซนอล ดาวยิงเฟรนซ์แมนรายนี้รวดเร็วและทรงพลัง แต่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ควบคุมยากคนหนึ่ง อเนลก้าทำประตูในเกมเอล กลาซิโก้ ที่ต้นสังกัดของตัวเองเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้ 3-0 รวมถึงการทำประตูในเกมรอบตัดเชือกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ได้ทั้งสองนัดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของดาวยิงจอมพเนจรรายนี้กับเรอัล มาดริด ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่ดีนัก อเนลก้ามีปัญหากับบิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือของราชันชุดขาวในตอนนั้น และเจ้าตัวก็โดนโทษแบนจากทีมไป 45 วัน และภายหลังบรรดานักเตะของเรอัล มาดริด ก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาไม่ค่อยชอบกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสนัก เพราะอเนลก้าพยายามมาแทนที่ของราอูล กอนซาเลซ

หลังจากลงเล่นให้กับทีมดังจากเมืองหลวงของสเปนแค่ปีเดียว (และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้) อเนลก้าก็ย้ายกลับไปอยู่กับเปแอสเช สโมสรแรกที่จะตัวลงเล่นเป็นนักเตะอาชีพ และที่นั่นอดีตดาวยิงของอาร์เซนอลก็มีปัญหาทะเลากับหลุยส์ แฟร์นองเดซ กุนซือของเปแอสเชในตอนนั้น และเมื่อออกจากเมืองหลวงของฝรั่งเศส อเนลก้าก็ไปลงเล่นให้กับสโมสรอีก 9 แห่ง และตลอด 15 ปี ในเส้นทางนักฟุตบอล อเนลก้าก็ผ่านการค้าแข้งกับทีมถึง 12 ทีม

อันโตนิโอ คาสซาโน่ (ย้ายจากโรม่า ปี 2006, ค่าตัว 5 ล้านยูโร)

Antonio Cassano

นับตั้งแต่ย้ายจากโรม่ามาอยู่กับเรอัล มาดริด คาสซาโน่ก็ได้ลงสนามให้เรอัล มาดริด เพียง 29 เกม และทำประตูได้แค่ 4 ลูก ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับทีม นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติอิตาลียังเคยโดนโทษแบนจากสโมสรในข้อหาไม่ให้ความเคารพต่อฟาบิโอ คาเปลโล่  กุนซือของทีม ณ ขณะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เขาออกมาประกาศว่าอยากย้ายกับไปอยู่กับโรม่า ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ ‘ปีเตอร์แพน’ พลาดการย้ายกลับไปที่เมืองหลวงของอิตาลี และต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยสัญญายืมตัวแทน

ดูเหมือนว่าการไปเรอัล มาดริด ของคาสซาโน่ จะไม่ทำให้ใครมีความสุขเลย อ่อ แต่อาจจะยกเว้นพนักงานโรงแรมไว้คนหนึ่งนัก เพราะดูเหมือนเขาจะได้ทิปจากดาวยิงรายนี้มากพอควร

“ที่มาดริด ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นบริกรในโรงแรม” คาสซาโน่อธิบายในหนังสือชีวประวัติของเขาที่มีชื่อว่า Telling Everything “เขามีหน้าที่นำขนมอบต่างๆ มาให้ผมสัก 3-4 ชิ้น หลังผมเสร็จจากการมีเพศสัมพันธ์ เขาจะเอาขนมมาให้ผม และผมก็เอาผู้หญิงให้เขาไป มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เขาได้ผู้หญิงไป ส่วนผมได้ขนมมา มันเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

ดานิโล่ (ย้ายจากปอร์โต้ ปี 2015, ค่าตัว 31.5 ล้านยูโร)

Danilo

ฟูลแบ็คชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจากปอร์โต้มาอยู่กับเรอัล มาดริด ในช่วงที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่ดีพอจะเบียดดานี่ คาร์วาฮาล เป็นตัวจริงได้เลย หากแบ็คขวาทีมชาติสเปนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ดานิโล่เองก็อาจจะไม่ได้มีช่วงเวลาที่แย่นักในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อเขาเองสามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทีมได้ 2 สมัย

ดานิโล่ได้ออกมาเผยว่า เขาไม่สามารถจัดการให้ตัวเองมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวากับเรอัล มาดริด ได้  แต่ก็ยอมรับด้วยว่าคิดถึงช่วงเวลาในเมืองหลวงของสเปน “ผมมี 2 ปีที่มหัศจรรย์ แลละคว้าชัยชนะในรายการสำคัญๆ ได้ และผู้คนที่นั่นก็ดูแลผมได้เป็นอย่างดี แต่ชีวิตคุณต้องก้าวต่อไป” แบ็คขวาวัย 27 ปี อธิบาย

ในปี 2017 ดานิโล่ย้ายมาอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเป็นตัวสำรองของไคล์ วอล์คเกอร์ กับเบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

ดีดี้ (ย้ายจากโบตาโฟโก ปี 1959)

Didi

แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้ายมือ

ดีดี้เป็นกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1958 โดยเขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1959 ดาวเตะรายนี้มีพร้อมทั้งความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมการเล่นในแผงกลางของทีมได้ และทุกๆ อย่างในทีมที่เจ้าตัวเล่นส่วนใหญ่ก็จะสร้างโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง

แต่ที่เรอัล มาดริด พวกเขามีนักเตะอย่างอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ อยู่แล้ว ซึ่งตำนานดาวยิงของราชันชุดขาวก็ไม่พอใจนักที่ดีดี้เข้ามาในฐานะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแฟนบอล และยังถูกมองเป็นตัวแทนของเขาอีกด้วย นอกจากนี้ทัพราชันชุดขาวยังมีนักเตะอย่างเฟเรนช์ ปุสกัส และเรย์มงด์ โกปา อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ดีดี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นที่รวดเร็วในลีกสเปนได้ และทีมๆ นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีดิ สเตฟาโน่ เป็นศูนย์กลาง สาเหตุทั้งหมดทำให้ดีดี้ถูกปล่อยตัวให้บาเลนเซียยืม ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับโบตาโฟโกเมื่อจบฤดูกาล

ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดจะทำให้ดีดี้เกลียดฟุตบอลที่สเปนพอสมควร เขาออกมาอธิบายว่า “ความฉลาดของคน และความสามารถในการคิดเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เราสามารถแบ่งแยกตัวเองออกจากการเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงดูความสามารถของนักฟุตบอลจากเรื่องสรีระทางกายเพียงเรื่องเดียวล่ะ” ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิลอธิบาย

ดูเหมือนว่าดีดี้นี่แหละที่เป็นผู้ชนะในศึกระหว่างเขากับดิ สเตฟาโน่ เพราะดาวเตะรายนี้สามารถพาบราซิลคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 1962 ส่วน ดิ สเตฟาโน่ เหรอ ทีมชาติอาร์เจนติน่าของเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกในปี 1954 และ 1958 ทว่าในปี 1962 ตำนานกองหน้าของเรอัล มาดริด โอนสัญชาติมาเล่นให้สเปน และช่วยให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี เพราะตัวเองดันมาได้รับบาดเจ็บจนต้องชวดการลงเล่นไป และเรื่องนี้ก็คงทำให้ดีดี้สะใจอยู่บ้าง

โจนาธาน วูดเกต (ย้ายจากนิวคาสเซิล ปี 2004, ค่าตัว 20 ล้านยูโร)

Jonathan Woodgate

วูดเกตเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองทีเดียวในตอนเริ่มต้นอาชีพนักเตะ เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 เขาลงเล่นให้กับลีดส์ และเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับริโอ เฟอร์ดินานด์ และลูคัส ราเดเบ้ เจ้าตัวย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิลในช่วงต้นปี 2003 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานในเกมสโมสรยุโรปได้ดีมาก  จนทำให้เรอัล มาดริด มารับตัวไปอยู่ที่สเปนในฤดูกาลถัดมา

แม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่วูดเกตก็ถือเป็นนักเตะจอมเจ็บคนหนึ่ง เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรอัล มาดริด แค่เพียง 9 เกมเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมแม้แต่เกมเดียวในฤดูกาลแรกกับราชันชุดขาว เกมแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในเสื้อสีขาวคือเกมที่เจอกับแอธเลติก บิลเบา ในเดือนกันยายน 2005 ซึ่งปรากฏว่าเกมนั้นเจ้าตัวส่งบอลเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูก และยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกด้วย

วูดเกตถูกปล่อยยืมตัวให้มิดเดิลสโบรช์ในปี 2006 ก่อนจะถูกขายขาดด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ในปีถัดมา นอกจากนี้ วูดเกตได้รับการโหวตจากผู้อ่านมาร์ก้า สื่อเจ้าดังของสเปนในปี 2007 ให้เป็นการซื้อตัวนักฟุตบอลที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบศตวรรษอีกด้วย

กาก้า (ย้ายจากเอซี มิลาน ปี 2009, ค่าตัว 67 ล้านยูโร)

Kaka

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินจำนวน 67 ล้านยูโร ให้กับเอซี มิลาน ซึ่งถือเป็นสถิติโลกในเวลาดังกล่าว เพื่อดึงตัวกาก้าให้มาอยู่ที่เบร์นาบิว ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีคของตัวเอง และยังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก, รางวัลนักเตะแห่งปี รวมถึงบัลลงดอร์มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เทพบุตรลูกหนังรายนี้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และเขาก็มีโอกาสลงสนามน้อยมาก จนไม่สามารถช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา นอกจากนี้กาก้ายังเคยบาดเจ็บยาวถึง 8 เดือน ในปี 2010 ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวไม่เคยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย และการมาของเมซุต โอซิล ก็ทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

กาก้านั่นเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นเหมือนต้นแบบให้กับหลายๆ คนที่เอซี มิลาน แต่กับเรอัล มาดริด เขาเป็นเพียงนักเตะชื่อดังอีกคนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เจ้าตัวเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการของทีม และต้องเผชิญกับความยากลำบากในการโน้มน้าวให้โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโลส บลังโกส ในเวลานั้น เชื่อว่าตัวเองฟิตสมบูรณ์พอจะลงสนามได้ ที่สุดแล้วดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ต้องย้ายกลับไปเอซี มิลาน ในปี 2013 ทำไป 29 ประตู จากการลงเล่นไป 120 เกม และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลา ลีก้า กับ โคปา เดล เรย์ อย่างละสมัย อย่างไรก็ตาม กองกลางตัวรุกรายนี้ไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับที่แฟนบอลของเรอัล มาดริด คาดหวังไว้ได้เลย

อักเน่ ซิมอนส์สัน (ย้ายจากออกริเต้ ปี 1960)

