มาตรฐานฉันดี…เปลี่ยนสีเสื้อไม่เป็นผลลงเป็นยิง 12 แข้งที่เล่นให้ 2 ทีมดังจากเมืองมิลาน

เอซี มิลาน และอินเตอร์ มิลาน ถือเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลานที่ต่างขับเคี่ยวเพื่อการคว้าสคูเด็ตโต้มาตั้งแต่อดีต แม้ในปัจจุบันทีมพวกเขาจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ทั้งสองทีมก็ยังถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีอยู่เสมอ

แม้ 2 ทีมจะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกัน แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักเตะหลายคนที่เคยลงเล่นให้ทั้งสองทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากสำหรับทีมฟุตบอลที่เป็นคู่ปรับกันทีมอื่นๆ และนี่ก็คือ 12 นักเตะ ที่เคยรับใช้ทั้ง ‘รอสโซเนรี่’ และ ‘เนรัซซูรี่’ มาแล้ว

พาทริค วิเอร่า (เอซี มิลาน 1995-1996, อินเตอร์ มิลาน 2006-2010)

วิเอร่าเซ็นสัญญากับเอซี มิลานในปี 1995 แต่เขาก็ได้อยู่กับรอสโซเนรี่แค่เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับอาร์เซนอล ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาเล่นให้กับทัพงูใหญ่ในปี 2006 พร้อมกับคว้าแชมป์เซเรีย อา ไป 4 สมัยด้วยกัน

เอ็ดการ์ ดาวิดส์ (เอซี มิลาน 1996-1997, อินเตอร์ มิลาน 2004-2005)

มิดฟิลด์พันธุ์ดุชาวดัตช์ย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในปี 1996 หลังจากที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับอาหยักซ์ได้สำเร็จในฤดูกาลก่อนหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานที่ดีออกมาได้เลย เช่นเดียวกับตอนที่ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2004 ที่ดาวิดส์มีอายุเข้าสู่เลข 3 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ทัพเนรัซซูรี่คว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากองกลางเจจ้าของฉายา ‘พิตบูลล์’ จะไม่ประสบความสำเร็จในอิตาลีเลย เพราะเขาทำผลงานได้ดีมากกับยูเวนตุส และช่วยให้ทัพม้าลายคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 3 สมัย ในช่วงปี 1997-2004

โรนัลโด้ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2002, เอซี มิลาน 2007-2008)

โรนัลโด้ย้ายมาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 1997 ด้วยค่าตัวสถิติโลก พร้อมกับถล่มประตูมากมายจนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ 1 สมัย ก่อนที่ในอีก 10 ปีถัดมา ‘เอล ฟิโนมินอล’ จะย้ายกลับมาอยู่ที่ซาน ซิโร่ เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อสีแดงดำแทน แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย และอาการบาดเจ็บที่ถามหาบ่อยๆ ก็ทำให้เจ้าโล้นทองคำไม่สามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกับตอนสวมเสื้อสีน้ำเงินดำเลย

ตาริโบ เวสต์ (อินเตอร์ มิลาน 1997-2000, เอซี มิลาน 2000)

อดีตปราการหลังทีมชาติไนจีเรียย้ายมาเล่นกับทัพงูใหญ่ในปี 1997 และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ได้ในปี 1998 แต่หลังจากนั้นบทบาทเจ้าตัวก็ค่อยๆ น้อยลง จนถูกปล่อยให้เอซี มิลาน ยืมไปในช่วงหน้าหนาวปี 2000 ก่อนจะย้ายออกจากอิตาลีไปเล่นกับดาร์บี้ในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวในตลาดซื้อขายครั้งถัดมา และอำลาทีมเป็นการถาวรในปี 2001

อันเดรีย ปีร์โล่ (อินเตอร์ มิลาน 1998-2001, เอซี มิลาน 2001-2011)

หนึ่งในนักเตะที่ย้ายโดยตรงระหว่างทีมคู่ปรับร่วมเมืองมิลาน ในตอนที่เป็นดาวรุ่ง ปีร์โล่ยังลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพงูใหญ่ได้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอซี มิลาน ในปี 2001 และที่นี่เองที่เขาเปลี่ยนมายืนในตำแหน่งตัวทำเกมหน้าแผงหลัง หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘เรจิสต้า’ พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ปีร์โล่คว้าแชมป์กับเอซี มิลาน ได้รวมกันถึง 9 รายการ ตลอดช่วงเวลา 10 ปี ที่ลงเล่นให้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสหลังหมดสัญญากับทัพปีศาจแดงดำ

คริสเตียน วิเอรี่ (อินเตอร์ มิลาน 1999-2005, เอซี มิลาน 2005-2006)

วิเอรี่ถือเป็นดาวยิงจอมพเนจรของจริง เขาไม่เคยอยู่กับทีมใดได้เกิน 1 ฤดูกาล เว้นแต่กับอินเตอร์ มิลาน ที่ ‘โบโบ้’ ลงเล่นให้ถึง 6 ฤดูกาล พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย ได้ในฤดูกาลสุดท้ายที่ลงเล่นด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปเล่นกับเอซี มิลาน ในฤดูกาลถัดมา

คลาเรนซ์ เซดรอฟ (อินเตอร์ มิลาน 2000-2002, เอซี มิลาน 2002-2012)

เซดรอฟเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ย้ายผ่าเมืองมิลานโดยตรง เขาอาจจะไม่ได้มีผลงานโดดเด่นนักตอนรับใช้เนรัซซูรี่ แต่หลังจากย้ายมาร่วมทีมเอซี มิลาน ในดีลการแลกตัวระหว่างเขากับฟรานเชสโก้ โคโค่ มิดฟิลด์เชื้อสายซูรินาเมรายนี้ก็สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ของโลก และกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ช่วยให้ปีศาจแดงดำกวาดแชมป์เซเรีย อา และแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างละ 2 สมัย ด้วยกัน

เฮอร์นาน เครสโป (อินเตอร์ มิลาน 2002-2003/2006-2009, เอซี มิลาน 2004-2005)

เครสโปย้ายมาอยู่กับทัพเนรัซซูรี่ในฐานะตัวแทนของโรนัลเมื่อปี 2002 แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนตอนที่เล่นกับลาซิโอ้ จนถูกปล่อยไปอยู่กับเชลซี อย่างไรก็ตาม กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่อังกฤษได้ จนต้องย้ายกลับมาเล่นกับเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในปี 2004 และมาอยู่กับทัพงูใหญ่อีกครั้งในปี 2006-2008 ด้วยสัญญายืมตัวเช่นเคย และในที่สุด เครสโปก็ได้กลับมาอยู่กับอินเตอร์ มิลานเป็นการถาวรในปี 2008

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (อินเตอร์ มิลาน 2006-2009, เอซี มิลาน 2010-2012)

อิบราฮิโมวิชเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นให้กับทั้งสองทีมของเมืองมิลาน (จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเขาประสบความเร็จให้กับทุกทีมที่ลงเล่นนั่นแหละ) พระเจ้าวงการลูกหนังพังประตูถล่มทลายให้กับทั้งสองทีม และกวาดแชมป์เซเรีย อา ได้ 4 สมัย จากการลงเล่นให้ทั้งสองทีมรวมกัน 5 ฤดูกาล

มาริโอ บาโลเตลลี่ (อินเตอร์ มิลาน 2007-2010, เอซี มิลาน 2013-2014/2015-2016)

หัวหอกจอมเกรียนรายนี้สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของอินเตอร์ มิลาน แต่ด้วยนิสัยของเจ้าตัวก็ทำให้บาโลเตลลี่ยังไปไม่สุดทางในวงการฟุตบอลเสียที บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับทัพงูใหญ่เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกสมัยหนึ่ง ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยไป ก็ทำให้เขากลับมาลงเล่นในอิตาลีอีกครั้งกับเอซี มิลาน โดยดาวยิงผิวสีรายนี้เล่นให้กับทัพปีศาจแดงดำ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปลิเวอร์พูล แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับทีม ก็ทำให้นักเตะเจ้าปัญหารายนี้ถูกส่งมาให้รอสโซเนรี่ยืมตัวอีกครั้งในปี 2015 ส่วนปัจจุบัน บาโลเตลลี่ลงเล่นให้กับนีซในฝรั่งเศส

ซัลลีย์ มุนตารี่ (อินเตอร์ มิลาน 2008-2012, เอซี มิลาน 2012-2015)

มิดฟิลด์ทีมชาติกาน่ารายนี้มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลตอนที่ลงเล่นกับทัพงูใหญ่ เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา กับโคปา อิตาเลีย อย่างละ 2 สมัย และคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แต่เมื่อจบฤดูกาล 2009/10 ที่เนรัซซูรี่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ มุนตารี่ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีม จนต้องย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับซันเดอร์แลนด์ในหน้าหนาวปี 2011และเอซี มิลาน ในปี 2012 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับปีศาจแดงดำเป็นการถาวรในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน แต่ช่วงเวลาของอดีตกองกลางปอร์ทสมัธกับเอซี มิลาน นั้นก็ไม่มีอะไรน่าจัดจำนัก เพราะเขาไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้เลย

โรแบร์โต้ บัจโจ้ (เอซี มิลาน 1995-97, อินเตอร์ มิลาน 1998-2000)

ตำนานนักฟุตบอลของวงการลูกหนังอย่างอิตาลีเข้าสู่จุดพีคของตัวเองในปี 1993 ในตอนที่เล่นกับยูเวนตุส ซึ่งเขาสามารถคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ แต่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวกับเอซี มิลาน เพราะเทพบุตรเปียทองคำช่วยให้รอสโซเนรี่คว้าแชมป์ได้ 1 สมัย จากการลงเล่นให้กับทีม 2 ฤดูกาล ส่วนตอนลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน แม้บัจโจ้ทำผลงานได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นก็ทำให้เขาเล่นได้ไม่เหมือนเดิม และกองหน้าทีมชาติอิตาลีรายนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้ทัพงูใหญ่คว้าแชมป์อะไรได้เลยในช่วงเวลา 2 ฤดูกาลที่ลงสนามให้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

 

เชื้อสายอาเซียนก็ดังได้ 5 นักเตะชื่อดังที่คุณไม่รู้

ในโลกของฟุตบอล ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีนักฟุตบอลผลัดถิ่นบางคนที่ได้ออกไปสร้างชื่อเสียงเป็นนักเตะระดับสูงให้กับสโมสรและทีมชาติในยุโรป นักเตะเหล่านี้มีเชื้อสายอาเซียนไหลเวียนอยู่ในตัวแต่ในขณะนี้ พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในระดับสูงให้กับประเทศที่พวกเขาไปอาศัยและได้สัญชาติ

1. รัดย่า เนียงโกลัน (เบลเยียม, อินโดนีเซีย)

เนียงโกลัน เกิดจากมารดาชาวเบลเยียม และบิดาชาวอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นลูกครึ่งที่หาได้ยากแต่นั่นก็ไม่ได้หยุดให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลก

เขาเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในระดับชุดใหญ่กับทีม เปียเซนซา ในเซเรียบี ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม กายารี่ และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมหมาป่ากรุงโรมเห็นแววในตัวเขาและดึงตัวไปร่วมทีม และกลายเป็นนักเตะระดับสูงมาตั้งแต่นั้น

เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักฟุตบอลที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก, สูบบุหรี่จัด และ มักจะปาร์ตี้ตลอดทั้งคืน จึงทำให้เขามีปัญหากับทีมชาติและเผยว่าไม่มีความสุขในถิ่นกรุงโรม และก็เป็นทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ที่ดึงตัวกองกลาง พันธ์ดุสายติสท์คนนี้ไปคุมแดนกลางเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เนียงโกลันพึ่งจะสร้างชื่อขึ้นมา เขาตกเป็นเป้าหมายของฟุตบอลทีมชาติอินโดนีเซียแต่เขาก้ตัดสินใจที่จะเลือกเล่นให้กับเบลเยี่ยมแทน

3. โยฮัน กาบาย (ฝรั่งเศส, เวียดนาม)

นักเตะดีกรีแชมปืลีกเอิง 3 สมัยและเคยเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางชาวฝรั่งเศสที่ฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่หลายๆคนก็ต้องประหลาดที่ได้รู้ว่าเขามีสายเลือดเวียดนามที่สืบทอดมาจากยายของเขา

กาบายเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมลีลล์ และในปี 2011 เขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมโดยการคว้าแชมป์ลีกและฟุตบอลถ้วยให้กับทีมได้ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล และมีฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีกที่ดีมากๆจนได้ติดทีมชาติฝรั่งเศสไปเล่นฟุตบอลยูโร 2012

ในปี 2014 กาบายย้ายกลับไปฝรั่งเศสเพื่อร่วมทีมเปแอชเช แต่ก็กลับมาที่อังกฤษอีกครั้งกับทีมคริสตัล พาเลซในปีต่อมา หลังค้าแข้งอยู่ 3 ปีกับทีมนกอินทรีย์ เขาก็ย้ายไปร่วมทีม อัลนาส ในลีก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

4. อัลฟงส์ อาเรโอล่า (ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์)

ในตอนที่ฝรั่งเศสได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อัลฟงส์ อาเรโอล่า ได้สร้างสถิติไว้โดยการเป็นนักเตะคนแรกใน 36 ปีที่ได้ฟุตบอลโลกโดยที่ยังไม่ได้โอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติเลยซักเกม

อาเรโอล่า เป็นผู้รักษาประตูที่ดีคนหนึ่งโดยเขาโดดเด่นเรื่องการเซฟและการออกบอลอย่างแม่นยำ แต่มีเรื่องที่คนส่วนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา นั่นก็คือทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นชาวฟิลิปปินส์และเขาสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์ได้

ในปี 2011 เขาถูกเชิญจากทีมชาติฟิลิปปินส์โดยผู้จัดการทีมอย่าง แดน พาลามี่ แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมตราไก่

5. ไนเจล เดอ ยอง (เนเธอร์แลนด์, ซูรินาม, อินโดนีเซีย)

เดอ ยอง มีบิดาเป็นชาวซูรินาม และ มีมารดาเป็นลูกครึ่งชาว ดัตช์-อินโดนีเซีย เขาเริ่มต้นอาชีพกับทีมเมืองเกิดอย่าง อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์เช่นเดียวกัน

เขาผ่านการเล่นให้กับทีมใหญ่ๆในยุโรปมาแล้วทั้ง อาหยักซ์, แมนฯซิตี้, เอซีมิลาน และ กาลาตาซาราย และได้แชมป์มาแล้วทั้ง เอเรดีวีซี, พรีมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ

เดอยองเป็นส่วนสำคัญในทีมอัศวินสีส้มที่จบด้วยการเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และ จบอันดับสามในปี 2014 ปัจจุบันเขาค้าแข้งอยู่กับ อัล-อาลี ในลีกกาตาร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

วันเดอร์คิดจากเกม FM 2012 ใครเจ๋งจริงใครหลอกเจ้า

ฟุตบอล เมเนเจอร์ หรือเอฟเอม เป็นเกมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และคอบอลหลายๆ คนก็ไม่พลาดที่จะมีเกมนี้ไว้ในครอบครอง จากการที่เกมมีฐานข้อมูลที่สมจริงมากที่สุด และมีรายละเอียดหลายๆ อย่าง ที่เกมฟุตบอลอย่าง PES หรือฟีฟ่าไม่มี

หนึ่งในสิ่งที่บรรดาคอเกมเอฟเอมชอบมากที่สุดคือการปั้นดาวรุ่งขึ้นมา และเกมนี้ก็มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้เล่นดาวรุ่งที่สมจริงมาก นักเตะหลายๆ คน ที่มีค่าพลังฝีเท้าในเกมสูงตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ก็มักจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อย่างเช่น เมสซี่, อเล็กซิส ซานเชส แต่บางคน พวกเขาก็เก่งได้แค่ในเกม ส่วนชีวิตนักฟุตบอลจริงๆ ของพวกเขานั้น ต้องเรียกได้ว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย เช่น เฟรดดี้ อาดู, แจ็ค รอดเวลล์

ในวันนี้ ทางโฟร์โฟร์ทู จะขอพาทุกท่านไปตามหา 11 นักเตะที่เป็นวันเดอร์คิดในเกม FM 2012 ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ในปัจจุบัน

ผู้รักษาประตู : หลุยส์ กิลเญร์เม่

สโมสรในขณะนั้น : โบตาโฟโก

ในเกม FM 2012 หลุยส์ กิลเญร์เม่ มีค่าตัวแค่เพียง 5 แสนปอนด์เท่านั้น และเขาก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้นมาอยู่นระดับเดียวกับดาบิด เด เกอา และธิโบต์ กูร์ตัวส์ เลยทีเดียว

แต่ชีวิตจริงไม่สวยหรูขนาดนั้น กิลเญร์เม่เคยลงเล่นให้ทีมชาติแค่เพียงชุด U-17 เท่านั้น และปัจจุบันในวัย 26 ปี เขาก็เป็นเพียงผู้รักษาประตูของทีมอเมริกา สโมสรฟุตบอลในลีกรองรัฐริโอ เด จาเนโร่ ของบราซิลเท่านั้น

แบ็คซ้าย : แจ็ค โรบินสัน

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

โรบินสันมีดีกรีเป็นถึงผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองที่ได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่ แต่เขาก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกเลย ท้ายที่สุด เจ้าตัวจึงเลือกย้ายไปเล่นให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในเกม FM 2012 นั้น โรบินสันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกได้เลย และเขาก็มีค่าพลังด้านศักยภาพ (PA) อยู่ในระดับเดียวกับลีโอเนล เมสซี่ เลยทีเดียว

แต่ในชีวิตจริง แทนที่เขาจะได้ลงดวลกับพวกปีกระดับท็อปคลาสในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลับกลายเป็นการดวลกับตัวรุกในระดับลีกรองของอังกฤษเท่านั้น

เซนเตอร์แบ็ค : คีเรียกอส ปาปาดูโปลอส

สโมสรในขณะนั้น : ชาลเก้ 04

หากเป็นโลกในเกม ปาปาดุโปลอสอาจจะมีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ และถูกสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด หรือเรอัล มาดริด ไล่แย่งลายเซ็นอยู่ แต่ตอนนี้ กองหลังชาวกรีกก็เป็นแค่เพียงเซนเตอร์แบ็คทั่วๆ ไป ที่ลงเล่นอยู่ในบุนเดสลีก้า 2 กับฮัมบูร์ก

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ แต่มันก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี หากเราเทียบกับค่าพลังในเกมของเขา ที่ควรจะก้าวมาเป็นกองหลังระดับโลกในปัจจุบัน

เซนเตอร์แบ็ค : เคิร์ท ซูม่า

สโมสรในขณะนั้น : แซงต์-เอเตียน

ในปัจจุบัน นี่คือฤดูกาลที่ 4 บนเวทีพรีเมียร์ลีกของซูม่าแล้ว กองหลังผิวสีรายนี้เริ่มต้นลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษกับเชลซี และเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามพอสมควรในฤดูกาลแรก ซึ่งทีมสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ ก่อนที่ปีต่อมา ปราการหลังเลือดน้ำหอมจะบาดเจ็บที่เอ็นเข่า ซึ่งมันทำให้พัฒนาการของเจ้าตัวหยุดชะงักลง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโอกาสลงสนามที่จำกัดจำเขี่ยด้วย และนั่นก็ทำให้เขาต้องออกมาหาโอกาสลงเล่น ด้วยการย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญาเช่าในปัจจุบัน

ซูม่าถือเป็นกองหลังดาวรุ่งที่รวดเร็ว แข็งแกร่ง และมีเทคนิคที่ดีมากในเกม FM 2012 และด้วยอายุเพียง 23 ปี และถ้าเจ้าตัวทำผลงานกับท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้ดีในฤดูกาลนี้ ก็อาจจะทำให้เขากลับสู่เส้นทางการเป็นยอดกองหลังแบบที่ควรจะเป็นก็ได้

แบ็คขวา : ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

ในตอนเริ่มเกม เวอร์ซัลจ์โกมีค่าตัวแค่เพียง 1 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่เขาก็ถือเป็นดาวรุ่งที่น่านำมาปั้นมากที่สุดในเกมคนหนึ่ง

และในปัจจุบันเราก็เห็นแล้วว่าเวอร์ซัลจ์โกนั้นเป็นของจริง เขาเป็นแบ็คขวาของทีมชาติโครเอเชียชุดคว้ารองแชมป์โลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนในปัจจุบันเจ้าตัวกำลังลงเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวจากแอตเลติโก มาดริด ซึ่งแบ็คขวาวัย 26 ปี ก็พร้อมที่จะทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาไม่ได้เก่งแค่ในเกม

สโมสรในขณะนั้น : ลีลล์

อาซาร์ถือเป็นหนึ่งในวันเดอร์คิดของเกม FM 2012 ที่สามารถทำผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้จริงๆ

ฟอร์มการเล่นที่อาซาร์แสดงให้เห็นกับเชลซีและทีมชาติเบลเยี่ยม ทำให้เราบอกได้เลยว่าเขาเป็น 1 ใน 5 นักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และปีกพ่อมดชาวเบลเจี้ยนรายนี้ก็ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ ไม่น่าว่าอนาคต เขาอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกเช่นเดียวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ ก็เป็นได้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : มัตเตโอ โควาซิช

สโมสรในขณะนั้น : ดินาโม ซาเกร็บ

โควาซิชเป็นผลผลิตจากทีมเยาวชนของซาเกร็บ และเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก อีกหนึ่งวันเดอร์คิดของภาคนี้มาก่อน ส่วนปัจจุบัน เจ้าตัวก็ลงเล่นร่วมกับวันเดอร์คิดอีกคนของภาคนี้อย่าง เอเดน อาซาร์ ที่เชลซี

โควาซิชก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางฝีเท้าดีของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน โควาซิชมีเส้นทางการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ 1 สมัย และแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 3 สมัย ทั้งที่มีอายุเพียง 24 ปี เท่านั้น และเจ้าตัวก็น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จอีกมากพอสมควร รวมถึงยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก แบบที่ลูก้า โมดริช รุ่นพี่ร่วมชาติทำไว้ในตอนนี้

มิดฟิลด์ตัวกลาง : อันเดรีย เบร์โตลัชชี่

สโมสรในขณะนั้น : เลชเช่ (ยืมตัวมาจากโรม่า)

ในเกม FM 2012 เบร์โตลัชชี่มีคุณสมบัติดีพร้อมครบทุกด้าน และเขาก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางระดับเวิลด์คลาส

และในปี 2015 กองกลางรายนี้ก็ได้ย้ายมาอยู่กับทีมใหญ่ในลีกอย่างเอซี มิลาน แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานที่น่าประทับใจให้กับทัพปีศาจแดงดำเลย จนในปัจจุบัน เบร์โตลัชชี่ก็ถูกรอสโซเนรี่ปล่อยตัวไปอยู่กับเจนัวด้วยสัญญายืมตัว และแววความเป็นยอดมิดฟิลด์แบบในเกมก็ไม่หลงเหลืออยู่เลยในตัวดาวเตะวัย 27 ปี

ปีกขวา : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

สโมสรในขณะนั้น : ลิเวอร์พูล

ในตัวเกม สเตอร์ลิ่งก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ เขามีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วอันเหลือเชื่อ สามารถฉีกแนวรับของคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องราวในชีวิตจริงเลย

สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ให้กับแมนฯ ซิตี้ ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แม้เจ้าตัวจะยังมีจุดอ่อนในเรื่องของจังหวะชี้เป็นชี้ตายอยู่บ้าง แต่ 18 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าปีกวัย 23 ปี ยอดเยี่ยมแค่ไหน

กองหน้า : เอ็มเบย์ เนียง

สโมสรในขณะนั้น : ก็อง

นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดใน FM 2012 เพราะเจ้าตัวแทบจะการันตี 20 ประตูต่อฤดูกาลให้กับทีมได้เลย

แต่ในชีวิตจริง ผลงานของเนียงดูจะตรงข้ามกับผลงานในเกมอย่างสิ้นเชิง กองหน้าทีมชาติเซเนกัลเพิ่งจะทำประตูในลีกไปได้เพียง 14 ลูก จากเกมลีก 80 เกมหลังสุด ที่ลงเล่นให้กับแรนส์, โตริโน่, วัตฟอร์ด, เจนัว และเอซี มิลาน

อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกของเนียง ก็ยังพอทำให้เราเห็นว่า เขายังมีแววที่จะพัฒนาตัวเองไปเป็นศูนย์หน้าชั้นดีในอนาคตได้ แม้มันจะยากก็ตามที

กองหน้า : คาร์ลอส เฟียร์โร่

สโมสรในขณะนั้น : กัวดาลาฮาร่า

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่คอเกม FM 2012 เกือบทุกคนต้องเซ็นสัญญาทันทีที่เริ่มเกม เขาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในเกม เฟียร์โร่รวดเร็ว ไปกับบอลได้ดี มีสัมผัสบอลแรกที่ยอดเยี่ยม หาตำแหน่งได้ดี และจบสกอร์ได้เฉียบขาด

แต่ในความเป็นจริง ดาวยิงรายนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองเป็นในเกมเลย ปัจจุบันเขาเป็นเพียงดาวเตะตัวยืมของโมเรเลีย สโมสรในเม็กซิโก บ้านเกิดของเฟียร์โร่ และเจ้าตัวก็ไม่เคยออกไปเล่นฟุตบอลนอกบ้านเกิดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

9 นักเตะที่เป็นญาติพี่น้องกัน..ถึงจะอยู่คนละทีมแต่ฝีมือโดดเด่นไม่แพ้กัน

เจย์-เจย์ โอโคชา กับ อเล็กซ์ อิโวบี้ (เป็นอาหลานกัน)

gclub

อิโวบี้ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตจากอคาเดมี่ของอาร์เซนอลที่น่าจับตามอง เขาเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้น่าประทับใจในช่วงแรกที่ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้กับทัพปืนใหญ่ และปัจจุบันเจ้าตัวก็ถือเป็นนักเตะขาประจำของทีม

แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปีกวัย 22 ปี รายนี้ เป็นหลานชายแท้ๆ ของเพลย์เมคเกอร์มากพรสวรรค์ของไนจีเรียอย่างเจย์-เจย์ โอโคชา เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนักที่อิโวบี้มีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยมพอสมควร แม้ตอนนี้ดาวเตะของทัพปืนใหญ่จะยังไม่ได้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคุณอาของเขา แต่ก็มีโอกาสเหมือนกันที่เจ้าตัวจะพัฒนาตัวเองไปอยู่ในระดับนั้นได้

เอมีร์ สปาฮิช กับ เอดิน เซโก้ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