Agne Simonsson

ตำนานกองหน้าของทีมชาติสวีเดนชุดรองแชมป์โลกปี 1958 รายนี้ เป็นนักเตะอีกรายที่ถูกดิ สเตฟาโน่ บดบังรัศมี ซิมอนส์สันย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด ในปี 1960 โดยเจ้าตัวรับบทศูนย์หน้า ขณะที่ ดิ สเตฟาโน่ ที่มีอายุมากขึ้น (34 ปีในตอนนั้น) ถูกขยับไปเล่นในตำแหน่งที่ต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ดิ สเตฟาโน่ก็ยังมองตัวเองเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดด้วย และเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่ได้สนใจแผนการเล่นเลย เขาชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นศูนย์หน้า และมันก็ไปทับกับตำแหน่งของซิมอนส์สัน ที่สุดแล้วดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ได้โอกาสลงเล่นให้เรอัล มาดริด เพียง 3 เกม ก่อนจะถูกปล่อยให้เรอัล โซเซียดัด ยืมตัวไปใช้งาน และในปี 1963 ซิมอนสส์สันก็ย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมแรกในอาชีพนักฟุตบอลอย่างออกริเต้

วอลเตอร์ ซามูเอล (ย้ายจากโรม่า ปี 2004, ค่าตัว 25 ล้านยูโร)

Walter Samuel

ตลอดอาชีพการค้าแข้งในอาร์เจนติน่าและอิตาลี ซามูเอลถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากๆ เขาได้รับฉายาว่า ‘เดอะ วอลล์ (The Wall)’ จากสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งผ่านเขาได้ยากมาก เหมือนกับถูกกำแพงขวางอยู่

แต่ในฤดูกาล 2004/05 ที่เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ที่สเปน ซามูเอลทำผลงานได้ไม่ดีเสียเลย และพลพรรคโลส บลังโกส ก็จบเพียงอันดับสองในลา ลีก้า ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาพลาดท่าตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังจบฤดูกาลดังกล่าว ซามูเอลก็ย้ายกลับมาเล่นที่อิตาลีทันที โดยเขาลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และปราการหลังเลือดฟ้าขาวรายนี้ก็เรียกฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง เจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกับมิดฟิลด์ตัวตัดเกมสุดแกร่งอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ปาทริค วิเอร่า และติอาโก้ ม็อตต้า รวมไปถึงการขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คชั้นยอดอย่างฮาเวียร์ ซาเน็ตติ และคริสเตียน คิวู แม้ตอนเล่นกับเรอัล มาดริด ‘เดอะ วอลล์’ จะได้เล่นร่วมกับมิเชล ซัลกาโด้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่พวกเขาก็เติมเกิมสูงราวกับเล่นเป็นปีก ขณะที่มิดฟิลด์ที่คอยเก็บกวาดแนวรุกคู่แข่งอยู่หน้าเขาก็คือโธมัส กราเวอเซ่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซามูเอลถึงฟอร์มตกระหว่างการรับใช้ราชันชุดขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

เชื้อสายอาเซียนก็ดังได้ 5 นักเตะชื่อดังที่คุณไม่รู้

ในโลกของฟุตบอล ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีนักฟุตบอลผลัดถิ่นบางคนที่ได้ออกไปสร้างชื่อเสียงเป็นนักเตะระดับสูงให้กับสโมสรและทีมชาติในยุโรป นักเตะเหล่านี้มีเชื้อสายอาเซียนไหลเวียนอยู่ในตัวแต่ในขณะนี้ พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในระดับสูงให้กับประเทศที่พวกเขาไปอาศัยและได้สัญชาติ

1. รัดย่า เนียงโกลัน (เบลเยียม, อินโดนีเซีย)

เนียงโกลัน เกิดจากมารดาชาวเบลเยียม และบิดาชาวอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นลูกครึ่งที่หาได้ยากแต่นั่นก็ไม่ได้หยุดให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลก

เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในระดับชุดใหญ่กับทีม เปียเซนซา ในเซเรียบี ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม กายารี่ และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมหมาป่ากรุงโรมเห็นแววในตัวเขาและดึงตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นนักเตะระดับสูงมาตั้งแต่นั้น

เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักฟุตบอลที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก, สูบบุหรี่จัด และ มักจะปาร์ตี้ตลอดทั้งคืน จึงทำให้เขามีปัญหากับทีมชาติและเผยว่าไม่มีความสุขในถิ่นกรุงโรม และก็เป็นทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่ดึงตัวกองกลาง พันธ์ดุสายติสท์คนนี้ไปคุมแดนกลางเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เนียงโกลันพึ่งจะสร้างชื่อขึ้นมา เขาตกเป็นเป้าหมายของฟุตบอลทีมชาติอินโดนีเซียแต่เขาก้ตัดสินใจที่จะเลือกเล่นให้กับเบลเยี่ยมแทน

3. โยฮัน กาบาย (ฝรั่งเศส, เวียดนาม)

นักเตะดีกรีแชมปืลีกเอิง 3 สมัยและเคยเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางชาวฝรั่งเศสที่ฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่หลายๆคนก็ต้องประหลาดที่ได้รู้ว่าเขามีสายเลือดเวียดนามที่สืบทอดมาจากยายของเขา

กาบายเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมลีลล์ และในปี 2011 เขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมโดยการคว้าแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วยให้กับทีมได้ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล และมีฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกที่ดีมากๆจนได้ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปเล่นฟุตบอลยูโร 2012

ในปี 2014 กาบายย้ายกลับไปฝรั่งเศสเพื่อร่วมทีมเปแอชเช แต่ก็กลับมาที่อังกฤษอีกครั้งกับทีมคริสตัล พาเลซในปีต่อมา หลังค้าแข้งอยู่ 3 ปีกับทีมนกอินทรีย์ เขาก็ย้ายไปร่วมทีม อัลนาส ในลีก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

4. อัลฟงส์ อาเรโอล่า (ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์)

ในตอนที่ฝรั่งเศสได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อัลฟงส์ อาเรโอล่า ได้สร้างสถิติไว้โดยการเป็นนักเตะคนแรกใน 36 ปีที่ได้ฟุตบอลโลกโดยที่ยังไม่ได้โอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติเลยซักเกม

อาเรโอล่า เป็นผู้รักษาประตูที่ดีคนหนึ่งโดยเขาโดดเด่นเรื่องการเซฟและการออกบอลอย่างแม่นยำ แต่มีเรื่องที่คนส่วนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา นั่นก็คือทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นชาวฟิลิปปินส์และเขาสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์ได้

ในปี 2011 เขาถูกเชิญจากทีมชาติฟิลิปปินส์โดยผู้จัดการทีมอย่าง แดน พาลามี่ แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมตราไก่

5. ไนเจล เดอ ยอง (เนเธอร์แลนด์, ซูรินาม, อินโดนีเซีย)

เดอ ยอง มีบิดาเป็นชาวซูรินาม และ มีมารดาเป็นลูกครึ่งชาว ดัตช์-อินโดนีเซีย เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมเมืองเกิดอย่าง อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์เช่นเดียวกัน

เขาผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่ๆในยุโรปมาแล้วทั้ง อาหยักซ์, แมนฯซิตี้, เอซีมิลาน และ กาลาตาซาราย และได้แชมป์มาแล้วทั้ง เอเรดีวีซี, พรีมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ

เดอยองเป็นส่วนสำคัญในทีมอัศวินสีส้มที่จบด้วยการเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และ จบอันดับสามในปี 2014 ปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ อัล-อาลี ในลีกกาตาร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

อคาเดมี่ผู้สร้างนักเตะสุดเข้ม กับ 10 นักเตะทีมผ่านมือ’เกงค์’มา

เกงค์ ได้สร้างทั้งนักเตะระดับโลกและนักเตะฝีเท้าดีขึ้นมามากมาย ทั้งนักเตะที่ขึ้นมาจากอคาเดมี่และนักเตะที่ย้ายเข้ามาและใช้เกงค์เป็นบันไดพัฒนาตัวเองก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น และนี่คือรายชื่อนักเตะที่ได้บอกว่าเกงค์เป็นอีกทีมที่มักจะผลิตนักเตะพรสวรรค์ขึ้นมาและทำให้เราคิดว่านี่คือเซาธ์แฮมป์ตันแห่งเบลเยี่ยม

1.เควิน เดอบรอยน์ 2008-2012

เขาคือนักเตะที่เรานึกถึงเป็นคนแรกเมื่อนึกถึงนักเตะเยาวชนของเกงค์ จอมทัพชาวเบลเยี่ยมจากทีมไปก่อนที่จะกลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในยุโรป

เชลซีคว้าตัวเดอบรอยน์ในวัยละอ่อนไปด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโรในปี 2012 และให้สัญญาเกงค์ยืมตัวกลับทันทีเพื่อเล่นในฤดูกาลที่เหลือก่อน หลังจากล้มเหลว (อ้างอิงจาก โชเซ่ มูรินโญ่) ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ เดอบรอยน์ย้ายไปซบโวล์ฟบวร์กในปี 2014 และกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 55 ล้านยูโรในปี 2015 ส่วนเรื่องราวหลังจากนี้คือประวัติศาสตร์

2. ธิโบต์ คูร์ตัวส์ 2009-2011

เชลซีคอนเนคชั่นดำเนินต่อไปด้วยคูร์ตัวส์ ผู้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกงค์เป็นแชมป์ในฤดูกาล 2010/11 คูร์ตัวส์ได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีและก็ทำให้เชลซีซื้อเขามาด้วยเงิน 9 ล้านยูโรหลังจบฤดูกาล

เขาถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับ แอตฯมาดริด 3 ฤดูกาลซึ่งที่นั่นก็ทำให้เขามีโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องและกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ได้ในปี 2014

หลังทำผลงานได้ดีสม่ำเสมอและเล่นได้อย่างสุดยอดในฟุตบอลโลกก็ทำให้เขาย้ายไปร่วมทีมเรอัลมาดริดในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

จาก เกงค์ สู่ กาแลคติกอส ภายใน 7 ปี ‘ยอดเยี่ยม’

3. วิลเฟรด เอ็นดีดี้ 2015-2017

ปัจจุบันเอ็นดีดี้มีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในตำแหน่งของกองกลางตัวรับที่ดีคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ซึ่งครั้งหนึ่งเขาผ่านการเล่นให้กับเกงค์มาแล้ว

กองกลางชาวไนจีเรียโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้เลสเตอร์หอบเงิน 17 ล้านยูโรเพื่อล่าลายเซ็นของเขา

กองกลางวัย 21 ปีกำลังฉายแววนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมรังหมาป่าในปี 2017 และได้รับการยกย่องว่าเป็นกองกลางห้องเครื่องที่เข้าบอลได้หนักแน่นและแม่นยำคนหนึ่ง

เอ้นดีดี้ ยังมีอายุน้อยและพัฒนาได้อีกไกล พร้อมกับยังมีข่าวเชื่อมโยงเขากับทีมท็อป 6 อีกด้วย