จีคลีบ

ถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้เราได้บ้างเหมือนกัน เมื่อนักฟุตบอลสองคนที่เป็นตำนานของทีมชาติบอสเนียนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

สปาฮิชลงเล่นให้กับทีมชาติบอสเนียมาถึง 94 เกม หลังจากประเดิมสนามให้กับทีมชาติบอสเนียเมื่อปี 2003 และเจ้าตัวก็เป็นเจ้าของสถิติลงเล่นให้กับทีมชาติมากที่สุดอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะถูกลูกพี่ลูกน้องซึ่งมีดีกรีเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของประเทศอย่างเอดิน เซโก้ ทำลายสถิติไปไม่นานมานี้ ด้วยการลงเล่นไป 95 นัด ทำไป 53 ประตู นอกจากนี้ทั้งสองคนยังอยู่ในทีมชาติบอสเนียชุดลุยฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2014 ด้วย

แมคโดนัลด์ มาริก้า กับ วิคเตอร์ วานยาม่า (เป็นพี่น้องกัน)

goldenslot

เคนยาอาจจะไม่ใช่ประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านฟุตบอลมากนัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็ผลิตนักฟุตบอลฝีเท้าดีมาประดับวงการได้บ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะสองกองกลางอย่างแมคโดนัลด์ มาริก้า และวิคเตอร์ วานยาม่า

มาริก้านั้นถือเป็นนักเตะเคนยาคนแรกที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ โดยเขาคว้าถ้วยหูโตร่วมกับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2010 ซึ่งปัจจุบันมิดฟิลด์วัย 31 ปี กำลังเล่นให้กับเรอัล โอเบียโด้ ในศึกเซกุนด้า ดิวิชั่น ของสเปน ขณะที่วานยาม่า ซึ่งเป็นน้องชายของมาริก้า ก็เคยเป็นนักเตะคนสำคัญของเซลติก, เซาธ์แฮมป์ตัน มาก่อน แม้ปัจจุบันจะเป็นแค่เพียงตัวสำรองของสเปอร์สก็ตาม

เลรอย เฟอร์ กับ พาทริค ฟาน อานโฮลต์ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

คาสิโนgclub18

ฟาน อานโฮลต์ และเฟอร์ นั้นมีอายุ 28 ปีเท่ากัน ลงเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์เหมือนกัน มีครอบครัวซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เกาะกือราเซาเหมือนกัน และ ทั้งคู่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

ทั้งคู่เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลในเนเธอร์แลนด์เหมือนกัน และปัจจุบันก็ยังลงเล่นในอังกฤษเหมือนกันอีกด้วย โดยทางเฟอร์นั้นเริ่มต้นอาชีพกับเฟเยนูร์ด ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้สวอนซี ส่วนฟาน อานโฮลต์นั้นเริ่มเล่นฟุตบอลกับพีเอสวี ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเชลซี พร้อมกับถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมหลายครั้ง จนย้ายมาอยู่กับซันเดอร์แลนด์เป็นการถาวรเมื่อปี 2014 และปัจจุบันนี้ เจ้าตัวเล่นให้กับคริสตัล พาเลซ

โลมาน่า ลัวลัว, คาเซนก้า ลัวลัว (เป็นพี่น้องกัน) และยานนิค โบลาซี่ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสองคนนี้)

ไม่น่าเชื่อว่า 3 นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของคองโกอย่าง 2 พี่น้องลัวลัว และ ยานนิค โบลาซี่ จะมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกัน

โลมาน่านั้นสร้างชื่อเสียงจากการเล่นให้กับนิวคาสเซิล ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นร่วมกันน้องชายอย่างคาเซนก้าด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะค่อยๆ หายออกไปจากสารบบของพรีเมียร์ลีก ต่างจากโบลาซี่ ซึ่งเคยถูกมองเป็นหนึ่งในตัวริมเส้นที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีกสมัยที่เล่นกับคริสตัล พาเลซ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยราคาสูงถึง 25 ล้านปอนด์ ทว่าปีกผิวสีรายนี้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จนไม่สามารถเค้นฟอร์มการเล่นที่ดีออกมาได้ จนปัจจุบันต้องย้ายไปเล่นกับแอสตัน วิลล่า ในลีกแชมเปี้ยนชิพด้วยสัญญายืมตัว

โจเอล มาติป, มาร์วิน มาติป (เป็นพี่น้องกัน) และ โจเซป-ดีไซเร่ จ็อบ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสองคนนี้)

หากคุณเป็นแฟบอลมิดเดิลสโบรช์ล่ะก็ เราเชื่อว่าคุณน่าจะจำโจเซป-ดีไซเร่ จ็อบ ได้ เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำประตูในนัดชิงลีก คัพ ปี 2004 ซึ่งช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไปครองในปีนั้น

 

จ็อบประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2011 แต่เขาก็ยังมีเครือญาติอย่างสองพี่น้องมาติปลงเล่นฟุตบอลในปัจจุบันอยู่ นั่นก็คือพี่น้องตระกูลมาติป โดยคนพี่อย่างมาร์วิน มาติป ลงเล่นให้กับอิงโกลสตัดท์ ส่วนคนน้องอย่างโจเอล มาติป ก็ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล และเขาก็กำลังตามรอยลูกพี่ลูกน้องอย่างจ็อบ ในการล่าความสำเร็จบนแดนผู้ดีอยู่

เซย์ดู เกอิต้า กับ โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)

หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศมาลีมีชื่อว่าซาลีฟ เกอิต้า เขามีดีกรีเป็นเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกาเมื่อปี 1970 และความยิ่งใหญ่ของเจ้าตัว ก็ทำให้มีหลานยชายสองคน เลือกจะเดินตามรอยเท้าของเขา และสองคนดังกล่าวก็คือนักเตะอย่างเซย์ดู เกอิต้า และโมฮาเหม็ด ซิสโซโก้

ทั้งเกอิต้าและซิสโซโก้ค้วาแชมป์รวมกันได้ถึง 23 รายการ ตลอดอาชีพนักฟุตบอล โดยเฉพาะเซย์ดู เกอิต้า ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพมากมายจากตอนที่ลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่าในยุคที่มีเป๊ป กวาร์ดิโลอ่า เป็นกุนซือ นอกจากนี้ อดีตกองกลางของบาร์เซโลน่ายังเป็นนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุด และยิงประตูได้มากที่สุดให้กับทีมชาติมาลีอีกด้วย

ปัจจุบัน เซย์ดู เกอิต้า ได้แขวนสตั๊ดไปแล้ว ส่วนโมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ ลงเล่นให้กับคิตฉี ทีมดังในฮ่องกง

ดาวิด ออสปิน่า กับ ฮาเมส โรดริเกรซ (ฮาเมสเป็นน้องเขยออสปิน่า)

นอกจากทั้งสองคนนี้จะเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติโคลอมเบียแล้ว ทั้งสองยังมีความสัมพันธ์กันทางเครือญาติด้วย เนื่องจากฮาเมส โรดริเกรซ ได้แต่งงานกับดานิเอล่า ออสปิน่า ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของมือกาวอาร์เซนอล ฉะนั้นแล้ว ดาวิด ออสปิน่า จึงถือเป็นพี่เขยของฮาเมส

มาเร็ค ฮัมซิค กับ วอลเตอร์ การ์กาโน่ (การ์กาโน่เป็นน้องเขยของฮัมซิค)

นอกจากทั้งสองคนจะเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันที่นาโปลีนานถึง 8 ปีแล้ว ทั้งคู่ยังถือเป็นญาติกันอีกด้วย เนื่องจากการ์กาโน่ได้พบรักกับมิคาเอล่า น้องสาวของฮัมซิค ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกัน และมีลูกด้วยกัน 3 คนแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

 

จัดจ้านในย่านนี้!! 10 กองหน้าที่ดีสุดในเกาะอังกฤษ (พรีเมียร์ลีก)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรที่แฟนบอลของพรีเมียร์ลีกจะรักมากไปกว่ากองหน้าตัวเป้าสไตล์คลาสสิคดีๆซักคนหนึ่ง

กองหน้าที่จะคอยกดขี่ข่มเหงใส่แนวรับโดยการเอาชนะลูกกลางอากาศและพร้อมที่จะเผชิญหน้าถ้าหากต้องแข่งขันกันเพื่อเล่นลูกบอล

โชคดีสำหรับพวกเรา ตั้งแต่ที่มีการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 พวกเราก็ได้เห็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีมากมายทั้ง ดันแคน เฟอร์กูสัน, เควิน เดวิส และ อลัน เชียร์เรอร์ ทุกคนล้วนแต่เป็นฝันร้ายของอีกฝั่งด้วย ความแข็งแรงทางกายภาพ, ความกล้าในการเทคตัวประทะกลางอากาศ และ บางครั้งพวกเขาก็ใช้อาวุธลับอย่างการชักศอก

และเมื่อฟุตบอลสมัยใหม่ได้เข้ามาที่ต้องเน้นการ่ายบอลเป็นสามเหลี่ยมและต้องเล่นให้เนี้ยบไว้ก่อน แต่กองหน้าตัวเป้าก็ยังคงเป็นที่แพร่หลายอยู่ทุกวันนี้ในพรีเมียร์ลีก ถึงแม้หน้าที่และสกิลของพวกเขาจะเปลี่ยนไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อไม่นานมานี้ เอด็อง อาซาร์ ได้ออกมาพูดถึง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ว่าเป็นที่สุดในตำแหน่งของเรา “เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าที่บางทีอาจจะดีที่สุดในโลก ในตอนที่เขาได้บอลเขาสามารถเก็บบอลไว้ได้ดีมาก มันเป็นอะไรที่ดีมากที่ได้เล่นเคียงข้างเขา”
ดังนั้นเมื่ออาซาร์กดเลิฟให้กับชิรูด์ FFT จึงขอจัดอันดับกองหน้าตัวเป้าในพรีเมียร์ลีก โดยมีเกณฑ์ก็คือ ความสามารถของพวกเขาที่ส่งผลต่อเพื่อนร่วมทีมทั้งตอนที่ได้บอลสร้างสรรค์เกมและตอนที่ไม่ได้ครอบครองบอล เพื่อพิสูจน์ว่าอาซาร์คิดถูกหรือไม่

เมื่ออ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนท์บอกพวกเราว่าคุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย!

1.โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ (ลิเวอร์พูล)

slot899

ถึงแม้เขาจะไม่ใช่นักเตะประเภทที่เป็นตัวเป้าร่างกายสูงใหญ่พร้อมชนลูกกลางอากาศ แต่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ก็ได้อยู่ในลำดับหนึ่งของลิสท์นี้จากความสำคัญของตัวเขาที่มีต่อลิเวอร์พูลและความจริงที่ว่าเขาสามารถทำได้ทุกอย่างให้กับทีม

เขาทดแทนการขาดส่วนสูงไปด้วยความขยันที่กัดแล้วไม่ยอมปล่อยต่อแนวรับอีกฝั่ง และเขาก็มีความสามารถในการสร้างสรรค์พื้นที่เมื่อได้สัมผัสบอล

เขาสามารถทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เด่นขึ้นมาได้ในแผนของ เยอร์เกน คล็อปป์ อีกทั้งในฤดูกาลที่แล้วเขาพิสูจณ์แล้วว่าสามารถทำประตูได้เองด้วยโดยทำไป 27 ประตูในทุกรายการ

และถ้าหากยังกังขา ฟีร์มิโน่เป็นนักเตะที่ขึ้นแย่งประทะลูกกลางอากาศมากที่สุด (199 ครั้ง) ในบรรดานักเตะลิเวอร์พูลทุกคนนับตั้งแต่ฤดุกาลที่แล้ว

สถิติที่น่าสนใจ : นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2017/18 มีแค่ จอร์แดน อายิว (83 ครั้ง) ที่เป็นกองหน้าที่เข้าสกัดบอลมากกว่า ฟีร์มิโน่ (75 ครั้ง)

2. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (เชลซี)

สล็อตคาสิโน

ชิรูด์เสียฟาวล์ไป 14 ครั้งและชนะการประทะลูกกลางอากาศ 23 ครั้งให้กับฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา การประทะกับฝั่งตรงข้ามให้เปิดโอกาสให้นักเตะอย่าง เอ็มบาปเป้ และ กรีซมันน์ มีอิสระในการทำสกอร์ให้กับทีม โดยที่เขาไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยตลอดทั้งการแข่งขัน

นี่เป็นชิรูด์ในร่างอัพเกรด ในขณะที่เขาก็มีสถิติการจบสกอร์ที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถประมาทในสิ่งที่เขาทำให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ เขาแอสซิสต์ไปแล้วสองลูกให้ เอด็อง อาซาร์ และเป็นนักเตะที่สร้างสรรค์โอกาสได้มากที่สุดของเชลซี 4 ครั้งในเกมที่ชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1

ใหญ่, แข็ง, ลูกกลางอากศเยี่ยม, ไม่เห็นแก่ตัวในการเล่น และ สกิลการเล่นบอลจังหวะแรกที่อยู่ในระดับเทพ ชิรูด์ถือว่าเป็นนักเตะกองหน้าตัวเป้าสไตล์คลาสสิกที่ครบเครื่องคนหนึ่งเลย

3. มาร์โก อาร์เนาโตวิช (เวสต์แฮม)

goldanslot

บางทีอาจเป็นเพาะความกลัวในขนาดและอารมณ์ของหัวหอกชาวออสเตรีย จึงไม่เคยมีใครตั้งคำถามกับความแข็งแกร่งทางกายภาพ มาร์โก อาร์เนาโตวิช