4. ลีออน ไบลีย์ 2015/2017

ชื่อเสียงของ ไบลีย์ ได้พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะผลงานในสนามของเขากับเลเวอร์คูเซนในฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากที่เขาไปชุบตัวอยู่ที่เบลเยี่ยมสองปี ปีกชาวจาไมก้าก็ได้มีข่าวโยงกับทีมในยุโรปและเขาก็มาลงเอยกับเลเวอร์คูเซนในบุนเดสลิกา

สื่อจากอังกฤษหวังจะให้ไบลีย์นั้นเลือกรับใช้ทีมชาติอังกฤษในซัมเมอร์ที่แล้ว เนื่องจากปู่ย่าของเขาทั้งสองคนได้สัญชาติเป็นพลเมืองของอังกฤษ แต่ผลงานโดดเด่นของเขายังไม่เพียงพอให้ถูกเรียกติดทีมชาติสิงโตคำราม แต่โอกาสก็ยังเปิดกว้างเพราะเขาก็ยังไม่ได้เล่นให้กับทีมชาติจาไมก้าชุดใหญ่เช่นกัน

5. คาลิดู คูลาบาลี่ 2012-2014

สองฤดูกาลกับเกงค์ได้มอบสภาพแวดล้อมอันเหมาะเจาะให้กับคูลิบาลี่ในการโชว์ของพรสวรรค์ที่เขามีอยู่ในตัว

นาโปลีนั้นเห็นฟอร์มเขามาเกินพอจนทำให้นำเงิน 6 ล้านยูโรซื้อตัวกองหลังชาวเซเนกัลไปสู่ถิ่นเนเปิ้ลส์ในปี 2014

ปัจจุบัน กองหลังวัย 27 ปีได้ผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังชั้นแนวหน้าของยุโรปและกลายเป็นที่หมายตาของทีมระดับท็อปในพรีเมียร์ลีก

ปัจจุบัน 6 ล้านที่นาโปลีซื้อเขามาคงจะซื้อแม้แต่ขาขวาของเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ…

6. เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช

กองกลางชาวเซอร์เบียร์ย้ายออกจากทีมในลีกบ้านเกิดไปร่วมทีมเกงค์ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 1 ล้านยูโรและฉายแววออกมาทำให้ ลาซิโอ ได้ซื้อเขาไปร่วมทีมในปีต่อมาด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโร

ซาวิชเคยมีข่าวกับทั้งแมนฯยูและลิเวอร์พูล แต่เห็น เอซีมิลาน ที่มีข่าวว่าอยากได้ตัวของซาวิชอย่างจริงจังแต่ก็ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อลาซิโอได้ออกมาปักป้ายค่าตัวของซาวิชนั้นอยู่ที่ 120 ล้านยูโร

และนี่คือรางวัล honourable mentions ที่ปัจจุบันพวกเขาอาจจะไม่ได้มีฟอร์มที่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังเป็นนักเตะชั้นดีที่เคยผ่านการค้าแข้งกับเกงค์มา

คริสเตียน เบนเทเก้ 2006-2007

ในช่วงที่เบนเทเก้เป็นนักเตะเยาวชนเขาเติบโตมากับทีมสตองดาร์ด ลีแอช ก่อนจะย้ายไปที่ เกงค์ และกลับไปเซ็นสัญญาอาชีพกับสตองดาร์ด ลีแอชอีกครั้ง และในปี 2011 เกงค์ก็ใช้เงิน 1 ล้านยูโรซื้อตัวเขาไปร่วมทีมก่อนที่ปี 2012 เจ้าตัวจะย้ายไปร่วมทีม แอสตัน วิลล่า และสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกจนกระทั่งลิเวอร์พูลซื้อเขาไปร่วมทีมก่อนจะล้มเหลวและย้ายไปเล่นให้คริสตัล พาเลซมาจนถึงปัจจุบัน

ดิว็อค โอริกิ 2001-2010

โอริกิอยู่กับเกงค์มาตั้งแต่ 6 ขวบจนกระทั่งเขาถูกลีลล์จากลีกเอิงซื้อไปปั้นต่อตอนที่อายุ 15 ปี และทำให้ลิเวอร์พูลซื้อเขามาร่วมทีมในปี 2014 แต่ปัจจุบันฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั้นออกทะเลไปไกลจนทำให้หลุดวงโคจรจากทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลไปแล้ว

สตีเวน เดฟูร์ 2004-2006

เดฟูร์ย้ายมาร่วมทีมเกงค์ในตอนที่เป็นเยาวชนก่อนที่จะถูกขายไปแจ้งเกิดกับสตองดาร์ด ลีแอชก่อนที่เจ้าตัวจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ ปอร์โต้, อันเดอร์เลช และ เบิร์นลีย์ ในเวลาต่อมา

ยานนิค คาร์ราสโค่ 2005-2010

คาร์ราสโค่อยู่ในทีมเยาวชนของเกงค์จนกระทั่งในปี 2010 เขาถูกซื้อไปปั้นต่อที่โมนาโก ก่อนแอตฯมาดริดจะซื้อตัวแนวรุกชาวเบลเยี่ยมไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโรในปี 2015 และถูกขายไปให้กับต้าเหลียน ยี่ฟ่างในไชนีส ซูเปอร์ลีกด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

วันเดอร์คิดจากเกม FM 2012 ใครเจ๋งจริงใครหลอกเจ้า

ฟุตบอล เมเนเจอร์ หรือเอฟเอม เป็นเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และคอบอลหลายๆ คนก็ไม่พลาดที่จะมีเกมนี้ไว้ในครอบครอง จากการที่เกมมีฐานข้อมูลที่สมจริงมากที่สุด และมีรายละเอียดหลายๆ อย่าง ที่เกมฟุตบอลอย่าง PES หรือฟีฟ่าไม่มี

หนึ่งในสิ่งที่บรรดาคอเกมเอฟเอมชอบมากที่สุดคือการปั้นดาวรุ่งขึ้นมา และเกมนี้ก็มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นดาวรุ่งที่สมจริงมาก นักเตะหลายๆ คน ที่มีค่าพลังฝีเท้าในเกมสูงตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ก็มักจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อย่างเช่น เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชส แต่บางคน พวกเขาก็เก่งได้แค่ในเกม ส่วนชีวิตนักฟุตบอลจริงๆ ของพวกเขานั้น ต้องเรียกได้ว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย เช่น เฟรดดี้ อาดู, แจ็ค รอดเวลล์

ในวันนี้ ทางโฟร์โฟร์ทู จะขอพาทุกท่านไปตามหา 11 นักเตะที่เป็นวันเดอร์คิดในเกม FM 2012 ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ในปัจจุบัน

ผู้รักษาประตู : หลุยส์ กิลเญร์เม่

สโมสรในขณะนั้น : โบตาโฟโก

ในเกม FM 2012 หลุยส์ กิลเญร์เม่ มีค่าตัวแค่เพียง 5 แสนปอนด์เท่านั้น และเขาก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้นมาอยู่นระดับเดียวกับดาบิด เด เกอา และธิโบต์ กูร์ตัวส์ เลยทีเดียว

แต่ชีวิตจริงไม่สวยหรูขนาดนั้น กิลเญร์เม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติแค่เพียงชุด U-17 เท่านั้น และปัจจุบันในวัย 26 ปี เขาก็เป็นเพียงผู้รักษาประตูของทีมอเมริกา สโมสรฟุตบอลในลีกรองรัฐริโอ เด จาเนโร่ ของบราซิลเท่านั้น

แบ็คซ้าย : แจ็ค โรบินสัน

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

โรบินสันมีดีกรีเป็นถึงผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่ แต่เขาก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกเลย ท้ายที่สุด เจ้าตัวจึงเลือกย้ายไปเล่นให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในเกม FM 2012 นั้น โรบินสันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกได้เลย และเขาก็มีค่าพลังด้านศักยภาพ (PA) อยู่ในระดับเดียวกับลีโอเนล เมสซี่ เลยทีเดียว

แต่ในชีวิตจริง แทนที่เขาจะได้ลงดวลกับพวกปีกระดับท็อปคลาสในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับกลายเป็นการดวลกับตัวรุกในระดับลีกรองของอังกฤษเท่านั้น

เซนเตอร์แบ็ค : คีเรียกอส ปาปาดูโปลอส

สโมสรในขณะนั้น : ชาลเก้ 04

หากเป็นโลกในเกม ปาปาดุโปลอสอาจจะมีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ และถูกสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด หรือเรอัล มาดริด ไล่แย่งลายเซ็นอยู่ แต่ตอนนี้ กองหลังชาวกรีกก็เป็นแค่เพียงเซนเตอร์แบ็คทั่วๆ ไป ที่ลงเล่นอยู่ในบุนเดสลีก้า 2 กับฮัมบูร์ก

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ แต่มันก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี หากเราเทียบกับค่าพลังในเกมของเขา ที่ควรจะก้าวมาเป็นกองหลังระดับโลกในปัจจุบัน

เซนเตอร์แบ็ค : เคิร์ท ซูม่า

สโมสรในขณะนั้น : แซงต์-เอเตียน

ในปัจจุบัน นี่คือฤดูกาลที่ 4 บนเวทีพรีเมียร์ลีกของซูม่าแล้ว กองหลังผิวสีรายนี้เริ่มต้นลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษกับเชลซี และเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามพอสมควรในฤดูกาลแรก ซึ่งทีมสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ ก่อนที่ปีต่อมา ปราการหลังเลือดน้ำหอมจะบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซึ่งมันทำให้พัฒนาการของเจ้าตัวหยุดชะงักลง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ยด้วย และนั่นก็ทำให้เขาต้องออกมาหาโอกาสลงเล่น ด้วยการย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญาเช่าในปัจจุบัน

ซูม่าถือเป็นกองหลังดาวรุ่งที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และมีเทคนิคที่ดีมากในเกม FM 2012 และด้วยอายุเพียง 23 ปี และถ้าเจ้าตัวทำผลงานกับท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้ดีในฤดูกาลนี้ ก็อาจจะทำให้เขากลับสู่เส้นทางการเป็นยอดกองหลังแบบที่ควรจะเป็นก็ได้

แบ็คขวา : ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

ในตอนเริ่มเกม เวอร์ซัลจ์โกมีค่าตัวแค่เพียง 1 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่เขาก็ถือเป็นดาวรุ่งที่น่านำมาปั้นมากที่สุดในเกมคนหนึ่ง

และในปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่าเวอร์ซัลจ์โกนั้นเป็นของจริง เขาเป็นแบ็คขวาของทีมชาติโครเอเชียชุดคว้ารองแชมป์โลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนในปัจจุบันเจ้าตัวกำลังลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งแบ็คขวาวัย 26 ปี ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาไม่ได้เก่งแค่ในเกม

สโมสรในขณะนั้น : ลีลล์

อาซาร์ถือเป็นหนึ่งในวันเดอร์คิดของเกม FM 2012 ที่สามารถทำผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้จริงๆ

ฟอร์มการเล่นที่อาซาร์แสดงให้เห็นกับเชลซีและทีมชาติเบลเยี่ยม ทำให้เราบอกได้เลยว่าเขาเป็น 1 ใน 5 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และปีกพ่อมดชาวเบลเจี้ยนรายนี้ก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ ไม่น่าว่าอนาคต เขาอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกเช่นเดียวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นได้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : มัตเตโอ โควาซิช

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

โควาซิชเป็นผลผลิตจากทีมเยาวชนของซาเกร็บ และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก อีกหนึ่งวันเดอร์คิดของภาคนี้มาก่อน ส่วนปัจจุบัน เจ้าตัวก็ลงเล่นร่วมกับวันเดอร์คิดอีกคนของภาคนี้อย่าง เอเดน อาซาร์ ที่เชลซี

โควาซิชก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางฝีเท้าดีของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน โควาซิชมีเส้นทางการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ 1 สมัย และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 3 สมัย ทั้งที่มีอายุเพียง 24 ปี เท่านั้น และเจ้าตัวก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จอีกมากพอสมควร รวมถึงยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แบบที่ลูก้า โมดริช รุ่นพี่ร่วมชาติทำไว้ในตอนนี้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : อันเดรีย เบร์โตลัชชี่

สโมสรในขณะนั้น : เลชเช่ (ยืมตัวมาจากโรม่า)

ในเกม FM 2012 เบร์โตลัชชี่มีคุณสมบัติดีพร้อมครบทุกด้าน และเขาก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางระดับเวิลด์คลาส

และในปี 2015 กองกลางรายนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่ในลีกอย่างเอซี มิลาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่น่าประทับใจให้กับทัพปีศาจแดงดำเลย จนในปัจจุบัน เบร์โตลัชชี่ก็ถูกรอสโซเนรี่ปล่อยตัวไปอยู่กับเจนัวด้วยสัญญายืมตัว และแววความเป็นยอดมิดฟิลด์แบบในเกมก็ไม่หลงเหลืออยู่เลยในตัวดาวเตะวัย 27 ปี

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

ในตัวเกม สเตอร์ลิ่งก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ เขามีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วอันเหลือเชื่อ สามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องราวในชีวิตจริงเลย

สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ให้กับแมนฯ ซิตี้ ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้เจ้าตัวจะยังมีจุดอ่อนในเรื่องของจังหวะชี้เป็นชี้ตายอยู่บ้าง แต่ 18 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าปีกวัย 23 ปี ยอดเยี่ยมแค่ไหน

กองหน้า : เอ็มเบย์ เนียง

สโมสรในขณะนั้น : ก็อง

นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดใน FM 2012 เพราะเจ้าตัวแทบจะการันตี 20 ประตูต่อฤดูกาลให้กับทีมได้เลย

แต่ในชีวิตจริง ผลงานของเนียงดูจะตรงข้ามกับผลงานในเกมอย่างสิ้นเชิง กองหน้าทีมชาติเซเนกัลเพิ่งจะทำประตูในลีกไปได้เพียง 14 ลูก จากเกมลีก 80 เกมหลังสุด ที่ลงเล่นให้กับแรนส์, โตริโน่, วัตฟอร์ด, เจนัว และเอซี มิลาน

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกของเนียง ก็ยังพอทำให้เราเห็นว่า เขายังมีแววที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นศูนย์หน้าชั้นดีในอนาคตได้ แม้มันจะยากก็ตามที

กองหน้า : คาร์ลอส เฟียร์โร่

สโมสรในขณะนั้น : กัวดาลาฮาร่า

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่คอเกม FM 2012 เกือบทุกคนต้องเซ็นสัญญาทันทีที่เริ่มเกม เขาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในเกม เฟียร์โร่รวดเร็ว ไปกับบอลได้ดี มีสัมผัสบอลแรกที่ยอดเยี่ยม หาตำแหน่งได้ดี และจบสกอร์ได้เฉียบขาด

แต่ในความเป็นจริง ดาวยิงรายนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองเป็นในเกมเลย ปัจจุบันเขาเป็นเพียงดาวเตะตัวยืมของโมเรเลีย สโมสรในเม็กซิโก บ้านเกิดของเฟียร์โร่ และเจ้าตัวก็ไม่เคยออกไปเล่นฟุตบอลนอกบ้านเกิดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

นายด่านซ้าย-ขวา คู่หูดูโอ้ผู้คุมเส้นที่ดีที่สุดในยูฟ่า 2018-2019

ผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งในการเล่นเกมรับและเกมรุก นอกจากนี้พวกเขายังช่วยในการปรับแผนการเล่นให้ยืดหยุ่นได้อีกด้วย หากวันใดที่ผู้เล่นตำแหน่งแบ็คเล่นได้ดี ทีมของคุณก็จะมีผลงานที่ดีทั้งในเกมรุกและเกมรับ เพราะฉะนั้นการมีฟูลแบ็คทั้งสองข้างที่ดีก็จะช่วยให้ทีมเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น

และนี่ก็คือ 10 คู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ในสายตาของเรา มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง

อันดับ 1 : ดานี่ คาร์บาฮาล กับ มาร์เซโล่ (เรอัล มาดริด)

ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2014 เรอัล มาดริด ดูเป็นรองแอตฯ มาดริดอยู่พอสมควร จนกระทั่งมาร์เซโล่ ซึ่งวันนั้นมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง ถูกเปลี่ยนลงมาแทนฟาบิโอ โคเอนเตรา ในนาทีที่ 59 ก็ทำให้ราชันชุดขาวกลายเป็นฝ่ายครองเกมอย่างสมบูรณ์ ด้วยการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายจากแบ็คหัวฟูรายนี้ ร่วมกับการขึ้นเกมจากคาร์บาฮาลทางฝั่งขวา

มาร์เซโล่กับคาร์บาฮาลถือเป็นนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้เรอัล มาดริด ครองแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน ภายใต้การคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน มาร์เซโล่ช่วยให้มาดริดเล่นเกมรุกดี้ประสิทธิภาพมากขึ้น การประสานงานของเขากับโรนัลโด้ ทำให้เกมรุกทางฝั่งซ้ายของโลส บลังโกสน่ากลัวมาก ขณะที่คาร์บาฮาลก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมมีเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ยังเติมเกมได้ดี เขาเป็นเหมือนกับแกรี่ เนวิลล์ มีความสมดุลทั้งในเกมรุกและเกมรับ จากฟอร์มการเล่นและผลงานที่ผ่านมาก็ทำให้เราสรุปได้ว่ามาร์เซโล่กับคาร์บาฮาลคือคู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และน่าจะเป็นคู่หูฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลกด้วย

 

อันดับ 2 : ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ (แมนฯ ซิตี้)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่มีแผนการเล่นหลายรูปแบบมาก บางครั้งพวกเขามาได้ระบบกองหลัง 4 ตัว แต่บางครั้งก็ปรับมาเป็นหลัง 3 ตัว แต่ 2 นักเตะที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนได้หลายแบบคือฟูลแบ็คอย่างไคล์ วอล์คเกอร์ กับ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ทั้งสองคนมีร่างกายที่แข็งแรง และยังมีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าสองคนทำได้ดีทั้งรุกและรับ ซึ่งช่วยสร้างสมดุลให้กับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เป็นอย่างดี ในบางครั้ง กุนซือชาวสแปนิชสามารถบอกให้วอล์คเกอร์ไม่ต้องเติมเกมสูงมาก และยืนเป็นเซนเตอร์แบ็คเพิ่มอีกคนได้ ขณะที่เมนดี้ก็มีหน้าที่หลักในการวิ่งขึ้นลงทางกราบซ้าย เพื่อช่วยจ่ายบอล และครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ราวกับเป็นปีกซ้ายอีกคน

 

อันดับ 3 : โจชัว คิมมิช กับ ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)

ฟูลแบ็คสองคนนี้ทำผลงานได้ดีมาตลอด ซึ่งช่วยให้ทัพเสือใต้เป็นเต้ยในบุนเดสลีก้าแต่เพียงผู้เดียว และผลงานของทั้งสองคนก็ทำให้หลายๆ ทีมในแชมเปี้ยนส์ ลีก หวาดผวาได้เหมือนกัน ทั้งสองคนเล่นได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ และยังมีทีเด็ดที่ต่างกันไป โดยอลาบามีทีเด็ดที่การเปิดบอลที่แม่นยำ และลูกยิงจากแถวสอง ส่วนคิมมิชมีทีเด็ดที่การพาบอลไปสุดเส้นหลังก่อนจะจ่ายตัดหลังเข้ามาให้เพื่อนเข้าชาร์จ ที่สำคัญคือทั้งสองคนสามารถหุบเข้ามาเล่นเป็นกองกลางได้อีกคนหากทีมต้อการกองกลางที่แน่นขึ้น

 

อันดับ 4 : เนลสัน เซเมโด้ กับ จอร์ดี้ อัลบา (บาร์เซโลน่า)

สำหรับอัลบา เขาถือเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นตำแหน่งแบ็คที่ดีทีสุดในโลก แบ็คซ้ายทีมชาติสเปนทำแอสซิสต์ได้เกือบ 10 ลูกต่อฤดูกาล มักจะเติมมาทำประตูได้บ่อยๆ และเจ้าตัวก็เข้าขากับลีโอเนล เมสซี่ เป็นอย่างมาก แต่ปัญหาก็คือฟูลแบ็คอีกฝั่งของทีมอย่างเนลสัน เซเมโด้ แบ็คโปรตุกีสรายนี้อาจจะมีการเล่นเกมรับที่ใช้ได้ แต่การเปิดบอลในเกมรุกยังทำได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ยังมีตัวเลือกอย่างเซร์จี้ โรแบร์โต้ ที่ลงเล่นเป็นแบ็คขวาให้กับทีมได้อีกด้วย ทำให้ทัพอาซูลกราน่ามีขุมกำลังในตำแหน่งฟูลแบ็คที่ถือว่าน่ากลัวทีเดียว

 

นี่คือคู่หูฟูลแบ็คที่ไม่น่าเชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ เพราะคนหนึ่งเป็นนักเตะดาวรุ่งที่เล่นในตำแหน่งกองกลางมาก่อน ส่วนอีกคนก็เคยเล่นให้ทีมที่ตกชั้นจากลีกสูงสุดอย่างฮัลล์ แต่เจอร์เกน คล็อปป์ ก็ทำให้สองคนกลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองมากๆ ในปัจจุบัน การขึ้นลงได้ไม่มีหมดของโรเบิร์ตสัน บวกกับความเร็วและทีเด็ดในลูกฟรีคิกของอเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ดูจะเป็นสิ่งที่เข้ากับระบบการเพรสซิ่งสูงของทีม และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่เป็นฟูลแบ็คที่น่าจับตามองในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

 

อันดับ 6 : เจา คันเซโล่ กับ อเล็กซ์ ซานโดร (ยูเวนตุส)