ในตอนที่ เดวิด มอยส์ ได้เข้ามาคุมทีมสั้นๆในถิ่นลอนดอนสเตเดี้ยมฤดูกาลก่อน อาร์เนาโตวิชที่ปกติจะเล่นในตำแหน่งริมเส้นและตัดเข้ากลางมาเพื่อทำประตู แต่มอยส์ก็มองเห็นถึงการปลดปล่อยความอันตรายทางกายภาพของเขาจึงได้โยกเขามาเล่นในตำแหน่งกองหน้าและทำไป 14 ประตูจาก 36 เกมในพรีเมียรืลีก และหลังจากนั้นเขาก็ได้ประจำการในตำแหน่งนี้ถาวร

สถิติที่น่าสนใจ : มาร์โก อาร์เนาโตวิช มีส่วนร่วมกับการยิงประตูของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้ถึง 80%

4. อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ฟูแล่ม)

ปั่นสล็อต

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช นั้นเป็นสายคลาสสิค เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าสายกายภาพและทำฟาวไปแล้ว 7 ครั้งในฤดูกาลนี้ซึ่งเป็นแนวรุกลำดับ 3 ที่ฟาวล์มากที่สุดในฤดูกาลนี้

มิโตรวิชมักจะถูกยกย่องถึงการท้าชนกับแนวรับ แต่ในฤดูกาลนี้การเล่นของเขาก็ถูกยกไปอีกระดับหลังทำไปแล้ว 4 ประตูให้กับ 5 เกมแรกของฟูแล่ม

เขาเป็นนักเตะที่ขัดแย้งแต่ลงตัวในทีมของ ‘ย็อคก้า’ สลาวิซ่า โยคาโนวิค เนื่องจากทีมมีสไตล์การเล่นแบบจ่ายบอลเท้าต่อเท้าซึ่งมิโตรวิชก็ได้สร้างความบาลานซ์ให้กับทีมด้วยการเล่นที่ใช้ร่างกายของเขา อีกทั้งเขายังมีอายุเพียงแค่ 24 ซึ่งหัวหอกชาวเซิร์บจะยิ่งเก่งขึ้นไปได้อีกมากกว่านี้

สถิติหลัก : 4 ประตูจาก 5 เกมของมิโตรวิชในพรีเมียร์ลีกมาจากการโหม่งทุกลูก

5. เกล็นน์ เมอร์เรย์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน)

สล็อตจีคลับ

เกล็นน์ เมอร์เรย์ เปรียบเทียบได้กับไวน์ ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งหอมอร่อยมากขึ้นเท่านั้น

เขาอาจจะไม่มีมีการเล่นที่ดูแล้วสวยงามแต่แฟนๆของไบรท์ตันก็ไม่แคร์ หัวหอกวัย 34 ปีทำประตูไป 16 ลูกจาก 40 เกมในพรีเมียร์ลีกให้กับทีมนกนางนวล ถึงแม้ส่วนมากจะเป็นจุดโทษ แต่นั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปด้วยนักเตะที่มีฝีมือด้อยกว่าคู่แข่ง

ประตูของเขาในเกมที่เอาชนะแมนฯยูไนเต็ดและเป็นสามแต้มเดียวที่พวกเขาได้ในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นมาจากการเคลื่อนที่อันหลักแหลมของเขาบวกเข้ากับกายภาพที่แข็งแกร่งในระดับท็อปของกองหน้าตัวเป้าชั้นนำ

การที่ไบรท์ตันจะอยู่รอดต่อไปได้เหมือนกับฤดูกาลที่แล้วก็ต้องหวังให้เขาเก็บบอลได้และสร้างความกดดันให้กับแผงกองหลังอีกฝั่งได้บ่อยๆ

สถิติที่น่าสนใจ : เมอร์เรย์เสียฟาวมากที่สุด (20 ครั้ง) ในบรรดาแนวรุกของพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็เรียกฟาวได้เป็นลำดับ 3 (10 ครั้ง)

6. ทรอย ดีนีย์ (วัตฟอร์ด)

สล็อตออนไลน์

ทรอย ดีนีย์คือนักเตะที่ไว้วางใจได้ที่สุดในวัตฟอร์ดไม่ว่าแตนอาละวาดจะต้องการการเคลื่อนที่เพื่อลดการโดนเพรสหรือการเก็บบอลเพื่อให้นักเตะคนอื่นเล่นต่อได้ เขาคือคนที่สามารถทำได้ทั้งหมด

วัตฟอร์ดเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างยอดเยี่ยมโดยชนะถึง 4 จาก 5 เกม และดีนีย์ก็เป็นเสาหลักในทีมของ ฆาบี การ์เซีย ที่ให้ โรแบร์โต เปเรย์รา และ วิลล์ ฮิวจ์ ได้มีพื้นที่ในการสร้างโอกาสเข้าทำ รวมทั้งการคืนเป็นกองหน้าคู่กับ อันเดร เกรย์

ดีนีย์ทำไปแล้ว 2 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ให้กับวัตฟอร์ดในฤดูกาลนี้

สถิติที่น่าสนใจ : ดีนีย์ได้ท้าชนลูกกลางอากาศไปแล้ว 388 ครั้งในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เกมแรกในฤดูกาลก่อน ซึ่งเป็นอันดับ 3 ในขณะนี้

7. โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

เช่นเดียวกับเคน พรสวรรค์ของลูกากูคือการเป็นกองหน้าครบเครื่องนั่นทำให้เขาสมควรที่จะเข้ามาอยู่ในลิสท์นี้

ลูกากูเป็นกองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำและยังมีความเร็วอีกด้วย พรสวรรค์ของเขาคือการเคลื่อนไหว เขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่กองหลังจะหยุดได้ อย่างในเกมที่เขาเล่นได้อย่างดีในเกมกับเบิร์นลีย์ ทีมตรงข้ามแทบจะวิตกเมื่อเขาหาวิ่งทะลวงหาช่อง แต่บางครั้งเขายังเอาแน่เอานอนไม่ได้ถ้าหากต้องเล่นแบบหันหลังให้กับประตู

หากให้เลือก เกือบทุกทีมในลีกจะต้องอยากได้ลูกากูมาอยู่ในทีม แต่บางครั้งเขาก็เหมือนถูกจับลงไปโดดเดี่ยวอยู่บนเกาะในแดนหน้าของยูไนเต็ดและจะต้องทำทุกกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลยในการดึงพรสวรรค์ของเขาออกมา

ถ้านี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าของพรีเมียร์ลีก เคนและลูกากูจะอยู่ในอันดับสูงกว่านี้ แต่นี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าตัวเป้าโดยเฉพาะ และในตำแหน่งนี้หมายถึงการเล่นที่มีประโยชน์เอื้อต่อเพื่อนร่วมทีมด้วย

สถิติที่น่าสนใจ : ลูกากูยิงไปแล้ว 4 ประตูซึ่งโอกาสที่ดีในการคว้ารองเท้าทองคำดาวซัลโวให้ได้ในปีนี้

8. แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ก่อนที่ทุกคนจะแย้งว่าหนึ่งในกองหน้าระดับท็อปของโลกถึงมาอยู่ในอันดับ 8 ได้ยังไง โปรดให้เราได้อธิบายถึงอันดับของเคนในลิสท์ของเราก่อน

ไม่มีใครข้องใจว่า แฮร์รี่ เคน คือกองหน้าที่มีการจบสกอร์ระดับท็อป แต่ในฤดูกาลนี้เขาถูกจับมาทำหน้าที่ตัวเป้ามากขึ้นเหมือนที่เขาเล่นในฟุตบอลโลกที่รัสเซียและค่อนข้างจะติดขัด

ในฤดูกาลนี้เคนยังเล่นไม่ออกในเกมใหญ่ ไม่เหมือนกับที่เขาเคยทำได้เป็นปกติ ส่วนคนที่ทำประตูและสร้างสรรค์เกมส่วนใหญ่แล้วจะตกไปเป็นหน้าที่ของ ลูคัส มูร่า และ คริสเตียน อีริกเซ่น

เคนทำประตูไปแล้ว 2 ลูกจาก 5 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถหลายอย่างที่เขามีออกมาบ้าง แต่แฟนสเปอส์ก็คงต้องหวังให้เขากลับมาเล่นในตำแหน่งธรรมชาติอีกครั้งในเร็วๆนี้

สถิติที่น่าสนใจ : เคนมีสถิติการสับไกยิงต่อ 90นาทีอยู่ที่ 2.4 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งตกจากฤดูกาลที่แล้วที่อยู่ที่ 5.4 ครั้ง

9. เซงค์ โทซุน (เอฟเวอร์ตัน)

หลังจากที่ย้ายมาในตลาดเดือนมกราคมด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์จากเบซิกตัสและเริ่มต้นค่อนข้างติดขัดกับความเร็วของเกมในพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็มีสถิติการจบสกอร์ที่ดีในฤดูกาลล่าสุดและจบฤดูกาลด้วย 5 ประตูจาก 10 เกมสุดท้ายของฤดูกาล

ดาวเตะทีมชาติตุรกียังติดขัดเรื่องการทำประตูในฤดูกาลนี้แต่เขาก็ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 2 ลูกในพรีเมียร์ลีก หน้าที่ของเขาภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา คือการดึงกองหลังขึ้นมาให้หลุดตำแหน่งและเปิดโอกาสให้นักเตะอย่าง ริชาร์ลิสัน และ ธีโอ วัลคอตต์ ทะลวงช่องโหว่ที่เกิดขึ้น นักเตะทั้งสองคนที่กล่าวมาทำประตูไปแล้ว 5 ลูกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งโทซุนก็เป็นนักเตะใช้ความสามารถด้านกายภาพเพื่อสร้างโอกาสขึ้นมาให้พวกเขา

สถิติที่น่าสนใจ : ไม่มีนักเตะเอฟเวอร์ตันคนไหนถูกทำฟาวล์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มากกว่าไป เซงค์ โทซุน (7 ครั้ง)

10. ราอูล ฆิเมเนซ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วานเดอร์เรอร์ส)

ราอูล ฆิเมเนซ พึ่งจะลงสนามในพรีเมียร์ลีกไป 5 เกม แต่เขาก็มีผลงานที่ดีกับชีวิตในลีกสูงสุดเช่นเดียวกับสโมสรของเขาที่พึ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมา

ฆิเมเนซได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งในการประทะลูกกลางอากาศให้กับวูล์ฟ เขากลายเป็นคนสำคัญที่จะต้องเก็บบอลให้ได้เพื่อทีมตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน ทั้งนี้เขายังทำประตูไปแล้ว 2 ลูกจาก 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

สถิติที่น่าสนใจ : ราอูล ฆิเมเนซ ชนะการประทะกลางอากาศไปแล้ว 15 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มากกว่ากองหน้าทุกคนของวูล์ฟและเป็นอันดับ 3 ในทีม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

มุมมองจากคล็อปป์ กับ 10 นักเตะที่คล็อปป์ดึงมาร่วมทีมจนกลายเป็นสตาร์(1)

1.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในทุกวันนี้หากมีการจัดอันดับกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกจะต้องมีชื่อของ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในลิสต์นั้นอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มชาวโปรเเลนด์เติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา เลวานดอฟสกี้ เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม เดลต้า วอร์ซอว์ ในปี 1997-2005 ก่อน เลเกีย วอซอว์ จะเห็นแววและดึงตัวเขามาเข้าทีมชุดอคาเดมี่

สล็อตคาสิโน

การได้อยู่กับทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดาวยิงชาวโปแลนด์ไม่เคยได้โอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เกมเดียว เขาใช้เวลาซ้อมและลงเล่นในทีมสำรองเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับ นิคซ์ พรัสซคอฟ ทีมที่อยู่ ดิวิชั่น 3 ของประเทศเลยทีเดียว

แม้จะเป็นทีมเล็กๆแต่ที่นั่นก็เป็นเหมือนสังเวียนแรกของเขา เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นให้กับ นิกซ์ ฤดูกาลแรกเขาก็จัดหนักเข้าให้ซะเเล้ว เจ้าตัวตะบันไปถึง 15 ประตูและช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 2006-07 และมันไม่ใช่แค่ปีเดียวที่เขาทำได้แบบนั้น ในฤดูกาลต่อมาสำหรับ ดิวิชั่น 2 แม้จะเป็นลีกที่มาตฐานสูงขึ้นแต่เขาก็ยกระดับตัวเองขึ้นเช่นกัน เลวานดอฟสกี้ ยิงอีก 21 ประตูในฤดูกาลนั้นและพาทีมเลื่อนชั้นอีกครั้งแบบปีต่อปี

และการยิงประตูถล่มทะลายแบบนี้มีหรือที่อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในประเทศจะอยู่เฉยได้ เลช พอซนัน จัดการยื่นข้อเสนอ 1.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2008 และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาตอบแทนค่าตัวได้คุ้มค่าแค่ไหน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ พอซนัน เลวานดอฟสกี้ ลงสนามไปทั้ง 82 เกมและยิงไปอีก 41 ประตู นั่นเท่าๆกับว่าเขามีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 1 ลูกในทุกๆ 2 เกม นอกจากนี้เขายังพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2009-10 พร้อมพ่วงรางวัลดาวซัลโวอีกด้วย