เราอาจต้องให้เวลา เจา คันเซโล่ ในการปรับตัวสักหน่อย อดีตดาวเตะบาเลนเซียอาจจะทำผลงานได้ไม่ดีนักในตอนนี้ แต่เขาก็มีแววที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นแบ็คขวาจอมบุกชั้นดี ขณะที่แบ็คซ้าย ทัพม้าลายก็มีอเล็กซ์ ซานโดร แบ็คจอมบุกชาวบราซิเลี่ยนเป็นตัวยืน ทั้งสองคนน่าจะช่วยให้ยูเวนตุสมีความสมดุลในการเล่นเกมทางริมเส้น เพราะไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ ทั้งสองคนก็ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 7 : คีแรน ทริปเปียร์ กับ เบน เดวีส์ (สเปอร์ส)

ปอเช็ตติโน่เคยปลุกปั้นให้แดนนี่ โรส และไคล์ วอล์คเกอร์ กลายเป็นคู่หูฟูลแบ็คในระดับท็อป 5 ของโลกมาแล้ว แต่การที่วอล์คเกอร์ย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ ส่วนโรสฟอร์มตก ก็ทำให้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ต้องดันให้ทริปเปียร์และเดวีส์ขึ้นมาเล่นเป็นฟูลแบ็คตัวจริงแทน และทั้งคู่ก็ทำได้ดีมากๆ แบ็คขวาอย่างทริปเปียร์มีจุดเด่นอยู่ที่การครอสบอล และการเล่นลูกตั้งแต่ที่แม่นยำ ส่วนเดวีส์ก็มีจุดเด่นอยู่ที่ความฉลาด และเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ

 

อันดับ 8 : เอลซิด ไฮซาย กับ มาริโอ รุย (นาโปลี)

ไฮซายนั้นถือเป็นแบ็คขวาที่น่าจับตามองมาตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง แต่ก็ไม่มีทีมใดยื่นข้อเสนอเข้าไปเลย เพราะนาโปลีบอกเสมอว่าดาวเตะทีมชาติอัลเบเนียรายนี้ไม่ได้มีไว้ขาย แม้เขาจะมีฟอร์มการเล่นที่ดรอปลงไปเล็กน้อย แต่การที่นาโปลีมีไฮซาจยืนอยู่ทางขวา ส่วนด้านซ้ายก็มีฟูลแบ็คฟอร์มแรงที่ขึ้นมาแทนที่ฟาอูซี่ กูลาม ซึ่งบาดเจ็บไปนาน อย่างมาริโอ รุย และนี่ก็ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่มีคู่ฟูลแบ็คที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในอิตาลี

 

อันดับ 9 : อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ กับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (โรม่า)

แบ็คขวาของโรม่าอย่างฟลอเรนซี่เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลด้วยตำแหน่งปีก แต่ปัจจุบันเจ้าตัวก็กลายมาเป็นวิงแบ็คจอมขยันที่วิ่งขึ้นลงได้ไม่มีหมด และยังมีเด็ดในเกมรุกให้ได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ส่วนตัวยืนทางฝั่งซ้ายอย่างโคลารอฟก็ถือเป็นฟูลแบ็คที่ไว้ใจได้ แถมยังมีทีเด็ดจากการยิงฟรีคิกอันหนักหน่วง แบ็คซ้ายทีมชาติเซอร์เบียรายนี้กลับสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้ง นับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่ในเมืองหลวงของอิตาลี หลังจากมีช่วงเวลาที่ไม่ดีนักกับแมนฯ ซิตี้

 

อันดับ 10 : ราฟาเอล ดา ซิลวา กับ เฟร์ลันด์ เมนดี้ (ลียง)

ราฟาเอลคงเป็นชื่อที่คุ้นหูแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี เขาย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด มาอยู่กับลียงในปี 2015 และทำผลงานได้ดีทีเดียว สไตล์การเล่นของเขาก็ดูจะเหมาะสมกับทีมดังจากฝรั่งเศส ขณะที่เฟร์ลันด์ เมนดี้ ก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวในตำแหน่งแบ็คซ้าย และถ้ายังทำผลงานได้ดีต่อไปเรื่อยๆ เจ้าตัวก็มีโอกาสที่จะตามรอยอดีตแบ็คซ้ายรุ่นพี่อย่างเอริค อบิดัล และซามูเอล อุมติตี้ ไปเล่นกับบาร์เซโลน่าก็เป็นได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

 

9 นักเตะที่เป็นญาติพี่น้องกัน..ถึงจะอยู่คนละทีมแต่ฝีมือโดดเด่นไม่แพ้กัน

เจย์-เจย์ โอโคชา กับ อเล็กซ์ อิโวบี้ (เป็นอาหลานกัน)

gclub

อิโวบี้ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตจากอคาเดมี่ของอาร์เซนอลที่น่าจับตามอง เขาเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงแรกที่ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้กับทัพปืนใหญ่ และปัจจุบันเจ้าตัวก็ถือเป็นนักเตะขาประจำของทีม

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปีกวัย 22 ปี รายนี้ เป็นหลานชายแท้ๆ ของเพลย์เมคเกอร์มากพรสวรรค์ของไนจีเรียอย่างเจย์-เจย์ โอโคชา เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนักที่อิโวบี้มีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมพอสมควร แม้ตอนนี้ดาวเตะของทัพปืนใหญ่จะยังไม่ได้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคุณอาของเขา แต่ก็มีโอกาสเหมือนกันที่เจ้าตัวจะพัฒนาตัวเองไปอยู่ในระดับนั้นได้

เอมีร์ สปาฮิช กับ เอดิน เซโก้ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

จีคลีบ

ถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้เราได้บ้างเหมือนกัน เมื่อนักฟุตบอลสองคนที่เป็นตำนานของทีมชาติบอสเนียนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

สปาฮิชลงเล่นให้กับทีมชาติบอสเนียมาถึง 94 เกม หลังจากประเดิมสนามให้กับทีมชาติบอสเนียเมื่อปี 2003 และเจ้าตัวก็เป็นเจ้าของสถิติลงเล่นให้กับทีมชาติมากที่สุดอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะถูกลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีดีกรีเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของประเทศอย่างเอดิน เซโก้ ทำลายสถิติไปไม่นานมานี้ ด้วยการลงเล่นไป 95 นัด ทำไป 53 ประตู นอกจากนี้ทั้งสองคนยังอยู่ในทีมชาติบอสเนียชุดลุยฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2014 ด้วย

แมคโดนัลด์ มาริก้า กับ วิคเตอร์ วานยาม่า (เป็นพี่น้องกัน)

goldenslot

เคนยาอาจจะไม่ใช่ประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านฟุตบอลมากนัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็ผลิตนักฟุตบอลฝีเท้าดีมาประดับวงการได้บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะสองกองกลางอย่างแมคโดนัลด์ มาริก้า และวิคเตอร์ วานยาม่า

มาริก้านั้นถือเป็นนักเตะเคนยาคนแรกที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ โดยเขาคว้าถ้วยหูโตร่วมกับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2010 ซึ่งปัจจุบันมิดฟิลด์วัย 31 ปี กำลังเล่นให้กับเรอัล โอเบียโด้ ในศึกเซกุนด้า ดิวิชั่น ของสเปน ขณะที่วานยาม่า ซึ่งเป็นน้องชายของมาริก้า ก็เคยเป็นนักเตะคนสำคัญของเซลติก, เซาธ์แฮมป์ตัน มาก่อน แม้ปัจจุบันจะเป็นแค่เพียงตัวสำรองของสเปอร์สก็ตาม

เลรอย เฟอร์ กับ พาทริค ฟาน อานโฮลต์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

คาสิโนgclub18

ฟาน อานโฮลต์ และเฟอร์ นั้นมีอายุ 28 ปีเท่ากัน ลงเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์เหมือนกัน มีครอบครัวซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เกาะกือราเซาเหมือนกัน และ ทั้งคู่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

ทั้งคู่เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลในเนเธอร์แลนด์เหมือนกัน และปัจจุบันก็ยังลงเล่นในอังกฤษเหมือนกันอีกด้วย โดยทางเฟอร์นั้นเริ่มต้นอาชีพกับเฟเยนูร์ด ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้สวอนซี ส่วนฟาน อานโฮลต์นั้นเริ่มเล่นฟุตบอลกับพีเอสวี ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเชลซี พร้อมกับถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมหลายครั้ง จนย้ายมาอยู่กับซันเดอร์แลนด์เป็นการถาวรเมื่อปี 2014 และปัจจุบันนี้ เจ้าตัวเล่นให้กับคริสตัล พาเลซ

โลมาน่า ลัวลัว, คาเซนก้า ลัวลัว (เป็นพี่น้องกัน) และยานนิค โบลาซี่ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสองคนนี้)

ไม่น่าเชื่อว่า 3 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของคองโกอย่าง 2 พี่น้องลัวลัว และ ยานนิค โบลาซี่ จะมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกัน

โลมาน่านั้นสร้างชื่อเสียงจากการเล่นให้กับนิวคาสเซิล ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกันน้องชายอย่างคาเซนก้าด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะค่อยๆ หายออกไปจากสารบบของพรีเมียร์ลีก ต่างจากโบลาซี่ ซึ่งเคยถูกมองเป็นหนึ่งในตัวริมเส้นที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีกสมัยที่เล่นกับคริสตัล พาเลซ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยราคาสูงถึง 25 ล้านปอนด์ ทว่าปีกผิวสีรายนี้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จนไม่สามารถเค้นฟอร์มการเล่นที่ดีออกมาได้ จนปัจจุบันต้องย้ายไปเล่นกับแอสตัน วิลล่า ในลีกแชมเปี้ยนชิพด้วยสัญญายืมตัว

โจเอล มาติป, มาร์วิน มาติป (เป็นพี่น้องกัน) และ โจเซป-ดีไซเร่ จ็อบ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสองคนนี้)

หากคุณเป็นแฟบอลมิดเดิลสโบรช์ล่ะก็ เราเชื่อว่าคุณน่าจะจำโจเซป-ดีไซเร่ จ็อบ ได้ เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำประตูในนัดชิงลีก คัพ ปี 2004 ซึ่งช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไปครองในปีนั้น

 

จ็อบประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2011 แต่เขาก็ยังมีเครือญาติอย่างสองพี่น้องมาติปลงเล่นฟุตบอลในปัจจุบันอยู่ นั่นก็คือพี่น้องตระกูลมาติป โดยคนพี่อย่างมาร์วิน มาติป ลงเล่นให้กับอิงโกลสตัดท์ ส่วนคนน้องอย่างโจเอล มาติป ก็ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล และเขาก็กำลังตามรอยลูกพี่ลูกน้องอย่างจ็อบ ในการล่าความสำเร็จบนแดนผู้ดีอยู่

เซย์ดู เกอิต้า กับ โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศมาลีมีชื่อว่าซาลีฟ เกอิต้า เขามีดีกรีเป็นเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกาเมื่อปี 1970 และความยิ่งใหญ่ของเจ้าตัว ก็ทำให้มีหลานยชายสองคน เลือกจะเดินตามรอยเท้าของเขา และสองคนดังกล่าวก็คือนักเตะอย่างเซย์ดู เกอิต้า และโมฮาเหม็ด ซิสโซโก้