เมื่อการแข่งขันในประเทศไม่สามารถหยุดเขาได้ ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับสูงกว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมจ่ายเงินราว 4.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาล่าตาข่ายบนแผ่นดินเยอรมัน แน่นอนว่าการซื้อตัวอันเฉียบแหลมครั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของเสือเหลืองมีส่วนแบบเต็มๆ

ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับ ดอร์ทมุนด์ และการร่วมงานจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ เลวานดอฟสกี้ ถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา เขาลงสนามไปทั้งหมด 187 นัดและยิงไป 103 พร้อมพาทีมกวาดความสำเร็จมากมายไม่ว่าจะเป็น แชมป์บุนเดสลีกา 2 สมั้ย (2010-11 , 2011-12) เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และเยอรมันซูเปอร์คัพอีก 1สมัย

แม้ปลายทางของเขากับดอร์ทมุนด์จะจบไม่สวยนักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำให้เขาโดนตราหน้าว่าเป็นจูดาสหรือคนทรยศ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องของความรู้สึก และหากจะวัดจากฝีเท้าเขาเองก็สุดยอดไม่แพ้ใคร  นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังให้สัมภาษณ์ยกย่อง คล็อปป์ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบได้อย่างเช่นทุกวันนี้

“เขาเป็นโค้ชที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ เขาจะใช้ความสามารถที่เขามีเพื่อพัฒนานักเตะทุกๆ คน ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเขาและเพราะคล็อปป์นั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบ” … ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายอดดาวยิงคนนี้ได้ดีเพราะใคร

2. มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

goldenslot

เป็นอีกครั้งที่วงการฟุตบอลเยอรมันต้องขอบคุณเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยปั้นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่สมบูรณ์แบบมาทันเวลาในยามที่ทีมอินทรีเหล็กกำลังขาดเเคลนพอดิบพอดี

ฮุมเมลส์ นั้นเป็นเด็กปั้นของ บาเยิร์น มิวนิค เขาเข้าสู่อคาเดมี่ของเสือใต้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้นก่อนใจะใช้ระยะเวลากว่า 12 ปี เพื่อพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ

ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับเด็กท้องถิ่นที่จะเบียดตำแหน่งกับดาวดังที่ต้นสังกัดซื้อตัวมาร่วมทีม ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เช่นกันเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แค่เกมเดียวเท่านั้นในฤดูกาล 2006-2007 นั่นทำให้เข้าต้องหาทางขยับขยายบ้างเเล้วเพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น

ดอร์ทมุนด์ ในยุคสมัยที่ยังถังแตกตัดสินใจยืมตัวเขามาใช้งานแบบเต็มฤดูกาลพร้อมให้คำยืนยันว่าเขาจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในตำแหน่งกองหลัง และนั่นทำให้ ฮุมเมิ่ลส์ ได้มีโอกาสลงเล่นไป 19 เกมในฤดูกาลดังกล่าว จากนั้นในปี 2008 เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม

คล็อปป์ ตัดสินใจซื้อขาด ฮุมเมิ่ลส์ จากเสือใต้ด้วยค่าตัวราว 4 ล้านยูโร และนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเสือใต้เพราะ ฮุมเมิ่ลส์ ไม่ได้อยูในแผนการทำทีมของพวกเขาอยู่เเล้ว การได้ร่วมงานกับคล็อปป์ทำให้เขากลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็เป็นนักเตะที่เสือเหลืองจะขาดไม่ได้และได้รับปลอกแขนกัปตันทีมไปในที่สุด

นอกจากนี้การซื้อตัว เนเว่น ซูโบติช แนวรับชาวเซอร์เบียเข้ามากลายเป็นจิ๊กซอว์เกมรับที่ลงตัวของเสือเหลือง ทั้ง ฮุมเมิ่ลส์ และ ซูโบติช จับคู่กันได้อย่างลงตัวและเเข็งแกร่งและพาต้นสังกัดวิ่งชนความสำเร็จมาอย่างโชกโชนภายใต้มันสมองของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นเอง

ฮุมเมิ่ลส์ เปิดใจถึงอดีตกุนซือของเขาภายหลังว่าคือโค้ชที่มีอารมณ์รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยแพสชั่นที่สำคัญยิ่งว่านั้นคือ คล็อปป์ ได้ใจนักเตะทุกคนนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นักเตะของ ดอร์ทมุนด์ ทุกคนพร้อมสู้ตายถวายหัวให้กับนายใหญ่ใส่แว่นรายนี้

“บางทีคุณก็ต้องการสนทนากับโค้ช โดยที่คุณสามารถขึ้นเสียงได้ สำหรับ เลิฟ อาจจะน้อย แต่กับ คล็อปป์ มันรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เลยล่ะ และมันก็อัดเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เราทะเลาะกัน แต่ในอีกชั่วโมงถัดมา เราก็กลับมาคุยกัน และเราก็ดีกันเหมือนเดิม มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี” นี่คือคำยืนยันที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อไม่นานมานี

3. โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

สล็อตจีคลับ

ไม่ใช่แค่นักเตะที่ซื้อมาด้วยราคาถูกๆ เท่านั้นที่ คล็อปป์ จะร่วมงานด้วยได้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คือนักเตะค่าตัวร่วม 30 ล้านปอนด์ที่ คล็อปป์ สามารถปลุกความฮ็อตให้กับดาวยิงชาวบราซิลได้อีกครั้ง หลังแทบจะหมดไฟไปแล้วในยุคที่ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส คุมทีม

ฟีร์มิโน่ นั้นเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ ฟิเกเรนเซ่ ทีมในลีกบราซิล ก่อนที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมน้องใหม่ของเวทีบุนเดสลีกาจะซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2010

หลังจากอาละวาดบนแผ่นดินเยอรมันเป็นระยะเวลากว่า 5 ฤดูกาล ด้วยฟอร์มการเล่นระดับมาสเตอร์พีซยิงไป 50 ประตูจากการลงสนามให้กับ หมู่บ้านแห่งความหวัง 153 เกมนั่นก็มากพอที่จะทำให้ชื่อเสียงของเขาเดินทางไกลไปถึงอังกฤษก่อน ลิเวอร์พูล จะไม่รอช้าจัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2015-16

การแบกค่าตัว 30 ล้านปอนด์บนแผ่นดินอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้การคุมทีมของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ผลงานของ ฟิร์มิโน่ นั้นออกทะเลไปไกลอย่าว่าแต่เรื่องของการยิงประตูเลย เขายังหาตำแหน่งที่ถูกต้องเขาตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ทว่าเขาอยู่ในฝันร้ายได้ไม่นานหลังจากผลงานทีมย่ำแย่ บีอาร์ ก็โดนไล่ออกและเป็น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ช่วงเวลานั้นทั้งคล็อปป์และฟีร์มิโน่ใช้เวลาตั้งหลักอยู่สักพักจนกระทั่งช่วงเวลาแห่งการลงตัวก็เดินทางมาถึง นายใหญ่ชาวเยอรมันจัดให้ ฟีร์มิโน่ เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าร่วมผสานงานกับแนวรุกอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อดัม ลัลลาน่า นั่นทำให้ครึ่งฤดูกาลหลัง ฟีร์มิโน่ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนและยิงได้ถึง 11 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 49 นัด และยังไม่หยุดแค่นั้น ในฤดูกาลใหม่นี้ ฟีร์มิโน่ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของ คล็อปป์ เหมือนเช่นเคยและเจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 11 เกม

หลังจากนั้น คล็อปป์ เริ่มประกอบร่างนักเตะในเกมรุกของทีมขึ้นมาใหม่ โดยเติมเอา ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาใส่ในเวลาต่อมา (มาเน่ 2016-17, ซาลาห์ 2017-18) จนที่สุดแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ได้เจอกับ 3 ทริโอที่อันตรายที่สุดในรอบหลายปี และสิ่งที่ยืนยันคือ SMF ยิงรวมถึง 29 ประตูพาลิเวอร์พูลเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ทีมจะทำได้แค่เพียงตำแหน่งรองแชมป์ก็ตาม

ฟีร์มิโน่ พูดถึงคล็อปป์ด้วยความชืนชมว่า “ผมมีความสุขมาก ในตอนแรกผมไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไรนัก กระทั่งเขาเข้ามา เขารู้จักผมและผมก็รู้จักเขา เราเข้ากันได้ดีและต้องบอกว่าเขาเข้ามาพร้อมกับการสร้างความประทับใจให้นักเตะทุกๆคนอย่างแท้จริง”

4. ชินจิ คากาวะ

ปั่นสล็อต

การเป็นนักเตะที่เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ เซเรโซ่ โอซาก้า ในเจลีกตั้งแต่อายุ 17 ปีว่าเจ๋งแล้ว แต่ คล็อปป์ ทำให้ คากาวะ เจ๋งขึ้นยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า

ในฤดูกาล 2010-2010 คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลของ ดอร์ทมุนด์ ต้องขมวดคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถามเมื่อเขาตัดสินใจซื้อเด็กหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยมาร่วมทีมด้วยราคาเพียง 350,000 ยูโร ซึ่งนับเป็นการซื้อตัวที่ถูกมากๆสำหรับวงการฟุตบอลยุค 2010 เป็นต้นมา

คากาวะ เข้ามาและแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย คล็อปป์ มอบหมายให้เขาลงเล่นในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์คอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง เลวานดอฟสกี้ และสิ่งที่ได้กลับมาคือ ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยติดต่อกันชนิดที่ว่าพี่ใหญ่ของลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ต้องอายแทบม้วนแผ่นดินหนี นอกจากนี้ผลงานส่วนตัวของคากาวะก็จัดอยู่ในคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว 2 ฤดูกาลกับเสือเหลืองเขาลงสนามไปทั้งหมด 71 นัดและยิงไป 29 ประตู จนกลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ฮ็อตที่สุดในยุโรปในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้นคากาวะตัดสินใจอำลาดอร์ทมุนด์ไปอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ในฤดูกาล 2012-13 ซึ่งในปีนี้เขาก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีก 1 สมัยและนั่นทำให้คนเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดติดต่อกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้น คล็อปป์ ก็ยังคอยเฝ้าดูอดีตลูกทีมของเขาอย่างไม่ละสายตา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับ คากาวะ ไปเล่นเป็นปีกซ้ายซึ่งนั่นทำให้ คล็อปป์ ต้องเดือดร้อนแทนพร้อมออกมาบอกว่าใจของเท่าแทบสลายเมื่อเห็น เฟอร์กี้ วาง คากาวะ เล่นผิดตำแหน่ง

“ชินจิ คากาวะ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และตอนนี้ เขาเล่นไปเพียง 20 นาที ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตำแหน่งปีกซ้าย หัวใจผมสลายจริงๆ แต่ผมก็เข้าใจเพราะสำหรับคนญี่ปุ่น มันมีความหมายที่ได้เล่นให้ แมนฯยู มากกว่า ดอร์ทมุนด์ เราร้องไห้ตลอด 20 นาที ในอ้อมแขนของกันและกัน เมื่อตอนเขาย้ายออกไป”

เป็นที่น่าเสียดาย ถ้าหากว่า คากาวะ ยังร่วมงานกับ คล็อปป์ ต่อไปเขาอาจจะเป็น เพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดในโลกอย่างที่ คล็อปป์ เคยว่าไว้ก็เป็นได้

5. จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน

goldenslot

จากกัปตันทีมที่แม้แต่แฟนบอลลิเวอร์พูล เองยังไม่เปิดใจยอมรับมากนัก แต่หลังจากที่จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ร่วมมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนนี้เขากลายเป็นมิดฟิลด์ที่ลิเวอร์พูลจะขาดไปไม่ได้เสียเเล้ว

เฮนโด้ คือเด็กหนุ่มจากเมือง ซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะแจ้งเกิดให้กับทีมบ้านเกิดของเขาในฤดูกาล 2009-10 เขาลงเล่นไปกว่า 80 เกมตลอดระยะ 2 ปีกับทีม แมวดำ ก่อนที่ฝีเท้าจะเตะตาแมวมองของลิเวอร์พูลเข้าอย่างจัง จนต้องยอมจ่ายเงินกว่า 16 ล้านปอนด์เพื่อซื้อตัวมาร่วมทัพ

อย่างไรก็ตามผลงานของเขากับลิเวอร์พูลไม่ว่าจะในยุคของเคนนี่ ดัลกลิช หรือ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ต้องบอกว่าตกต่ำกว่าค่าตัวที่สูงลิบของเขาไปเยอะ เฮนโด้ หาตำแหน่งตัวเองไม่เจอเขาโดนจับไปเล่นปีกขวาบ้าง มิดฟิลด์ตัวรับบ้าง หรือบางทีก็โดนขยับไปเล่นเพลย์เมคเกอร์เลยก็มี นั่นเองคือสาเหตุที่ทำให้เขาหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เรากล่าวขึ้นมาแบบลอยๆ ดาเมี่ยน โคมอลลี่ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของทีมหงส์เเดงก็เพิ่งออกมายอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่าสาเหตุของการที่เขาโดนไล่ออกก็มาจากดีลที่ซื้อตัวเฮนเดอร์สันนี่แหละ