ทั้งเกอิต้าและซิสโซโก้ค้วาแชมป์รวมกันได้ถึง 23 รายการ ตลอดอาชีพนักฟุตบอล โดยเฉพาะเซย์ดู เกอิต้า ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพมากมายจากตอนที่ลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่าในยุคที่มีเป๊ป กวาร์ดิโลอ่า เป็นกุนซือ นอกจากนี้ อดีตกองกลางของบาร์เซโลน่ายังเป็นนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุด และยิงประตูได้มากที่สุดให้กับทีมชาติมาลีอีกด้วย

ปัจจุบัน เซย์ดู เกอิต้า ได้แขวนสตั๊ดไปแล้ว ส่วนโมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ ลงเล่นให้กับคิตฉี ทีมดังในฮ่องกง

ดาวิด ออสปิน่า กับ ฮาเมส โรดริเกรซ (ฮาเมสเป็นน้องเขยออสปิน่า)

นอกจากทั้งสองคนนี้จะเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติโคลอมเบียแล้ว ทั้งสองยังมีความสัมพันธ์กันทางเครือญาติด้วย เนื่องจากฮาเมส โรดริเกรซ ได้แต่งงานกับดานิเอล่า ออสปิน่า ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของมือกาวอาร์เซนอล ฉะนั้นแล้ว ดาวิด ออสปิน่า จึงถือเป็นพี่เขยของฮาเมส

มาเร็ค ฮัมซิค กับ วอลเตอร์ การ์กาโน่ (การ์กาโน่เป็นน้องเขยของฮัมซิค)

นอกจากทั้งสองคนจะเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันที่นาโปลีนานถึง 8 ปีแล้ว ทั้งคู่ยังถือเป็นญาติกันอีกด้วย เนื่องจากการ์กาโน่ได้พบรักกับมิคาเอล่า น้องสาวของฮัมซิค ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกัน และมีลูกด้วยกัน 3 คนแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

มุมมองจากคล็อปป์ กับ 10 นักเตะที่คล็อปป์ดึงมาร่วมทีมจนกลายเป็นสตาร์(1)

1.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในทุกวันนี้หากมีการจัดอันดับกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกจะต้องมีชื่อของ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในลิสต์นั้นอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มชาวโปรเเลนด์เติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา เลวานดอฟสกี้ เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม เดลต้า วอร์ซอว์ ในปี 1997-2005 ก่อน เลเกีย วอซอว์ จะเห็นแววและดึงตัวเขามาเข้าทีมชุดอคาเดมี่

สล็อตคาสิโน

การได้อยู่กับทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดาวยิงชาวโปแลนด์ไม่เคยได้โอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เกมเดียว เขาใช้เวลาซ้อมและลงเล่นในทีมสำรองเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับ นิคซ์ พรัสซคอฟ ทีมที่อยู่ ดิวิชั่น 3 ของประเทศเลยทีเดียว

แม้จะเป็นทีมเล็กๆแต่ที่นั่นก็เป็นเหมือนสังเวียนแรกของเขา เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นให้กับ นิกซ์ ฤดูกาลแรกเขาก็จัดหนักเข้าให้ซะเเล้ว เจ้าตัวตะบันไปถึง 15 ประตูและช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 2006-07 และมันไม่ใช่แค่ปีเดียวที่เขาทำได้แบบนั้น ในฤดูกาลต่อมาสำหรับ ดิวิชั่น 2 แม้จะเป็นลีกที่มาตฐานสูงขึ้นแต่เขาก็ยกระดับตัวเองขึ้นเช่นกัน เลวานดอฟสกี้ ยิงอีก 21 ประตูในฤดูกาลนั้นและพาทีมเลื่อนชั้นอีกครั้งแบบปีต่อปี

และการยิงประตูถล่มทะลายแบบนี้มีหรือที่อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในประเทศจะอยู่เฉยได้ เลช พอซนัน จัดการยื่นข้อเสนอ 1.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2008 และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาตอบแทนค่าตัวได้คุ้มค่าแค่ไหน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ พอซนัน เลวานดอฟสกี้ ลงสนามไปทั้ง 82 เกมและยิงไปอีก 41 ประตู นั่นเท่าๆกับว่าเขามีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 1 ลูกในทุกๆ 2 เกม นอกจากนี้เขายังพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2009-10 พร้อมพ่วงรางวัลดาวซัลโวอีกด้วย

เมื่อการแข่งขันในประเทศไม่สามารถหยุดเขาได้ ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับสูงกว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมจ่ายเงินราว 4.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาล่าตาข่ายบนแผ่นดินเยอรมัน แน่นอนว่าการซื้อตัวอันเฉียบแหลมครั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของเสือเหลืองมีส่วนแบบเต็มๆ

ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับ ดอร์ทมุนด์ และการร่วมงานจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ เลวานดอฟสกี้ ถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา เขาลงสนามไปทั้งหมด 187 นัดและยิงไป 103 พร้อมพาทีมกวาดความสำเร็จมากมายไม่ว่าจะเป็น แชมป์บุนเดสลีกา 2 สมั้ย (2010-11 , 2011-12) เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และเยอรมันซูเปอร์คัพอีก 1สมัย

แม้ปลายทางของเขากับดอร์ทมุนด์จะจบไม่สวยนักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำให้เขาโดนตราหน้าว่าเป็นจูดาสหรือคนทรยศ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องของความรู้สึก และหากจะวัดจากฝีเท้าเขาเองก็สุดยอดไม่แพ้ใคร  นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังให้สัมภาษณ์ยกย่อง คล็อปป์ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบได้อย่างเช่นทุกวันนี้

“เขาเป็นโค้ชที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ เขาจะใช้ความสามารถที่เขามีเพื่อพัฒนานักเตะทุกๆ คน ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเขาและเพราะคล็อปป์นั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบ” … ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายอดดาวยิงคนนี้ได้ดีเพราะใคร

2. มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

goldenslot

เป็นอีกครั้งที่วงการฟุตบอลเยอรมันต้องขอบคุณเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยปั้นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่สมบูรณ์แบบมาทันเวลาในยามที่ทีมอินทรีเหล็กกำลังขาดเเคลนพอดิบพอดี

ฮุมเมลส์ นั้นเป็นเด็กปั้นของ บาเยิร์น มิวนิค เขาเข้าสู่อคาเดมี่ของเสือใต้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้นก่อนใจะใช้ระยะเวลากว่า 12 ปี เพื่อพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ

ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับเด็กท้องถิ่นที่จะเบียดตำแหน่งกับดาวดังที่ต้นสังกัดซื้อตัวมาร่วมทีม ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เช่นกันเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แค่เกมเดียวเท่านั้นในฤดูกาล 2006-2007 นั่นทำให้เข้าต้องหาทางขยับขยายบ้างเเล้วเพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น

ดอร์ทมุนด์ ในยุคสมัยที่ยังถังแตกตัดสินใจยืมตัวเขามาใช้งานแบบเต็มฤดูกาลพร้อมให้คำยืนยันว่าเขาจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในตำแหน่งกองหลัง และนั่นทำให้ ฮุมเมิ่ลส์ ได้มีโอกาสลงเล่นไป 19 เกมในฤดูกาลดังกล่าว จากนั้นในปี 2008 เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม

คล็อปป์ ตัดสินใจซื้อขาด ฮุมเมิ่ลส์ จากเสือใต้ด้วยค่าตัวราว 4 ล้านยูโร และนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเสือใต้เพราะ ฮุมเมิ่ลส์ ไม่ได้อยูในแผนการทำทีมของพวกเขาอยู่เเล้ว การได้ร่วมงานกับคล็อปป์ทำให้เขากลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็เป็นนักเตะที่เสือเหลืองจะขาดไม่ได้และได้รับปลอกแขนกัปตันทีมไปในที่สุด

นอกจากนี้การซื้อตัว เนเว่น ซูโบติช แนวรับชาวเซอร์เบียเข้ามากลายเป็นจิ๊กซอว์เกมรับที่ลงตัวของเสือเหลือง ทั้ง ฮุมเมิ่ลส์ และ ซูโบติช จับคู่กันได้อย่างลงตัวและเเข็งแกร่งและพาต้นสังกัดวิ่งชนความสำเร็จมาอย่างโชกโชนภายใต้มันสมองของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นเอง

ฮุมเมิ่ลส์ เปิดใจถึงอดีตกุนซือของเขาภายหลังว่าคือโค้ชที่มีอารมณ์รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยแพสชั่นที่สำคัญยิ่งว่านั้นคือ คล็อปป์ ได้ใจนักเตะทุกคนนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นักเตะของ ดอร์ทมุนด์ ทุกคนพร้อมสู้ตายถวายหัวให้กับนายใหญ่ใส่แว่นรายนี้

“บางทีคุณก็ต้องการสนทนากับโค้ช โดยที่คุณสามารถขึ้นเสียงได้ สำหรับ เลิฟ อาจจะน้อย แต่กับ คล็อปป์ มันรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เลยล่ะ และมันก็อัดเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เราทะเลาะกัน แต่ในอีกชั่วโมงถัดมา เราก็กลับมาคุยกัน และเราก็ดีกันเหมือนเดิม มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี” นี่คือคำยืนยันที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อไม่นานมานี

3. โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

สล็อตจีคลับ

ไม่ใช่แค่นักเตะที่ซื้อมาด้วยราคาถูกๆ เท่านั้นที่ คล็อปป์ จะร่วมงานด้วยได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คือนักเตะค่าตัวร่วม 30 ล้านปอนด์ที่ คล็อปป์ สามารถปลุกความฮ็อตให้กับดาวยิงชาวบราซิลได้อีกครั้ง หลังแทบจะหมดไฟไปแล้วในยุคที่ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส คุมทีม

ฟีร์มิโน่ นั้นเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ ฟิเกเรนเซ่ ทีมในลีกบราซิล ก่อนที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมน้องใหม่ของเวทีบุนเดสลีกาจะซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2010

หลังจากอาละวาดบนแผ่นดินเยอรมันเป็นระยะเวลากว่า 5 ฤดูกาล ด้วยฟอร์มการเล่นระดับมาสเตอร์พีซยิงไป 50 ประตูจากการลงสนามให้กับ หมู่บ้านแห่งความหวัง 153 เกมนั่นก็มากพอที่จะทำให้ชื่อเสียงของเขาเดินทางไกลไปถึงอังกฤษก่อน ลิเวอร์พูล จะไม่รอช้าจัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2015-16