“การทุ่มเงินซื้อ เฮนเดอร์สัน คือเหตุผลหลักที่ผมโดนไล่ออก เราสูญเงินไปเปล่าๆ ก็เพราะเขา ซึ่งนั่นก็แล้วแต่คนจะคิด ผมอาจไม่เคยพูดออกสื่อหรอกนะแต่ครั้งหนึ่งผมคิดว่า เฮนเดอร์สัน จะเป็นกัปตันในอนาคต” … นี่คือสิ่งที่ โคมอลลี่ เปิดเผย มันอาจจะดูง่ายที่จะมาพูดหลังจากเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเเล้ว แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เฮนเดอร์สัน ได้รับการอัพเกรดระบบปฎิบัติการใหม่ภายใต้การเข้ามาของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์

ฟอร์มของเฮนโด้ ในยุคของ คล็อปป์ นั้นดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาคืออีกหนึ่งหัวใจหลักของแท็คติก “เกเก้น เพรสซิ่ง” สไตล์การเล่นของเขานั้นเน้นที่ความแน่นอนมากกว่าความหวือหวาทว่าสิ่งนั้นกลับกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปเสียเเล้ว เขาคือคนที่มีความพยายามเต็มเปี่ยม เขาทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้และไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เขาสยบทุกเสียงวิจารณ์ลงใต้เเทบเท้าเขาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว และสำคัญที่สุดคือเขาเป็นนักเตะที่ไม่หงอต่อให้ต้องเจอกับคู่แข่งที่ตัวเองมีศัยภาพโดยรวมเป็นรองก็ตาม

ปัจจุบัน เฮนเดอร์สัน รับบทบาทกัปตันทีมลิเวอร์พูล แม้จะไร้รสชาติแต่เขาก็เป็นมดงานที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ เรียกได้ว่า คล็อปป์ ได้สร้างมิดฟิลด์พลังไดนาโมที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นที่แน่นอนแล้ว 1 รายนั่นคือ จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน นี่เอง

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

ความทรงจำสุดพิเศษในถ้วย”วินเนอร์สคัพ” กับ 9 สโมสรในยุโรป (ยุคคลาสสิก)

หลังจากที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ได้ออกมายอมรับว่าจะนำการแข่งขันชิงถ้วยใบที่สามของยุโรปกลับมาอีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปนานถึง 19 ปี 
แม้ว่าจะยังไม่มีการวางรูปแบบการแข่งขันอย่างชัดเจนนักในตอนนี้ แต่การกลับมาอีกครั้งของถ้วยใบนี้ ที่ในอดีตเหล่าแฟนบอลรุ่นใหญ่จะรู้จักกันในชื่อ   คัพ วินเนอรส์ คัพ นั้น ก็ทำให้เรานึกย้อนถึงยุครุ่งเรืองของถ้วยใบนี้ในยุคทศวรรษ ’70 ถึงต้นทศวรรษ ’90 กับสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆของยุโรป และ นี่คือเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขัน คัพ วินเนอร์ส คัพ ของเหล่าทีมชั้นนำแห่งยุโรป

สล็อตคาสิโน

อาร์เซน่อล 

ในปี 1994 ลูกยิงของ อลัน สมิธ ช่วยให้ขุนพลปืนใหญ่ เอาชนะปาร์ม่าไปได้ และถือเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ของยุโรปรายการแรก ที่อาร์เซน่อล คว้ามาได้ แม้ปีต่อมาพวกเขาจะเข้าชิงได้อีกครั้ง แต่ก็แพ้ต่อ เรอัล ซาราโกซ่าไปด้วยลูกยิงไกลสุดสวยกว่า 40 หลา ของ นายิม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และกลายเป็นประตูโกลเด้นโกลให้ ซาราโกซ่า คว้าแชมป์ไปในปีนั้น  ทำให้ถ้วยนี้ ยังคงเป็นแชมป์ยุโรปเพียงรายการเดียวที่อาร์เซน่อลทำได้ จนถึงปัจจุบัน

บาร์เซโลน่า

แม้ว่าในถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างแชมป์เปี้ยน ลีก เรอัล มาดริด อาจเป็น ราชันที่คว้าถ้วยได้มากที่สุด แต่หากเป็นรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ ไม่มีใครเหนือไปกว่า บาร์เซโลน่า ที่คว้าไปได้ 4 สมัย จากการเข้าชิง  6 ครัง
โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์ได้คือปี 1997 ภายใต้กุนซือในตำนานชาวอังกฤษอย่าง เซอร์
บ๊อบบี้ ร็อบสัน และผู้ช่วยคนเก่งชื่อ โชเซ่ มูรินโย่ พวกเขาพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ในปีนั้น ด้วยลูกยิงของ “R9” โรนัลโด้ ช่วยให้ทีมชนะ ปารีส แซง แชงค์ แมงค์ ไป 1- 0
ผลจากชัยชนะในปีนั้น ส่งผลให้ โรนัลโด้ คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า หรือ
บัลลงดอร์ มาครองได้เป็นครั้งแรก และ ทำให้ก้าวขึ้นไปเป็น นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก
ถึง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี เมื่อเขาย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 19.5 ล้านปอนด์

บาเยิร์น มิวนิค

หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีกา บาเยิรน์ มิวนิค สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ทันที ในปี 1965 และสองปีต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์สโมสร กับรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการเอาชนะ ทีม กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0  และเป็นครั้งเดียวที่พวกเขาทำได้กับรายการนี้

เชลซี

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้สองสมัย โดยพวกเขาทำได้เป็นครั้งแรกเมื่อเฉือนเอาชนะ ราชันชุดขาว ไปได้ 2-1 ในปี 1971 แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือการคว้าแชมป์ครั้งที่สองของพวกเขา เมื่อปี 1998 เมื่อขณะนั้น ทีมเชลซีได้ดึงเอาดาวเตะชื่อดังหลายคน มาร่วมทีม ทั้ง จิอันลูก้า วิอัลลี่ ที่เป็นทั้งผู้เล่นและผุ้จัดการทีม พร้อมทั้งผู้เล่นอย่าง จิอันฟรังโก้ โซล่า, กุสตาโว โปเยต์, ทอเร่ อังเดร โฟล หรือ ฟรองค์ เลอเบิฟ
นี่คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จยุคใหม่ของพวกเขาอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาเอาชนะสตุ๊ตการ์ตจากเยอรมันไปได้ 1-0 จากลูกยิงสุดสวยของ โซล่า ที่ถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 69 พาสิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์ระดับยุโรปได้เป็นครั้งแรก หลังจากรอคอยมานานกว่า 27ปี

แมนฯ ซิตี้

เกียรติยศระดับยุโรป ครั้งแรกและครั้งเดียว ที่เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ทำได้ คือรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1970 เมื่อพวกเขาเอาชนะ กอร์นิค ซาเบอร์เซ่ จาก ออสเตรีย ไปได้ 2-1 หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศไปเมื่อสองปีก่อนหน้านั้น และพวกเขาต้องรออีกถึง 38 ปี สำหรับการเข้ามาเทค โอเวอร์ สโมสรของ ชีค มานซู ที่ทำให้พวกเขากลับมาเป็นทีมหัวแถวของยุโรบและพร้อมที่จะประสบความสำเร็จในระดับยุโรปได้อีกครั้ง

แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากการเข้ามาคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ในปี 1986  เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 ปี ก่อนจะมาคว้าแชมป์แรกได้จาก เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1989-90
เซอร์อเล็กซ์ ต่อยอดด้วยการพาปีศาจแดง คว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ได้ทันทีในซีซั่นต่อมา ด้วยการเอาชนะ บาร์เซโลน่าไป 2-1โดยนัดนี้ มาร์ค ฮิวจ์ส สวมบทฮีโร่ หลังจัดการเหมา 2 ประตู ซึ่งถือเป็นการคว้าแชมป์ระดับยุโรปได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1968 และยุคทองของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา
 ปั่นสล็อต

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศษ ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในยุโรปนัก โดยการคว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1996 ถือเป็นแชมป์ระดับยุโรปเพียงรายการเดียวที่พวกเขาทำได้ จากลูกยิงของ บรูโน เอ็นก็อตตี้ ที่ช่วยให้พวกเขาเอาชนะ ราปิด เวียนนา ไปได้ 1-0

 
เรอัล มาดริด
ไม่น่าเชื่อว่า คัพ วินเนอร์ คัพ จะเป็นรายการเดียวที่ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ไม่เคยคว้าแชมป์มาครองได้เลย ซึ่งพวกเขามีโอกาศเข้าชิงอยู่ 2 ครั้ง แต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด โดย พ่ายให้กับเชลซี ไป 2-1 ในนัดชิง เมื่อปี 1971 และ เข้าชิงอีกครั้ง ในปี 1983 แต่ก็เสียท่าให้กับทีมม้ามืดจากสก๊อตแลนด์อย่าง อเบอร์ดีน ที่ตอนนั้นมีกุนซือชื่อ อเล็กซ์ เฟอร์กุสันคุมอยู่ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ไป 2-1
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นทีมแรกจากเกาะอังกฤษ ที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ของยุโรปไปครองได้ โดยพวกเขาเอาชนะ ทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด ไปได้ถึง 5-1 ในปี 1963
ช่วงเวลานั้น ถือเป็นยุคทองของพวกเขาอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ได้ถึง 4 รายการ ใน
ระยะเวลาเพียง 3 ปี ทั้งการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ จาก ดิวิชั่นหนึ่ง(เดิม) และ แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1960 -1961 ต่อด้วย แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 1961-1962 และแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในฤดูกาล 1962-1963 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือยอดฝีมือในยุคนั้น อย่าง บิลล์ นิโคลสัน

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

สายเลือดใหม่ 7 จูเนียร์จากทีมมังกร(ทีมชาติเวลส์)ที่น่าสนใจจะเก่งมาเทียบรู่นใหญ่ได้

หลังจากที่ไรอัน กิ๊กส์ได้ประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติเวลส์ที่ต้องมีโปรแกรมเตะในรายการยูฟ่า เนชันส์ ลีก โดยมีคิวจะเปิดบ้านพบกับทีมชาติไอร์แลนด์และออกไปเยือนทีมชาติเดนมาร์กตามลำดับ ซึ่งกุนซือของทัพมังกรแดงวัย 44 ปีรายนี้ได้ใส่ชื่อของนักเตะดาวรุ่งเข้าไปในทีมหลายต่อหลายคนเลยทีเดียว จะมีดาวรุ่งคนไหนบ้างที่น่าจะมีโอกาสเดินตามรอยสตาร์ดังอย่างแกเร็ธ เบลและอารอน แรมซี่ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติเวลส์ในอนาคตได้ สามารถติดตามได้ที่นี่

อีธาน แอมพาดู

สล็อตจีคลับ

แข้งวัยกระเตาะของเชลซีรายนี้ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ของทีมชาติเวลส์ นักเตะเยาวชนของสโมสรเอ็กเซเตอร์ ซิตี้รายนี้จะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในเดือนกันยายนนี้ แอมพาดูเคยเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดยู 16 ก่อนที่จะเปลี่ยนใจมารับใช้ทีมชาติเวลส์ตั้งแต่ชุดยู 17 เป็นต้นมา ปัจจุบันได้มีโอกาสขึ้นมาเล่นกับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหนูแอมพาดูสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งปราการหลังตัวกลางและมิดฟิลด์ตัวรับและกับต้นสังกัดอย่างเชลซีนั้นแอมพาดูได้มีโอกาสลงสนามไปแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้วในยุคของอันโตนิโอ คอนเต้นั่นเอง

คริส เมพแฮม

สล็อตคาสิโน

อดีตนักเตะเยาวชนของเชลซีรายนี้ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของสิงห์บลูได้ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับเบรนท์ฟอร์ดในปี 2016 ตั้งแต่ที่เมพแฮมย้ายมาเล่นให้กับเบรนท์ฟอร์ดในลีกแชมเปี้ยนชิพเจ้าตัวลงสนามให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 27 เกม และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเซนเตอร์แบ็ควัย 20 รายนี้ก็ได้ลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ของทีมชาติเวลส์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม็ตธิว สมิธ

ดาวเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาร่วมอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปีและเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมาเจ้าตัวพึ่งถูกทีมเรือใบสีฟ้าปล่อยตัวให้กับเอฟซี ทเวนเต้ยืมตัวใช้งานโดยตอนนี้สมิธมีโอกาสได้ลงสนามในสีเสื้อของเอฟซี ทเวนเต้ไปแล้ว 3 เกมด้วยกัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ได้ลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งกุนซืออย่างไรอัน กิ๊กส์นั้นค่อนข้างชอบดาวรุ่งรายนี้พอสมควรและเราน่าจะมีโอกาสได้เห็นแม็ตธิว สมิธลงสนามในนามทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่กันมากขึ้น

เบน วู้ดเบิร์น

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่ช่วงหลังได้มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติชุดใหญ่ของทีมชาติเวลส์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหนูวู้ดเบิร์นลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 7 นัดด้วยกันแถมยังทำไปอีกหนึ่งประตูใส่ทีมชาติออสเตรียไปแล้วอีกด้วย  เบน วู้ดเบิร์นกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่มากนักก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดยืมตัวใช้งานในตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมา

แฮร์รี่ วิลสัน

แฮร์รี่ วิลสันเป็นอีกหนึ่งนักเตะดาวรุ่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของลิเวอร์พูล แข้งวัย 21 ปีรายนี้มีโอกาสได้ลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้ว 4 นัดด้วยกันและยังทำได้อีก 1 ประตูในเกมที่ทีมชาติเวลส์ไล่ถล่มทีมชาติจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วิลสันโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจเมื่อครั้งที่ถูกลิเวอร์พูลปล่อยตัวให้ฮัลล์ ซิตี้ยืมตัวไปใช้งาน โดยลงสนามให้กับเดอะ ไทเกอร์สไป 13 นัด ทำไป 7 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ ในฤดูกาลนี้วิลสันถูกหงส์แดงปล่อยยืมอีกครั้งให้กับดาร์บี เคาน์ตี้ที่มีแฟรงค์ แลมพาร์ดเป็นกุนซืออยู่

เดวิด บรู้คส์

เจ้าหนูวัย 21 ปีรายนี้เริ่มเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดยู 20 ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนมาเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ โดยปัจจุบันลงสนามให้กับทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัดด้วยกัน  เดวิด บรู้คส์เข้าสู่รั้วอะคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่ปี 2004 และย้ายไปเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในเวลาต่อมา และด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดทำให้เอ็ดดี้ ฮาวกุนซือของบอร์นมัธไม่รอช้าที่จะกระชากตัวเจ้าหนูบรู้คส์เข้าสู่ทีมด้วยค่าตัว 11.5 ล้านปอนด์ อีกทั้งยังได้รางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ไปครองในนัดที่ทีมชาติเวลส์พบกับทีมชาติปานามาเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย

ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์

ปั่นสล็อต

โรเบิร์ตส์เล่นให้กับทีมชาติเวลส์มาตั้งแต่ชุดยู 17 และพึ่งจะได้รับโอกาสเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยแข้งวัย 19 ปีรายนี้มีโอกาสจะได้ลงสนามในเกมที่ทีมชาติเวลส์ต้องเปิดบ้านพบกับทีมชาติไอร์แลนด์ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีกที่จะถึงนี้ ปัจจุบันไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ย้ายจากเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนมาร่วมทีมลีดส์ ยูไนเต็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

 

ตัวเลือกมันเยอะเกิ๊น : จัด3ประสานใน6รูปแบบของทีมชาติฝรั่งเศสแชมป์โลกล่าสุด2018

เราได้จัดสามประสานในแนวรุกด้วยนักเตะไม่ซ้ำหน้ารวมกัน 6 ชุดจากนักเตะสัญชาติฝรั่งเศส และจะทำให้คุณทึ่งถึงความอุดมสมบูรณ์ของนักเตะแนวรุกให้เลือกใช้ได้มากมายสำหรับทีมชาติเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

 

1. เอ็มบาปเป้, กรีซมันน์, ชิรูด์

ปีกขวา : คีเลียน เอ็มบาปเป้ 23 เกม, 8 ประตู

ปีกซ้าย : อองตวน กรีซมัน62 เกม, 24 ประตู

กองหน้า : โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์82 เกม, 31 ประตู

สามประสานที่ทำให้ฝรั่งเศสของเดชองส์คว้าแชมป์โลกมาครอง ถึงแม้ความจริงแล้ว แบลส มาตุยดี้ มักจะถูกขึ้นกราฟฟิคว่าเขาเล่นตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้าย แต่เมื่อดูจากการเล่นในสนามแล้วก็ชัดเจนว่าเขานั้นเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ ป็อกบา และ ก็องเต้ ในแดนกลางซะมากกว่า ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

กรีซมันน์ และ เอ็มบาปเป้ จะสามารถสลับตำแหน่งและสร้างความอันตรายให้แนวรับคู่ต่อสู้โดยมีกองหน้าสายสนับสนุนอย่างชิรูด์คอยค้ำเป้า

เดชองส์โปรดปรานกองหน้าตัวเป้าของเขาและเลือกเขาลงเล่นเสมอหากไม่มีอาการบาดเจ็บ และชิรูด์ก็สามารถสร้างพื้นที่ให้กับแนวรุกทั้งสองด้านหลังเขาได้เป็นอย่างดีแม้จะทำประตูไม่ได้

 

2. เดมเบเล่, ลากาแซ็ตต์, โคม็อง

ปีกซ้าย : อุสมาเน่ เดมเบเล่17 เกม, 2 ประตู

กองหน้า : อเล็กซานเดอร์ ลากาแซ็ตต์16 เกม, 3 ประตู

ปีกขวา : คิงส์ลีย์ โคม็อง15 เกม, 1 ประตู

แนวรุกชุดนี้เน้นไปที่ความเร็ว ด้วยโคม็องทางด้านขวาในฝั่งที่เท้าของเขาถนัด และอุสมาเน่ เดมเบเล่ทางฝั่งซ้าย ฝั่งที่เท้าของเขาสร้างสรรค์เกมได้มากกว่า แต่ก็เปิดโอกาสให้เขาตัดเข้ากลางได้ด้วย แนวรุกชุดนี้จะทำได้ฝรั่งเศสสามารถเล่นบอลไดเร็คแนวกว้าง

ลากาแซ็ตต์ คือเพชฌฆาตอยู่ข้างหน้า เขามีความว่องไวพอที่จะสลัดหนีกองหลัง อีกทั้งยังมีความสามารถพอที่จะลงต่ำมาและเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้

3. ปาเยต์, เบนเซม่า, เฟคีร์

ปีกซ้าย : ดิมิทรี่ ปาเยต์37 เกม, 8 ประตู

กองหน้า : คาริม เบนเซม่า81 เกม, 27 ประตู

ปีกขวา : นาบิล เฟคีร์18 เกม, 2 ประตู

แม้ในโลกแห่งความเป็นจริง คาริม เบนเซม่า จะไม่ได้ลงเล่นให้กับฝรั่งเศสเลย นับตั้งแต่ปี 2015 และก็ไม่มีทีท่าว่าทีมตราไก่จะง้อหัวหอกจากเรอัลมาดริด ซึ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างมากถึงความอุดมสมบูรณ์ในแนวรุกของฝรั่งเศส

ถึงอย่างนั้น ถึงแม้จะไม่ลงรอยกับทีมชาติแต่เขาก็ยังเป็นตัวเลือกในการจัดสามแนวรุกของเราได้ แนวรุกชุดนี้จะเป็นแนวรุกที่ค่อนข้างอาร์ทติสท์พอสมควร ปาเยต์ และ เฟคีร์ เป็นนักเตะแนวเพลย์เมกเกอร์ ทั้งคู่จะเล่นในตำแหน่งตรงข้ามกับเท้าที่ถนัดและเปิโอกาสให้พวกเขาได้โชว์ช็อตการยิงไกลมหัศจรรย์ในตอนที่ตัดเข้ามาที่กลางสนาม

เบนเซม่าสามารถลงต่ำไปโฮลด์บอล และจะทำให้มีพื้นที่ให้สองเพลย์เมกเกอร์มีพื้นที่ในการหุบเข้ากลาง หรือยืนค้ำอยู่ข้างหน้าเป็นกองหน้าตัวฉีกกองหลัง

 

4. มาร์กซิยาล, เบน เยดเดอร์, โตแว็ง


ปีกซ้าย : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล18 เกม, 1 ประตู

กองหน้า : วิสซาม เบน เยดเดอร์1 เกม, 0 ประตู

ปีกขวา : ฟลอริย็อง โตแว็ง5 เกม, 0 ประตู

นี่อาจจะเป็นสามประสานที่มีประสบการณ์ยังไม่เจนจัด แต่พวกเขาก็ล้วนแต่เป็นนักเตะคุณภาพดี

ถึงแม้จะไม่เป็นที่โปรดปรานมากนักในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด แต่อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีประสิทธิภาพในการเป็นตัวเปลี่ยนเกมเมื่อเขาตัดเข้ากลางจากตำแหน่งปีกซ้าย โตแว็ง ก็มีความสามารถพอๆกันในฝั่งตรงข้าม เขาทำประตูไป 26 ลูกให้กับมาร์กเซยในฤดูกาลที่แล้ว

ส่วนตรงกลาง วิสซาม เบน เยดเดอร์ ก็จะมีความสุขกับการอยู่ข้างหน้าคอยล่าตาข่าย หรืออาจจะลงต่ำมาและจ่ายบอลให้กับสองคนทางริมเส้น

 

5. เลอมาร์, กาเมโร่, แซงต์-มักซีแม็ง

ปีกซ้าย : โธมัส เลอมาร์ – 13 เกม, 3 ประตู

กองหน้า : เควิน กาเมโร่ – 13 เกม, 3 ประตู

ปีกขวา : อัลล็อง แซงต์-มักซีแม็ง– 0 เกม, 0 ประตู

อัลล็อง แซงต์-มักซีแม็ง ดูจะพร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมในการเลื่อนระดับก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ ด้วยความสามารถการเลี้ยงบอลสุดอันตราย การวางเขาไว้ในตำแหน่งปีกขวาทีมจะได้ประโยชน์จากความเร็วของเขา ส่วนอีกด้านก็จะเป็นนักเตะที่มีของอย่าง โธมัส เลอมาร์ ที่จะเลือกได้ว่าเขาจะออกริมเส้นหรือหุบเข้ามาตรงกลางเพื่อเก็บบอลและสร้างสรรค์เกมด้วยจินตนาการของเขา

เควิน กาเมโร่ เป็นนักเตะที่ไม่ถูกจับจ้องมากนัก แต่เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วและสม่ำเสมอโดยสามารถยิงถึงเลขสองหลักได้ตลอดการค้าแข้ง

 

6. ออกุสแต็งเดมเบเล่, บัมบา

ปีกซ้าย ฌอง-เควิน ออกุสแต็ง – 0 เกม, 0 ประตู

กองหน้า : มุสซา เดมเบล่ : เดมเบเล่ – 0 เกม, 0 ประตู

ปีกขวา : โจนาธาน บัมบา – 0 เกม, 0 ประตู

สามกระสานในชุดไม่มีใครที่เคยลงเล่นให้กับทีมชาตชุดใหญ่เลยในตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ที่ทั้งสามคนโชว์ฟอร์มได้ดีจนได้ย้ายไปทีมที่ใหญ่กว่าเมื่อไหร่ ให้โอกาสของพวกเขาจะมาถึงแน่นอน อยู่ที่เวลาเท่านั้น

ทั้งสามสามารถสลับตำแหน่งกันได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดการยืดหยุ่นในสามประสานกับโอกาสในอนาคตของพวกเขา เดมเบเล่ และ บัมบา เล่นอยู่ในลีกเอิงตอนนี้ และพวกเขาก็ลงเล่นในตำแหน่งตามนี้เคียงข้างกันในทีมชาติฝรั่งเศสชุด U21

ในขณะที่ ออสกุสต็อง เป็นพาร์ทเนอร์ของ คิลิยัน เอ็มบาปเป้ ในฟุตบอลยูโร U19 ในปี 2016 หัวหอกของอาร์เบไลป์ซิกมีความว่องไวและมีสกิลมากพอที่จะเล่นในตำแหน่งด้านกว้าง แต่อีกไม่นานเขาจะกลายมาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดในบุนเดสลิกาอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online

จัดจ้านในบ้านเรา : กับนักเตะที่สามารถคว้านักเตะยอดเยื่ยม(ภานในประเทศ)ถึง4ปีซ้อน

ในเหล่าวงการลูกหนัง จะมีนักเตะเพียงไม่กี่คนนักที่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นของตนได้ในระดับที่ดีและเป็นกำลังหลักให้กับสโมสรหรือแม้แต่ทีมชาติ จนทำให้เค้าเป็นที่ยอมของคนในประเทศตน ซึ่งได้รับรางวัลนักเตะยอดเยื่ยม(ภานในประเทศ)ถึง4ปีซ้อน เรามาชมกันสิว่าจะมีใครและเค้าอยู่ประเทศอะไรกันบ้าง

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (บัลแกเรีย)

ปั่นสล็อต

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปินลูกหนังอย่างแท้จริง เขามีทักษะการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม สวยงาม และดูเพลินตาเป็นอย่างมาก แม้ในบางทีจะดูเหมือนนักเตะที่ขี้เกียจไปบ้างก็ตาม แต่การเล่นของดาวยิงรายนี้ก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเสมอ

เบอร์บาตอฟเริ่มเล่นให้กับซีเอสเค โซเฟีย เป็นสโมสรแรกในระดับอาชีพ ก่อนที่เลเวอร์คูเซ่นจะไปคว้าตัวมาปลุกปั้น และโด่งดังถึงขีดสุดจากการลงเล่นให้กับสเปอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก ก่อนจะค่อยๆ เข้าสู่ช่วงขาลงด้วยอายุที่มากขึ้นกับฟูแล่ม โมนาโก พีเอโอเค และเคราลา บลาสเตอร์ ทีมในอินเดีย

ส่วนชื่อเสียงในบัลแกเรียนั้น เบอร์บาตอฟก็ถือเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในบ้านในยุคของตัวเอง การันตีด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลบัลแกเรีย 7 สมัย (2002, 2004, 2005, 2007-2010) และเจ้าตัวก็ถือเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดินแดนโยเกิร์ตเคียงข้างฮริสโต สตอรยคอฟ อดีตกองหน้าของบาร์เซโลน่า อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

เฮนริค มคิทาร์ยาน (อาร์เมเนีย)

สล็อตคาสิโน

แม้ในปัจจุบัน มคิทาร์ยานจะยังมีฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอนนักกับอาร์เซนอล แต่สำหรับแฟนบอลในชาติบ้านเกิดของตัวเองแล้ว เขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เมเนีย