การแบกค่าตัว 30 ล้านปอนด์บนแผ่นดินอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้การคุมทีมของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ผลงานของ ฟิร์มิโน่ นั้นออกทะเลไปไกลอย่าว่าแต่เรื่องของการยิงประตูเลย เขายังหาตำแหน่งที่ถูกต้องเขาตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ทว่าเขาอยู่ในฝันร้ายได้ไม่นานหลังจากผลงานทีมย่ำแย่ บีอาร์ ก็โดนไล่ออกและเป็น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ช่วงเวลานั้นทั้งคล็อปป์และฟีร์มิโน่ใช้เวลาตั้งหลักอยู่สักพักจนกระทั่งช่วงเวลาแห่งการลงตัวก็เดินทางมาถึง นายใหญ่ชาวเยอรมันจัดให้ ฟีร์มิโน่ เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าร่วมผสานงานกับแนวรุกอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อดัม ลัลลาน่า นั่นทำให้ครึ่งฤดูกาลหลัง ฟีร์มิโน่ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนและยิงได้ถึง 11 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 49 นัด และยังไม่หยุดแค่นั้น ในฤดูกาลใหม่นี้ ฟีร์มิโน่ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของ คล็อปป์ เหมือนเช่นเคยและเจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 11 เกม

หลังจากนั้น คล็อปป์ เริ่มประกอบร่างนักเตะในเกมรุกของทีมขึ้นมาใหม่ โดยเติมเอา ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาใส่ในเวลาต่อมา (มาเน่ 2016-17, ซาลาห์ 2017-18) จนที่สุดแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ได้เจอกับ 3 ทริโอที่อันตรายที่สุดในรอบหลายปี และสิ่งที่ยืนยันคือ SMF ยิงรวมถึง 29 ประตูพาลิเวอร์พูลเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ทีมจะทำได้แค่เพียงตำแหน่งรองแชมป์ก็ตาม

ฟีร์มิโน่ พูดถึงคล็อปป์ด้วยความชืนชมว่า “ผมมีความสุขมาก ในตอนแรกผมไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไรนัก กระทั่งเขาเข้ามา เขารู้จักผมและผมก็รู้จักเขา เราเข้ากันได้ดีและต้องบอกว่าเขาเข้ามาพร้อมกับการสร้างความประทับใจให้นักเตะทุกๆคนอย่างแท้จริง”

4. ชินจิ คากาวะ

ปั่นสล็อต

การเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ เซเรโซ่ โอซาก้า ในเจลีกตั้งแต่อายุ 17 ปีว่าเจ๋งแล้ว แต่ คล็อปป์ ทำให้ คากาวะ เจ๋งขึ้นยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า

ในฤดูกาล 2010-2010 คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลของ ดอร์ทมุนด์ ต้องขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถามเมื่อเขาตัดสินใจซื้อเด็กหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยมาร่วมทีมด้วยราคาเพียง 350,000 ยูโร ซึ่งนับเป็นการซื้อตัวที่ถูกมากๆสำหรับวงการฟุตบอลยุค 2010 เป็นต้นมา

คากาวะ เข้ามาและแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย คล็อปป์ มอบหมายให้เขาลงเล่นในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์คอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง เลวานดอฟสกี้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยติดต่อกันชนิดที่ว่าพี่ใหญ่ของลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ต้องอายแทบม้วนแผ่นดินหนี นอกจากนี้ผลงานส่วนตัวของคากาวะก็จัดอยู่ในคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว 2 ฤดูกาลกับเสือเหลืองเขาลงสนามไปทั้งหมด 71 นัดและยิงไป 29 ประตู จนกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ฮ็อตที่สุดในยุโรปในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้นคากาวะตัดสินใจอำลาดอร์ทมุนด์ไปอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ในฤดูกาล 2012-13 ซึ่งในปีนี้เขาก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีก 1 สมัยและนั่นทำให้คนเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดติดต่อกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้น คล็อปป์ ก็ยังคอยเฝ้าดูอดีตลูกทีมของเขาอย่างไม่ละสายตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับ คากาวะ ไปเล่นเป็นปีกซ้ายซึ่งนั่นทำให้ คล็อปป์ ต้องเดือดร้อนแทนพร้อมออกมาบอกว่าใจของเท่าแทบสลายเมื่อเห็น เฟอร์กี้ วาง คากาวะ เล่นผิดตำแหน่ง

“ชินจิ คากาวะ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้ เขาเล่นไปเพียง 20 นาที ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งปีกซ้าย หัวใจผมสลายจริงๆ แต่ผมก็เข้าใจเพราะสำหรับคนญี่ปุ่น มันมีความหมายที่ได้เล่นให้ แมนฯยู มากกว่า ดอร์ทมุนด์ เราร้องไห้ตลอด 20 นาที ในอ้อมแขนของกันและกัน เมื่อตอนเขาย้ายออกไป”

เป็นที่น่าเสียดาย ถ้าหากว่า คากาวะ ยังร่วมงานกับ คล็อปป์ ต่อไปเขาอาจจะเป็น เพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดในโลกอย่างที่ คล็อปป์ เคยว่าไว้ก็เป็นได้

5. จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน

goldenslot

จากกัปตันทีมที่แม้แต่แฟนบอลลิเวอร์พูล เองยังไม่เปิดใจยอมรับมากนัก แต่หลังจากที่จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ร่วมมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนนี้เขากลายเป็นมิดฟิลด์ที่ลิเวอร์พูลจะขาดไปไม่ได้เสียเเล้ว

เฮนโด้ คือเด็กหนุ่มจากเมือง ซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะแจ้งเกิดให้กับทีมบ้านเกิดของเขาในฤดูกาล 2009-10 เขาลงเล่นไปกว่า 80 เกมตลอดระยะ 2 ปีกับทีม แมวดำ ก่อนที่ฝีเท้าจะเตะตาแมวมองของลิเวอร์พูลเข้าอย่างจัง จนต้องยอมจ่ายเงินกว่า 16 ล้านปอนด์เพื่อซื้อตัวมาร่วมทัพ

อย่างไรก็ตามผลงานของเขากับลิเวอร์พูลไม่ว่าจะในยุคของเคนนี่ ดัลกลิช หรือ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ต้องบอกว่าตกต่ำกว่าค่าตัวที่สูงลิบของเขาไปเยอะ เฮนโด้ หาตำแหน่งตัวเองไม่เจอเขาโดนจับไปเล่นปีกขวาบ้าง มิดฟิลด์ตัวรับบ้าง หรือบางทีก็โดนขยับไปเล่นเพลย์เมคเกอร์เลยก็มี นั่นเองคือสาเหตุที่ทำให้เขาหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เรากล่าวขึ้นมาแบบลอยๆ ดาเมี่ยน โคมอลลี่ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของทีมหงส์เเดงก็เพิ่งออกมายอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่าสาเหตุของการที่เขาโดนไล่ออกก็มาจากดีลที่ซื้อตัวเฮนเดอร์สันนี่แหละ

“การทุ่มเงินซื้อ เฮนเดอร์สัน คือเหตุผลหลักที่ผมโดนไล่ออก เราสูญเงินไปเปล่าๆ ก็เพราะเขา ซึ่งนั่นก็แล้วแต่คนจะคิด ผมอาจไม่เคยพูดออกสื่อหรอกนะแต่ครั้งหนึ่งผมคิดว่า เฮนเดอร์สัน จะเป็นกัปตันในอนาคต” … นี่คือสิ่งที่ โคมอลลี่ เปิดเผย มันอาจจะดูง่ายที่จะมาพูดหลังจากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเเล้ว แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เฮนเดอร์สัน ได้รับการอัพเกรดระบบปฎิบัติการใหม่ภายใต้การเข้ามาของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์

ฟอร์มของเฮนโด้ ในยุคของ คล็อปป์ นั้นดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาคืออีกหนึ่งหัวใจหลักของแท็คติก “เกเก้น เพรสซิ่ง” สไตล์การเล่นของเขานั้นเน้นที่ความแน่นอนมากกว่าความหวือหวาทว่าสิ่งนั้นกลับกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปเสียเเล้ว เขาคือคนที่มีความพยายามเต็มเปี่ยม เขาทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้และไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เขาสยบทุกเสียงวิจารณ์ลงใต้เเทบเท้าเขาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว และสำคัญที่สุดคือเขาเป็นนักเตะที่ไม่หงอต่อให้ต้องเจอกับคู่แข่งที่ตัวเองมีศัยภาพโดยรวมเป็นรองก็ตาม

ปัจจุบัน เฮนเดอร์สัน รับบทบาทกัปตันทีมลิเวอร์พูล แม้จะไร้รสชาติแต่เขาก็เป็นมดงานที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ เรียกได้ว่า คล็อปป์ ได้สร้างมิดฟิลด์พลังไดนาโมที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นที่แน่นอนแล้ว 1 รายนั่นคือ จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน นี่เอง

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

ความทรงจำสุดพิเศษในถ้วย”วินเนอร์สคัพ” กับ 9 สโมสรในยุโรป (ยุคคลาสสิก)

หลังจากที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ได้ออกมายอมรับว่าจะนำการแข่งขันชิงถ้วยใบที่สามของยุโรปกลับมาอีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปนานถึง 19 ปี 
แม้ว่าจะยังไม่มีการวางรูปแบบการแข่งขันอย่างชัดเจนนักในตอนนี้ แต่การกลับมาอีกครั้งของถ้วยใบนี้ ที่ในอดีตเหล่าแฟนบอลรุ่นใหญ่จะรู้จักกันในชื่อ   คัพ วินเนอรส์ คัพ นั้น ก็ทำให้เรานึกย้อนถึงยุครุ่งเรืองของถ้วยใบนี้ในยุคทศวรรษ ’70 ถึงต้นทศวรรษ ’90 กับสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆของยุโรป และ นี่คือเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขัน คัพ วินเนอร์ส คัพ ของเหล่าทีมชั้นนำแห่งยุโรป

สล็อตคาสิโน

อาร์เซน่อล 

ในปี 1994 ลูกยิงของ อลัน สมิธ ช่วยให้ขุนพลปืนใหญ่ เอาชนะปาร์ม่าไปได้ และถือเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ของยุโรปรายการแรก ที่อาร์เซน่อล คว้ามาได้ แม้ปีต่อมาพวกเขาจะเข้าชิงได้อีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อ เรอัล ซาราโกซ่าไปด้วยลูกยิงไกลสุดสวยกว่า 40 หลา ของ นายิม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และกลายเป็นประตูโกลเด้นโกลให้ ซาราโกซ่า คว้าแชมป์ไปในปีนั้น  ทำให้ถ้วยนี้ ยังคงเป็นแชมป์ยุโรปเพียงรายการเดียวที่อาร์เซน่อลทำได้ จนถึงปัจจุบัน