มคิทาร์ยานเป็นนักเตะไม่กี่คนของอาร์เมเนียที่ได้เล่นให้กับทีมชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นชัคตาร์ โดเนสต์, ดอร์ทมุนด์ แมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล ถึงแม้เจ้าตัวยังทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอนักก็ตาม แต่เมื่อเพลย์เมคเกอร์รายนี้เล่นได้อย่างเข้าฟอร์มเมื่อไหร่ เขาคือหนึ่งในตัวทำเกมที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างที่เคยแสดงให้เห็นมาแล้วกับการเล่นให้ทัพเสือเหลืองที่เยอรมนี

และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินใครในประเทศ ทำให้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของอาร์เมเนียเป็นของมคิทาร์ยานมาแล้วถึง 8 สมัย (2009, 2011-2017) และเจ้าตัวก็คงจะกวาดเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ เพราะปัจจุบัน เพลย์เมคเกอร์ของอาร์เซนอลรายนี้เพิ่งจะมีอายุ 29 ปีเท่านั้น

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (สวีเดน)

ฟรีสล็อต

การเรียกตัวเองว่าเป็น ‘พระเจ้า’ อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่นั้นหมั่นใส้เอาง่ายๆ แต่นั่นไม่ใช่กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช เพราะฝีเท้าของเขาที่แสดงบนฟลอร์หญ้า ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วกับการนิยามตัวเองอย่างนั้น

ไม่ว่าจะเล่นให้กับทีมไหน อิบราฮิโมวิชก็ตอบแทนสโมสรเหล่านั้นด้วยการพังประตูอย่างถล่มทลายเสมอ และถ้านับตั้งแต่ย้ายมาร่วมอินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาล 2006/07 ก็ปรากฏว่า ไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เจ้าตัวจะทำประตูได้น้อยกว่า 10 ลูกต่อฤดูกาล หากเจ้าตัวได้อยู่กับต้นสังกัดจนจบฤดูกาล นอกจากนี้ เจ้าตัวยังประสบความสำเร็จในอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 4 ประเทศด้วยกัน

และด้วยฝีเท้าซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ก็ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ ถึงคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสวีเดนได้ถึง 11 สมัย และเคยคว้ารางวัลดังกล่าวได้ถึง 10 สมัยติดอีกด้วย (2007-2016) เพราะฉะนั้นการที่อิบราฮิโมวิชจะเรียกตัวเองว่า ‘พระเจ้า’ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรนัก หากนำผลงานของเขามาเป็นตัวชี้วัด

ซามูเอล เอโต้ (แคเมอรูน)

goldenslot

ดาวยิงรายนี้เป็นนักเตะจากกาฬทวีปที่สร้างชื่อให้กับตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเขาเป็นนักเตะจากแอฟริกันที่ได้ไปฝึกฝีเท้ากับเรอัล มาดริด ตั้งแต่อายุ 15 ปี อย่างไรก็ตาม เอโต้ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพราชันชุดขาวได้ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้เรอัล มายอร์ก้า ในปี 2000

และเอโต้ก็สร้างชื่อขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดของลา ลีก้า ในสมัยที่เล่นกับเรอัล มายอร์ก้า ซึ่งฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัวที่นั่นก็ทำให้เขาได้ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่า และที่นี่เป็นที่ๆ ทำให้ดาวยิงแคเมอรูนสร้างชื่อเป็นดาวยิงระดับโลกอย่างแท้จริง ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน พร้อมกับประสบความสำเร็จร่วมกับทัพงูใหญ่อีกมากมายเช่นเดียวกับที่เคยทำได้สมัยเล่นให้บาร์เซโลน่า แต่หลังจากย้ายออกจากอิตาลี ฟอร์มของศูนย์หน้ารายนี้ก็ดรอปลงไปเล็กน้อยทว่าเอโต้ก็ยังคงความเป็นกองหน้าพิษสงจัดไว้อยู่เสมอ

เอโต้อาจจะไม่เคยได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของแคเมอรูน แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า ประเทศของเขาไม่มีการมอบรางวัลดังกล่าวไงล่ะ แต่ถ้าถามว่าเจ้าตัวเคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกาหรือเปล่า เราก็ขอบอกเลยว่า เขาเป็นนักเตะที่คว้ารางวัลนี้ได้มากที่สุดที่ 4 สมัย เท่ากับยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ตัวเก่งของไอวอรี่ โคสต์ และอเบดี เปเล่ อดีตกองหน้าตัวเก่งของทีมชาติกาน่า

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

แค่การคว้ารางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ก็คงเพียงพอที่จะบอกได้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังโลก

โรนัลโด้ฉายแววเด่นตั้งแต่เป็นนักเตะดาวรุ่งของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนจะเป็นเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่หยิบชิ้นปลามันชิ้นนี่ไปเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และปีกจอมสับรายนี้ก็ก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะของโลกอย่างเต็มตัว จากการลงเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนจะย้ายไปตามฝันของตัวเองกับเรอัล มาดริด พร้อมกับสร้างชื่อด้วยการเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพราชันชุดขาว ขณะที่ปัจจุบัน ดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย กำลังมาสร้างตำนานบทใหม่ในศึกเซเรีย อา กับยูเวนตุส

ในเมื่อเจ้าตัวเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของประเทศก็ดูจะเป็นรางวัลเล็กๆ ไปเลย อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ก็คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของโปรตุเกสไปถึง 9 สมัย (2007-2009, 2011-2013, 2015-2017) แต่นั่นก็คงไม่น่าภูมิใจเท่าการที่เขาพาทีมชาติคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของชาติเมื่อปี 2016 หรอก

ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย)

หากคุณถูกเรียกเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลกแล้วล่ะก็ การเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในบ้านเกิดของตัวเองก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด และลูก้า โมดริช ก็คือนักเตะในประเภทนั้น เขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก และเขาก็เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโครเอเชียไปแล้ว

โมดริชเพิ่งจะพาทีมชาติโครเอเชียเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ จากการแข่งขันในเดือนที่ผ่านมา แม้ทีมจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์เป็นรางวัลปลอบใจ ส่วนในระดับสโมสร เจ้าตัวพาเรอัล มาดริด คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ในฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับคว้าตำแหน่งนักเตะแห่งปีของยูฟ่าอีกด้วย

จากผลงานที่ผ่านมา ทำให้โมดริชกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโครเอเชียอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าผลงานดังกล่าวยังไม่พอล่ะก็ การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลโครเอเชียทั้ง 6 สมัย เท่ากับดาวอร์ ซูเคอร์ ตำนานดาวยิงของทัพตราหมากรุก คงจะช่วยการันตีความยอดเยี่ยมของมิดฟิลด์วัย 32 ปี ได้เป็นอย่างดี

อังเดร เชฟเชนโก้ (ยูเครน)

ยูเครนอาจจะไม่ใช่ชาติที่ยิ่งใหญ่นักในวงการฟุตบอล แต่พวกเขาก็ผลิตนักเตะฝีเท้าดีออกมาสู่วงการลูกหนังได้เสมอ และครั้งหนึ่ง ชาติของพวกเขาเคยมีนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่างอังเดร เชฟเชนโก้

‘เชว่า’ ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำตั้งแต่เล่นให้กับดินาโม เคียฟ และเคยทำผลงานได้ดีจนพาต้นสังกัดจากยูเครนทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1999 ได้ ซึ่งฟอร์มการถล่มประตูอันร้อนแรงนี้ ก็ส่งให้กองหน้าความเร็วสูงรายนี้ได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเอซี มิลาน และเจ้าตัวก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกทันที ด้วยการทำประตูอย่างถล่มทลาย และมันยังส่งให้เชฟเชนโก้เป็นนักเตะยูเครนคนแรก ที่สามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้ด้วย (ได้รางวัลเมื่อปี 2004)

จากผลงานดังกล่าว เราจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของยูเครน และการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูเครนได้ 6 สมัย ก็ดูจะน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับฝีเท้าระดับเขา

แกเร็ธ เบล (เวลส์)

ในอดีต เวลส์อาจจะมีนักเตะชั้นยอดอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และไรอัน กิ๊กส์ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในปัจจุบันนักเตะที่ดีที่ในวงการลูกหนังเวลส์คือ แกเร็ธ เบล

ดาวเตะรายนี้แจ้งเกิดจากการเป็นแบ็คซ้ายดาวรุ่งของเซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนจะกลายมาเป็นนักเตะต้องสาปของสเปอร์สอยู่พักหนึ่ง เนื่องจากเกมไหนที่เจ้าตัวลงสนาม ทีมจะไม่สามารถชนะใครได้เลย จนดาวเตะหน้าคล้ายวานรรายนี้เปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นเป็นปีก เจ้าตัวก็กลายเป็นตัวริมเส้นที่น่ากลัวที่สุดของพรีเมียร์ลีก และในปัจจุบันก็กลายเป็นหนึ่งในนักเตะแนวรุกที่อันตรายที่สุดในโลกไปแล้ว

ในตอนนี้ แกเร็ธ เบล ก็ได้กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวลส์ไปแล้ว แม้บางคนอาจจะเถียงว่าตำแหน่งนี้ควรจะเป็นของไรอัน กิ๊กส์ หรือเปล่า แต่การคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับราชันชุดขาวถึง 4 สมัย ก็น่าจะเป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของอดีตดาวเตะสเปอร์สได้เป็นอย่างดี และถ้ามันอย่างไม่พอ การได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมฟุตบอลเวลส์ถึง 6 สมัย ก็น่าจะบอกได้ว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดของเวลส์ ไม่ใช่ไรอัน กิ๊กส์ ที่คว้ารางวัลดังกล่าวได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น

ดาวิด อลาบา (ออสเตรีย)

ออสเตรียไม่ใช่ชาติยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป และพวกเขาก็ไม่ได้ผลิตนักฟุตบอลชั้นยอดออกมาได้มากมายนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีนักเตะระดับโลกอยู่ในทีมเลย เว้นแต่ดาวิด อลาบา จะประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติ

อลาบาไปเป็นเด็กฝึกหัดของบาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะได้ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2010 ก่อนจะแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีม ในฤดูกาล 2011/12 ซึ่งตอนนั้นทัพเสือใต้มีจุปป์ ไฮย์เกส เป็นผู้จัดการทีม โดยดาวเตะออสเตรียรายนี้เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมีทีเด็ดจากลูกยิงไกล และการเล่นลูกตั้งเตะ

แม้อลาบาจะไม่ใช่นักเตะตัวรุกซึ่งได้รับการจับตามองจาแฟนบอล แต่ด้วยการที่เจ้าตัวได้ลงสนามให้สโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป และมีผลงานดีสม่ำเสมอมาตลอด ทำให้ดาวเตะเชื้อสายฟิลิปปินส์รายนี้ถือเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของออสเตรียในปัจจุบัน นอกจากนี้ ดาวเตะสารพัดประโยชน์วัย 26 ปี ยังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของออสเตรียถึง 6 สมัย (2011-2016) มากที่สุดตั้งแต่มีการมอบรางวัลมา และเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสที่จะคว้ารางวัลนี้เพิ่มได้อีกในอนาคตด้วย

มาเร็ค ฮัมซิค (สโลวาเกีย)

เพลย์เมคเกอร์ทรงผมโมฮ็อครายนี้สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของเซเรีย อา นับตั้งแต่ลงเล่นให้กับนาโปลีเมื่อปี 2007 และเจ้าตัวก็ถือเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรจากเมืองเนเปิลส์ไปแล้ว ด้วยการเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นให้ทีมมากที่สุดเป็นอันดับ 3 และเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสรไปแล้วในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ดาวเตะรายนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงตำนานของสโมสรเท่านั้น เพราะเจ้าตัวก็ถือเป็นนักเตะระดับตำนานของบ้านเกิดไปแล้ว ด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมฟุตบอลสโลวาเกียได้ถึง 7 สมัย (2009, 2010, 2013-2017) และฮัมซิคก็ยังมีโอกาสที่จะคว้ารางวัลดังกล่าวเพิ่มได้อีก หากยังทำผลงานกับทัพปาร์เตโนเปได้ดีเหมือนปีก่อนๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ :

เรียบเรียง : https://www.gclub899.com

อ่านรายละเอียดต่อ : https://www.gclub899.com/casino-online/

Gclub Casino online อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าท่านต้องการจะเล่น บาคาร่าออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ รูเล็ตออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หรือพนันบอลออนไลน์เราได้รวบรวม ค่ายคาสิโนออนไลน์หลากหลายมาให้ท่านได้เลือกเล่น พร้อมการบริการระดับVIP ตลอด 24 ชั่วโมง ขอโอกาสให้เราได้บริการท่าน รูเล็ตออนไลน์ Roulette online เป็นเกมส์มาตรฐานระดับโลกสล็อตออนไลน์ ปั่นสล็อต หรือ Gclub slot เป็นเกมส์ยอดนิยมที่สุด ใน Gclub royal เช่นกัน เป็นสล็อตออน บาคาร่าออนไลน์ Baccarat online เป็นเกมส์ยอดฮิตอันดับ1 ตลอดกาลของค่าย สล็อตจีคลับ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม goldenslot เป็นสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรงมาก Golden slot sbobet SBOBET เป็นเว็บพนันบอลอันดับ1 ของโลกในเวลานี้ เป็นสล็อตออนไลน์ที่มีรูปแบบสวยงามมาตรฐานเดียวกับคาสิโนทั่วโลก สล็อตออนไลน์ Goldenslot สล็อตออนไลน์ Gclub Slot Online