บาร์เซโลน่า

แม้ว่าในถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างแชมป์เปี้ยน ลีก เรอัล มาดริด อาจเป็น ราชันที่คว้าถ้วยได้มากที่สุด แต่หากเป็นรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ ไม่มีใครเหนือไปกว่า บาร์เซโลน่า ที่คว้าไปได้ 4 สมัย จากการเข้าชิง  6 ครัง
โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์ได้คือปี 1997 ภายใต้กุนซือในตำนานชาวอังกฤษอย่าง เซอร์
บ๊อบบี้ ร็อบสัน และผู้ช่วยคนเก่งชื่อ โชเซ่ มูรินโย่ พวกเขาพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ในปีนั้น ด้วยลูกยิงของ “R9” โรนัลโด้ ช่วยให้ทีมชนะ ปารีส แซง แชงค์ แมงค์ ไป 1- 0
ผลจากชัยชนะในปีนั้น ส่งผลให้ โรนัลโด้ คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า หรือ
บัลลงดอร์ มาครองได้เป็นครั้งแรก และ ทำให้ก้าวขึ้นไปเป็น นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก
ถึง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 19.5 ล้านปอนด์

บาเยิร์น มิวนิค

หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีกา บาเยิรน์ มิวนิค สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ทันที ในปี 1965 และสองปีต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์สโมสร กับรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการเอาชนะ ทีม กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0  และเป็นครั้งเดียวที่พวกเขาทำได้กับรายการนี้

เชลซี

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้สองสมัย โดยพวกเขาทำได้เป็นครั้งแรกเมื่อเฉือนเอาชนะ ราชันชุดขาว ไปได้ 2-1 ในปี 1971 แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือการคว้าแชมป์ครั้งที่สองของพวกเขา เมื่อปี 1998 เมื่อขณะนั้น ทีมเชลซีได้ดึงเอาดาวเตะชื่อดังหลายคน มาร่วมทีม ทั้ง จิอันลูก้า วิอัลลี่ ที่เป็นทั้งผู้เล่นและผุ้จัดการทีม พร้อมทั้งผู้เล่นอย่าง จิอันฟรังโก้ โซล่า, กุสตาโว โปเยต์, ทอเร่ อังเดร โฟล หรือ ฟรองค์ เลอเบิฟ
นี่คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จยุคใหม่ของพวกเขาอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาเอาชนะสตุ๊ตการ์ตจากเยอรมันไปได้ 1-0 จากลูกยิงสุดสวยของ โซล่า ที่ถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 69 พาสิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์ระดับยุโรปได้เป็นครั้งแรก หลังจากรอคอยมานานกว่า 27ปี

แมนฯ ซิตี้

เกียรติยศระดับยุโรป ครั้งแรกและครั้งเดียว ที่เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ทำได้ คือรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1970 เมื่อพวกเขาเอาชนะ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ จาก ออสเตรีย ไปได้ 2-1 หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศไปเมื่อสองปีก่อนหน้านั้น และพวกเขาต้องรออีกถึง 38 ปี สำหรับการเข้ามาเทค โอเวอร์ สโมสรของ ชีค มานซู ที่ทำให้พวกเขากลับมาเป็นทีมหัวแถวของยุโรบและพร้อมที่จะประสบความสำเร็จในระดับยุโรปได้อีกครั้ง

แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากการเข้ามาคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ในปี 1986  เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 ปี ก่อนจะมาคว้าแชมป์แรกได้จาก เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1989-90
เซอร์อเล็กซ์ ต่อยอดด้วยการพาปีศาจแดง คว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ได้ทันทีในซีซั่นต่อมา ด้วยการเอาชนะ บาร์เซโลน่าไป 2-1โดยนัดนี้ มาร์ค ฮิวจ์ส สวมบทฮีโร่ หลังจัดการเหมา 2 ประตู ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์ระดับยุโรปได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1968 และยุคทองของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา
 ปั่นสล็อต

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศษ ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในยุโรปนัก โดยการคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1996 ถือเป็นแชมป์ระดับยุโรปเพียงรายการเดียวที่พวกเขาทำได้ จากลูกยิงของ บรูโน เอ็นก็อตตี้ ที่ช่วยให้พวกเขาเอาชนะ ราปิด เวียนนา ไปได้ 1-0

 
เรอัล มาดริด
ไม่น่าเชื่อว่า คัพ วินเนอร์ คัพ จะเป็นรายการเดียวที่ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ไม่เคยคว้าแชมป์มาครองได้เลย ซึ่งพวกเขามีโอกาศเข้าชิงอยู่ 2 ครั้ง แต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด โดย พ่ายให้กับเชลซี ไป 2-1 ในนัดชิง เมื่อปี 1971 และ เข้าชิงอีกครั้ง ในปี 1983 แต่ก็เสียท่าให้กับทีมม้ามืดจากสก๊อตแลนด์อย่าง อเบอร์ดีน ที่ตอนนั้นมีกุนซือชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กุสันคุมอยู่ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ไป 2-1
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นทีมแรกจากเกาะอังกฤษ ที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ของยุโรปไปครองได้ โดยพวกเขาเอาชนะ ทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด ไปได้ถึง 5-1 ในปี 1963
ช่วงเวลานั้น ถือเป็นยุคทองของพวกเขาอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ได้ถึง 4 รายการ ใน
ระยะเวลาเพียง 3 ปี ทั้งการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ จาก ดิวิชั่นหนึ่ง(เดิม) และ แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1960 -1961 ต่อด้วย แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1961-1962 และแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในฤดูกาล 1962-1963 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือยอดฝีมือในยุคนั้น อย่าง บิลล์ นิโคลสัน

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

สายเลือดใหม่ 7 จูเนียร์จากทีมมังกร(ทีมชาติเวลส์)ที่น่าสนใจจะเก่งมาเทียบรู่นใหญ่ได้

หลังจากที่ไรอัน กิ๊กส์ได้ประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติเวลส์ที่ต้องมีโปรแกรมเตะในรายการยูฟ่า เนชันส์ ลีก โดยมีคิวจะเปิดบ้านพบกับทีมชาติไอร์แลนด์และออกไปเยือนทีมชาติเดนมาร์กตามลำดับ ซึ่งกุนซือของทัพมังกรแดงวัย 44 ปีรายนี้ได้ใส่ชื่อของนักเตะดาวรุ่งเข้าไปในทีมหลายต่อหลายคนเลยทีเดียว จะมีดาวรุ่งคนไหนบ้างที่น่าจะมีโอกาสเดินตามรอยสตาร์ดังอย่างแกเร็ธ เบลและอารอน แรมซี่ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติเวลส์ในอนาคตได้ สามารถติดตามได้ที่นี่

อีธาน แอมพาดู

สล็อตจีคลับ

แข้งวัยกระเตาะของเชลซีรายนี้ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ของทีมชาติเวลส์ นักเตะเยาวชนของสโมสรเอ็กเซเตอร์ ซิตี้รายนี้จะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในเดือนกันยายนนี้ แอมพาดูเคยเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดยู 16 ก่อนที่จะเปลี่ยนใจมารับใช้ทีมชาติเวลส์ตั้งแต่ชุดยู 17 เป็นต้นมา ปัจจุบันได้มีโอกาสขึ้นมาเล่นกับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหนูแอมพาดูสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งปราการหลังตัวกลางและมิดฟิลด์ตัวรับและกับต้นสังกัดอย่างเชลซีนั้นแอมพาดูได้มีโอกาสลงสนามไปแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้วในยุคของอันโตนิโอ คอนเต้นั่นเอง

คริส เมพแฮม

สล็อตคาสิโน

อดีตนักเตะเยาวชนของเชลซีรายนี้ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของสิงห์บลูได้ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับเบรนท์ฟอร์ดในปี 2016 ตั้งแต่ที่เมพแฮมย้ายมาเล่นให้กับเบรนท์ฟอร์ดในลีกแชมเปี้ยนชิพเจ้าตัวลงสนามให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 27 เกม และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเซนเตอร์แบ็ควัย 20 รายนี้ก็ได้ลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ของทีมชาติเวลส์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม็ตธิว สมิธ

ดาวเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาร่วมอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปีและเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมาเจ้าตัวพึ่งถูกทีมเรือใบสีฟ้าปล่อยตัวให้กับเอฟซี ทเวนเต้ยืมตัวใช้งานโดยตอนนี้สมิธมีโอกาสได้ลงสนามในสีเสื้อของเอฟซี ทเวนเต้ไปแล้ว 3 เกมด้วยกัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ได้ลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งกุนซืออย่างไรอัน กิ๊กส์นั้นค่อนข้างชอบดาวรุ่งรายนี้พอสมควรและเราน่าจะมีโอกาสได้เห็นแม็ตธิว สมิธลงสนามในนามทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่กันมากขึ้น

เบน วู้ดเบิร์น

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่ช่วงหลังได้มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติชุดใหญ่ของทีมชาติเวลส์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหนูวู้ดเบิร์นลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 7 นัดด้วยกันแถมยังทำไปอีกหนึ่งประตูใส่ทีมชาติออสเตรียไปแล้วอีกด้วย  เบน วู้ดเบิร์นกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่มากนักก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดยืมตัวใช้งานในตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมา

แฮร์รี่ วิลสัน

แฮร์รี่ วิลสันเป็นอีกหนึ่งนักเตะดาวรุ่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของลิเวอร์พูล แข้งวัย 21 ปีรายนี้มีโอกาสได้ลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้ว 4 นัดด้วยกันและยังทำได้อีก 1 ประตูในเกมที่ทีมชาติเวลส์ไล่ถล่มทีมชาติจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วิลสันโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจเมื่อครั้งที่ถูกลิเวอร์พูลปล่อยตัวให้ฮัลล์ ซิตี้ยืมตัวไปใช้งาน โดยลงสนามให้กับเดอะ ไทเกอร์สไป 13 นัด ทำไป 7 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ ในฤดูกาลนี้วิลสันถูกหงส์แดงปล่อยยืมอีกครั้งให้กับดาร์บี เคาน์ตี้ที่มีแฟรงค์ แลมพาร์ดเป็นกุนซืออยู่

เดวิด บรู้คส์

เจ้าหนูวัย 21 ปีรายนี้เริ่มเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดยู 20 ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนมาเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ โดยปัจจุบันลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัดด้วยกัน  เดวิด บรู้คส์เข้าสู่รั้วอะคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่ปี 2004 และย้ายไปเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในเวลาต่อมา และด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดทำให้เอ็ดดี้ ฮาวกุนซือของบอร์นมัธไม่รอช้าที่จะกระชากตัวเจ้าหนูบรู้คส์เข้าสู่ทีมด้วยค่าตัว 11.5 ล้านปอนด์ อีกทั้งยังได้รางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ไปครองในนัดที่ทีมชาติเวลส์พบกับทีมชาติปานามาเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย

ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์

ปั่นสล็อต

โรเบิร์ตส์เล่นให้กับทีมชาติเวลส์มาตั้งแต่ชุดยู 17 และพึ่งจะได้รับโอกาสเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยแข้งวัย 19 ปีรายนี้มีโอกาสจะได้ลงสนามในเกมที่ทีมชาติเวลส์ต้องเปิดบ้านพบกับทีมชาติไอร์แลนด์ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีกที่จะถึงนี้ ปัจจุบันไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ย้ายจากเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนมาร่วมทีมลีดส์ ยูไนเต็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online